“ตงฟางจ๊ะ ผ่านไป 7 วันแล้วมันจะได้ผลแน่นะ”
ซิงเยียนถามตงฟางด้วยความเป็นห่วง แม้ใบหน้าของเธอจะยังคงปกติเธอกลับกลัวว่าแผนที่วางเอาไว้เมื่อ 7 วันก่อนจะล้มเหลวไม่เป็นท่า การฆ่ากลุ่มนักฆ่าเมืองต้วนอี้อาจจะไม่สามารถยุแหย่ให้ตระกูลเฉินเคลื่อนไหวได้
ถึงอย่างนั้นเรื่องราวของตระกูลเฉินกลับถูกพูดถึงทุกหย่อมหญ้าของเมืองต้วนอี้ เกี่ยวกับการจ้างฆ่าคนตึกยาสวรรค์ ไม่เพียงเท่านั้นด้วยการทำลายชื่อเสียงเรื่องคุณภาพหลอมยาที่ตงฟางได้ปล่อยออกไปว่าคนของตระกูลเฉินหลอมยาคุณภาพสูงไม่ได้จนต้องมาต่อแถวซื้อยาตึกยาสวรรค์ไปขายทำกำไร ทำให้ตอนนี้ชาวเมืองสนใจตึกยาสวรรค์มากกว่า ลูกค้ามากกว่าครึ่งของตึกยาตระกูลเฉินล้วนแล้วเข้าใช้งานตึกยาสวรรค์ แม้จะอยู่ไกลพวกเขาก็พยายามเดินทางมาเพื่อให้ได้ยาคุณภาพกลับไป
“ไม่มีใครทนได้หรอกครับ เดี๋ยวพวกมันก็มา ลูกค้าถูกแย่งแล้วยังชื่อเสียงเสียหาย เป็นผมก็ต้องมากู้หน้าเช่นเดียวกับพวกมัน”
ตงฟางฉีกยิ้มหลังจากตอบซิงเยียนกลับไป เขาสัมผัสได้ถึงคนกลุ่มใหญ่กำลังมุ่งหน้ามาจากตระกูลเฉินจึงลุกขึ้นยืนหน้าตึกยาสวรรค์ ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการมาของพวกมัน
“พี่ซิงเยียน แขกที่พี่พูดถึงมาแล้ว”
“จริงเหรอ” ซิงเยียนรีบจัดแจงเสื้อผ้าเดินมาหน้าตึกด้วยความดีใจ หลังจากเห็นตระกูลเฉินเดินมาจากระยะไกลสุดสายตา การถูกทำลายชื่อเสียงและการถูกแย่งลูกค้าทำให้พวกมันโกรธมาก
การมีชาวเมืองนำสมุนไพรมาขายกับตึกยาสวรรค์ ทำให้กำลังการผลิตยาของพวกมันลดน้อยลง แม้อยากจะฆ่าคนของตึกยาสวรรค์ให้ตายก็ไม่สามารถทำได้ หลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวพวกมันก็ไม่สามารถแตะต้องได้ หากตึกยาสวรรค์มีคนตายชาวเมืองจะพุ่งเป้าความเป็นผู้ร้ายมายังพวกมัน
ถึงตระกูลเฉินจะมีอำนาจสามารถกดขี่ชาวเมืองได้ แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะผู้ขายยาในเมืองต้วนอี้ไม่ได้มีเพียงพวกมันเหมือนที่ผ่านมา เดิมทีพวกมันสามารถข่มขู่ใครก็ได้เพราะสุดท้ายทุกคนจำใจต้องซื้อยาจากพวกมัน แต่ตอนนี้มีตึกยาสวรรค์หากทุกคนไม่พอใจพวกเขาก็พร้อมจะเปลี่ยนตำแหน่งซื้อยา จนพวกมันลงมือสังหารตึกยาสวรรค์ไม่ได้เพราะถ้าลงมือสังหารไม่หมด จะเป็นพวกมันที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
“ตึกยาสวรรค์~!”
เสียงร้องข่มขวัญมาพร้อมพลังระดับราชาวิญญาณถาโถมเข้าใส่ทุกๆคนในตึกยาสวรรค์ แต่เสียงร้องเหล่านั้นกลับถูกค่ายกลตึกยาสวรรค์ปรากฎตัวออกมาป้องกันสร้างความตกใจให้กับกลุ่มคนที่ส่งเสียงดัง
ทางฝั่งผู้คนที่อยู่ภายในตึกยาสวรรค์ล้วนตกใจ เพราะการใช้งานค่ายกลกับตึกขนาดใหญ่มีค่ายใช้จ่ายที่สูงมาก ตึกยาสวรรค์กลับเปิดใช้งานค่ายกลเพียงเพราะต้องการป้องกันเสียงข่มขวัญ
“นึกว่าใคร ที่แท้ก็ท่านจ้าวตระกูลเฉินที่อุส่ามาเยี่ยม ข้าต้องขอโทษที่ไม่ได้เตรียมต้อนรับ วันนี้พวกท่านอยากได้ยาอะไรจากพวกข้าอย่างนั้นหรือ ..พวกเราหลอมไว้เป็นจำนวนมากพอต่อจำนวนคนของพวกท่านอย่างแน่นอน ”
ซิงเยียนพูดด้วยท่าทางนอบน้อม ทำให้คนของตระกูลเฉินโกรธอย่างหนัก กับท่าทางเสแสร้งของซิงเยียน พวกมันกลับยังไม่เดินข้ามสะพานเพราะรู้ว่าถ้าข้ามไปจะไม่สามารถอดทนโจมตีตึกยาสวรรค์
“คุณหนู มีข่าวสำคัญ” ซิงเยียนที่กำลังเตรียมปะทะฝีปาก เธอก็ได้รับจดหมายจากคนหาข่าว เธอจึงเปิดดูโดยไม่สนใจตระกูลเฉินที่กำลังร้องโหวกเหวกโวยวายแก้ตัวให้กับพวกมันในทุกๆเรื่องที่เกิดขึ้น ถึงอย่างนั้นชาวบ้านรอบข้างต่างไม่เชื่อ พลางร้องตะโกนสวนกลับผู้นำตระกูลเฉินว่าพยายามแก้ตัว ทำให้ผู้นำตระกูลเฉินโกรธเป็นอย่างมาก กับชาวบ้านที่ไม่ได้เกรงกลัวต่อตัวของมันเหมือนเมื่อก่อน
ตงฟางที่เห็นท่าไม่ดีเขาจึงกระตุ้นให้ชาวบ้านวิ่งหนีก่อนจะถูกพลังระดับราชาวิญญาณกดทับตัว เขาไม่จำเป็นต้องสะกดจิตชาวบ้านแล้ว เพียงการสะกดจิตชาวบ้านให้ร้องตะโกนสวนผู้นำตระกูลเฉินไม่กี่คำ ก็ทำให้เรื่องราวที่ตระกูลเฉินต้องการทำ กระชับมากยิ่งขึ้น
“พี่ซิงเยียน มีข่าวอะไร”
“มันเป็นข่าวที่ตงฟางน่าจะชอบ เอาไปดูเถอะ เดี๋ยวพี่สาวรับมือเอง”
ตงฟางรับจดหมายจากพี่ซิงเยียนแล้วอ่านเนื้อหาข้างใน ด้วยข้อความมากมายทำให้เขาหัวใจเต้นรัวเพราะตอนนี้เมืองต้วนอี้กำลังมีสถานที่เรียกว่าสุสานจักรพรรดิโผล่ออกมา ข้างในล้วนเต็มไปด้วยของล้ำค่ามากมาย แล้วสิ่งที่ทำให้เขาสนใจคือทักษะสืบทอด ที่ผู้คนไม่รู้ว่ามันเป็นทักษะอะไร รู้เพียงแค่ว่าทักษะนี้เป็นทักษะอันน่ากลัวของผู้ที่เคยเป็นจักรพรรดิ การที่ตงฟางสืบทอดทักษะจากนิกายโบราณได้ เขาจึงมีความหวังว่ามันอาจจะสืบทอดให้เขาได้ด้วย
“พี่ซิงเยียน ให้คนหาข้อมูลนี้เพิ่มหน่อย ผมอยากจะไปดู”
“ได้จ้ะ แต่เดี๋ยวขอปะทะกับตาเฒ่าพวกนั้นก่อน” ตงฟางมองไปยังกลุ่มคนที่กำลังชักแม่น้ำทั้ง 5 ไม่รู้ว่าพกคำพูดมากมายมาจากไหน ในสิ่งที่พวกมันพูดออกมามากมาย ตงฟางกลั่นออกมาได้แค่ว่าพวกมันอยากจะท้าสู้กับพวกเขาเท่านั้น
“ผู้นำตระกูลเฉินพูดไม่ถูกต้อง ชาวบ้านเลือกที่จะซื้อขายกับพวกข้าไม่ใช่เพราะพวกข้าให้ราคาที่สูงกว่า ตึกยาสวรรค์ไม่ได้ตัดราคาใคร ของทุกอย่างเราขายในราคานี้ ไม่ว่าจะซื้อที่ต้วนอี้หรือจะเดินทางไปซื้อที่หลงไห่ เม็ดยาเหล่านี้ราคาเท่ากันทั้งหมด เราไม่คิดค่าขนส่ง ที่เราเดินทางมาเปิดตึกยาสวรรค์ก็เพื่อกระจายยาของพวกเราให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย ไม่ถูกเอาเปรียบจากกลุ่มคนที่เพิ่มราคาเม็ดยาจนสูงลิ่ว ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถเข้าถึงได้”
“เจ้ากำลังบอกว่าพวกข้าเอาเปรียบ”
“ข้าแค่อธิบายเท่านั้นผู้นำตระกูลเฉิน ข้าไม่ได้กล่าวหาใคร”
กรอด~!
ผู้นำตระกูลเฉินรู้สึกโกรธ คำพูดของซิงเยียนกำลังบอกว่าพวกมันเอารัดเอาเปรียบ แล้วการยกราคาเม็ดยาที่เมืองหลงไห่มาเปรียบเทียบทำให้ชาวบ้านเข้าข้างตึกยาสวรรค์มากกว่า
“แต่ที่นี่คือเมืองต้วนอี้”
“ท่านกำลังจะพูดอะไรผู้นำตระกูลเฉิน”
“เมืองต้วนอี้คือเมืองแห่งสมุนไพร แม้วัตถุดิบจะหาได้ง่าย การหลอมกลับไม่ได้ง่าย กว่าจะหลอมยาได้แต่ละเม็ดมันยากมากจนเสียสมุนไพรไปมากมาย ด้วยราคาที่เราขายจึงเหมาะสม”
“ยังไงก็ตาม ข้าตึกยาสวรรค์ยังคงยืนยันคำเดิม ว่าพวกเราไม่ได้รังแกหรือตัดราคาใคร สำหรับพวกเราการหลอมเม็ดยาเป็นเรื่องง่ายและไม่เคยเสียสมุนไพรไปจำนวนมากเพื่อจะให้ได้ยา 1 เม็ด เราจึงไม่จำเป็นต้องตั้งราคาสูง”
ตงฟางฉีกยิ้มเล็กน้อย คำพูดของพี่ซิงเยียนตบหน้าพวกมันจนสั่นไปหมดแล้ว การที่ตระกูลเฉินนำเรื่องการหลอมยาขึ้นมาพูดว่าการหลอมยา 1 เม็ดเป็นเรื่องยาก กลับเป็นการฆ่าตัวตายเพราะคนของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าสามารถหลอมยาระดับ 1 - 5 ได้ง่ายๆตามสูตรของตงฟางที่ทิ้งเอาไว้
“พวกท่านคงไม่ได้มาเพียงเพราะต้องการร้องตะโกนบอกพวกข้าเกี่ยวกับราคาเม็ดยาและความยากลำบากในการหลอมยาหรอกใช่หรือไม่” ซิงเยียนยังคงส่งเสียงไปยังผู้นำตระกูลเฉินต่อไป กระทั่งพวกมันทนไม่ได้จึงพูดสิ่งที่ทำให้พวกมันเดินทางมา
“ได้ เอาแบบนั้นก็ได้ วันนี้ข้ามาเพื่อลบทุกคำกล่าวหา ลบทุกคำใส่ร้ายตระกูลเฉิน ข้ายืนยันคำเดิมว่าพวกข้าไม่ได้เป็นอย่างที่ข่าวลือสะพัดออกไป แต่คำพูดของข้าคงไม่สามารถทำให้ทุกคนเชื่อใจได้ ถ้าอย่างนั้น ข้าขอท้าตึกยาสวรรค์หลอมเม็ดยา”
ความเงียบเริ่มปกคลุมคลองน้ำที่มีคนของตึกยาสวรรค์และตระกูลเฉินยืนอยู่ทั้งสองฝั่งของคลอง ชาวบ้านที่ได้ยินเสียงร้องของผู้นำตระกูลเฉินต่างเฝ้ารอคำตอบจากตึกยาสวรรค์ แต่ยังไม่ทันจะได้ตอบผู้นำตระกูลเฉินกลับหัวเราะลั่นจนตงฟางฉีกยิ้มกว้าง
“ฮ่าๆๆ หรือว่าพวกเจ้าไม่กล้ากัน ไหนเจ้าพูดว่าตึกยาสวรรค์หลอมยาได้ง่ายมาก ทำไมไม่ส่งคนของเจ้ามาสู้กับพวกข้าล่ะ เป็นนักหลอมยาก็ต้องสู้ด้วยการหลอมยาหรือว่าตึกยาสวรรค์จะเพียงแค่รับยามาขายเหมือนกัน ฮ่าๆๆๆ”
ชาวบ้านเริ่มกลับมาให้คำสนใจในคำพูดของผู้นำตระกูลเฉิน ทันใดนั้นซิงเยียนก็พูดด้วยน้ำเสียงสบายๆไม่รู้สึกกดดันแต่อย่างใดออกไป
“ข้าแค่กลืนน้ำลายเท่านั้น ท่านก็ตัดสินว่าเรากลัว งั้นเพื่อให้มันสมศักดิ์ศรีท่านว่าเราควรมีของเดิมพันในการสู้กันด้วยวิธีหลอมยาไหม”
“ได้ ข้าก็คิดเหมือนกัน การสู้มันจะต้องมีของเดิมพัน หากพวกเราชนะยาทั้งหมดของพวกเจ้าจะต้องเป็นของพวกข้า เจ้าว่าอย่างไร”
“ไม่” ซิงเยียนตอบอย่างรวดเร็ว จนทำให้ผู้นำตระกูลเฉินกำลังจะหัวเราะเยาะ เนื่องจากคิดว่าซิงเยียนกลัวจะเสียยาไป แต่เมื่อซิงเยียนพูดโดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้นำตระกูลเฉินได้พูดทำให้มันตกใจไม่น้อยกับการพนันที่ซิงเยียนต้องการให้เดิมพัน
“ข้าคิดว่าของแค่นี้มันน้อยไป เอาแบบนี้ไหม หากข้าชนะข้าจะมอบทุกอย่างของตึกยาสวรรค์ให้ท่านและจะไม่มาเปิดขายอะไรที่เมืองต้วนอี้ แต่หากพวกท่านแพ้ของทุกอย่างในตระกูลเฉินจะต้องเป็นของเราเช่นเดียวกัน แล้วพวกท่านจะต้องไม่ขายยาอีกต่อไป”
กรอด~!
ผู้นำตระกูลเฉินโกรธจนกัดฟัน คำพูดของซิงเยียนเหมือนดูถูกมัน ถึงอย่างนั้นมันกลับฉีกยิ้มกว้างรีบรับคำท้าเพราะคิดว่ามันไม่มีทางพ่ายแพ้
“ได้ เราพนันกันแบบนั้นก็ได้”
“เดี๋ยวก่อน” กลุ่มของตระกูลเฉินกำลังจะเดินทางกลับ ซิงเยียนกลับยื้อไว้ เธอมีบางอย่างอยากจะพูดจึงให้ตระกูลเฉินหยุดก่อน
“สิ่งที่เราพูดกันเป็นเพียงแค่ลมปาก เราเดินทางไปยังจวนเจ้าเมืองกันเถอะ การแข่งจะต้องมีคนกลางในการตัดสิน หากเกิดว่าพวกข้าแพ้แล้วไม่ยอมยกยาให้ พวกท่านยอมได้หรือ”
“ฮ่าๆๆ ได้ เราจะแข่งขันกันในอีก 2 เดือนต่อจากนี้ที่กลางสะพานขั้นกลางระหว่างตึกยาของพวกเรา” .
ผู้นำตระกูลเฉินหัวเราะเยาะเล็กน้อยพลางพูดในใจตัวเองด้วยความสะใจ มันรู้สึกว่าตึกยาสวรรค์โง่มากที่ดึงเจ้าเมืองเข้าร่วม หากการต่อสู้เกิดขึ้นตึกยาสวรรค์เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ พวกเขาสามารถพลิกลิ้นกลับคำพูดได้ แต่การดึงเจ้าเมืองเข้าร่วมจนทำให้เกิดเป็นเรื่องใหญ่ ยากจะหลบหนี มันจึงคิดว่าตึกยาสวรรค์โง่เง่า
“ตงฟาง ดูเหมือนว่าวิธีทำให้ชาวบ้านเข้าข้างเราจะทำให้การพูดคุยจบเร็วกว่าที่คิดนะ”
ซิงเยียนพูดด้วยรอยยิ้มแล้วก้าวขาเดินขึ้นรถม้ามุ่งหน้าไปยังจวนเจ้าเมืองต้วนอี้ เพื่อทำสัญญาการประลองหลอมยาด้วยลายลักษณ์อักษร
สำหรับตงฟางวันต่อสู้หลอมยาสำหรับเขาไม่ใช่เพียงแค่สู้ให้ชนะเท่านั้น เขาจำเป็นต้องทำบางอย่างเพื่อให้ชาวเมืองไม่คิดมองย้อนกลับไปยังตระกูลเฉิน ตึกยาสวรรค์จะต้องเป็นหนึ่งในใจของพวกเขาหากคิดเกี่ยวกับเรื่องเม็ดยาและเรื่องสมุนไพร ดังนั้นเขาจึงคิดหาวิธีดึงดูดความสนใจของชาวเมือง และคนจากตระกูลอื่นๆให้เห็นถึงความน่ากลัวในเม็ดยาของพวกเขาเหล่าตึกยาสวรรค์
“พี่ซิงเยียน ได้บอกคนให้ตามหาข้อมูลจักรพรรดิหม่าหรือยังครับ”
“กลับไปค่อยบอก พี่สาวลืม มัวแต่คิดถึงเรื่องจะเดินทางไปจวนเจ้าเมือง”
ตงฟางปล่อยให้รถม้าวิ่งต่อไป ยังไงเขาก็ยังไม่สามารถเดินทางจากเมืองต้วนอี้ไปได้ในตอนนี้เพราะกำหนดสู้กันด้วยการหลอมยาจะจัดขึ้นในอีก 2 เดือน ด้วยระยะเวลาการรอยาวนานขนาดนี้เขาจะต้องหาอะไรทำนั่นคือการสำรวจสุสานจักรพรรดิหม่า แล้วเขาต้องเตรียมรับมือการหลอมยาเอาไว้ด้วย เพราะอีกฝ่ายที่กำหนดระยะเวลายาวนานขนาดนี้ พวกมันจะต้องดึงคนจากเมืองหลวงมาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน