เหนือฟ้า ราชันตลาดหุ้น

    ตอนที่ 42 ล้างแค้น!!


    ผมโกรธไอ้วรเดชมาก ทุกอย่างในชีวิตผมมันพลิกไปหมด พังหมด
    เพราะ..เพราอะไร?!
    ผมโทรหาหลินอีกหลายครั้ง แต่เธอก็ไม่รับสาย ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
    ผมอ่านในอินเทอร์เน็ต พบว่าพรุ่งนี้วรเดชมันจะไปแถลงเปิดตัวผู้บริหารที่สาขาใหญ่ของธนาคารรักเมืองไทย ผมตัดสินใจไปหามัน

    วันต่อมา ผมไปที่สาขาใหญ่ของธนาคารรักเมืองไทย ที่นั่นมีนักขาวเต็มไปหมด บนเวทีแถลงข่าว วรเดชลุกขึ้นไปพูดราวกับนักการเมืองปราศรัย
    ได้ยินวรเดชเอ่ยขึ้น
    “ผมต้องขอขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกคนที่ไว้ใจผม ผมสัญญาว่าจะฟื้นฟูธนาคารทั้งด้านความเชื่อมั่นและผลประกอบการ..”
    ผมเห็นวรเดชแต่ไกลอดรู้สึกโกรธแค้นเหมือนภูเขาไฟปะทุไม่ได้ ความจริงผมมาเพื่อถามมันว่าทำไมต้องทำกับผมแบบนี้ แต่ใบหน้าที่หล่อเหล่าแต่ข้างในอัปลักษณ์ของมันทำให้ผมทนไม่ไหว
    “คนอย่างแกยังจะมีหน้าเสนอตัวฟื้นฟูธนาคารอีก!”
    ผมตะโกนขึ้น ผู้คนซึ่งมาฟังคำแถลงข่าวต่างหันมามองผม นักข่าวรีบถ่ายรูปหันกล้องมาทางผม ทำให้ผมได้ทีตะโกนต่อ
    “แกอยู่เบื้องหลังชอตหุ้นธนาคารรักเมืองไทย ปล่อยข่าวสารพัดจนคนแห่ไปถอนเงิน แกเป็นคนทำราคาหุ้นธนาคารตกเพื่อหวังเข้าซื้อหุ้นเพื่อเทคโอเวอร์กิจการตอนราคาถูกๆ คนอย่างแกมันหน้าเนื้อใจสัตว์”
    ผมโกรธจัด ที่จริงผมอยากแฉเบื้องหลังมันทั้งหมด แต่ถ้าทำแบบนั้นผมซึ่งมีส่วนร่วมก็ต้องโดนข้อหาเพิ่มมากขึ้น
    “แกหลอกใช้ทุกคนเพื่อก้าวไปสู่อำนาจ คนอย่างแกเรียกความเชื่อมั่นจากใครไม่ได้หรอก!”
    วรเดชมีสีหน้าเรียบเฉย คุณธีร์ หลิน คุณฟงซึ่งมาด้วยลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทั้งหมดจ้องมองผมเป็นจุดเดียว คุณธีร์สั่งให้ยามเอาตัวผมออกไป
    ผมตะโกนอีก“แกหักหลังคนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอนที่ธนาคารรักเมืองไทยเพิ่มทุน แกแอบขายหุ้นตัวเองออกมาก่อนตอน 70 บาท ทำให้แกได้กำไร ตอนนั้นคุณธีร์ คุณฟงถามแกว่าจะให้พวกเขาขายหุ้นไหม แกบอกไม่ต้อง
    “พอหุ้น LTB ลงมาแถว 50 บาท ตระกูลอุตสาหพยายามจะดันหุ้นขึ้นเกิน 50 เพื่อให้คนมาเพิ่มทุน แต่แกบอกให้คุณฟง คุณธีร์เทขายหุ้นออกมาตอนนั้นเพื่อกดราคาหุ้นให้ต่ำ 50”
    วรเดชหน้าแปรเปลี่ยนในบัดดล คุณธีร์และคุณฟงหันไปมองวรเดช
    ผมจะแฉมันให้หมด ความชั่วร้ายทั้งหลายของมัน
    “ขณะที่คุณฟง คุณธีร์ขาดทุนเพราะแกใช้เขาเป็นเครื่องมือกดราคาหุ้น แกเองกลับกำไรสบายหวังรอซื้อหุ้นตอนถูกๆ”
    “ทุกคนเป็นเครื่องมือแกหมดวรเดช แกมันไอ้สารเลวเห็นแก่ตัว!” ผมตะโกนแผดเสียงดังลั่น
    เห็นคุณธีร์ คุณฟงหันไปมองวรเดชด้วยสายตาไม่พอใจ เห็นวรเดชสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นปั้นยาก ตอนนั้นยามสี่คนรีบเดินมาจับตัวผม แต่ผมสะบัดตัวอย่างแรงจนพวกยามผงะถอยไป

    “พล็อต” เสียงหลินดังขึ้น ผมเห็นเธอยืนอยู่ข้างๆ พ่อ เธอมองอึ้งมาที่ผม ทำให้ผมคิดได้รีบพูด
    “หลิน เธอก็รู้วรเดชอยู่เบื้องหลังทุบหุ้น LTB”
    หลินมีสีหน้าขาวซีด
    “พล็อต ใจเย็นๆก่อน”
    “บอกนักข่าวสิ..ว่ามันอยู่เบื้องหลังทุบหุ้นธนาคารรักเมืองไทย”
    หลินทำสีหน้าสงสัย
    “พล็อตพูดอะไร?”
    ผมรู้ว่าหลินคงไม่อยากพูดเบื้องหลังของวรเดชเพราะจริงๆ พวกเราก็สกปรกด้วยกันทั้งหมด แต่ผมอดถามสิ่งที่อยากรู้ในใจไม่ได้
    “ทำไมที่ผ่านมาคุณไม่รับสายผม”
    หลินเงียบ จากนั้นก็พูดขึ้น
    “หลินไม่ว่าง”
    “คุณอยากเป็นผู้บริหารธนาคารขนาดนั้นเลยเหรอ พอผมตกต่ำคุณก็ทำเป็นไม่สนใจผม”
    หลินพูดขึ้น “เข้าใจผิดแล้วพล็อต เราไม่ได้เป็นอะไรกัน!”
    คำพูดของหลินเหมือนฟ้าผ่ากลางหัวใจผม มันเย็นชา เหี้ยมโหดและไร้น้ำใจถึงที่สุด
    ผมหัวเราะอย่างคลุ้มคลั่ง มันรู้สึกหมดเรี่ยวแรง เป็นจังหวะเดียวกับยามที่ลากตัวผมออกไปหน้าธนาคาร พวกยามหลายคนขวางที่หน้าประตูไม่ให้ผมเข้าธนาคารอีก
    พวกนักข่าวหลายคนวิ่งมาหาผม สอบถามถ่ายรูปผมไม่หยุด นักข่าวคนหนึ่งถาม
    “มีหลักฐานไหมคะว่าคุณวรเดชเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทุบหุ้นธนาคารรักเมืองไทย”
    “คุณรณรงค์มาที่นี่เพื่อดิสเครดิต (ทำลายความน่าเชื่อถือ) คุณวรเดชเพราะคุณโดนไล่ออกจากงานใช่ไหมครับ”
    “ด้านคดีความของคุณรณรงค์เป็นอย่างไรบ้างครับ?”
    ผมไม่อยากตอบคำถามอะไรอีก จึงได้แต่พูดว่า
    “วรเดชมันอยู่เบื้องหลังทุบหุ้นธนาคาร พวกคุณเป็นนักข่าวลองไปสืบดูสิ”

    ผมรู้สึกเสียใจมาก ได้แต่ขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย พอค่ำๆ ผมไปตัดสินใจไปนั่งดื่มเหล้าในเต้นบาร์ ผับดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
    ผมนั่งอยู่หน้าเคาท์เตอร์บาร์สั่งให้บาร์เทนเดอร์ในผับเอาเหล้ามากิน ผมรู้สึกมึนเมาอยู่บ้าง
    ระหว่างกินเหล้า น้ำตามันก็อดไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ชีวิตผมรุ่งโรจน์อย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่เดือน แต่มันก็ตกวูบเหมือนดาวตกที่อยู่บนท้องฟ้าได้เพียงพริบตา
    ผมระหว่างผมกินเหล้าก็ได้ยินเสียงคนถาม
    “นายมาได้ยังไง?”

    ผมเงยหน้าขึ้นมอง คนที่ถามผมคือผู้หญิงหน้าสวยผมยาว
    อิ๊ง..
    ผมรีบถาม
    “อิ๊งมาได้ยังไง?”
    “มากับเพื่อน”
    “อืม”
    ผมกินเหล้าต่อจนอดอาเจียนออกมาไม่ได้ แต่ผมไม่สนใจหรอก กินให้ตายคาขวดเหล้าเลยยิ่งดี
    ความทุกข์ทำให้ผมอยากทำร้ายตัวเอง…

    “พอเหอะ นายดูไปไม่ไหวแล้ว” อิ๊งบอก
    “ช่างผมเหอะ” ผมบอกปัด พร้อมฝืนดื่มเหล้าต่อ
    อิ๊งเข้ามานั่งข้างๆ ผม อิ๊งพูด
    “ฉันรู้เรื่องนายจากข่าวแล้ว แต่ถึงนายจะลำบากแค่ไหนก็อย่าทำร้ายตัวเองสิ”
    ผมไม่สนใจยกเหล้าดื่มต่อ อิ๊งเอาเหล้าออกจากมือผม
    “นายอย่าเอาแต่โทษตัวเอง มันไม่ใช่ความผิดนาย”
    “อิ๊งหมายความว่ายังไง?”
    อิ๊งตอบ“พวกนักธุรกิจก็มักทำกันแบบนี้ หักหลังกันไปมา”
    ผมพยักหน้าเห็นด้วย เลยอดพูดไม่ได้ “ใช่ ดูอย่างคุณธีร์สิ ตอนแรกอยู่ฝั่งผม จากนั้นก็ไปอยู่กับฝั่งตระกูลอุตสาหะ สุดท้ายตอนโหวตก็กลับมาอยู่ฝั่งผมอีก คนพวกนี้ไว้ใจไม่ได้แม้แต่คนเดียว คนแบบนี้เหรอที่อิ๊งเลือกเป็นแฟน”
    อิ๊งนิ่งเงียบ
    ผมบอกต่อ “เลิกกับมันไปก็ดีแล้ว คนพวกนี้สวะทั้งนั้น”
    ที่จริงผมแค่อยากด่าธีร์เพื่อประชดว่าอิ๊งเลือกคนผิดมาตลอด แต่อิ๊งมีสีหน้าผิดปกติ เธอพึมพำเบาๆ
    “หรือว่า..”
    “อะไร?” ผมถาม
    อิ๊งเงียบไปพักหนึ่งก็บอก
    “วันที่นายไปหาพี่ธีร์ที่บริษัท ฉันทะเลาะกับพี่ธีร์ สุดท้ายพี่ธีร์คาดคั้นฉันว่าฉันกับนายเป็นอะไรกันแน่ ฉันไม่ตอบพี่ธีร์ก็เลยขู่เลิกกับฉัน ตอนนั้นฉันโกรธพี่ธีร์มากที่เขาไม่เคยใส่ใจ เลยทนไม่ไหวบอกว่าฉันกับนายมีอะไรกัน นายดูแลฉันอย่างดีทุกอย่าง!”
    ผมใจหายวาบรู้สึกสร้างเมาไปครึ่งทันที ผมรีบถาม
    “อิ๊งพูดอะไร?”
    อิ๊งตอบ
    “ขอโทษทีนะ ฉันเล่าประชดพี่ธีร์ไปว่านายดีกับฉันมาก ดูแลฉันทุกอย่าง ทำให้พี่ธีร์โกรธจัดเลิกกับฉัน”
    ผมรีบถามเสียงสั่นสะท้าน
    “แต่วันนั้นที่บ้านอิ๊ง อิ๊งบอกผมว่าไม่ได้พูดเรื่องผมกับอิ๊งมีอะไรกัน อิ๊งบอกคุณธีร์เลิกกับอิ๊งเพราะอิ๊งเอาแต่ใจไม่ใช่เหรอ?”
    อิ๊งส่ายหน้า มีน้ำเสียงรู้สึกผิด
    “ฉันโกหก เรื่องแบบนี้ใครจะอยากยอมรับ”

    ผมเริ่มประติดประต่อเรื่องราวเอง แต่ความเมาทำให้ผมมึนงงคิดอะไรไม่ค่อยออกนัก ได้ยินอิ๊งพูด
    “สุดท้ายเรายิ่งทะเลาะแตกหักกัน ยังไงพี่ธีร์ก็บอกเลิกกับฉันอยู่ดี เขาอาจจะแค้นนายมาก..”
    ผมมึนงงไปหมด ผมพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณธีร์ถึงไม่ยอมรับโทรศัพท์ผมในช่วงที่ผ่านมา
    ไม่แน่..ที่คุณธีร์ยอมไปอยู่ฝั่งตระกูลอุตสาหะเพราะโกรธที่ผมมีอะไรกับอิ๊ง
    ไม่แน่..ที่คุณธีร์ยอมกลับมายืนอยู่ฝั่งวรเดชในนาทีสุดท้ายเพราะคุณธีร์ขอให้วรเดชจัดการกับผมเพื่อเปลี่ยนข้าง
    ข้อสันนิฐานนี้เป็นไปได้มากที่สุด ผมไม่เคยมีความแค้นกับวรเดช ไม่เคยทรยศ ผมนึกให้ตายยังไงก็นึกไม่ออกว่าวรเดชทำแบบนี้กับผมทำไม?
    ไอ้ธีร์ มันอาจอยู่เบื้องหลังทั้งหมด!
    “นายเป็นอะไรไป” อิ๊งถามสีหน้าสงสัย
    “ผมจะกลับแล้ว” ผมรู้สึกโกรธไอ้ธีร์มาก อิ๊งเองก็มีส่วนผิดที่พูดเกินจริง แต่ผมเคยข่มขืนอิ๊งซะขนาดนั้น ผมจะโทษว่าอิ๊งก็โทษไม่ลง
    ผมพยายามลุกขึ้นกลับบ้าน แต่แค่ทรงตัวยืนยังไม่ไหว อิ๊งเลยบอก
    “นายขับรถมาหรืออะไร?”
    “ขับรถ”
    “นายขับรถไม่ไหวหรอกเรียกแท็กซี่กลับเหอะ เดี๋ยวเกิดอุบัติเหตุ”
    “ชั่งแม่งให้ตายๆ ไปเหอะ ชีวิตผมไม่เหลืออะไรแล้วนี่”
    ผมไม่สนใจพยายามเดินไปต่อ อิ๊งบอกว่า
    “รอแป๊บนะ”
    อิ๊งวิ่งไปในกลุ่มคน สักพักอิ๊งก็วิ่งกลับมาบอก
    “เอากุญแจรถมา ฉันไปส่งนายเอง”

    อิ๊งขับรถไปส่งผมที่บ้านเพราะผมเมาจนขับรถไม่ไหว ผมอดถามอิ๊งไม่ได้
    “ทำไมถึงดีกับผมนัก”
    อิ๊งบอก
    “เพราะ..เพราะฉันสงสารนาย อีกอย่างฉันไปพูดกับพี่ธีร์ไว้แบบนั้น ฉันอาจเป็นต้นเหตุทำให้นายตกอยู่ในสภาพนี้”
    ผมพยักหน้า อิ๊งถามถามทางไปบ้านผม ซึ่งผมก็ตอบไป ผมอดถามไม่ได้ว่า
    “อิ๊งไม่โกรธผมเรื่องที่ผมทำกับอิ๊งแล้วใช่ไหม?”
    อิ๊งพยักหน้า
    ผมยิ้มและเอามือไปจับไหล่อิ๊ง
    “ขอบคุณนะ”
    อิ๊งส่ายหน้า
    “ช่างเหอะ แต่อย่าหลอกแม่อิ๊งเลยนะ”
    ผมรีบตอบ
    “ผมเห็นคุณหญิงเหมือนลูกค้าคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้คิดอะไรเกินเลย แต่ตอนนี้คุณหญิงโกรธผมแล้ว คงไม่ได้คุยกันอีก”
    อิ๊งพยักหน้า พอนึกขึ้นได้ผมเลยถามอิ๊ง
    “อิ๊งรู้จักคุณธีรโรจน์เพื่อนแม่อิ๊งหรือเปล่า?”
    อิ๊งพยักหน้า
    “คุณลุงธีรโรจน์เหรอ รู้จักสิ ทำไม?”
    “อิ๊งช่วยบอกแม่อิ๊งนัดให้ผมหน่อยได้ไหม?”
    อิ๊งทำสีหน้าสงสัย
    “ทำไม?”
    “ผมมีวิธีจะจัดการวรเดชแล้ว!”

    จบตอนที่ 42 ธีรโรจน์เคยมีความแค้นมาก่อนกับพล็อตและวรเดช เขาจะยอมช่วยเหลือไม่นะ แผนของพล็อตคืออะไร โปรดติดตาม


    คล้ายกับเรื่องเหนือฟ้า ราชันตลาดหุ้น ที่คุณอ่าน