ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 94 เจ้าหนูคนนี้ข้าชอบมาก

           “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นก็จัดการไปพร้อมกันเลยแล้วกันพวกเจ้าสองคนช่วงที่กำลังรุ่งเรืองอาจจะเป็นคู่หูจอมพลังที่น่ากลัวทว่าตอนนี้พวกเจ้าอยู่บั้นปลายชีวิตกันแล้ว อ่อนมากสำหรับข้า”

           ฉินซีผิงที่สวมชุดยาวสีเทาชายชุดของเขาพลิ้วตามลมคลื่นพลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวโถมซัดออกมาดั่งคลื่นทำให้ลานในบ้านและนอกบ้านของบ้านสกุลเยี่ยเกิดรอยแตกร้าวเป็นรอยใหญ่

           “ครืนๆ!”

           ทันใดนั้น แขนสองข้างของฉินซีผิงก็สั่น รอบมือสองข้างของเขามีอักษรยันต์หุ้มเขาใช้พลังหมัดสองข้างก่อให้เกิดลำแสงจางๆ ส่งพลังออกไปราวกับระเบิดพุ่งฉิวพลังนี้กระทบใส่ร่างเงาของอสูรหมีสะเก็ดน้ำแข็งและเสือดาวสายฟ้าจนร่างเงาสองตัวนี้แตกสลายในฉับพลัน

           ในเวลาอันสั้นฉินซีผิงก็พุ่งเข้าไปปรากฏกายต่อหน้าเยี่ยกวังและไป๋เหว่ยสองคนนี้พลังหมัดสองข้างของเขาถูกปล่อยไปอีกครั้งทันใดนั้นก็เกิดเสียงสะเทือนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วสองครั้ง

           “ปึง ปึง!”

           พลังงานอันมหาศาลโถมกระหน่ำออกไป กลายเป็นคลื่นพลังที่มีอานุภาพน่าสยดสยองสาดพัดไปทั่วท้องฟ้า

           “ซูมๆ!”

           เมื่อได้เห็นพลังที่อานุภาพร้ายแรงขนาดนี้ทุกคนที่นี่ก็ตกอยู่ในความหวาดกลัว

           “ปึง ปึง……”

           ทุกสายตาที่จับจ้องเห็นภาพยอดฝีมือเยี่ยกวังและไป๋เหว่ยสองคนนี้ตกลงจากฟ้าพุ่งดิ่งสู่พสุธาร่างของพวกเขากระแทกสู่พื้นอย่างรุนแรง

           “ไม่รู้จักสำเหนียกตัวเอง ข้ามีประสบการณ์และพละกำลังมากกว่าเห็นๆข้าอุตส่าห์ทนรอมาห้าสิบปี สิ่งที่อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าทิ้งไว้ต้องเป็นของข้าวันนี้ข้าเป็นคนที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ชนะเหนือใครๆ ” ฉินซีผิงลอยสง่าอยู่กลางอากาศเขาหัวเราะเสียงดังสนั่นไปทั่วเมืองสือเฉิง

           พลเมืองสือเฉิงกว่าสิบล้านคนแหงนหน้ามองบนท้องฟ้าคลื่นพลังมหาศาลนั้นพัดทั่วเมืองสือเฉิงจนบ้านและถนนหนทางเขย่าอย่างแรง

           บนลานที่เป็นสนามสงครามครั้งนี้เงียบสงัดกลิ่นคาวของโลหิตยังคงคลุ้งอยู่ในอากาศสายตาของทุกคนตรงนั้นเคร่งเครียดยกเว้นคนของบ้านสกุลฉิน

           ทุกคนแหงนมองฉินซีผิงที่ลอยในห้วงนภาทุกคนรู้ดีว่า ขณะนี้ไม่มีใครสามารถต่อกรคนคนนี้ได้อีกแล้ว

           ทุกบ้านสกุลต่อสู้แย่งชิงกันจนบาดเจ็บสาหัสกันทุกฝ่ายสถานการณ์การต่อสู้มีพลิกแพลงบ้าง ทว่าขณะนี้เหมือนจะรู้ผลลัพธ์ชัดเจนแล้ว

           “ทำไมถึงเป็นเช่นนี้!”

           อั้นชิงซง อั้นหลงและคนอื่นๆร่างเปรอะเปื้อนโชกด้วยโลหิต ต่างมีแววตาเศร้าหมอง ตอนแรกพวกเขาคิดว่าบ้านสกุลอั้นเตรียมตัวมาไว้อย่างดีแล้วและมั่นใจว่าจะสามารถคว้าสิ่งที่อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าทิ้งไว้ให้กับบ้านสกุลเยี่ยมาไว้ในครอบครองได้

           ใครจะคิดว่าวันนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆนานามากมายเช่นนี้ ทุกอย่างอยู่นอกเหนือการควบคุมของบ้านสกุลอั้นมีแต่สิ่งที่คาดไม่ถึงเต็มไปหมด พวกเขาจึงรู้สึกสิ้นหวัง

           พวกเขาต่างคาดการณ์สถานการณ์ของแต่ละบ้านสกุลใหญ่ทว่าคิดไม่ถึงว่าบ้านสกุลอั้นจะถูกข้ามหน้าข้ามตาไปเช่นนี้ผลประโยชน์ตอนสุดท้ายคงตกไม่ถึงบ้านสกุลอั้นแล้ว

           “สิ่งที่อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าทิ้งไว้ให้ เจ้าไม่มีทางได้ไปหรอกเพราะเจ้าไม่มีคุณสมบัตินั้น!”

           ทุกคนหันไปมองตามต้นเสียงก็เห็นอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเหาะอยู่กลางอากาศอีกครั้งพร้อมกับมีเด็กหนุ่มชุดม่วงยืนอยู่เขาพูดด้วยน้ำเสียงปกติทว่ามีความหนักแน่น

           “นั่นมันตู้เซ่าฝู่แห่งบ้านสกุลตู้นี่หรือว่าเขายังคิดจะต่อต้านยอดฝีมือของบ้านสกุลฉินคนนั้นอีกหรือ!”

           ทุกคนในเมืองแหงนหน้าขึ้นไปมองเด็กหนุ่มชุดม่วงที่ยืนอยู่บนหลังของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่บินอยู่บนฟ้าไกลๆ

           “เจ้าหนู เจ้าทำให้ข้าประหลาดใจได้ไม่มีที่สิ้นสุดเลยจริงๆหรือเจ้าคิดว่าเจ้าจะสามารถขัดขวางข้าได้หรือ หรือว่าเจ้าคิดว่าจะแย่งชิงสิ่งที่ทิ้งไว้ของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้ากับข้าได้งั้นหรือ?” ฉินซีผิงหัวเราะ ทว่าใบหน้ายิ้มด้วยสีหน้าดูถูกและเยาะเย้ย

           “เจ้าไม่มีคุณสมบัตินั้น ข้าเองก็ไม่มีคุณสมบัตินั้น”

           ตู้เซ่าฝู่มองไปที่ฉินซีผิง ส่ายหน้าจ้องกลับไปด้วยสีหน้าราบเรียบ กล่าวว่า “คนของเมืองสือเฉิงทุกคนไม่มีใครมีคุณสมบัตินี้ท่านอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าช่วยปกปักรักษาเมืองสือเฉิงมาหลายร้อยปีในหลายร้อยปีมานี้ เมืองสือเฉิงจึงไม่เคยถูกอสูรปีศาจตัวไหนจากเทือกเขาอสุรกายบุกรุกเข้ามาและคนจากภายนอกก็ไม่มีใครกล้ามารังแกเมืองสือเฉิงของพวกเรา

           หลายร้อยปีมานี้เมืองสือเฉิงสามารถอยู่ได้อย่างสงบสุขประชาชนเมืองสือเฉิงจึงสามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีก็เพราะท่าน วันนี้ท่านอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าจะลาจากพวกเราไปแล้วพวกเจ้ายังคิดฉวยชิงสมบัติในร่างของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าอีกช่างเลวทรามไร้จิตใจเหลือเกิน!”

           เสียงราบเรียบดังออกมาอย่างชัดเจน กังวานก้องฟ้าไปทั่ว“เป็นคนเมืองสือเฉิง ใครก็ไม่มีคุณสมบัติมาฉวยชิงร่างของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าไป!”

           “อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าใช่อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าที่คุ้มครองเมืองสือเฉิงตนนั้นหรือไม่?”

           “ที่แท้วันนี้มีคนคิดจะแย่งชิงกระดูกหายากกับโลหิตสกัดของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้า!”

           “……”

           คำพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบประโยคนี้ก้องเข้าหูของทุกคนในลานกว้างทุกคนต่างสีหน้าเปลี่ยนสะดุ้งตะลึง นัยน์ตาสั่นไหว

           “ช่างเลวทรามเหลือเกิน!”

           ตู้เจิ้นอู่ ตู้จื้อสยง ไป๋ซวี่หรูและคนอื่นๆมองหน้ากัน ต่างเหงื่อออก สีหน้าเจื่อนๆ กัน

           “จ้าวสายฟ้าคุ้มครองเมืองสือเฉิงมาหลายร้อยปีบ้านสกุลเยี่ยของข้าไม่ยอมให้ใครมาฉกฉวยประโยชน์จากกระดูกหายากและโลหิตสกัดของท่านเจ้าสายฟ้าหรอกคนของบ้านสกุลเยี่ยของข้าเองก็ห้าม ห้ามให้ศพของจ้าวสายฟ้าเป็นศพที่ไม่สมบูรณ์ต่อให้ตายก็ต้องปกป้องจ้าวสายฟ้าไว้!”

           เยี่ยเป่าหลินกล่าวด้วยสีหน้าท่าทางที่องอาจมุมปากของเขามีรอยโลหิตเป็นเส้น เขาแหงนหน้ามองท้องฟ้า โมโหจนดวงตาแดงก่ำ

           ตู้เซ่าฝู่จ้องตาฉินซีผิงด้วยสีหน้าที่ตั้งมั่นและองอาจแววตาดุดันและคมคายมีจิตอาฆาตที่ไร้รูปร่างแผ่ซ่านออกมารัศมีพลังนี้ทำให้อากาศบริเวณรอบๆ ราวกับถูกกดไว้เคลื่อนไหวไม่ได้

           “ทุกคนฟังให้ดีข้าตู้เซ่าฝู่รู้ดีว่าระดับฌานยังต่ำต้อย ทว่าได้รับบารมีจากอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าจึงทำให้มีวันนี้ได้หากวันนี้ใครกล้าคิดแตะต้องท่านอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้า ข้าจะไม่มีทางปล่อยไปแน่ข้าจะตามจองล้างจองผลาญ สับร่างให้แหลกเป็นชิ้นๆ!”

           คำพูดอันน่าเกรงขามดังกังวานไปถึงหูทุกคนราวกับจิตอาฆาตแค้นนี้มีพลังอานุภาพที่ไร้รูปร่างแผ่ออกมากดดันทุกคนได้ทำให้ทุกคนใจสั่น ขนลุก หน้าตึงกันหมด

           เยี่ยจื่อจินแหงนหน้ามองไปที่ชายชุดม่วงท่าทางองอาจคนนั้นดวงตาก็มีน้ำตาซึมออกมา

           เยี่ยกวังแหงนหน้ามองนัยน์ตารู้สึกละอาย พูดพึมพำว่า “ลูกหลานของสกุลเยี่ยเรา ไม่มีใครองอาจเท่าเขาเลย”

           “เจ้าเด็กคนนี้เหมือนกับน้องสามไม่มีผิดชายชาตรีแห่งบ้านสกุลตู้ต้องให้ได้อย่างนี้สิ!”

           ตู้เจิ้นอู่ ตู้จื้อสยงสองพี่น้องคนนี้จ้องตากันนัยน์ตาสั่นไหว กล่าวต่อไปว่า “แต่ความกล้าก็มีมากไปหน่อยนะ”

           “หึๆ!”

           ฉินซีผิงแสดงสีหน้าตะลึงจากนั้นก็หัวเราะอย่างเย็นชาขึ้นมา สายตาอาฆาตของเขาจ้องมองมา กล่าวว่า “เจ้าหนูแกมันก็คนไร้ค่า เจ้าไม่ได้เห็นตะวันวันต่อไปแล้วล่ะตอนนี้ก็ตายไปเสียเถิด!”

           คำพูดขู่สังหารเงียบลง ฉินซีผิงเหลือบมองตู้เซ่าฝู่เพียงครู่เดียวก็พุ่งร่างออกไปปรากฏต่อหน้าอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนพร้อมกับปล่อยพลังกรงเล็บไปทางตู้เซ่าฝู่

           “โฮก!”

           เงาของฉินซีผิงพุ่งเข้ามา อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเห็นก็คำรามเสียงดังมันมองขู่อาฆาตด้วยแววตากระหายเลือดของสิงโต ไม่เกรงกลัวทุ่มแรงต่อสู้สุดชีวิต

           ทันใดนั้นเองในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน จู่ๆก็มีประกายแสงไฟฟ้าแวบออกมาปรากฏต่อหน้าตู้เซ่าฝู่และอสูรราชาพยัคฆ์กิเลน

           ประกายแสงไฟฟ้าห่อหุ้มที่ฝ่ามือกรงเล็บของฉินซีผิงขณะนั้นเอง ก็มีเสียงชราทุ้มต่ำดังขึ้น “เจ้าหนูคนนี้ข้าชอบมากเจ้าคิดจะฆ่างั้นหรือ เจ้าไม่มีคุณสมบัตินั้นหรอกนะ!”

           เสียงชราดังขึ้นมา ทว่าเปี่ยมด้วยความสง่าความองอาจอย่างไร้เทียมทาน!

           ขณะที่ลำแสงไฟฟ้าห่อหุ้มพลังฝ่ามือกรงเล็บของฉินซีผิงใบหน้าชราของฉินซีผิงก็ตะลึงหน้าเสียไปในทันใดเขามองไปที่ร่างปริศนาที่ห่อหุ้มด้วยพลังไฟฟ้าแรงดันสูงกลิ่นอายของพลังที่แผ่ออกมาจากเจ้าของเสียงชรานี้แข็งแกร่งไร้ผู้เทียบเทียมมากจนทำให้เขารู้สึกใจสั่น

           ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงความน่าสยดสยองความน่าประหลาดใจนี้ทำให้ฉินซีผิงตกใจจนตะโกนออกมาเสียงหลง “อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้า ทำไมเจ้าไม่เป็นไร ไม่ใช่ว่าป่วยร่อแร่ไปแล้วงั้นหรือ?”

           “ถ้าข้าไม่ป่วยร่อแร่พวกเจ้าแต่ละคนจะรีบร้อนโผล่หน้ากันมาแบบนี้หรือ”

           ภายในก้อนลำแสงไฟฟ้าอันหนาแน่นมีร่างของสิงโตที่องอาจร่างมหึมาอยู่ ในลำแสงประกายไฟฟ้านี้มีพลังงานอันรุนแรงแผ่ซ่านออกมาเรื่อยๆมันน่ากลัวจนทำให้ใจคนเต้นผิดจังหวะด้วยความหวาดกลัว เหงื่อตกขนตั้งกัน

           “โครม!”

           แสงประกายไฟฟ้านี้เริ่มสั่นไหวอากาศบริเวณรอบๆ ราวกับสั่นสะเทือนเป็นรัศมีกว้างใหญ่ไพศาลคลื่นพลังนี้รุนแรงดั่งพลังของจ้าวสายฟ้าของทุกสิ่งทั้งปวง

           “ซูมๆ!”

           ฉินซีผิงรีบเหาะถอยหลังไปอย่างไวเขารู้ดีว่าตนไม่มีพลังเพียงพอที่จะต่อกร

           “นั่นมันอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้านี่!”

           “อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าไม่ได้ป่วยร่อแร่ใกล้ตายยังคงมีชีวิตอยู่!”

           “ที่แท้คืออสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้ามีลมปราณที่แข็งแกร่งที่สุดที่ข้าเคยเห็นเลย!”

           “……”

           หลังจากที่อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าปรากฏตัวขึ้นมาอย่างฉับพลันเสียงคนมากมายต่างก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตกตะลึงกันไปทั่วเมืองสือเฉิง

           สายตาของคนแต่ละบ้านสกุลใหญ่ก็ตื่นตกใจกันบ้านสกุลฉิน บ้านสกุลไป๋ บ้านสกุลอั้นต่างมีแววตาเคร่งเครียดและครุ่นคิด

           ตำนานเล่าลือเรื่องอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าโด่งดังไปทั่วเมืองสือเฉิงที่ทำให้ผู้คนตื่นตระหนกกันมากที่สุดคืออสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าอยู่ในระดับขั้นพญาอสูรนานแล้วซึ่งมีระดับพลังเทียบเท่ากับมนุษย์ที่เป็นผู้ฝึกฌานขั้นจ้าวแห่งยุทธเลยทีเดียว

           ขณะนี้อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าปรากฏกายออกมาเหนือความคาดคิดอีกครั้งทำให้ผู้คนตกใจมากแค่ไหนคงยากที่จะพรรณนาออกมาได้

           “จ้าวสายฟ้าปรากฏกายออกมาแล้ว!”

           ทายาทและคนของบ้านสกุลเยี่ยเมื่อเห็นสิงโตน่าเกรงขามตนนี้ออกมาต่างก็นัยน์ตาสั่นไหวมันคือผู้ที่ปกปักรักษาเมืองสือเฉิงอยู่ตลอด คุ้มครองบ้านสกุลเยี่ยเสมอมา

           “ทำไมเจ้าถึงไม่เป็นอะไร เจ้าจงใจแกล้งทำเป็นป่วยร่อแร่ เจ้า……เจ้าจงใจวางแผนหว่านแหดึงตัวพวกคนที่คิดไม่ซื่อกับบ้านสกุลเยี่ยออกมาให้หมดสินะ”

           ฉินซีผิงนัยน์ตาสั่นไหวราชาอสูรขั้นพญาอสูรไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เขาจะเอาชนะได้

           อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าขั้นพญาอสูรมีชีวิตอยู่ในเมืองสือเฉิงหากข่าวนี้แพร่ออกไปจะทำให้บริเวณรอบเมืองสือเฉิงเกรงกลัวกับพละกำลังของเมืองนี้แน่นอนหากเขารู้แต่แรกว่าอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าแกล้งทำเป็นป่วยหนักจะกล้ามาคิดฉวยชิงผลประโยชน์จากกระดูกหายากได้อย่างไร

           “ยิ่งแก่ยิ่งมากประสบการณ์ใช่หรือไม่ ยิ่งแก่ยิ่งร้ายจริงๆ ดังนั้นพอมาเทียบกับข้าเจ้านี่มันช่างอ่อนแอเสียเหลือเกิน”

           น้ำเสียงพูดของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าเป็นเสียงแหบๆเหมือนกับชายชรา จู่ๆ รอบๆมีประกายไฟฟ้าพร้อมกับฟ้าแลบฟ้าร้องบนเวหาท่ามกลางผืนเมฆหนา เกิดพลังอันน่าสยดสยองสูงส่งไร้เทียมทานแผ่ฟุ้งออกมา สุดท้ายมันก็เอ่ยออกมาอีกว่า “วันนี้คงเก็บเจ้าไว้ไม่ได้แล้วล่ะ!”

           “ท่าไม่ดีแล้ว……”

           ฉินซีผิงรับรู้ได้ถึงจิตสังหารของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าเขาจึงอยู่ต่อไม่ได้แล้วรีบพุ่งหนีรักษาชีวิตให้ไวที่สุด และจำเป็นต้องทิ้งคนของบ้านสกุลฉินของตนเองไป

           “เจ้าเมื่อมาอยู่ต่อหน้าข้าเจ้าเองก็เป็นแค่มดที่ไร้ค่า!”

           สีหน้าของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้านิ่งสงบมันง้างแขนขวาจากนั้นก็ตวัดฝ่ามือแหวกอากาศไปอย่างแรง

           “ตู้มๆ ๆ!”

           ขณะนั้นเองพลังงานของอากาศบนท้องฟ้าและผืนดินก็สั่นสะเทือนเกิดเสียงดังโครมครามของฟ้าผ่า

           กรงเล็บของสิงโตตัวนั้นตะปบอย่างแรงพร้อมมีพลังฟ้าผ่าตามมาอากาศตรงนั้นฉีกออกมาเป็นเส้นเห็นเป็นรอยแยกคลื่นลมซัดออกมาอย่างแรงเป็นวงรัศมีกระเพื่อมทำลายบดขยี้สุดสรรพสิ่งใกล้ๆเกิดเป็นลมโชยพัดผ่านไปทั้งทั่วเมือง……

           “ตึงโครม!”

           กรงเล็บสายฟ้าพุ่งผ่านอากาศไปที่หลังของฉินซีผิงที่กำลังหนีพลังงานสายฟ้าอันดุดันปกคลุมทั่วฟ้าพลังอานุภาพแรงจนชั้นบรรยากาศบิดเบี้ยวเป็นวงกว้าง

           เสียงดั่งฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหวเกิดลมพัดสั่นไหวสะเทือนไปทั้งเมือง!

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน