แสงแดดอ่อนๆลอดผ่านหน้าต่างมากระทบกับใบหน้าของผม สายลมอุ่นๆพัดเข้ามาทางหน้าต่าง เสียงนกร้องแจ้วจ้าว และเสียง เอิ่มผู้คนะโ หาพระแสงอะไรกันไม่รู้ .หนวกหูเฟ้ย,ผมจึงจำใจลุกขึ้นมานั่งสมาธิปรับสมดุลก่อน 5 นาที แล้วก็ไปทำธุระส่วนตัวที่ห้องน้ำ เสร็จแล้วก็ลงไปด้านล่างซึ่งวันนี้มาเรียทำอาหารที่มีส่วนประกอบเป็ ผลไม้ และผักต่างๆคาดว่าน่าจะเอามาจากกระเป๋าของพ่อเขา
“สวัสดิ์ดียามเช้าครับคุณมาเรีย” ผมทักทายมาเรียขณะที่เธอกำลังประกอบอาหารอยู่
“อรุณสวัสดิ์เช่นกันค่ะ” เธอทักทายกลับโดยหันหน้ามายิ้มให้
“คุณพ่อคุณเป็ยังไงบ้างครับ ฟื้นหรือยัง”
“ตอนนี้ยังไม่ฟื้นเลยค่ะ ยังสลบอยู่เลยฉันว่าอีกไม่นานก็ฟื้นแล้วล่ะ” เธอตอบและยังคงทำอาหารต่อ
“อ่อครับ ว่าแต่วันนี้เป็วันที่ทหารในเมืองจะวาร์ปมารับพวกเราใช่หรือเปล่าครับ”
“ค่ะ อีกสักครู่แหละค่ะกว่าทหารจะมาเมื่อพวกเขามาถึงเสียงระฆังจะดังขึ้นเองค่ะ ไว้ตอนนั้นเราค่อยออกไปกันก็ได้”
“ครับ แล้วเบลล่ะครับ”
“เบลจังยังไม่ตื่นเลยค่ะ สักพักเดี๋ยวเธอก็ลงมาเองแหละค่ะ”
“อ่อครับ ว่าแต่คุณมาเรียเตรียมสัมภาระเสร็จหรือยังครับ”
“เสร็จั้แ่เมื่อวานแล้วค่ะ ไม่ต้องห่วงหรอกว่าแต่ฉันแล้วคุณล่ะคะ”
“ผมไม่มีอะไรให้เตรียมหรอกครับ มีแต่ตัวกับหัวใจเท่านั้นแหละ แฮะๆ”
“เฮ้อ ค่ะๆ ฉันขอทำอาหารก่อนนะคะ”
“ตามสบายเลยครับ” ผมตอบแล้วนั่ง เอิ่มนั่งหลับตรงนั้นเลยเหอๆ
เวลาผ่านไปสักพักอาหารสองอย่างก็ทำเสร็จเรียบร้อย มีต้มผัก? แกงผลไม้? แล้วก็ขนมปัง ,แล้วข้าวล่ะข้าวสวยอ่าไม่มีเหรอ เหอๆ., และแล้วการทานอาหารก็เสร็จสิ้นไปด้วยดีโดยใช้ขนมปังแทนข้าว ก็ เอ่อ อร่อยไปอีกแบบ มั้ง
และแล้วเสียงระฆังก็ดังขึ้น อันเป็สัญญาณว่า พวกทหารมากันแล้ว
ผม มาเรีย เบลก็ขนสัมภาระ(ของมาเรีย)ออกไปยังลานกว้างของหมู่บ้าน ก็พบกับทหารที่ใส่ชุดเกราะเหล็ก,มันไม่หนักเหรอไง, ประมาณ 20 นายมีนักเวทย์ที่ใส่ผ้าคลุมสีดำแถบทอง อยู่ 20 คน และชาวบ้านที่มาส่งลูกสาวลูกชายของตัวเองเสียงร้องไห้ร่ำลากันดังขึ้นระงม ผมกับมาเรียก็เดินไปรวมกลุ่มกับหนุ่มสาวพวกนั้น
“เบล ดูแลตัวเอง และคุณพ่อแทนพี่ด้วยนะ พี่สัญญาว่าอีกไม่นานจะกลับมาและพวกเราจะไม่ต้องลำบากกันแบบนี้อีก รออีกหน่อยนะ” แล้วมาเรียก็กอดเบลจังแถมกับน้ำตาอาบแก้ม
“ค่ะ หนูรักพี่นะคะ” เบลตอบมาเรียแล้วเธอก็คลายกอดแล้ววิ่งมากอดผมแทน
“พี่ออฟ หนูฝากพี่มาเรียด้วยนะคะและอย่าลืมหนูนะ” ผมบรรจงลูบผมของเบลเบาๆ
“จ้า เบลไม่ต้องห่วงนะ พี่ชายคนนี้จะไม่ทำให้เบลผิดหวังแน่นอนและอีกอย่างนะ” ผมหยิบกุญแจสีทองให้กับเบล
“เบลเอากุญแจนี่ไปนะ เป็ของขวัญจากพี่ชาย” เธอหยิบกุญแจไปแล้วผมก็ลูบหัวเธอเบาๆอีกครั้ง
“กุญแจนี่มันคืออะไรเหรอคะ” เธอมองผมด้วยใบหน้าที่มีเครื่องหมายคำถาม
“เดี๋ยวหนูก็รู้เองจ้า พี่ไปก่อนนะ ดูแลตัวเองดีๆล่ะครับ”
“ค่ะ หนูจะรอพี่ชายกลับมาน๊า”
“จ้าๆ”
เมื่อล่ำลากับหนูเบลเสร็จแล้ว ผมก็เดินเข้าไปใจกลางของพวกทหารและพวกนักเวทย์พวกเขาล้อมพวกเราไว้ จากนั้นนักเวทย์ 20 คนก็ร่ายเวทย์อะไรสักอย่างจากนั้นก็เกิดวงเวทย์ขนาดใหญ่ขึ้น และครอบคลุมพวกเราทั้งหมด เพื่อพาไปยังเมืองหลวงแต่ก่อนที่พวกผมจะถูกวาร์ป ก็ได้ยินเสียงหนึ่งะโเข้ามา
“เ้าหนู ข้าฝากดูแลมาเรียลูกสาวข้าด้วย!! !” ลุงบ็อปนั่นเองที่ะโมา ผมก็ยิ้มตอบเขาแล้วเวทย์ก็เคลื่อนย้ายเราไป เหลือแต่ฝุ่นที่กระจายออกไป
เมื่อพวกผมถูกเคลื่อนย้ายไปแล้วก็เกิดแสงสว่างจ้าขึ้นตรงจุดด้านหลังของลานกว้าง และปรากฏโรงเก็บของขนาดใหญ่ครอบคลุมบริเวณกว้าง50 ตารางเมตร ชาวบ้านที่เห็นอย่างนั้นก็ใกัน และเกิดเสียงฮือฮาดังลั่น
“นะ นั่นมันอะไร” ชาวบ้านคนหนึ่งพูดด้วยท่าทีใ
“นั่นมัน เหมือนกับโกดังเก็บของเลย แล้วมันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” อีกคนพูด
เสียงต่างๆนาๆดังระงมขึ้นจนกระทั่งผู้ใหญ่บ้านสั่งให้คนเข้าไปดูในนั้น
เมื่อชาวบ้านสี่คนได้เข้าไปข้างในก็เจอกับเนื้อสัตว์ที่ถูกเรียงไว้อย่างดีเป็ล๊อคๆ แล้วก็มีหนังอีกล๊อคเป็เครื่องในสัตว์ แล้วก็เจอกับกระสอบจำนวนมากอีกกองเป็กองไม้ที่ถูกแปรรูปให้เป็แผ่นอยู่เต็มไปหมดเมื่อสี่คนนั้นนำเื่นี้ไปรายงานให้ผู้ใหญ่บ้าน ก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นไปทั่วหลายคนอยากพิสูจน์ก็ได้ไปดูให้เห็นกับตา เกิดการร้องให้เพราะความดีใจและมีเสียงสรรเสริญขอบคุณสิ่งต่างๆนาๆตามความเชื่อของแต่ละคนโดยไม่มีใครสันนิฐานได้เลยว่าสิ่งเหล่านี้มาได้ยังไงยกเว้นลุงบ๊อปเพราะก่อนสลบเขาได้เห็นผมจัดการกับหมูป่าั์จึงเดาว่าน่าจะเป็ฝีมือของผม แต่ลุงแกก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาหลังจากนั้นผู้ใหญ่บ้านก็แจกจ่ายวัตถุดิบให้ทุกครอบครัวส่วนหนึ่งเอาไว้เป็ส่วนกลางอีกส่วนหนึ่ง
เื่ของเนื้อหมูป่า หลังจากที่ชาวบ้านนำไปประกอบอาหารก็ถูกยอมรับให้เป็เนื้อที่นุ่มและอร่อยที่สุดที่ได้เจอมาแต่ก็มีส่วนหนึ่งเหมือนกันที่ชาวบ้านนำมาคืนแก่ส่วนกลางสิ่งนั้นก็คือหนังของหมูป่าั์นั่นเอง เพราะไม่มีมีดที่จะสามารถเจาะหนังมันได้เรียกได้ว่าหนังมันเหนียวมากๆนั่นเอง อีกอย่างชาวบ้านไม่มีมีดที่ระดับเกินสามดาวนั่นเองเพราะหนังหมูป่าต้องใช้อาวุธสี่ดาวขึ้นไปถึงจะเฉาะได้แต่ก็เรียกได้ว่ายังทุลักทุเลอยู่ ฉะนั้นหนังหมูป่าก็จะยังคงอยู่อย่างนั้นรอวันโดนขายหรือไม่ก็รออาวุธระดับสูงๆมาเฉาะนั่นเอง
เมื่อลุงบ๊อปได้รับเสบียงแล้วก็เดินทางกลับบ้านแต่เมื่อไปถึงก็เจอกับ
“เฮ้ย ลูกเบล บ้านเราหายไปไหนแล้วนี่บ้านใคร”
“ไม่รู้ค่ะ หนูว่าน่าจะเป็บ้านเรานี่แหละลองเข้าไปดูสิพ่อ” เบลไม่ตอบเฉยๆเธอเดินเข้าไปเปิดประตูและเข้าไปในบ้านเลย
“เดี๋ยวๆ รอพ่อด้วยสิ”
เมื่อทั้งสองเข้าไปในบ้านก็เห็นสภาพบ้านยังกับสร้างขึ้นมาใหม่มีแต่เพียงอุปกรณ์และข้าวของเครื่องใช้ที่ยังเหมือนเดิมส่วนเบลก็สำรวจบ้านทุกซอกทุกมุม และเธอก็ไปเจอกับกล่องไม้ที่แกะสลักอย่างดีและมีกุญแจล๊อคอยู่กล่องหนึ่ง
“อ๊ะ หรือว่านี่จะเป็ของขวัญจากพี่ชาย เย้ๆๆ”เธอดีใจะโโลดเต้นรอบกล่อง จากนั้นก็นำกุญแจที่ผมให้มาเปิดผลปรากฏว่ามันเปิดได้และก็เจอกับของที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาไปในทางที่ดีขึ้นในอนาคตอันใกล้
ส่วนลุงบ๊อปนะเหรอ นั่งร้องไห้ดีใจอยู่ด้านล่างนู่น ไม่ใช่ร้องธรรมดานะเอาหน้าเอามือไปถูไปลูบไล้บ้านใหม่ของตัวเอง แล้วทำหน้าฟินอีก เหอๆๆ
........................................................................
ของในกล่องนั้นมันเป็อะไรกันแน่นะ...?