ตุบ!
“นายมานอนบนเตียงเดียวกับฉันได้ยังไง” เรฟหล่นมาเตียงด้วยพลังการถีบของฉัน
“เ้าจะบ้าเหรอ นี่บ้านข้า เตียงก็เตียงข้า แล้วจะให้ข้าไปนอนที่ไหน” เรฟพูดพร้อมกับมเอามือถูที่บั้นท้าย
“แล้ว ทำไมไม่บอกว่า บ้านนาย แล้วก็เตียงนาย ”
“ข้าผิดงั้นรึ ที่ไม่ได้บอกเ้า”
“ใช่ ฉันจะได้ไม่แย่งที่นอนนาย แล้วก็…” ฉันก้มหน้า ที่จริงไม่ได้โกรธอะไรหรอก คนมันอาย
เรฟยิ้มอย่างเ้าเล่ห์เหมือนจะเดาใจฉันได้
“พวกข้าพร้อมแล้ว พวกเ้าพร้อมยัง ” ฟินน์เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับผู้พิทักษ์อื่นๆ
“รอเดี๋ยว ให้เซเลียไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน ” เรฟพูดพร้อมยื่นเสื้อผ้าให้ฉัน
“ว้าว! รสนิยมนายดีนะเนี้ย สวยจัง ” ฉันสำรวจเสื้อผ้าที่ฉันใส่ เป็ชุดที่ดูกระฉับกระเฉง มีเกราะป้องกัน อีกทั้งยังเป็ชุดที่น่าสจะลงเวทบางอย่างไว้ เรฟยิ้มอย่างภูมิใจ
“ข้าร่ายเวท….” เรฟพูดยังไม่จบ
“เอ่อๆ ฉันรู้แล้ว ยังไงนายกับฉันก็มีสิ่งที่ผูกพันกันอยู่แล้ว ไม่ว่าเวทอะไร ฉันก็ไม่เป็ไรอยู่ดี ถ้านายไม่เป็อะไร ฉันก็ไม่เป็อะไร ” ถึงฉันจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ในใจก็รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ เรฟเดินมาลูบหัวฉันเบาๆ ฉันกลั้นน้ำตาไว้
“เอาล่ะ ไปกันเถอะ” ฉันเอ่ย พร้อมรอยยิ้มที่ข่มความเสียใจไว้
พวกเราเดินทางไปยังวิหารที่พบท่านผู้เฒ่าจันทราตอนเข้าหมู่บ้านครั้งแรก พบท่านผู้เฒ่าจันทรากำลังยืนรออยู่ที่แท่นนั้น พร้อมกับทหารเกราะดำอีกเป็สิบคน ยืนอยู่ด้านหลัง พวกผู้พิทักษ์ทั้งห้านั่งเอาเข่าข้างหนึ่งวางลงพื้นและอีกข้างชันขึ้น มือซ้ายไว้มชที่หน้าอก อีกข้างวางข้างลำตัวและก้มหน้าลงเล็กน้อย ฉันแปลกใจมากทำไมผู้พิทักษ์ทั้งห้าถึงเคารพท่านผู้เฒ่าขนาดนี้นะ แต่ทำไมทหารชุดดำถึงไม่ทำบ้าง แต่กลับมายืนอยู่ข้างหลัง เหมือนกับว่าพวกผู้พิทักษ์เคารพพวกทหารชุดดำนั้นด้วยเหมือนกัน
“ท่านผู้เฒ่าจันทราขอรับ พวกข้ามารับภาระกิจ โปรดแจ้งได้เลยขอรับ พวกข้าจะเร่งมือในการทำภาระกิจให้สำเร็จโดยไว เพื่อหมู่บ้านและโลกของพวกข้า ขอรับ” ลูคัสเอ่ย
“ดี ดีมาก ข้าดีใจที่พวกเ้าทั้งห้ามีความจงรักภักดี ” ผู้เฒ่าจันทรายิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นดูเหมือนมีเลศนัยชอบกล ฉันไม่ชอบรอยยิ้มนี้จริงๆ
“ต่อจากนี้พวกเ้าต้องเดินทางไปยังป่าต้นกำเนิดสรรพสิ่งเพื่อปลุกเ้าแห่งชีวิตให้ตื่นขึ้นจากการหลับไหล แสงชีวืตของเ้าแห่งชีวิตจะช่วยให้โลกของเรากลับมาเป็อย่างเดิมอีกครั้ง”
“เ้าแห่งชีวิต ป่าต้นกำเนิด อะไรอีกล่ะเนี้ย” ฉันต้องเจออะไรอี๊กกกก
“เมื่อพวกเ้าเข้าใจแล้ว รีบเดินทางเสียั้แ่ตอนนี้ รับไปเถิด ข้าขออวยพร”
“ขอรับ !” พวกผู้พิทักษ์ทั้งห้าเอ่ยพร้อมกันแล้วยืนขึ้น โค้งคำนับก่อนหันหลังเดินออกไป ฉันได้แต่วิ่งตามพวกเขาพร้อมกับความสงสัย
พวกเราเดินทางออกจากหมู่บ้านมาไม่มีใครพูดอะไรเลย ฉันเดินตามพวกเขาพร้อมกับความสงสัยร้อยแปดพันเก้าแต่ไม่กล้าถาม เพราะสังเกตได้ว่าพวกเขาทั้งห้าเดินย่ำเอาย่ำเอา ไม่พูดอะไรกันเลย ฉันเลยไม่กล้าถามอะไร ได้แต่เอาความสงสัยเก็บไว้กับต้ว
“เ้าสงสัย ทำไมไม่ถาม” เสีบงตามลมเ้าเก่ามาอีกแล้ว ฉันได้แต่ส่ายหน้า
“ตกลงเราจะได้พักที่ไหน? หรือว่าเราต้องเดินทางกลางป่าแบบนี้ตลอด” ฉันอดที่จะทำลายความเงียบที่แสนอึดอัดนี้ ก็เล่นไม่คุยกันเลย ฉันเป็คนช่างเจรจานี่นา ไม่พูดอกอีแป้นจะแตกตาย ไม่ไหวจริงๆ
“เดินไปซักครู่เดี๋ยวก็เจอหมู่บ้าน ค่อยพักกันที่นั้น” ลูคัสเอ่ย
“เยี่ยมเลย จะได้นอนเตียงนุ่มๆ กินข้าวดีๆที่ไม่ใช่งูอะไรนั้น ” ใช่แค่คิดก็ขนลุกขนพองแล้ว ยี้!
“แต่ก่อนอื่นเ้าต้องเปลี่ยนการพูดให้เป็เหมือนพวกข้าก่อน” ฟินน์เดินมาข้างฉัน
“ยังไง เปลี่ยนการพูด” ฉันหันไปมองหน้าฟินน์
“ข้าจะยอกให้ เรียกตัวเ้าว่า ข้า ส่วนท่านให้เรียกคนที่อายุมากกว่าหรือสูกศักดิ์กว่าเ้า แล้วคำว่า เ้า ให้เรียกคนที่เสมอกันหรือน้อยกว่า ไม่ก็ สนิทกัน แล้วก็ เขากับนางให้เรียกคนที่เอ่ยถึง แค่นี้ง่ายๆ เ้าจำได้ใช่ไหม” เฟย์เดินมาขนาบฉัน ฉันได้แต่พยักหน้า เหมือนจะเข้าใจ
“ถ้าแบบนั้น ก็ต้องเรียกตัวเองว่า ข้า ส่วนเธอก็เรียกว่า เ้า นั้นอาเธน ก็เรียกว่าท่าน หรือเขา ”
‘ 5555 ’ เสียงหัวเราะพร้อมกันของฟินน์ และ เฟย์ ทำเอาฉันงง ฉันพูดอะไรผิด
“อาเธนไม่ต้องเรียกว่าท่าน เพราะอาเธนเป็นักเวทอายุเท่ากับพวกข้า และเป็นักเวทฝึกหัด” เสียงนี้บอกฉัน ถึงว่าทำไมพวกเขาสองคนหัวเราะฉัน ก็คนไม่รู้นี่นา ชิ!
“เอาล่ะ เดี๋ยวพวกเราก็ถึงหมู่บ้านแล้ว ระวังตัวให้ดี” ลูคัสบอกและแสดงหน้าเคร่งเครียด ดูเป็กังวล แปลกมากทำไมั้แ่ออกจากหมู่บ้านมา ลูคัสเงียบขรึมมากขึ้น ส่วนฟินน์ที่คอยแหย่ฉันก็เรียบร้อยขึ้น เฟย์ที่เคยกระแนะกระแหนฉันก็เงียบ ส่วนสองคนนั้นไม่ต้องถามเงียบอยู่แล้ว
“หมู่บ้านที่เราไปเป็ยังไงเหรอ” ฉันถามลูคัส
“คำถามนี้คนที่ตอบได้ดีที่สุดน่าขจะเป็เรฟนะ” เฟย์บอกพร้อมเดินไปตบบ่าของเรฟ ฉันมองตามเฟย์ไป
“หมู่บ้านที่เราจะไปกันเป็หมู่บ้านของเรฟเหรอ” ฉันมองหน้าเรฟเพื่อนหาคำตอบ
“ใช่ เป็หมู่บ้านข้าเอง” ั์ตาของเรฟดูเ็ป ฉันควรจะถามต่อดีไหม?
“หมู่บ้านข้า เป็หมู่บ้านแห่งลม ที่ถูกพายุพัดหายไปในคืนเดียวก็จริง แต่พวกนักฆ่าที่เหลือสร้างโรงพักสำหรับนักเดินทางไว้ และเอาไว้ติดต่อด้านการค้า พวกข้าเป็นักฆ่า ไม่มีที่ติดต่อการค้า ไม่มีที่ เปลี่ยนและลงสินค้า ก็จะทำมาหากินไม่ได้ คนที่เป็ตัวกลางต้องเป็คนที่พวกนักฆ่าไว้ใจเท่านั้น” เรฟพูดจบหายไปเหมือนเดิม ฉันคงจะถามอะไรต่อไม่ได้
หมู่บ้าน รายล้อมด้วยสิ่งกีดขวาง มีกลางป่าทึบ ทุ่งหมอกหนาทึบต้นไม้สูงใหญ่บดบังแสงอาทิตย์ทำให้บรรยากาศมืดครึ้มมีเถาวัลย์พันเกี่ยวอยู่ทุกหนแห่งและหมอกที่ลอยฟุ้งมีบ้านลักษณะคล้ายโรงเตี้ยมในหนังจีน สร้างจากวัตถุดิบธรรมชาติ ไม้หรือดินผสมดูเปลือกซ่อนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ มีหอสังเกตการณ์อยู่ด้านหน้าไว้เป็จุดเฝ้าระวังที่มีความสำคัญด้านหลังมีหน้าผา
“โห้! สวยจังเลย ” ฉันตื่นตา ตื่นใจกับสิ่งที่ได้เห็น และเห็นเรฟยืนรออยู่ด้านหน้า
“ เ้าต้องระวังท่าทาง และกิริยาของเ้าด้วย” เรฟเอ่ยก่อนเดินนำเข้าไป วันนี้คงได้นอนที่นี่ ค่อยสบายหน่อยอย่างอื่นค่อยคิด ขอพักและกินให้อิ่มก่อน
เมื่อเดินเข้ามาพบกับคนมากหน้าหลายตาอยู่กันอึกทึกครึกโครม เสียงดังมาก ฉันเองก็ตื่นตาตื่นใจกับภาพที่เห็นตรงหน้านั้น
“ช่วยข้าด้วย เ้าปล่อยข้านะ ข้าไม่ได้ฆ่าใคร” ฉันหันไปตามเสียง เห็นผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่งถูกกระชากลากถูไปกับพื้น ชุดของเธอขาดรุ่งริ่ง ตามตัวมีาแคล้ายถูกตี และถลอกรอยแผลคงมาจากการโดนลากและเฆี่ยนตี ฉันเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ ก่อนที่จะทำอะไรลงไป ก็ดันไปคว้าแก้วน้ำที่อยู่บนโต๊ะเขวี้ยงไปอย่างแรงโดนหัวของผู้ชายวัยกลางคนที่ลากผู้หญิงคนนั้นอยู่ ชายคนนั้นหันมาตามทิศทางที่ฉันยืนอยู่
“ข้าบอกว่าอย่ายุ่งเื่คนอื่น คงช้าไปแล้วสิ เ้านี่มัน!” เสียงตามลมบ่นให้ฉัน ส่วนฉันน่ะเหรอ ยืนชี้ไปยังเรฟพอดี ชายวัยกลางคนพุ่งมาหาเรฟ เรฟหลบขวานชายผู้นั้น พร้อมผลักให้ฉันหลบ
“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ มือมันไปเอง” ฉันเอ่ยในใจตอบเสียงนั้น ภาพตรงหน้าเหมือนเรฟไม่ตอบโต้ ได้แต่หลบขวานที่ปริ้วไปมา พร้อมชายกลางคนนั้น
“นี่ๆทำไม เรฟไม่สู้เขาเลยอ่ะ” ฉันเอียงคอถามอาเธน ที่ยืนดูภาพเรฟกับชายกลางคนนั้น โดยที่เรฟไม่มีทีท่าจะตอบโต้ แค่เพียงเบี่ยงหลบเท่านั้น
“เฮ้อ…คนก่อเื่มาถามข้า แล้วข้าจะตอบเช่นไร” อาเธนถอนหายใจ ก่อนนั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง
“นี่ๆ นายไม่ตอบโต้ เอาแต่หนีแล้วเมื่อไหร่จะจบล่ะ” ฉันถามเรฟโดยไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
“แล้วใครกัน สร้างเื่ให้ข้า ข้าไม่อยากมีเื่” เสียงเรฟเอ่ยตามลมตอบฉัน
“เรฟเ้าเลิกเล่นได้แล้ว” ลูคัสะโบอก ทำให้ชายวัยกลางคนอยู่ชะงัด รวมถึงอาวุธขวานนั้นหยุดและลงไปที่มือของเ้าของ ท่าทางของชายวัยกลางคนหยุดและคุกเข้าเหมือนเคารพเรฟทันที พร้อมกับผู้คนที่อยู่ในโงพักนี้เงียบกริบและคุกเข่าเคารพเรฟเช่นกัน
“ข้าเคารพ ผู้พิทักษ์แห่งลม ท่านเรฟ” ทุกคนพูดพร้อมกันเสียงดัง ฉันงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรฟผายมือออก ไม่พูดอะไร ทุกคนลุกขึ้น เสียงเซ็งแซ่ดังอื้ออึง เหมือนกับมาในสภาวะปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ข้าน้อยไม่รู้ว่าเป็ท่าน ข้าต้องขออภัย” ชายวัยกลางคนพูดขึ้น
“ไม่เป็ไร แค่เื่เข้าใจผิดเล็กน้อย” ชายวัยกลางคนยิ้มให้เรฟ
“ขอรับ ท่าน้านางคนนี้ใช่หรือไม่” ชายวัยคนดึงผู้หญิงที่มัดวัดผลักเข้าไปหาเรฟ
“เปล่า ข้าไม่้า ” เรฟหันมามองหน้าฉัน ฉันหลบสายตานั้น สายตาที่มองฉันอย่างไม่พอใจ
“แล้วท่าน้าอะไรจากข้า” ชายวัยกลางคนมองเรฟอย่างไม่เข้าใจ
“เ้าเข้าไปถามนางก็แล้วกัน นางอาจ้าก็ได้” เรฟหันมาหาฉันทำให้ชายวัยกลางคนหันตามเรฟ ฉันได้แต่ทำหน้าเจื่อ ไม่รู้จะตอบอย่างไร ก็แค่ไม่อยากให้เขาทำร้ายผู้หญิงนี่
“ฉันแค่ไม่อยากให้เ้าทำร้ายเธอ เอ่อไม่ใช่ ทำร้ายนาง” ฉันบอกความจริง
“555 เ้าอย่าคิดว่าข้าทำร้ายนาง นางผู้นี้ฆ่าคนมาแล้วนับไม่ถ้วน ค่าหัวของนางสูงยิ่งกว่าอะไร กว่าข้าจะจับนางได้ เสียลูกน้องไปแล้วเป็สิบ เ้าอย่าให้นางคนนี้หลอกแค่สิ่งที่เ้าเห็นความจริง” ชายวัยกลางอธิบายพร้อมเหยียบหลังกดไม่ให้ผู้หญิงลุกขึ้นได้
“ก็ที่ฉันเห็น ไม่ใช่ ที่ข้าเห็น เ้าทำร้ายนางก่อน ดูสิร่างกายนางมีแต่แผล” ฉันเถียงเพราะฉันเห็นกับที่เขาเล่าไม่ตรงกัน
“ถุ้ย! ” ชายหนุ่มถ่มน้ำลายใส่หญิงสาวที่นอนคว่ำหน้าอยู่พื้น
“เ้า นี่มันจะเกินไปนะ ” ฉันโมโห ก่อนที่จะคุยกันรู้เื่ ฉันก็ไม่รู้ตัวอีกเลย
ภาพหญิงสาววัยรุ่นกำลังนั้นที่เก้าอี้ เลียเืที่มือย้อยลงมาอย่างอร่อย ดวงตาเธอเป็สีแดง มือมีเล็บที่ยาว บนพื้นมีคนนอนตายเืท้วมตัวเต็มไปหมด ค่อยๆหันมาหาฉัน และแยกเขี้ยวอันแหลมคม พุ่งตัวมาหาฉันอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นมีขวานพุ่งมาสะกัดไว้ หญิงสาวหลบขวาบได้ และกำลังหนี ชายวัยกลางคนใชัมัดต่อยไปที่ท้องของหญิงสาว ทำให้หญิงสาวล้มลง ไถลไปกับพื้น
“เซเลีย ” ฉันได้ยินเสียงเรียก ทำให้ฉันหลุดจากภวังค์ ฉันหันไปมองหญิงสาวที่นอนอยู่กับพื้น บรื้ออออ ขนลุก
“ทีนี้เ้ารู้แล้วใช่ไหม” อาเธนเอ่ยก่อนจะหยิบบางอย่างเข้าปาก ฉันพยักหน้าเป็การตอบ
“คราวหน้าเ้าไม่รู้อะไร อย่าไปยุ่ง บางทีสิ่งที่เ้าเห็น อาจไม่ใช่อย่างที่เ้าคิด” เฟย์เอ่ยขึ้นก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม
“คือ…ข้าขอโทษที่ว่าให้ท่าน และเข้าไปยุ่ง ข้าขอโทษจริงๆ” ฉันยกมือไหว้ปลกๆ แสดงความขอโทษจากใจจริง ต่อไปฉันไม่กล้าแล้วแน่ๆ
“ไม่เป็ไร แต่ลักษณะท่าทางของเ้า ไม่เหมือนคนที่นี้” ชายวัยกลางคนเอ่ย และดูฉันั้แ่หัวจรดเท้า ฉันเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยแล้วตอนนี้ เรฟคงััได้
“นางเป็ภรรยาข้า” เรฟเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ ทำเอาผู้พิทักษ์ที่เหลือสำลักอาหารที่กินกันเลยทีเดียว
“เดี๋ยวววว นะ ” ฉันยังไม่ทันผู้อะไร เรฟก้มหน้าลงมาจูบ ใช่จูบ จูบที่หน้าผากฉัน แสดงถึงความรักที่มี ใจฉันเต้นแรงและเร็ว เหมือนใจจะทะลุออกมาเลย ตาบ้า! นี่ ทำอะไรไม่บอกไม่กล่าวอีกแล้ว
“ถ้าเช่นนั้นข้า ขอตัว” ชายวัยกลางคนลากผู้หญิงออกไป ฉันยังอึ้งอยู่
“เ้ามัวอึ้งอะไร รีบมากินได้แล้ว ถ้าไม่กินข้าจะกินหมดแล้วนะ” ฟินน์พูดพร้อมเคี้ยวอาหารในปากของอร่อย ฉันเดินไปนั่งข้างๆเฟย์ ก้มหน้าก้มตากิน แต่ร่างกายดันไม่รักษาหน้าเลย มือสั่นจนหยิบอะไรก็ตกหมด เรฟจึงหยิบให้ฉันฉันรับมา
“เ้าอายเหรอ” เรฟถาม ฉันเงยหน้าไปมอง อยู่ดีๆหน้าก็ร้องผ่าว
“เ้าป่วยรึเปล่า หน้าเ้าแดง” เรฟเอ่ยทัก ฉันเอามือจับที่แก้มจริงอย่างที่เรฟบอก หน้าฉันร้อนมากไม่ใช่แค่หน้านะ ตอนนี้ทั้งตัวร้อนไปหมด
“นางไม่ได้ป่วย นางแค่อาย” เฟย์พูดพร้อมหัวเราะ ฉันได้แต่ก้มหน้าก้มตากินอย่างเงียบๆ
ห้องพักมี ตู้เสื้อผ้า โต๊ะ เก้าอี้ที่ทำด้วยไม้ บันไดต่ำพร้อมคานไม้ที่บางครั้งดูเก่าและประตูทางเข้าเล็กน้อย มีหน้าต่างบานเล็กปิดด้วยม่านผ้า หน้าต่างที่สามารถมองออกไปเห็นวิวธรรมชาติหรือถนนด้านล่าง แสงในห้องเกิดจากตะเกียงน้ำมันหรือเชิงเทียนทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นพื้นปูด้วยพรมเก่ากลิ่นไม้และน้ำมันตะเกียงเจือจางในอากาศ อาจมีกลิ่นหญ้าแห้งหรืออาหารจากครัวที่มีโชยเกิดขึ้เพียงเล็กน้อยจากห้องข้างเคียงหรือเสียงฮือฮาของลูกค้าด้านล่าง
“พวกเราจะพักกันที่นี่ก่อน” ลูคัสเอ่ย
“ข้าจะไปดูลาดเลาก่อน ทหารเกราะดำที่ตามมาน่าจะแฝงตัวอยู่ในกลุ่มนักฆ่าแล้ว” เรฟพูดจบหายไปทันที
“ข้าจะไปสังเกตการณ์ด้านล่าง” ฟินน์พูดจบเดินออกจากห้องไป
“ข้าจะร่ายเวทป้องกันก่อน เผื่อทหารเกราะดำเข้ามาโจมตี ” อาเธนลงมือร่ายเวท ส่วนเฟย์และลูคัสเดินไปที่โต๊ะกลางห้อง ฉันเดินไปหาและนั่งลงข้างๆพวกเขา
“ฉันถามได้ยัง” สิ่งที่อยู่ในใจถ้าไม่ได้ระบายออกมาคงบ้าตายแน่ๆ เฟย์มองหน้าฉัน
“เ้าถามมาข้าจะตอบเ้าเอง ลูคัสเ้าไปทำอย่างอื่นเถอะ ข้าจะดูแลผู้ถูกเลือกเอง ” เฟย์นั่งเช็ดธนูเอ่ย ลูคัสเดินไปที่เตียงเหมือนจะทำบางอย่าง
“งั้นเริ่มเลยล่ะกัน” เฟย์ขมวดคิ้ว
“เ้านี่สมแล้วกับการเป็ผู้ถูกเลือก พูดจาแปลกๆชอบกล”
“ฉัน เฮ้ย! ไม่ใช่ ข้าอยากรู้หลายอย่างเลย เอาเป็ว่าขอถามเป็ข้อๆ เ้าก็ตอบข้าเป็ข้อๆ ” เฟย์ยังเลิกคิ้วใส่ฉัน
“เ้าอยากรู้อะไรก็ถามมา ข้าจะตอบเ้าเป็ข้อๆ อย่างนี้สินะ” ฉันยิ้มให้เฟย์ แล้วพยักหน้า
“ข้อแรก ป่าต้นกำเนิดสรรพสิ่งคืออะไร ข้อสอง เ้าแห่งชีวิตคือใคร ข้อสามทำไมนักฆ่าถึงเคารพนับถือเรฟ แล้วข้สุดท้าย ทั้งสามข้อเกี่ยวอะไรกับข้า” ฉันหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มดับกระหาย แต่น้ำในแก้วนี้หวานมาก เหมือนน้ำหวาน ฮันติดใจดื่มจนหมดแก้ว เฟย์แย่งแก้วน้ำที่ฉันถือไว้มาถือเอง
“ก่อนที่ข้าจะตอบเ้า ข้าเตือนเ้าก่อน ดื่มให้มันน้อยๆ ถึงมันจะหวานแต่เมาได้ ที่เ้าดื่มเรียกว่า น้ำหวานเมามาย เ้าควรฟังข้าก่อนอย่างเพิ่งดื่ม ถ้าเ้าดื่ม พอเ้าเมาก็จำไม่ได้เดี๋ยวต้องมาเล่าให้เ้าฟังใหม่ ข้าี้เี ” ฉันพยักหน้าเป็มาตอบและดึงแก้วที่เฟย์ถือกลับมาวางบนโต๊ะ เช่นเดิม
“ข้อแรก ป่าต้นกำเนิดสรรพสิ่ง เป็ความเชื่อของผู้คนว่าทุกสิ่งบนโลกนี้เกิดขึ้นพร้อมกับป่า ป่าคงอยู่ คนคงอยู่ ข้อสองเ้าแห่งชีวิตคือผู้ที่ปกป้องป่าสรรพสิ่ง ท่านเป็ผู้ให้กำเนิดของแสงทั้งหมด เ้าคงจำได้ว่าพวกคนในมิตินี้ต้องมีแสงเป็ส่วนหนึ่งในชีวิต ดังนั้นขาดสิ่งใดสิ่างหนึ่งไปไม่ได้ ตอนนี้เ้าแห่งชีวิตถูกความมืดครอบงำทำให้หลับไหล ป่าแห่งชีวิตก็เฉาตายไปทีล่ะน้อยทุกหมู่บ้านจึงถูกภัยพิบัติอย่างที่เ้ารู้ ส่วนข้อสามข้ายังไม่บอกเ้า ข้าขอข้ามไปข้อสี่ก่อน เ้าเป็ผู้ถูกเลือกให้มาช่วยปลุกเ้าแห่งชีวิตอีกครั้งเพื่อให้โลกนี้ มิตินี้สมบูรณ์อีกครั้ง แต่เ้าต้องระวังถ้าผู้อื่นรู้ว่าผู้ถูกเลือกเป็เ้า เ้าก็จะถูกตามล่า ตามฆ่า เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าเ้ามาช่วย พวกเขาแค่รู้ว่าเ้านำภัยพิบัติมาให้หมู่บ้านพวกเขา เพราะท่านผู้เฒ่าจันทราทำนาย เมื่อเ้ามาทุกหมู่บ้านก็หายไปพริบตา ส่วนข้อที่สาม ไม่ว่าเรฟ ลูคัส ฟินน์ อาเธน แล้วก็ข้า เป็ผู้พิทักษ์ ทุกคนที่รู้ก็จะทำความเคารพ เพราะถือว่าเป็ผู้ช่วยให้ทุกคนในโลกนี้อยู่รอดได้ เป็ความเชื่อของพวกเขา เอาล่ะ เ้าเข้าใจไหม” เฟย์หยุดเช็ดธนู และลูกศร มองหน้าฉัน
“อย่างนั้น พวกเ้ารู้ไหมว่าฉัน เอ่ย! ข้าต้องทำยังไง”
“ข้าก็ไม่รู้ ท่านผู้เฒ่าบอกว่า เมื่อถึงป่าสรรพสิ่ง เ้าจะรู้เองว่าเ้าต้องทำอย่างไร พวกข้าแค่รู้ว่าต้องปกป้องเ้าให้ถึงป่าสรรพสิ่งเท่านั้น” เฟย์พูดจบ เดินไปเก็บธนูไว้ริมหน้าต่างบานที่เห็นถนนได้ชัดเจน
“พวกเขากลับมากันแล้ว” เฟย์พูดขึ้นพร้อมกับการปรากฎตัวของสามผู้พิทักษ์
“ก่อนที่จะทำอะไร ข้าขอพาผู้ถูกเลือกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนนะ” เฟย์เดินมาดึงมือฉันและรับชุดเสื้อผ้าชุดหนึ่งจากเรฟ
“ข้าว่านะ ท่านผู้เฒ่าจันทราต้องมีแผนบางอย่างแน่” ฟินน์เอ่ย
“ข้าก็เชื่อเช่นนั้น จากที่ข้าร่ายอาคมป้องกัน เหมือนจะกระทบกับอายเงามืด มันน่าจะมาจากตัวของเอเมน” อาเธนแสดงความคิดเห็น
“ข้าสำรวจเส้นทางจากหมู่บ้านนี้ ไปอีกสิบกิโล มีร่องรอยของทหารเกราะดำ พวกเขาน่าวางกำลังไว้รอพวกเรา” เรฟพูด
“อย่างนั้นพวกเราต้องวางแผนรับมือ” ลูคัสเอ่ย
“ข้าไม่รู้ว่า ทำไมพวกทหารชุดดำต้องติดตามพวกเรา” ฟินน์เอ่ยด้วยความสงสัย
“ ท่านผู้เฒ่าจันทรา้าอะไร ” ลูคัสพูดด้วยในหน้าขบคิด
“แล้วพวกเ้ารู้หรือเปล่าล่ะ ว่าท่านผู้เฒ่าจันทรา้าอะไร” ชายหนุ่มชุดดำปรากฎตัวขึ้นตรงกลางระหว่างพวกเขาพอดี แปลกที่อาเธนร่ายเวทป้องกันแต่ผู้ชายคนนี้กลับเข้ามาอย่างง่ายดายและเงียบเชียบไม่มีใครในกลุ่มรู้มาก่อน ชายหนุ่มชุดดำคลุมผ้าใส่หน้ากากรูปัสีเงิน ทั้งสามคนใและตั้งรับแขกผู้ที่ไม่ได้รับเชิญ ก่อนที่จะร่วมมือกับพุ่งเข้ามาหวังจะทำร้ายผู้มาเยือน
“พวกเ้าไม่ต้องใขนาดนั้นก็ได้ ข้าแค่มาเตือนให้พวกเ้าระวังตาแก่นั้นดีกว่า บางทีความสงสัยของพวกเ้าอาจเป็สัญชาตญานที่ดีก็ได้ ” เรฟพุ่งเข้าหาแขกไม่ได้รับเชิญนั้นด้วยดาบคู่ ชายหนุ่มหลบได้อย่างค่อยแคล่ว ฟินน์เขวี้ยงขวานคู่ใส่ ชายหนุ่มก็หลบได้เช่นกัน ลูค้สตวัดดาบเข้าหาอีกคน แต่ชายหนุ่มหลบได้ ไม่พบกับเตะสวนกลับทำให้ดาบในมือลูคัสหล่นกับพื้น อาเธนร่ายเวทโจมตีใส่ชายหนุ่ม ชายหนุ่มไม่หลบพร้อมกับยืนรับเวทนั้นอย่างจงใจ ทำให้เวทนั้นสะท้อนกลับใส่อาเธนจนกระอักเืและล้มลง
“เดี๋ยวๆๆ พวกเ้าหยุดเดี่ยวนี้ เก็บแรงไว้สู้กับศัตรูที่แท้จริงดีกว่า มาสู้กับข้า” เรฟไม่ฟังยังปล่อยมืดเล็กใส่ชายหนุ่ม แต่เผอิญเซเรียเปิดประตูเข้ามาพอดี มิดบินเล็กนั้นพุ่งเข้าหาเซเรียทันที แต่ชายหนุ่มดึงแขนของเซเรียเข้ามากอดและหลบมีดบินของเรฟไว้ทำให้เขาถูกมีดบินเฉี่ยวเป็แผลเืไหล
“เกิดอะไรขึ้น” ฉันเอ่ยถามแต่อยู่ในอ้อมกอดชายหนุ่มปริศนา เฟย์ยิงธนูใส่ชายหนุ่ม ชายหนุ่มจับลูกธนูได้อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มก้มหน้ามาหาฉัน จากสายตา ฉันรู้สึกคุ้นอย่างมาก
“ปล่อยเซเรียนะ” เรฟะโ เสียงของเรฟไม่พอใจอย่างมาก ชายหนุ่มก้มลงหน้าเกือบชิดหน้าฉัน เรฟพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมดาบคู่ที่ตวัดใส่ชายหนุ่มหวังเอาชีวิต ชายหนุ่มหลบทันและปล่อยฉันออกจากอ้อมแขน เรฟคว้าฉันไว้ ตอนนี้ฉันกับอยู่ในอ้อมกอดเรฟแทน
“เ้าไม่เป็ไรนะ” สีหน้าท่าทางของเรฟเป็ห่วงฉันจริง ฉันััได้ขากร่างกายของเขาที่สั่นสะท้าน ฉันจับใบหน้าของเขา
“ฉันไม่เป็ไร ใจเย็นๆนะเรฟ ฉันไม่เป็ไรจริงๆ” ฉันยิ้มให้เรฟ
“555 ดูท่าทางพวกเ้า ไม่ธรรมดาเลยนะ เ้ากล้าผูกเวทวิญญานกับผู้ถูกเลือก ซ้ำยังไม่สะท้อนกลับ แปลว่าพวกเ้าสองคน….” ชายหนุ่มไม่ทันพูดจบ ลูคัสโผเข้ามาพร้อมดาบยาวฟันไปที่ชายหนุ่ม แต่ผลก็เหมือนเคย ไม่ว่าพวกผู้พิทักษ์จะรวมตัวต่อสู้อย่างไร ก็ไม่สามารถถูกตัวของชายหนุ่มนั้นได้เลย แต่ที่แปลกคือชายหนุ่มไม่โต้กลับเลย ผู้พิทักษ์เองกลับเหนื่อยหอบและาเ็เพราะตัวพวกเขาเองที่พลาดเอง
“พอได้แล้ว ” ฉันพูดขึ้นเพราะห้องพังไม่มีชิ้นดี
“ฉันบอกให้พอได้แล้วไง” ฉันะโขึ้น ทำให้ผู้พิทักษ์หยุดลง
“ อืม….ก็เชื่อฟังดีนี่ สมแล้วเป็ผู้ถูกเลือก” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่าเดินเข้ามาหาฉัน และก้มลงมองฉันเพิ่งสังเกต ชายคนนี้สูงสักร้อยแปดสิบได้ รูปร่างผอม ถึงหน้าจะปิดด้วยหน้ากาก แต่มีดวงตาที่คุ้นเคยยิ่ง โดยเฉพาะกลิ่นกายเขามันช่างคุ้นเคยจริงๆ
“เ้าหยุดตรงนั้นอย่าเข้าใกล้ เซเรีย!” สิ้นเสียงเรฟ ฉันก็หายแวบมาโผล่ข้างเรฟทันที เรฟจับมือฉันแน่น มาแบบงงมาได้ไงก๊อน
“555 พวกเ้าน่าสนใจดี ข้าแค่มาส่งข่าวให้พวกเ้าระวังตาแก่นั้น และปกป้องสาวน้อยผู้ถูกเลือกให้ดี อย่าให้เป็อะไรแม้แต่ปลายเส้นผม ส่วนทหารเกราะดำเ่าั้ ข้าจะจัดการเอง พวกเ้าไม่ต้องกังวล ข้าไปล่ะ” พูดเสร็จ ชายหนุ่มโปกมือแปบเดียวทั้งห้องกลับเป็เหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วหายไปกับตา ผู้พิทักษ์ถึงกับล้มลงนอนแผ่หรากันเลยทีเดียว ดูเหนื่อยมาก
“ไหวไหมทุกคน เดี่ยวฉันไปเอาน้ำมาให้ดื่มก่อนนะ” ฉันรีบลงไปข้างล่างห้องพักเพื่อขอน้ำดื่มให้กับเพื่อนๆผู้พิทักษ์ แต่เมื่อลงไปกลับไม่พบใครทุกอย่างว่างเปล่า เอาแล้วไง เกิดอะไรขึ้นอีก ฉันค่อยๆเดินลงบันไดทีละก้าวอย่างช้าๆ มองซ้ายที ขวาที เกิดอะไรขึ้น
“เ้าเป็อะไรไหม?” เสียงที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
“ไม่เป็อะไร ฉัน ไม่ใช่สิ ข้ากำลังไปเอาน้ำให้พวกเ้า” ฉันเอ่ยตอบเสียงนั้น
“งั้นรีบไปรีบมา ข้าจะรอเ้า” เสียงนั้นตอบก่อนเงียบไป เ้าของเสียงคงเหนื่อยจริงๆ ฉันรีบเดินไปที่เค้าเตอร์ ตอนที่ฉันเดินลงมาไม่พบใคร แต่พอเรฟทักกลับมีคนจำนวนมากอยู่ ฉันเก็บความแปลกใจไว้ ตอนนี้ฉันต้องรีบนำน้ำขึ้นไปให้พวกเขา
“เอ่อ..ข้า้าน้ำดื่ม เอาน้ำที่ทำให้หายเหนื่อยนะ ” ฉันบอกคนที่อยู่ในเค้าเตอร์ เขายิ้มอย่างมีเลศนัย แล้วหยิบกระบอกน้ำที่ทำจากไม้ให้
“นายหญิง ท่านเรฟรีบมีลูกกับท่านรึ” ฉันอึ้งกับคำถาม ฉันรับมาก่อนที่วิ่งขึ้นมาที่ห้องพร้อมยื่นน้ำให้กับลูคัส และไปยืนที่หน้าตาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ภายในใจเต้นแรงแทบจะะเิออกมาเลยทีเดียว
“เ้าเป็อะไรไป?” เรฟถามและเดินเข้ามา
“หยุดอยู่ตรงนั้นไม่ต้องเข้ามา ข้า….อยาก…อยู่คนเดียว ”
“เ้าไม่เป็อะไรแน่นะ ” ยังไม่หยุดที่เดินเข้ามาหา
“ก็บอกว่าอย่าเข้ามา ข้าแค่อยากรับลมเย็นๆซักแปบ” ฉันพูดมองไปนอกหน้าต่างไม่สบตาเรฟ เพราะคำพูดนั้นทีเดียว อยากจะหนีจริงๆ
“ปล่อยนางไว้อย่างนั้น อย่าไปกวนใจนางเลย" ลูค้สเอ่ย
“สรุปแล้วพวกเราควรทำอย่างไงดี ชายสวมหน้ากากเจตนาอย่างไรกันแน่นะ” ฟินน์พูด
“เวทของข้า พลังของพวกเราไม่สามารถทำอะไรไม่ได้เลย” อาเธนเอ่ย
“แต่ชายผู้นั้นไม่มีใครสามารถสู้ได้ แต่เขาก็ไม่ทำร้ายเราเลยนะ” เฟย์แสดงความคิดเห็นบ้าง
“เขาเก่งจริง ขนาดสิบรุมหนึ่งก็ไม่เห็นเป็ไร อีกทั้งาแก็หายเองได้ การสู้ก็คล่องแคล่ว ใช้เวทก็เป็ เขาเก่งจริงๆ” ฉันพูดบ้างเพราะกำลังเห็นเหตุการณ์ที่อยูา่ตรงหน้า ที่ทหารเกราะดำกำลังรุมทำร้ายชายที่ผู้พิทักษ์พูดถึง แต่เขากลับไม่สะทกสะท้าน หรือยี่หระ กับทหารเกราะดำ แต่ทหารเกราะดำกลับล้มตายทีละคน
“เ้าพูดแบบนั้หมายความว่าอย่างไร” ลูคัสถาม ฉันยืนชี้ให้พวกผู้พิทักษ์มาดู ทั้งห้าคนมายืนดูที่หน้าต่างภาพที่เห็นกลับเป็ยชายชุดดำที่สวมหน้ากากยืนอยู่ท่ามกลางกองศพของทหารเกราะดำ และยืนประชัดหน้ากับเอเมน มือขวาของผู้เฒ่าแสงจันทร์ เหมือนทั้งสองคุยกัน เอเมนหายไปกับตา ชายชุดดำสวมหน้ากากั มองขึ้นมาที่พวกเราอยู่พอดี ที่ฉันเห็นดวงตาของเขาเป็สีแดงกล่ำ แล้วเขาก็หายไป
“ก่อนหน้านี้เขาบอกว่าให้พวกเราปกป้องเซเรีย และให้ระวังท่านผู้เฒ่าจันทรา ส่วนเื่ทหารเกราะดำ เขาจะกำจัดเอง ” เฟย์เอ่ยด้วยหน้าตาครุ่นคิด
“เขาทำตามที่พูดจริง” ลูคัสกล่าวสมทบ
“อย่างนั้นก็ดีเลย เราไม่ต้องระวังพวกทหารเกราะดำแล้ว เดินทางง่ายหน่อย” ฟินน์บอกอย่างดีใจ
“เขาเป็ศัตรูหรือมิตรนะ” ฉันแสดงความคิดเห็นบ้าง
“อีกไม่นานเราก็จะรู้เอง” เรฟพูด
“ยังไงพวกเราต้องระวังตัว และปกป้องเซเรียให้ดีก็พอ นี่คือหน้าที่ของพวกเรา” อาเธนย้ำ จุดประสงค์ที่แท้จริงของผู้พิทักษ์ทั้งห้า แต่ทำไมฉันรู้สึกคุ้นเคยกับชายคนนั้นนะ
“เอาล่ะ พักผ่อนเอาแรงก่อน พรุ่งนี้ต้องเดินทางอีกยาวไกล” ลูคัสบอกทำให้ทุกคนแยกย้ายไปหาที่นอน ฉันะโขึ้นเตียงเป็คนแรก พร้อมกับตบที่นอนด้านข้างเบาๆ
“เฟย์มานอนด้วยกันสิ เตียงกว้างนอนได้สองคนน่ะ” ฉันยิ้มให้เฟย์
“เ้านอนกับสามีเ้าเถอะ ข้าจะไปนอนข้างหน้าต่าง” เฟย์เดินไปที่หน้าต่างที่ยืนดูเมื่อกี้แล้วนั่งพิงขอบหน้าต่างไว้
“ม่ายย ไม่ต้องเลย เตียงกว้างขนาดนี้นอนคนเดียวดีกว่า” พูดเสร็จฉันรีบเอาผ้าห่มคลุมแล้วแกล้งหลับ
“หึ หึ ” เสียงหัวเราะในลำคอไม่ใช่ใคร ฉันเดาได้ เรฟแน่ๆ
………………………………………………………………………………………………………………………………..
หมู่บ้านแห่งแสง
‘อ๊ากกกกก’ เืทะลักออกจากปากชายหนุ่มนามว่าเอเมน ชายชราร่ายเวทใส่อย่างบ้าคลั่ง เพื่อระบายอารมณ์ที่โกรธแค้น ไม่ได้ดังใจ
‘อ๊ากกกก’ เืทะลักแล้วทะลักอีกจนชายหนุ่มแทบจะหมดลมหายใจ
“พอเถอะตาเฒ่า เ้าฆ่ามันไปก็ไม่เกิดประโยชน์ อย่างน้อยให้มันแก้ตัวในสิ่งที่ทำพลาดไปแล้วดีกว่า” เสียงชายปริศนาดังขึ้น ชายชราปล่อยร่างชายหนุ่มลงกับพื้น ชายหนุ่มพยายามพยุงตัวขึ้น
“ข้าขอคุณที่ท่านผู้เฒ่าจันทราไว้ชีวิต ขะ..ข้าจะไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดอีก ครั้งนี้ข้าขอเอาชีวิตเป็ประกัน” ชายหนุ่มเอ่ยเพื่อขอความเห็นใจ
“เ้าจะทำเช่นใดได้ เ้าสู้เขาไม่ได้ แล้วเ้าจะเอาชีวิตไปเสี่ยงทำไม” ชายชรานามผู็เฒ่าจันทราเอ่ย
“ข้าจะพยายามฆ่าเขาให้ได้ ข้าจะไม่ทำพลาดอีก ข้าขอแก้ตัวอีกครั้ง” เอเมนยังคงยืนกราน
“เฮ้ออออ เ้าไปพักรักษาตัวก่อนเถิด ” ผู้เฒ่าจันทราปัดมือเบาๆ เอเมนหายไปกลับตา
“ในที่สุดก็ปรากฎตัวจนได้ ข้าต้องรีบแล้ว ชักช้ากว่านี้จะไม่ทันการ” ผู้เฒ่าจันทราคิด
“เ้าต้องพี่งข้าแล้ว ตาเฒ่าจันทรา 5555” เสียงชายปริศนาเอ่ย ก่อนที่จะมีเงามืดคลุมร่างเฒ่าจันทราไว้ทำให้เฒ่าจันทรามีดวงตาสีดำสนิท และยิ้มออกมาอย่างเ้าเล่ห์
……………………………………………………………………………………………………………………………….