“อ๊าก”
เสียงกรีดร้องโหยหวนแสนทรมานสะท้อนก้องสังเวียนสัประยุทธ์ทุกผู้ทุกนามเบิกตากว้าง ต่างคนต่างเสียววาบไปทั้งสันหลัง
หอกพิชิตมารแทงทะลุมือขวาของเฮ่อเฉาแล้วปักไว้กับพื้นอย่างแน่นหนา
เลือดสดสีแดงฉานพุ่งกระฉูดหลั่งนองพื้นอย่างสาใจ
เฮ่อเฉาตัวสั่นงันงก มืออีกข้างคว้าคมหอกหมายจะดึงมันออกมา
แต่หอกพิชิตมารกลับเหมือนปักลงบนแก่นกลางไม้ ตรึงอยู่กับพื้นสังเวียนแน่นหนาไม่อาจขยับเขยื้อนได้
“อ๊าก...ถอยไป ถอยไปให้พ้น” เฮ่อเฉาตาแดงก่ำ เส้นเลือดที่หน้าผากปูดโปนความเจ็บปวดรวดร้าวเกาะกินจนหน้าบูดเบี้ยว เขาจ้องฉู่เหินอย่างโกรธแค้นบริภาษอย่างรุนแรง “ข้าจะฆ่าแก ข้าจะฆ่าแกให้จงได้ ข้าจะหักแขนหักขาแกให้หมด...”
ฉัวะ!
ไม่ทันให้เฮ่อเฉาได้พูดจบ ฉู่เหินก็ดึงหอกพิชิตมารออกมา เลือดสดสาดกระเซ็นเฮ่อเฉากรีดร้องโหยหวนอีกหน
รูโบ๋ชุ่มเลือดแดงฉานที่มือขวาน่าสยดสยอง
ไม่ทันให้ทุกคนได้ตอบสนองอันใด หอกพิชิตมารก็วาดเป็นภาพมายาในอากาศร่างเฮ่อเฉาสั่นสะท้านรุนแรง มือซ้ายถูกแทงทะลวงแล้วปักลงกับพื้นสังเวียนอีกหน
“อ๊าก!”
เสียงหวีดร้องเหมือนหมูถูกเชือดดลให้สีหน้าของทุกชีวิตซีดเซียวลงถนัดตาอกสั่นขวัญกระเจิงทั้งสิ้น
โหดเหี้ยม โหดเหี้ยมยิ่งนัก!
ทำลายมือทั้งสองข้างของเฮ่อเฉาติดต่อกัน วิธีการของฉู่เหินช่างน่าหวาดหวั่นและใจหาย
กระนั้น ฉู่เหินกลับมีสีหน้าเรียบนิ่งยิ่ง ไม่แม้แต่จะกะพริบตา
ฉู่เหินมองเฮ่อเฉาที่นอนพังพาบเยี่ยงสุนัขนอนตายแล้วก็ยกมุมปากเป็นยิ้มเย็นยะเยือก“ข้าเคยบอกแล้ว ว่าจะคิดบัญชีที่แกทำไว้กับศิษย์พี่ฮ่าวจึชนิดทบต้นทบดอกแกเกือบหักมือเขาทิ้งไปตลอดกาล ข้าก็จะหักมือแกทิ้งเสียเท่านั้นเอง”
ถ้อยคำเย็นเฉียบชวนเหน็บหนาวไปทั้งใจ
เฮ่อเสี่ยนผู้นั่งอยู่ที่อัฒจันทร์สำนักจันทร์สกาวแข้งขาสั่นอย่างไม่อาจห้าม
ตอนนั้นเขากับเฮ่อเฉาร่วมมือกันทำร้ายฮ่าวจึบัดนี้เฮ่อเฉานอนพังพาบอยู่ต่อหน้าฉู่เหินเสียแล้ว หากเป็นเขาเล่าจะมีสภาพเช่นไร?เฮ่อเสี่ยนทั้งตระหนกทั้งหวาดกลัว เขาอดกังวลใจไม่ได้ว่าหลังจากเรื่องวันนี้ไปฉู่เหินจะตามมาคิดบัญชีกับเขาหรือไม่?
...
เขตอัฒจันทร์สำนักวายุจักรพรรดิ!
“พี่ฉู่เหิน...” เย่เหยากำหมัดแน่น ดวงตากลมโตฉายแววซับซ้อน
ฉู่เหินในยามนี้แผ่กลิ่นอายเย็นเฉียบผิดปกติ เย็นจนเหมือนดาบน้ำแข็งทั้งคมกริบทั้งน่ายำเกรงเต็มเปี่ยม
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่เมืองหลินเหยียน ฉู่เหินมีกลิ่นอายอบอุ่น
ทุกครั้งที่นางอยู่กับเขาจะรู้สึกอบอุ่นและสบายใจเป็นที่สุดแต่ยามนี้พี่สาวนางเปลี่ยนไปเป็นคนละคน พี่ฉู่เหินเองก็ไม่เหมือนเมื่อก่อนเช่นกัน
แต่เย่เหยารู้ดีอยู่แก่ใจว่าฉู่เหินกลายเป็นเช่นนี้เพราะพี่สาวของนางด้วย
เย่โยวดวงตาราวปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็ง สีหน้าไม่สู้ดีสักเท่าใด
ฉู่เหินทำนาง ‘ผิดหวัง’ อีกครั้งแล้ว เพิ่งไม่เจอกันนานเท่าใดเอง?
หลังจากคราวก่อนที่จวนตระกูลเย่เมืองหลินเหยียนก็เป็นเวลาเพียงสามไม่ถึงสี่เดือนดีแต่พลังของฉู่เหินกลับแข็งแกร่งถึงเพียงนี้แล้วหรือ? เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?
อารามกังขา เย่โยวแววตาเย็นเยียบ จิตน่าขนลุกเอ่อท้นเงียบงัน
...
บนสังเวียนประลอง!
เฮ่อเฉาผู้มือถูกแทงทะลุทั้งสองข้างขดตัวเป็นก้อนกลม หน้าซีดเผือดท่าทางน่าอเนจอนาถ หาได้หลงเหลือสง่าราศีเหมือนก่อนหน้านี้แม้แต่ครึ่งเดียว
ความกลัวกลบทับความโกรธจนสิ้น สุดท้ายก็ต้องร่ำร้องขอชีวิต
“อย่า อย่าฆ่าข้าเลย”
“หึ” ฉู่เหินหัวเราะเมินเฉย ขยับฝ่ามือดึงหอกพิชิตมารออกมาอีกครั้ง
“อ๊าก”
ความเจ็บปวดรวดร้าวทำให้เครื่องหน้าบิดเบี้ยวจนแทบรวมกันเขาคุกเข่าห่อตัวลงกับพื้น ยกมือที่มีรูกลวงโบ๋อาบเลือดขึ้นมาอย่างสั่นเทาความเสียใจและเคียดแค้นกอปร ทั้งชิงชังทั้งโกรธ
ทุกคนในที่นั้นแทบหายใจไม่ออก
บาดแผลนั่นจะฟื้นฟูได้หรือไม่นั้นสุดจะรู้ได้เฮ่อเฉาจ่ายราคาน่าสังเวชอย่างแท้จริง
กระทั่งคนสำนักดาราสวรรค์ยังอึ้งจนมึน ต่างคนต่างไม่อาจดึงสติกลับมาได้
กระนั้น ฉู่เหินกลับไม่ชายตาแลเฮ่อเฉาอีกแววตาเย็นประหนึ่งดาบชำเลืองไปยังราชาศิษย์ใหม่สำนักวายุจักรพรรดิที่ใต้สังเวียนเหรินชง
เขายกหอกพิชิตมารที่อาบเลือดชี้หน้าศัตรูเฉกเช่นผู้อยู่สูงกว่า
“นั่นผู้ใด เสนอหน้าขึ้นมาเดี๋ยวนี้”
นั่นผู้ใด เสนอหน้าขึ้นมาเดี๋ยวนี้...
ประโยคนี้เหรินชงเพิ่งพูดให้ฉู่เหินได้ยินไปเมื่อครู่
บัดนี้ฉู่เหินได้กล่าวคืนให้อย่างหมดจดแล้ว
ปลายหอกชี้หน้าคน ท้าทาย...ท้าทายอย่างเบ็ดเสร็จ นี่คือความหยามหลู่อย่างถึงที่สุดต่อจอมยุทธ์ทั้งปวงเหมือนเช่นที่เหรินชงใช้ปลายดาบข่มเหงฉู่เหินก่อนหน้านี้บัดนี้ฉู่เหินสนองคืนให้ครบถ้วนกระบวนความแล้ว
ติ๋ง
เลือดสดๆ แดงฉานหยดลงพื้นตามปลายหอกพิชิตมารคมหอกเฉียบคมแยงตาอย่างผิดธรรมชาติ
บรรยากาศทั่วทั้งสังเวียนประลองราวกับนิ่งแข็ง อากาศธาตุอวลกลิ่นอายน่าใจสั่น
ฉู่เหินหยัดยืนอยู่บนสังเวียนสัประยุทธ์
กายาสูงใหญ่หยัดตรงดุจเดียวกับหอกยาวในมือ ดวงตาลุ่มลึกเฉียบแหลมราวกับเหล็กดาบ
แสงหอกสามฉื่อ ผู้ใดริอาจห้ำหั่น!
...
เหรินชงหน้าดำคล้ำเขียว คิ้วที่ขมวดแน่นคลายออกรอยยิ้มเหี้ยมเฉียบขาดปรากฏบนใบหน้าอีกครั้ง “ฮ่าๆ น่าสนใจ น่าสนใจดีจริงๆไม่นึกเลยว่าเจ้าจะทำให้ข้าแปลกใจได้เช่นนี้ ไม่เลว ไม่เลวเลยจริงๆ ฮ่าๆ”
“ฟู่…”
สิ้นคำ เหรินชงก็โผกระโจนขึ้นสังเวียน
คลื่นปราณไร้ตัวตนที่ปลดปล่อยเหนือสังเวียนนั้นแบ่งแยกออกเป็นฝั่งฉู่เหินและฝั่งเหรินชงเฉกเช่นขุนเขาสองลูกประจันหน้า กระจายพลานุภาพปราณน่าหวั่นเกรงออกมา
หนึ่งทำหลิงชางสำนักแรดวิญญาณบาดเจ็บสาหัสในสามท่า
หนึ่งทำเฮ่อเฉาสำนักจันทร์สกาวพ่ายหมดรูปในท่วงท่าเดียว ทั้งยังทำลายมือทั้งสองข้างของเขาทิ้งด้วย
สองราคือ ‘จอมโหด’ ที่หาตัวจับได้ยากยิ่ง
เฮ่อเฉาถูกศิษย์สำนักจันทร์สกาวสองสามคนรีบพยุงลงสังเวียนไปบรรยากาศใต้เวทีเงียบสงบ ไม่เอะอะวุ่นวายเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป
เพราะไม่มีผู้ใดคาดคิดเลยว่าฉู่เหินกับเหรินชงจะเผชิญหน้ากันในรูปแบบนี้
ใครจะชนะเล่า?
กลายเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ไปแล้ว!
แต่คนจำนวนมากก็ยังยอมรับอยู่ฝั่งเหรินชงอยู่ในใจ
...
“หึ เชิญ” เหรินชงแค่นหัวเราะ แววตาโหดเหี้ยมเหลือบมองฉู่เหิน
ฉู่เหินดวงตานิ่งและเย็น เขาถือหอกด้วยมือเดียว ปลายหอกประจันหน้าศัตรู
“ทำไม? ไม่กล้าลงมือหรือ?” เหรินชงเยาะเย้ย
“เกี่ยวอันใดกับการให้เจ้าลงมือก่อนไม่ทราบ?”
“เจ้ารนหาที่เอง”
หว่างคิ้วเหรินชงเผยจิตสังหารเต็มที่พลังปราณถาโถมดุจเกลียวคลื่นโหมกระหน่ำปะทุจากร่างเขาขยับกายคราเดียวปรี่ไปหาฉู่เหิน
ผ่าง!
ยามเคลื่อนไหว เหรินชงชูมือขวาขึ้นมาโซ่เหล็กแข็งแรงเย็นเฉียบดุจงูพิษลากเป็นเงาดำมืดในอากาศบุกจู่โจมฉู่เหิน
ทันใดนั้นเองที่พลังหยวนแท้อันไพศาลปกคลุมหอกพิชิตมารอย่างรวดเร็ว
ฉู่เหินถือหอกรับศึก ประจัญบานกับโซ่เหล็กของอีกฝ่ายทันที
เคร้ง!
ปึ้ง!
...
ศาสตราวุธแหลมคมปะทะกัน เกิดเป็นประกายไฟทุกรูปแบบในอากาศ
โซ่เหล็กในมือเหรินชงดั่งอสรพิษวิญญาณ ดุจแส้เส้นยาวจู่โจมจากด้านข้างกวาดเข้าหาขอบเขตการบุกนั้นกว้างมาก ฉู่เหินก้าวย่างเป็นจังหวะคืบใกล้ศัตรู
เขาเข้าใจดีว่ารูปแบบการบุกโจมตีของเหรินชงได้เปรียบในระยะไกล ดังนั้นหากเข้าใกล้ตัวได้ความได้เปรียบจะลดน้อยลงมาก
“หึ คิดจะเข้าใกล้ข้ามันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ”
เหรินชงแค่นเสียงไม่ยี่หระ เขาชูมือซ้ายขึ้นอีกครั้ง โซ่เหล็กอีกเส้นก็พุ่งพรวดออกมา
โซ่เหล็กสองเส้นฟาดเข้าหาฉู่เหินที่ตรงกลางจากทั้งซ้ายขวาและหน้าหลัง
โซ่เหล็กกั้นขวางให้ไม่อาจถอยร่นหรือรุกคืบ!
ฉู่เหินเพ่งมอง ปลายเท้าแตะพื้นกระโจนขึ้นฟ้า
โซ่เหล็กเย็นเฉียบสองเส้นฟาดผ่านเบื้องล่างเขาไป ฉู่เหินโรยตัวลงมาแล้วใช้ปลายหอกแตะพื้นตัวหอกพิชิตมารโค้งเล็กน้อย ร่างฉู่เหินเด้งกลับขึ้นมาอีกครั้ง เขาหมุนตัวกลางอากาศกำหอกด้วยสองมือแล้วทิ่มแทงลำคอเหรินชงอย่างรวดเร็ว
“เพลงหอกดี” มู่เฟิงใต้สังเวียนอดชมไม่ได้
พวกศิษย์ใหม่สำนักดาราสวรรค์อย่างหลี่ฮุยเย่ โจวลู่ เป็นต้น กำหมัดด้วยอารมณ์อย่างไม่อาจห้ามพวกเขาล้วนตกตะลึงในใจ ฉู่เหินลึกล้ำเกินหยั่งถึงดังคาด
...
สลาตันดุจเงื้อมเงา แสงหอกสกาวตา!
นัยน์ตาเหรินชงสะท้อนภาพคมหอกอันคมกล้าหาใดเทียบ ใบหน้าฉายแววดูถูก “หึอย่าย่ามใจให้มันเร็วไปนัก หากแกคิดว่าข้ามีน้ำยาแค่นี้ก็คิดผิดมหันต์”
เหรินชงชูมือทั้งสองขึ้น โซ่เหล็กสองเส้นหดกลับมาเร็วรี่ประสานเป็นกากบาทขวางหน้าฉู่เหิน สะบัดเข้าหาเขาอย่างแรง
พลังหยวนแท้มโหฬารกรอกใส่โซ่เหล็กนั้น
ชั่วพริบตา โซ่เหล็กสองเส้นก็ปลดปล่อยแสงสีทอง เจิดจ้าราวอาบแสงศักดิ์สิทธิ์แห่งดวงสุรีย์มาก็มิปาน
ฉู่เหินสัมผัสพลานุภาพปราณอันแกร่งกล้าของโซ่สองเส้นที่ลอยเข้ามาหาซึ่งๆหน้าได้ ดวงตาเขาฉายแสงเย็นวาบ
‘กายโกลาหล!’
ฉู่เหินตะโกนในใจ
ตึงๆ
สิ้นคลื่นพลังคะนองศึก แสงสีดำพิสดารก็หลั่งล้นออกมาจากร่างยื่นออกไปรวมตัวกันยังหอกพิชิตมารฉับไวหอกพิชิตมารสีทองมืดกลืนกินแสงแห่งอัคคีดำทมิฬดุจไฟนรก
พลังหอกเล่ห์ฟ้าแลบ เย็นยะเยียบผิดสามัญ!
หอกพิชิตมารอาบแสงสีดำถูกตำแหน่งใจกลางกากบาทของโซ่เหล็กสองเส้นพอดิบพอดีเสียง ‘ปึ้ง’ กัมปนาทหวั่นไหวพลังหยวนแท้ปั่นป่วนปะทุสาดเทอย่างบ้าคลั่ง โซ่ทั้งสองสั่นไหวรุนแรง ข้อต่อโซ่กระทบกันเกิดเป็นเสียงหนักหน่วง
ตูม!
พลังอันเบ็ดเสร็จโรมรันห้ำหั่น ฤทธานุภาพสลาตันอันแรงกล้าอุบัติขึ้นเหรินชงกลับถูกการโจมตีนี้ของฉู่เหินถล่มใส่จนถอยกรูดไปด้านหลัง
ภาพที่ปรากฏดลใจทุกดวงให้ตื่นตระหนก
พลังทั้งสองปะทะกัน และฉู่เหินกลับเป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่า
...
“หึ!” เหรินชงทำตนให้นิ่ง หน้าตาเคร่งขรึม เพลิงพิโรธลุกโชนในดวงตา“ไอ้ระยำ ข้าประเมินพลังแกต่ำเกินไป”
“ฮะ ขอบใจที่ชมเชย เพื่อเป็นการขอบคุณที่ชมกันวันนี้พ่อจะแล่เนื้อเถือหนังแกออกมาเอง!”ฉู่เหินชิงทะยานขึ้น เริ่มการบุกรอบต่อไปอย่างไร้ลังเล
เหรินชงดวงตาเยือกหนาว จิตสังหารพวยพุ่ง
“ฮึ วาจาสามหาว!”
พริบตาเท่านั้น โซ่เหล็กอีกสองเส้นก็ลอยวาบออกมาจากแขนเสื้อเหรินชงผนวกกับสองเส้นก่อนหน้านี้ก็รวมเป็นสี่ ประดุจอสรพิษวิญญาณออกจากรังบุกเข้าหาฉู่เหินอย่างว่องไว
…………………………..