บทที่ 14
"หยุดมือ!"
เสียงของไป่หลง นักฆ่าผู้าุโ ดังขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยพลังปราณอันน่าสะพรึงทำให้หลานซูเหยียนและเซี่ยเหมยที่กำลังแสดงละครต้องหยุดชะงักราวกับร่างกายถูกตรึงไว้นางพยายามขยับขาแต่ไร้ผล
“บ้าจริง! ขาของข้าขยับไม่ได้! ขยับสิ!” หลานซูเหยียนพึมพำในใจด้วยความวิตก
ไป่หลงเดินช้า ๆ มุ่งไปทางหลานซูเหยียนและเซี่ยเหมยดวงตาเย็นเยือกของเขาจับจ้องพวกนางราวกับนักล่าที่กำลังจะลงมือสังหารเหยื่อก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแฝงพลังอันหนักแน่น
"เ้าว่ายังไงนะ? สำนักมือโลหิตเป็หมาจนตรอกอย่างนั้นรึ?"
คำพูดของเขาทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นะเืลงอย่างน่าประหลาดร่างสูงของไป่หลงค่อย ๆ ยกมือขึ้น พร้อมพลังปราณสีดำที่เริ่มก่อตัวขึ้นรอบฝ่ามือเตรียมจะฟาดลงไปที่หลานซูเหยียนและเซี่ยเหมย
ด้านจ้าวหลิน
จ้าวหลินที่ซุ่มดูอยู่หันไปมองผู้าุโสองและสามก่อนจะเอ่ยเสียงเบาแต่หนักแน่น
“อาจจะผิดแผนนิดหน่อย เราต้องลงมือก่อนกำหนด...เมื่อข้าส่งสัญญาณ ท่านทั้งสองจงโจมตีขบวนสินค้า”
ผู้าุโทั้งสองพยักหน้าเข้าใจจ้าวเทียนหรงเองก็กำลังรวบรวมพลังปราณภายในร่างไว้เต็มที่ เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
ไป่หลงก้าวเข้าใกล้หลานซูเหยียนและเซี่ยเหมยอีกก้าวหนึ่ง เขาเงื้อฝ่ามือขึ้นพร้อมจะปลิดชีพพวกนางในเสี้ยววินาที
จังหวะนั้นเอง!
"ตอนนี้แหละ! ลงมือ!"
ปัง!!
เสียงะเิดังสนั่น ผู้าุโที่สองปล่อยพลังปราณเข้าใส่ขบวนสินค้าแรงะเิทำให้รถม้าหลายคันพังเสียหาย ควันและฝุ่นตลบไปทั่วบริเวณ
ไป่หลงหันขวับไปตามเสียงด้วยความสงสัย แต่เพียงเสี้ยววินาทีนั้นเองความรู้สึกเสียวสันหลังแวบขึ้นมา!
“บ้าจริง! ไม่ทันแล้ว!!”
ฉัวะ!!
กระบี่อันแหลมคมแทงทะลุไหล่ของไป่หลง เสียงเนื้อฉีกขาดดังขึ้น
ตูม!!
ไหล่ของเขาะเิออกเป็เสี่ยง ๆ เืสาดกระเซ็นไปทั่วไป่หลงกัดฟันแน่น รีบถอยฉากออกไปอย่างรวดเร็ว
“นิดเดียว! ถ้าข้าไม่เบี่ยงตัวหลบหัวใจข้าคงะเิไปแล้ว!” เขาคิดในใจหอบหายใจหนัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองบุคคลที่อยู่ตรงหน้า
ชายชุดดำที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะาเ็สาหัสบัดนี้กลับยืนอย่างสง่างาม สายตาเฉียบคม ปล่อยปราณอันน่าหวาดกลัวออกมา เขาค่อย ๆเปิดหน้ากากขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย
“หึ... ระดับปราณสรรค์สร้าง!” ไป่หลงเบิกตากว้าง
เสียงของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้นอย่างใ
“จะ...จ้าวเทียนหรง!?”
จ้าวซิ่วอิงอ้าปากค้าง ดวงตาสั่นระริก ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง!
จ้าวหลินเห็นโอกาสก็สั่งการทันที
"ผู้าุโสอง ท่านไปจัดการซ่งเหยียน!ผู้าุโสาม รับมือกับจ้าวซิ่วอิง!"
สิ้นเสียงของจ้าวหลิน ร่างของผู้าุโทั้งสองก็พุ่งออกไปทันทีผู้าุโสองโจมตีเข้าใส่ซ่งเหยียนที่ยังไม่ทันตั้งตัวส่วนผู้าุโสามก็มุ่งตรงเข้าหาจ้าวซิ่วอิง นางเบิกตากว้าง ก่อนกัดฟันรวบรวมพลังปราณต้านรับ
จ้าวหลินหันไปะโลั่น
"หลานซูเหยียน! เซี่ยเหมย! ถอยมาหาข้า!"
หลานซูเหยียนกับเซี่ยเหมยที่เพิ่งหลุดจากแรงกดดันของไป่หลงรีบะโถอยออกมาเคียงข้างจ้าวหลินพวกนางยังรู้สึกชาวาบไปทั้งตัวจากพลังอันน่าสะพรึงของนักฆ่าผู้าุโเมื่อครู่
"รับมือพวกระดับรวมจิตก่อน!ห้ามปล่อยให้พวกมันตั้งตัว!" จ้าวหลินประกาศกร้าว
ทันทีที่พูดจบ จ้าวหลินเป็ฝ่ายพุ่งเข้าโจมตุก่อน เขาสะบัดกระบี่เป้าหมายของเขาคือศัตรูระดับรวมจิตที่อยู่ใกล้ที่สุด!
จ้าวเทียนหรงที่เห็นนักฆ่าได้รับาเ็ เขาไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปจึงพุ่งเข้าหาไป่หลง
ไป่หลงกัดฟันแน่น แม้คิดจะหนี แต่เขาไม่มีช่องว่างให้หนีดวงตาเ็าจ้องไปที่จ้าวเทียนหรงที่ตอนนี้เปล่งพลังปราณระดับปราณสรรค์สร้างออกมา
“เหอะ... เ้าคิดจะจัดการข้าในสภาพนี้งั้นรึ?” ไป่หลงแสยะยิ้ม แม้จะเสียไหล่ไปข้างหนึ่ง แต่พลังปราณของเขายังคงหมุนเวียนอย่างดุดัน
ตูม!
จ้าวเทียนหรงไม่ปล่อยให้ศัตรูได้พักฝีปาก เขากระทืบพื้นพุ่งเข้าหาไป่หลงทันที ฝ่ามือของเขาเปล่งแสงสีทองอร่าม
“ฝ่ามือจักรพรรดิทำลายภพ!”
ฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณรุนแรงซัดเข้าใส่ไป่หลงโดยตรง!
ไป่หลงตวัดกระบี่ขึ้นตั้งรับพร้อมแผ่ปราณสีดำทะมึนออกมา
“เงามรณากลืนจันทร์!”
ปัง!
พลังปราณทั้งสองปะทะกันจนเกิดแรงอัดกระแทกมหาศาลฝุ่นควันตลบไปทั่วบริเวณ เศษหินกระเด็นกระดอนจากแรงปะทะ
ไป่หลงถอยหลังไปสามก้าวแต่ยังทรงตัวอยู่ได้ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยประกายเย็นเยือก
“เ้าแข็งแกร่ง... แต่ยังเร็วไปที่จะจัดการข้า!”
เขาโคจรปราณอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวร่างของเขาก็หายไปจากสายตาคล้ายหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับเงา
“ทักษะลับ—ก้าวพรายไร้เงา!”
“หึ! มิดชิดเกินไปแล้ว!” จ้าวเทียนหรงแค่นเสียงก่อนจะหมุนตัววาดกระบี่ออกมาเป็วงกว้าง
“กระบี่จักรพรรดิผ่าราตรี!”
ฉัวะ!
เสียงคมกระบี่ปะทะอากาศดังขึ้น ก่อนที่ไป่หลงจะปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดพร้อมกับรอยเฉือนบนเสื้อของเขา เืสีดำซึมออกมา
“บัดซบ...!” ไป่หลงสบถในใจก่อนจะะโถอยหลังแล้วตั้งท่าเตรียมโจมตีใหม่
จ้าวเทียนหรงจับกระบี่แน่น ดวงตาเปล่งประกายดุดัน“มาดูกันว่าเงาของเ้าจะหนีรอดจากข้าได้หรือไม่”
ด้านผู้าุโที่สอง จ้าวหยุนซิง
กลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันและเสียงปะทะ ผู้าุโจ้าวหยุนซิงยืนตระหง่านจ้องมองซ่งเหยียนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาเต็มไปด้วยความดูแคลน
“ซ่งเหยียนข้าไม่นึกเลยว่าเ้าจะกล้าหักหลังตระกูลจ้าวถึงเพียงนี้!” จ้าวหยุนซิงแค่นเสียง
ซ่งเหยียนหัวเราะเยาะ ดวงตาเต็มไปด้วยความเ็า “หักหลัง? พวกเ้ามันโง่เขลาเกินไปต่างหาก ตระกูลจ้าวกำลังจะล่มสลายอีกนิดเดียวข้าก็จะกลืนกินตระกูลจ้าวได้!”
จ้าวหยุนซิงแค่นเสียง “หึ! อย่าหวังเ้าคิดว่าตระกูลซ่งพ่อค้าโง่ๆจะทำอะไรพวกเราได้”
“เงียบปาก!” ซ่งเหยียนตวาดก่อนจะพุ่งเข้าโจมตี
"หมัดเงาั!"
หมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณสีเขียวพุ่งตรงมายังหวังหยุนซิงคล้ายเงาัคำรามกลางสายลม
จ้าวหยุนซิงขยับตัวหลบวูบก่อนจะใช้ปราณป้องกันไว้ได้ทันเขาสบถออกมาเบา ๆ
"เ้าฝึกฝนจนถึงระดับหลอมรวมได้เพียงเท่านี้รึ?น่าผิดหวังยิ่งนัก!"
"ทลายวายุสังหาร!"
จ้าวหยุนซิงหมุนตัวกลางอากาศ ปลดปล่อยพลังหมัดที่รวบรวมลมปราณเข้มข้นเป็พายุเวียนทะลวงออกไป
ตูมมมม!
คลื่นพลังพุ่งเข้าปะทะกับซ่งเหยียนเต็ม ๆร่างของเขาถูกซัดกระเด็นไปไกลหลายจั้ง
“อั่ก!” ซ่งเหยียนกระอักเืออกมาก่อนจะคุกเข่าลงบนพื้น ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
จ้าวหยุนซิงเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาของเขาเย็นเยียบราวน้ำแข็ง“นี่เป็บทเรียนสำหรับพวกที่คิดจะทรยศต่อเ้านายของตัวเอง”
ซ่งเหยียนกัดฟันแน่น แต่ยังไม่ทันได้ขยับร่างพลังหมัดของหวังหยุนซิงก็พุ่งซ้ำเข้าไปกลางอก
ปัง!
เสียงกระดูกแตกร้าวดังขึ้น ซ่งเหยียนกรีดร้องออกมาร่างของเขาล้มลงแน่นิ่ง
จ้าวหยุนซิงสะบัดมือเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองสมรภูมิรอบด้าน"เลี้ยงไม่เชื่อง ก็ต้องกำจัดให้สิ้นซาก!"
ในขณะเดียวกัน
ผู้าุโสาม จ้าวฮั่นซื่อ มองจ้าวซิ่วอิงด้วยสายตาที่เยือกเย็นดวงตาของเขาไม่แสดงความสะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่า จ้าวซิ่วอิงนั้นมีความทะเยอทะยานและความแค้นที่ฝังลึกจนทำให้เธอสามารถทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง
จ้าวซิ่วอิงยิ้มร้าย ท่าทางของนางเต็มไปด้วยความคิดที่ไม่ธรรมดาก่อนที่นางจะพูดขึ้นเสียงเ็า “ผู้าุโสาม...นานมาแล้วที่ข้ารู้ดีว่าตระกูลจ้าวไม่ใช่ที่ของข้าข้าไม่เคยได้รับความเคารพที่ควรได้รับจากพวกท่าน...”
ผู้าุโสามยืนฟังด้วยความสงบเขารู้สึกถึงความไม่พอใจในน้ำเสียงของจ้าวซิ่วอิงแต่ก็ยังคงไม่แสดงท่าทีว่าเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
จ้าวซิ่วอิงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยิ้มเยาะ“ข้าไม่สนใจความภักดีหรือศักดิ์ศรีอะไรทั้งนั้นเพราะมันไม่มีความหมายสำหรับข้าอีกแล้ว ตอนนี้ข้าจะทำให้ทุกคนในตระกูลจ้าวได้รู้ว่าอะไรคือความจริง!”
ทันใดนั้น นางก็รวบรวมพลังปราณเอาไว้ในมือจากนั้นพลังสีฟ้าครามก็ะเิขึ้นอย่างรุนแรงเหมือนคลื่นั์ซัดเข้าไปในทิศทางของผู้าุโสาม
“เ้า...” ผู้าุโสามกล่าวเสียงต่ำ เขาไม่คิดว่า จ้าวซิ่วอิงจะหักหลังตระกูลจ้าวถึงขนาดนี้ เขาทำได้แค่หลบหลีกการโจมตีครั้งแรกไปได้ทันแต่ก็ยังรู้สึกถึงความท้าทายที่เกิดขึ้น
จ้าวซิ่วอิงยกมืออีกครั้ง ท่ามกลางพลังที่กำลังะเิออกมาทำให้ผู้าุโสามต้องใช้ ทักษะการควบคุมพลังปราณระดับสูง เพื่อรักษาสมดุลของการโจมตีทั้งสองฝ่ายต่างใช้ทักษะของตัวเองในการต่อสู้แต่การเคลื่อนไหวของจ้าวซิ่วอิงนั้นรวดเร็วและแม่นยำกว่าที่ผู้าุโสามคาดคิด
“ข้าจะทำให้ทุกคนในตระกูลจ้าวรู้ว่าความภักดีของพวกท่านมันไม่เคยมีค่า!” จ้าวซิ่วอิงกล่าวอย่างเ็า ระหว่างที่พลังปราณของนางะเิออกมาเต็มที่
ผู้าุโสามหลบการโจมตีอย่างรวดเร็วก่อนจะยืนอยู่ในตำแหน่งเดิมและกล่าวด้วยเสียงเยือกเย็น “เ้า...ทรยศต่อทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อความทะเยอทะยานของตัวเองงั้นหรือ? แต่จำไว้ว่าเ้าไม่สามารถหลบหลีกความยุติธรรมของข้าได้”
จ้าวซิ่วอิงหัวเราะเบาๆ “ข้าไม่้าความยุติธรรมของพวกท่านข้าแค่้าสิ่งที่สมควรจะเป็ของข้าเท่านั้น”
การโจมตีของจ้าวซิ่วอิงเริ่มรุนแรงมากขึ้นสายฟ้าฟาดลงมาจากฟ้าอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งในท่ามกลางการต่อสู้ที่เข้มข้นผู้าุโสามรู้ดีว่าเขาต้องยับยั้งพลังที่จ้าวซิ่วอิงปลดปล่อยออกมาด้วยความรุนแรงมิฉะนั้นเขาจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
“ข้าเตือนเ้าแล้ว”ผู้าุโสามกล่าวก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปหาจ้าวซิ่วอิงในท่าที่รวดเร็วเสียงของการโจมตีและพลังปราณที่ฟาดฟันกันดังก้องไปทั่ว
จ้าวซิ่วอิงรู้สึกถึงความท้าทายที่ผู้าุโสามให้มาแต่ความทะเยอทะยานในใจของนางก็ไม่ยอมแพ้ นางใช้พลังปราณเต็มที่ทำให้เกิดะเิรุนแรงขึ้นในพื้นที่บริเวณนั้น
“ไม่ว่าจะต้องทำอะไรก็ตาม ข้าจะไม่ให้ใครหยุดข้าได้!”จ้าวซิ่วอิงคำรามออกมา ก่อนที่เธอจะเพิ่มพลังในการโจมตีให้แรงขึ้น
ผู้าุโสามหลบหลีกการโจมตีแต่ก็ยังโดนพลังบางส่วนกระทบทำให้เขาถอยไปหนึ่งก้าว ร่างกายของเขารู้สึกถึงแรงกระแทกแต่มือของเขาก็ยังคงจับกระบี่ไว้อย่างมั่นคง
“เ้า... นี่มันเกินไปแล้ว!” ผู้าุโสามกล่าวในที่สุดก่อนจะยกกระบี่ขึ้นและใช้ทักษะ พลังปราณที่สูงที่สุด เพื่อตอบโต้
การโจมตีของผู้าุโสามฟาดลงไปที่จ้าวซิ่วอิงอย่างรุนแรงแต่จ้าวซิ่วอิงยังคงยืนหยัดแม้จะได้รับาเ็จากการต่อสู้"ข้าจะไม่ยอมแพ้!" นางคำรามด้วยความโกรธก่อนที่จะะเิพลังครั้งสุดท้ายขึ้นมา
ฟึบ! ทันใดนั้นมีร่างที่แน่นิ่งถูกโยนมาข้างๆนางเมื่อนางได้เห็น
พี่ซ่งเหยียน ! ไม่