บทที่ 59
กลับมาทางด้านของโอ๊ตที่ตอนนี้เขาเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ เขามองไปที่ถังใส่แพนเค้ก 5 ถังอย่างเหนื่อยใจ เพราะว่าสุดท้ายแล้ว เขาก็ทำการขายแพนเค้กให้กับลูกค้าในปริมาณเท่าเดิม หรือก็คือได้เพียงแค่ 50 คนเท่านั้น ทั้งๆที่สัญญาเอาไว้แล้วก็ตามว่าจะขายในปริมาณที่มากขึ้นกว่าวันนี้“เอายังไงดีล่ะ.. หรือเราจะอ้างเรื่องของร้านเจ๊หมึกที่เตรียมของให้เราไม่ทันในวันนี้ก็คงจะพอถูไถ่ๆไปได้อยู่.. อื้มม เอาตามนี้แหละ” โอ๊ตกล่าวกับตัวเองในขณะเช็ดผมที่เปียกไปด้วย เขาเลื่อนมือไปหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมามอง เพราะดูเหมือนว่ามันจะมีอะไรแจ้งเตือน ‘ฝากเงิน/เงินเข้า.. 6,236,982.10 จาก MKBANK/x456xxx เข้า x846xxx เวลา 20.01 น.’ “เฮ้ออ ไอ้คาสิโนนี่เราจะทำยังไงกับมันดีล่ะเนี่ย เข้าทีวัน 6-7 ล้านบาท ถ้าอย่างนี้ภาษีคงจะบานปลายกันพอดี” โอ๊ตกล่าว และเขาก็ค่อนข้างกังวลกับสิ่งที่เรียกว่าภาษีส่วนบุคคล เขาเคยได้ยินผู้ปกครองหลายคนกล่าวถึงมันเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นในตอนนี้เขาก็ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับมัน เขาจึงตัดสินใจเอาไว้ว่าค่อยศึกษาทีหลัง ‘ไม่ได้รับสาย.. ‘หัวหน้ารุ่นมนต์’.. 3 สาย’ โอ๊ตเลื่อนมาสนใจกับการแจ้งเตือนถัดไปในทันที แน่นอนว่าเขาก็ต้องหาข้ออ้างกับมนต์ ด้วยเรื่องของเจ้าหมูอ้วนภาคภูมินั่นอีก ในหัวของเขาคิดว่าทำไมวันนี้มันถึงได้เกิดเรื่องวุ่นวายที่มากมายขนาดนี้ โอ๊ตแต่งชุดสำหรับนอนก่อนจะกระโดดขึ้นเตียงไปอย่างเหนื่อยล้า“เฮ้ออ พักนี้เราถอนหายใจบ่อยไปหรือเปล่านะ แต่ก็ช่างเถอะ ในวันพรุ่งนี้มีเรียนแปดโมงตรงซะด้วย ต้องตื่นเช้ามาทำแพนเค้กให้ลุงเกษมอีก.. เออว่ะ แล้วแป้งแพนเค้กที่ไม่พออยู่แล้วก็จะลดลงไปอีก ฉิบหายละเอาไงดีวะตรู.. แล้วไหนจะเรื่องคอนโดนั้นอีก คิดแล้วเพลียหัวจิตหัวใจจริงๆ”โอ๊ตกล่าวพร้อมกับหลับตาลงด้วยความเครียด และด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวัน มันทำให้เขาหลับใหลไปทั้งอย่างนั้นจนถึงเช้าวันใหม่.. ..ด้านของกิตติ..หลังจากที่กิตติทำการลักพาตัวของหมอสองสาวมา เขาก็มุ่งตรงกลับเมืองหลวง โดยเครื่องบินส่วนตัวของตระกูลในทันที มันไม่มีคำพูดหรือเสียงอะไรของใครสักคนดังออกมาเลย จนกระทั่งพวกเขาสามคน รวมถึงเหล่าบอดี้การ์ดกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลหลัก“ขออนุญาตกล่าวรายงานประจำวันขอรับคุณท่าน..” กิตติโค้งเคารพหัวหน้าตระกูลที่กำลังทำงานอยู่บนโต๊ะประจำ ภาคินที่ได้ยินเช่นนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม เพราะเขากำลังอยากได้ของว่างเป็นแพนเค้กที่เจ้าหลานชายของเขาทำอยู่พอดี“แพนเค้กของหลานฉันมาแล้วเหรอ.. รีบให้แม่บ้านจัดเตรียมมาเลย หืออ” ภาคินกล่าวอย่างดีใจ และเขาก็ต้องขมวดคิ้วในทันที ไม่คิดว่าวันนี้จะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาถึงสองคน“ขออภัยที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าขอรับคุณท่าน.. เพียงแต่ในเวลานี้เรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนที่สุด และมันเกี่ยวกับคุณชายขอรับ..” กิตติกล่าวพร้อมสีหน้าเคร่งเครียด ภาคินที่เห็นอย่างนั้นเขาก็มองหน้าของกิตติด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะเดินช้าๆไปยังโซฟารับแขก“คงจะเป็นเรื่องที่แม้แต่แกก็ยังตัดสินใจไม่ได้สินะ.. เอาล่ะ แขกที่ไม่ได้รับเชิญทั้งสองท่าน ฉันจะพูดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ฉันไม่ชอบสิ่งที่เรียกว่า ‘ถามแล้วไม่ตอบ’ กับ ‘ตอบโดยที่ไม่ได้ถาม’ .. เข้าใจใช่ไหมว่าต้องทำอะไร..” ภาคินกล่าวพร้อมกับจ้องมองทั้งสองสาวอย่างกดดัน ในเวลานี้สองสาวกลัวจนขี้แทบจะราดอยู่แล้ว พวกเธอรู้ดีว่าบุคคลตรงหน้านั้นคือใคร รูปภาพของชายคนนี้ต่างเผยแพร่ไปทั่วอินเทอร์เน็ต และจอทีวี นอกจากนี้เขายังเป็นคนสนิท หรือพระสหายของราชวงศ์ปัจจุบันอีกด้วย ชื่อนามของเขาคือ ‘หม่อมหลวงภาคิน ณ สุวรรณภูมิ’ หมอพลอย และหมอหญิงถูกแกะมัดเชือก กับสก็อตเทปที่ปากอย่างช้าๆ เพื่อให้ตอบคำถามของภาคินได้สะดวก“เอาล่ะ เล่าเรื่องมาได้แล้วกิตติ..” ภาคินเอ่ยให้สัญญาณกับกิตติ เพื่อที่จะรับรู้เรื่องสิ่งที่มันเกิดขึ้น“ก่อนอื่นต้องขออภัยนายท่านที่กระผมประมาทไป กระผมเพิ่งจะได้รับรู้ความสามารถพิเศษที่คุณชายนั้นมี มันเป็นทักษะ ‘แพทย์’ ที่มีชื่อเรียกว่า ‘แพทย์เทวะ’ เป็นแพทย์แขนงจีนโบราณ...” กิตติยังไม่ทันได้กล่าวจบประโยคเลย ภาคินที่ได้ยินถึงกับตาโตเท่าไข่ห่าน“แพทย์เทวะ?.. ฉันได้ยินไม่ผิดใช่หรือไม่กิตติ แพทย์เทวะที่เป็นดังตำนานของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ว่ากันว่าการรักษาของเขาหรือเธอที่ได้รับตำแหน่งนี้จะทำให้เกิดปาฏิหาริย์ ไม่ว่าโรคร้ายแรงแค่ไหน เขาหรือเธอคนนั้นก็สามารถรักษาได้ทั้งหมด.. หลานของฉันถือครองตำแหน่งนั้นหรือ? ”ภาคินกล่าวถามอย่างตกใจ เขามีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติหลายคน โดยเฉพาะกับชาวจีนแผ่นดินใหญ่แล้วก็นับว่ามีสหายหลายสิบคน แน่นอนว่าต้องเป็นคนใหญ่คนโตระดับประเทศทั้งนั้น ครั้งหนึ่งเขาได้พบกับตัวตนที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับตำนานวงการแพทย์มากที่สุด ผู้หญิงคนนั้นมีคือว่า ‘หลงเปา’ เธอเป็นศิษย์ของเซียนแพทย์ ด้วยการรักษาของเธอที่น่าทึ่งมาก เขาจำได้ไม่เคยลืม ถึงเขาจะกล่าวชื่นชมสักแค่ไหน เธอก็ยังบอกว่าอาจารย์ของเธอมีความสามารถมากกว่า และอีกอย่างมีตัวตนที่เหนือกว่าอาจารย์ของเธอที่เรียกว่า ‘แพทย์เทวะ’ อยู่ เธอได้แต่ใฝ่ฝันเท่านั้นว่าจะไปถึงจุดนั้นให้ได้ในสักวันหนึ่ง..“ใช่ขอรับคุณท่าน ท่านได้ยินไม่ผิดแน่นอน เรื่องนี้เราได้รับการยืนยันมาแล้วหลายอย่างในวันเดียวขอรับ ทั้งตัวของคุณชายที่เป็นผู้บ่งบอกเองจากปากของท่าน ทั้งหลักฐานในการรักษา กล้องวงจรปิด พยานบุคคลหลายคน และการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ขอรับ” กิตติกล่าวรายงาน“มีหลักฐานครบทุกด้านอย่างนั้นเชียว?..” ภาคินขมวดคิ้วแล้วกล่าวถามกับกิตติ ซึ่งกิตติก็ยื่นมือถือของคุณหมอพลอยที่เป็นหลักฐานสำคัญให้กับคุณท่านได้รับชม และแม้เป็นสิ่งที่จะเชื่อก็เชื่อได้ยาก แต่ทว่าในเมื่อหลักฐานมันชัดเจนขนาดนี้ ก็ทำให้ภาคินถึงกับเหม่อมองเพดานห้องในทันที“กล้องวงจรปิดตัวนั้นคงจะไม่มีปัญหาอะไรสินะ.. ปัญหาจริงๆคงจะเรื่องของบุคคลกับหลักฐานวิทยาศาสตร์นั้น แล้วแขกทั้งสองคนนี้เป็นใคร แล้วเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้กันล่ะ..” ภาคินกล่าวถาม และเรื่องนี้มันเกี่ยวกับความปลอดภัยของทายาทเพียงคนเดียวของเขา ภาคินจึงกังวลใจเป็นพิเศษ“เรียนคุณท่าน ทั้งสองคนเป็นแพทย์ที่ได้รับรู้เรื่องราวของคุณชายขอรับ..” กิตติกล่าว และมันก็ยิ่งทำให้ภาคินไม่พอใจเข้าไปใหญ่ ทั้งๆที่รู้แล้วทำไมไม่จัดการทั้งสองไปเลยล่ะ“แล้วมันยังไงล่ะ เพื่อความปลอดภัย และความมั่นคงของตระกูล แค่นี้แกไม่รู้อย่างนั้นเหรอว่าจะต้องจัดการยังไง ทำไมถึงไม่เก็บพวกเธอไปเลยล่ะ แล้วไหนจะคนที่ถูกรักษาโดยหลานของฉันอีก..” ภาคินกล่าวถามอย่างไม่เข้าใจ“เรียนคุณท่าน ทั้งสองคนนี้เป็นเหมือนกับสหายของคุณชาย และคุณชายได้สั่งการเอาไว้อย่างชัดเจนว่าห้ามยุ่งเกี่ยวกับพวกเธอสองคน และเป็นเรื่องยากที่กระผมจะสามารถตัดสินใจได้ขอรับ.. ส่วนคนที่ได้รับการรักษาจากคุณชายมีทั้งหมด 3 คน ซึ่ง 2ใน3 คนไม่รู้ว่าคุณชายเป็นคนรักษาให้ ส่วนอีก 1 คนนั้นรับรู้เรื่องเป็นอย่างดี เขาคือชายชราที่อยู่ในคลิปหลักฐานขอรับ เขามีนามว่าชุนตง” กิตติเว้นวรรคหายใจเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวรายงานต่อด้วยสีหน้าแน่นิ่ง“ชุนตงผู้นี้เป็นคนจีนแท้โดยกำเนิด อาศัยอยู่ในประเทศของเราได้มากกว่า 20 ปีแล้วขอรับ เหตุผลที่ผมยังไม่ได้ทำอะไรกับพวกเขา ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคุณชาย อีกส่วนหนึ่งก็เพราะทั้งตระกูลของเขาสาบานกับฟ้าดิน บรรพบุรุษว่าจะรับใช้คุณชาย ผมจึงวางใจได้บางส่วน แต่ทว่ากับสองคนนี้ผมรู้สึกไม่มั่นใจ จึงนำตัวมาเพื่อให้คุณท่านตัดสินขอรับ”เมื่อจบการรายงานของกิตติ ภาคิก็หันมาจ้องกับสองสาวที่ตอนนี้แทบจะร้องไห้กันอยู่แล้ว ในหัวของพวกเธอคิดว่าตัวเองไม่รอดอย่างแน่นอน ภาคินลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าของสองสาวที่ตอนนี้กำลังตัวสั่นเทา“เรื่องนี้ช่างเป็นเรื่องที่ปวดหัวจริงๆ.. แต่ในเมื่อเจ้าหลานชายของฉันยังอยากให้พวกเธอมีชีวิตรอดอยู่ มันก็คงจะเป็นเรื่องของโชคชะตาแล้ว.. ฉันจะให้ทางเลือกสองทางเลือกกับพวกเธอ หนึ่งคือตกตายไปซะ แน่นอนว่าเราจะทำอย่างไม่ทรมาน กับสอง พวกเธอจะยอมมาเป็นข้ารับใช้ของตระกูลเรา และรับใช้หลานชายของฉันในอนาคต..” ภาคินกล่าว“ฉันยอมเป็นข้ารับใช้ของตระกูลค่ะ..” ทั้งหมอพลอย และหมอหญิงกล่าวตอบพร้อมกันโดยที่ไม่ต้องลังเลเลยแม้แต่น้อย การเป็นข้ารับใช้ของตระกูลใหญ่นั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าอายแต่อย่างใด มีทั้งเกียรติ ศักดิ์ศรี และความมั่งคั่ง มันดีกว่ารับเลือกความตายเป็นไหนๆ“ดี!.. หลังจากตีตราคำสาบานประจำตระกูลแล้ว ฉันจะส่งพวกเธอไปจีนเพื่อที่จะได้ศึกษาทางการแพทย์ต่อ ข้ารับใช้ของตระกูลเราไม่มีพวกที่ใช้การไม่ได้ โปรดจำเอาไว้ให้ดี.. เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเธอทรยศ นั่นจะเป็นวันที่พวกเธอ รวมถึงคนสำคัญของพวกเธอจะเห็นตะวันขึ้นเป็นวันสุดท้าย..”ภาคินกล่าวก่อนที่ทั้งสองจะก้มหัวลงทำความเคารพในการตัดสินใจของชายชราผู้นี้ ไม่นานทั้งสองก็จากห้องนี้ไปด้วยมีกิตตินำทางออกไป ก่อนประตูจะปิดสนิท กิตติก็มองคุณท่านด้วยสีหน้ากังวลใจไม่น้อย ไม่รู้ว่าเขาจะตัดสินใจถูกหรือไม่ที่ไม่ได้กล่าวอะไรบางอย่างกับท่าน ‘เรื่องของเงื่อนไขในการรักษา.. เรายังไม่ควรจะเอ่ยกล่าวอะไรกับคุณท่านในตอนนี้ เพียงเท่านี้คุณท่านก็เป็นกังวลมากพอแล้ว’กิตติคิด และถ้าเขาเอ่ยกล่าวเรื่องนี้ออกไป บางทีเรื่องราวมันอาจจะใหญ่กว่านี้ก็เป็นไปได้ ไม่มีใครรู้เลยว่าการตัดสินใจของกิตติในครั้งนี้จะเป็นผลดี เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะมีหลายชีวิตที่ต้องจบลงก่อนดวงตะวันจะขึ้นบนขอบฟ้า และมันจะกลายเป็นเรื่องที่วุ่นวายสำหรับโอ๊ตอย่างแน่นอน