ตำหนักหมื่นขุนเขา

    9.ความสับสน

           ทั้งสามคนกับเสี่ยวไป๋เดินเข้าไปข้างในโถงหลักของคฤหาสน์ตระกูลเหลียงซึ่งมีชายวันกลางคนนั่งอยู่บนที่นั่งหลักข้างๆมีชายชราหลายคนนั่งไล่ระดับลงมาชายวัยกลางคนคือเหลียงซานผู้นำตระกูลเหลียงและเป็นพ่อของเหลียงเว่ยกับเหลียงอี้เอ๋อร์ คนทั้งหมดในห้องโถงมองพวกเขาทั้งสามคนก่อนจะหันไปมองเสี่ยวไป๋ด้วยแววตาแห่งความโลภ เสี่ยวไป๋ที่รู้สึกถึงเจตนาไม่ดีมันก็ขู่ออกมาพร้อมทั้งกัดชายเสื้อเทียนหลงเพื่อดึงเทียนหลงออกไปจากที่นี้

     “ไม่ต้องกลัวนะเสี่ยวไป๋ ไม่มีใครทำอะไรเจ้าหรอก”เทียนหลงที่ไม่รู้เรื่องอะไรก็คิดว่าเสี่ยวไป๋กลัวจึงลูบหัว  

    “กลับมากันแล้วสินะ ข้ากำลังจะให้คนไปพาตัวกลับมาพอดีเลย ”เหลียงซานพูดเสียงเข้มออกมา

    “ท่านพ่ออย่าพึ่งว่าพวกเราเลยวันนี้เรามีแขกนะ นี้คือคุณชายเทียนหลงผู้ช่วยชีวิตข้าและน้องสาวเอาไว้ตอนที่พวกเราไปล่าสัตว์อสูรกันในป่าต้องห้าม ถ้าไม่ได้คุณชายเทียนหลงเราสองพี่น้องคงตายไปแล้ว คุณชายเทียนคนนี้คือพ่อของข้าและเป็นผู้นำตระกูลเหลียงของคน ส่วนคนที่เหลือคืออาวุโสของตระกูล”เหลียงเว่ยรีบพูดอย่างอับอาย

    “อะไรนะพวกเจ้าเข้าไปในป่าต้องห้ามงั้นรึ แค่ระดับกำเนิดลมปราณกล้าเข้าป่าต้องห้ามโดยไม่มีคนคุ้มกันได้ยังไง”เหลียงซานลุกขึ้นกำลังจะระเบิดความโกรธออกมาก็นึกขึ้นได้ว่ามีคนอื่นอยู่ด้วยจึงรีบเปลี่ยนท่าทีก่อนจะเดินให้ไปหาเทียนหลง

    “ข้าขอบคุณชายที่ช่วยชีวิตลูกของข้าบุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่ลืมเลย” เหลียงซานกุมมือกล่าวขอบคุณ

    “เทียงหลงคำนับผู้นำตระกูลและผู้อาวุโสทุกท่าน เรื่องช่วยชีวิตข้าเห็นคนเห็นคนเดือดร้อนข้าช่วยได้ก็ช่วยขอรับ” เทียงหลงกุมมือคำนับผู้นำตระกูลและผู้อาวุโสตระกูลเหลียงกลับ

    “ถ้าเช่นนั้นให้ข้าได้จัดงานเลี้ยงเพื่อเป็นการต้อนรับคุณชายก็แล้วกัน ท่านอย่าปฏิเสธล่ะ” เหลียงซานกล่าวด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

    “เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณท่านผู้อาวุโสแล้วขอรับ” เทียงหลงยิ้มตอบรับ

    “เหลียงเอ๋อร์พาคุณชายไปพักผ่อนที่ห้องรับรองรองานเลี้ยงตอนเย็นตอนเย็น” เหลียงเว่ยที่ได้ยินก็พาพาเทียงหลงออกจากห้องรับรองไป “เชิญคุณชายเทียนหลงตามมาทางนี้เลยขอรับ” หลังจากที่ส่งเทียงหลงแล้วเหลียงซานก็กลับมามาหาบิดาของตนที่ห้อง

    “ท่านพ่อขอรับข้าว่าเทียงหลงคนนี้ต้องมีของดีมากมายแน่นอนขอรับข้าเห็นเอาโอสถออกมามากมายแถวยังมีสัตว์เลี้ยงตัวนั้นอีกข้าว่าเราควรที่จะ…” พูดถึงตรงนี้เหลียงเว่ยก็หยุดไป

    “พ่อว่าสัตว์อสูรตัวนั้นมันคล้ายกับหนึ่งพยัคฆ์ขาวสัตว์เทพในตำนานเลย หรือไม่มันก็ต้องมีสายเลือดสัตว์เทพแน่นอน คุณชายเทียงหลงผู้นี้อาจมีเบื้องหลังที่เราไม่อาจแบกรับไหวก็ได้นะ”เหลียงซานยังคงไม่ตัดสินใจตามที่ลูกชายแนะนำ

    “ถ้าเราทำเงียบๆไม่มีใครรู้หรอกว่าเป็นฝีมือของเรา” เหลียงเว่ยยังพยายามโน้มน้าวบิดาตน

    “ได้งั้นเราจะจัดการตอนงานเลี้ยงคืนนี้” เมื่อฟังที่ลูกชายพูดและความโลภทำให้เหลียงซานจัดการตามที่ลูกชายแนะนำ

          เมื่อถึงเวลาเทียงหลงก็เข้ารวมงานเลี้ยงปกติโดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย เทียงหลงผู้ที่ไม่เคยเห็นงานแบบนี้เลยตื่นเต้นเป็นพิเศษ ทำให้เหลียงซานและเหลียงเว่ยที่มองอยู่หันหน้าไปยิ้มให้กัน การกระทำของเทียนหลงนั้นแสดงให้เห็นว่าเทียนหลงไม่ได้มีภูมิหลัง แต่เป็นคนที่โชคดีได้รับสมบัติวิเศษมาเท่านั้น

    “เป็นยังไงบ้างอาหารอร่อยไหมคุณชาย”เหลียงเว่ยที่เห็นเทียนหลงกินได้เยอะก็เอยถาม

    “อร่อยมากเลยขอรับคุณชายเหลียง ข้าไม่เคยกินของพวกนี้เลย” เทียงหลงตอบพร้อมทั้งเคี้ยวไปด้วย

           งานเลี้ยงดำเนินต่อไปเทียนหลงที่กำลังกินอย่างมีความสุขนั้นก็เริ่มรู้สึกอ่อนแรง เหมือนพลังปราณค่อยๆหายไป

    เมื่อเหลียงซานและเหลียงเว่ยเห็นแบบนั้น ก็เดินมาหาเทียนหลงพร้อมกับหัวเราะเยาะ “เป็นอะไรไปคุณชายไม่มีแรงยังไงรึ” 

    “ทำไมอยู่ๆข้าถึงไม่มีแรงเลยหละพลังปราณก็ค่อยๆหายไปเป็นเพราะอะไรกัันหรือว่าพวกท่าน.. ทำไมหละ” เทียนหลงเหมือนจะเข้าใจเมื่อเห็นสีหน้ายิ้มเยาะของสองพ่อลูก

    “ใช้แล้วคุณชายยาที่ท่านกินไปมันมีชื่อว่ายาสลายปราณ ทำให้ปราณในร่างกายค่อยๆหายไป คุณชายส่งแหวนมิติแล้วก็สลายพันธสัญญากับสัตว์เลี้ยงของท่านซะ”เหลียงเว่ยพูดพร้อมทั้งสายตาแห่งความโลภ

                   เสี่ยวไป๋ที่นอนหมอบตั้งแต่ต้นโดยไม่ยอมกินอะไรเลย เมื่อเห็นว่าเทียนหลงอาการไม่ค่อยดีจึงพุ่งเข้ามาเพื่อที่จะช่วยแต่ก็ถูกเหลียงซานเคลื่นที่มาดักหน้าก่อนจะต่อยเข้าเต็มลำตัวทำให้มันกระเด็นไปชนกับพนังคฤหาสน์นอนหายใจรวยริน

            “เสี่ยวไป๋!” “พวกท่านทำไมกันทั้งที่ข้าเป็นคนช่วยชีวิตพวกท่าน ทำไมกันหละ…” เทียนหลงที่เห็นเสี่ยวไป๋ไม่รู้ว่าเป็นหรือตายตะโกนตามออกไปด้วยความโกรธ 

            “ไม่ต้องถามมากส่งแหวนมิติมาแล้วก็สลายพันธสัญญาซะไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าเจ้า”เหลียงเว่ยตะโกนออกมา

                      เทียนหลงรู้ว่าจะต้องรีบหนีออกจากที่นี้ก่อนที่จะไม่มีโอกาสจึงปะทุพลังออกมาก่อนจะใช้ก้าวไร้เงาเคลื่อนที่ไปหาเสี่ยวไป๋ก่อนจะแบกเสี่ยวไป๋ขึ้นไหล่แล้วใช้ก้าวไร้เงาหายออกจากคฤหาสน์ ด้วยความเร่งรีบและปราณที่แทบจะไม่มีเหลือทำให้ไม่รู้เลยว่าจะไปโผล่ที่ไหน เทียนหลงที่โผล่ออกมาบริเวรที่บ้านของใครก็ไม่รู้ดูเก่าและทรุดโทรมเมื่อดูแล้วว่าไม่มีใครตามมารีบหยิบผลไม้วิญญาณที่ไม่รู้ว่าคืออะไรใส่ปากเสี่ยวไป๋

            หลังจากป้อนโอสถเสี่ยวไป๋แล้วเทียนหลงก็ยั่งร้องไห้พร้อมทั้งพึมพำอยู่คนเดียว

            “ทำไมกันหละ”

            “ข้าไม่เคยคิดร้ายกับใครเลย”

            “หรือว่าข้าทำผิด”

            “ทำไมทุกคนถึงใจร้าย”

            “หรือข้าไม่ควรจะช่วยพวกมัน”

               จิตใจของเทียนหลงที่กำลังสับสนจนทำให้กระอักเลือดพร้อมกับต้นกำเนิดโลหิตสีทองเทียนหลงที่เอามือไปเช็ดเลือดที่ปากของตัวเองก่อนที่จะหมดสติไป แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้เลยว่าลูกแก้วที่หนิงเซียนหยูให้ของขวัญวันเกิดกำลังดูซับแก่นต้นกำเนิดโลหิตเข้าไปรวมที่ก้อนสีแดงๆด้านในที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ก่อนจะลูกแก้วจะระเบิดแล้วก้อนสีแดงก็พุ่งเข้าไปในตันเถียนของเทียนหลง ทำให้พิษสลายปราณถูกมันดูกลืนไปหมด

                                                     จบ.

                       ***อดทนหน่อยนะครับอีกนิดเดียวครับ***

                   

    คล้ายกับเรื่องตำหนักหมื่นขุนเขา ที่คุณอ่าน