ตอนที่1
ณพระราชวังเทียนไว่เทียน ศูนย์กลางแห่งอำนาจของอาณาจักรเทียนิสถาปัตยกรรมสีทองอร่ามที่เคยรุ่งเรือง บัดนี้กลับปรากฏรอยแตกร้าวเล็ก ๆซ่อนอยู่ตามเสาและผนัง ราวกับความเสื่อมโทรมที่ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึงลมเย็นพัดผ่านลานกว้าง เสียงกระดิ่งลมดังแ่เบา คล้ายเสียงคร่ำครวญของกาลเวลา
ภายในห้องโถงหลวงบัณฑิตชรานั่งอยู่ท่ามกลางเหล่าบุตรหลานชนชั้นสูงที่ดูเบื่อหน่ายกับการเล่าเรียนเขาลูบเคราขาวช้า ๆ ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“พวกเ้าจงฟังให้ดี…แผ่นดินนี้ไม่ได้ถือกำเนิดจากความเมตตา แต่เกิดจากโลหิต”
เสียงจอแจเงียบลงเล็กน้อยบัณฑิตเฒ่ากล่าวต่อไปว่า “เมื่อสองร้อยปีก่อน ใต้หล้าแตกเป็เสี่ยงาไม่เคยดับ จนกระทั่งปฐมฮ่องเต้ เทียนอี้ ลุกขึ้นรวบรวมแผ่นดินและเคียงข้างพระองค์… มีชายผู้หนึ่ง” เขาสบตาเด็กเ่าั้แววตาเปลี่ยนเป็ลึกซึ้ง “ราชครู เทียนเสียนคง ผู้บรรลุขั้น ‘ย่างก้าววิถีเซียน’”
บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลงทันที“เขาคือดาบที่กวาดล้างศัตรู คือเสาหลักที่ค้ำจุนราชวงศ์ และ…คือผู้ที่ไม่มีใครในใต้หล้าต่อกรได้” บัณฑิตถอนหายใจยาว “แต่จำไว้…สิ่งที่แข็งแกร่งที่สุด ย่อมเป็สิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุดเช่นกันวันนี้แผ่นดินเทียนิไม่ได้เผชิญศัตรูเพียงหนึ่ง แต่ถูกล้อมจากทุกทิศ ทิศเหนือข่านโตปุลู ผู้ใช้วิชาอาทิตย์ไร้ประมาณ ทิศตะวันออก จอมดาบแดนวอและปราชญ์หมากล้อมทิศตะวันตก อ้าวตู้ ผู้ใช้พิษและคุณไสย และทิศใต้… าาคนเถื่อน”
เสียงสุดท้ายหนักแน่นเป็พิเศษ“พวกมันไม่ได้รอจังหวะบุก… แต่รอวันที่เราอ่อนแอพอ แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่า…คือคนของเราเอง”
เด็กหลายคนเริ่มหันมามองกันอย่างงุนงงบัณฑิตกำหมัดแน่นกล่าวด้วยน้ำเสียงกดต่ำ “สี่ผู้พิทักษ์ที่ราชครูคัดเลือก…วันนี้กลับไม่อาจเรียกว่าภักดีได้เต็มปาก พอแค่นี้ แยกย้ายได้!” เขาสะบัดแขนเสื้ออย่างหงุดหงิดเสียงเก้าอี้ขยับดังระงม เด็ก ๆ วิ่งออกไปด้วยความโล่งใจเหลือเพียงเด็กชายคนหนึ่งที่ยังยืนนิ่งอยู่
“ท่านอาจารย์…”เสียงของเขาเบาแต่ชัด “เหตุใดท่านจึงโกรธผู้พิทักษ์ มากกว่าศัตรูภายนอก?”
บัณฑิตชะงักก่อนหันมามองเด็กตรงหน้า“องค์ชายเก้า… เทียนอวี่” เขาถอนหายใจ “เพราะศัตรูภายนอก… เรารู้ว่ามันคือศัตรูแต่คนที่ยืนอยู่ข้างเรา หากหันคมดาบกลับมา… เราจะไม่ทันตั้งตัว”
เทียนอวี่นิ่งเงียบแววตาของเด็กวัยเก้าขวบกลับลึกล้ำเกินวัย
ณ ตำหนักองค์ชายใหญ่บรรยากาศเงียบงันและเย็นเยียบ “เ้าคิดว่าอย่างไร” เทียนเหวินเอ่ยเสียงเรียบ
ขันทีเ้ากี้ก้มศีรษะลงพลางกล่าว“เวลานี้… ทุกคนคือศัตรูพ่ะย่ะค่ะ โดยเฉพาะ… คนที่เราอ่านไม่ออก”
“ใคร?”
“องค์ชายเก้า”
ความเงียบปกคลุมห้องทั้งห้องเทียนเหวินขมวดคิ้ว “เขายังเด็ก”
“เด็กที่นิ่งเกินไป…น่ากลัวกว่าคนโง่” เ้ากี้หยุด ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ“และเขายังมีสายเื… ที่ไม่ควรมี มารดาของเขา… คือบุตรสาวาาคนเถื่อน”
ความเงียบปกคลุมอีกครั้งก่อนรอยยิ้มบางจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าองค์ชายใหญ่ “งั้นก็ง่ายแล้ว เราจะไม่ฆ่าเขา…แต่จะทำให้ทั้งราชสำนักเป็คนฆ่าเขาเอง”
เช้าวันถัดมาท้องพระโรงเต็มไปด้วยเสียงกล่าวหา หลักฐานปลอมถูกโยนลงต่อหน้าบัลลังก์“องค์ชายเก้าสมคบคิดกับคนเถื่อน!” เสียงครหาดังระงมไปทั่ว “สายเืทรยศ!”
ฮ่องเต้นั่งนิ่งด้วยแววตาเหนื่อยล้าพระองค์ทอดพระเนตรโอรสองค์เล็กที่ยืนเงียบไม่เอ่ยแก้ตัวแม้แต่คำเดียวสุดท้ายพระสุรเสียงก็ดังขึ้นสะกดทุกอย่าง “ไม่ปะา แต่ให้ไปอยู่…ในที่ที่เหมาะสมกับเขา สุสานหลวง”
โซ่เหล็กเย็นเฉียบถูกคล้องเข้าที่ข้อมือร่างของเด็กชายวัยเก้าขวบถูกพาตัวออกไป ไม่มีเสียงร้อง ไม่มีการต่อต้านมีเพียงดวงตาคู่นั้นที่นิ่งและลึกขึ้นกว่าเดิม ราวกับว่าเกมบางอย่าง…เพิ่งเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง