ทั่วทั้งเมืองรกร้างตอนนี้กำลังเกิดความโกลาหลขึ้นถึงขีดสุด ขุมพลังหลายแห่งที่ทรงพลังของเมืองนี้เริ่มเคลื่อนไหวในทันที
"เร็วเข้ากว่าจะถึงสถานที่แห่งนั้นก็ต้องเดินทางรวมวัน..!!"
"บัดซบ!! พวกสมาคมมังกรดำมันเจอแล้วยังไง..?"
เสียงของหลายคนดังสนั่นด้วยความตื่นตระหนัก พวกเขารีบเตรียมม้าโลหิตที่เอาไว้ใช้ในการเดินทางอย่างเร่งรีบ
ส่วนผู้ฝึกยุทธมากมายที่ไม่มีพาหนะก็รีบวิ่งออกไปจากเมืองอย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วของพวกเขาแถมยังเป็นกลุ่มคนที่มหาศาลเช่นนี้จึงทำให้พวกเขาไม่ได้หวาดกลัวพวกกลุ่มสัตว์อสูรเลยสักนิด เพราะว่าจุดประสงค์ของพวกเขาก็คือไปยังใจกลางสนามรบโบราณอันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของสุสานทะเลทรายแห่งนี้ มันถูกเรียกว่าเป็นสนามรบโบราณในยุคอดีตกาล โดยปกติแล้วสุสานทะเลทรายมันก็ไม่มีภูมิสภาพเช่นนี้หรอกแต่มันได้รับผลกระทบจากการต่อสู้กันของผู้ทรงพลังหลายคนนั่นเอง
หลินตงที่กำลังนั่งกินอาหารอยู่ถึงกับต้องหยุดชะงักพร้อมกับมองไปยังความโกลาหลที่เกิดขึ้น ใครกันจักรพรรดิฟ้า ทำไมพวกเขาถึงได้บ้าคลั่งเช่นนี้ละ ชายหนุ่มคิดจบก็เรียกจู่หนานจิงออกมาสอบถาม
เด็กหนุ่มเมื่อถูกเรียกก็รีบรุดหน้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว
"ท่านคงจะได้ยินที่พวกเขาพูดเมื่อกี้ใช่รึไม่ขอรับ?"
จู่หนานอุทานออกมาด้วยใบหน้าที่ดูจะตื่นเต้น ท่าทางของเขาตอนนี้บอกได้เลยว่าเขากำลังตัวสั่นเทาอย่างถึงที่สุด ต่อให้จะเป็นคนธรรมดาแต่ทว่าด้วยสถานการณ์เช่นนี้แม้แต่เขาก็ยังต้องเป็นไปด้วย
"ว่าแต่เขาเป็นใครกัน? ทำไมทุกคนต้องกระตือรือร้นเช่นนี้"
ชายหนุ่มพยักหน้ารับพลางเอ่ยถามออกมาว่าจักรพรรดิฟ้าเป็นใคร
"คืองี้นะหรอขอรับ จักรพรรดิฟ้าคือผู้เยี่ยมยุทธคนนึง เขาถูกขนานนามว่าเป็นเทพวิญญาณยุทธที่ทรงพลังมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของทวีปชิงหลง พลังของเขามีมากพอที่จะพลิกคว่ำทวีปนี้ได้ด้วยฝ่ามือ ว่ากันว่าอดีตกาลก่อนที่ราชวงศ์ชิงหลงจะถือกำเนิดมีผู้ปกครองทวีปนี้เพียงแค่คนเดียว ซึ่งนั้นก็คือจักรพรรดิฟ้านั่นเอง เขาถูกยกย่องและเคราพสรรเสริญจากผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนจนกระทั่งเวลาผ่านไปอยู่หลายหมื่นปี"
"อยู่ๆเขาก็หายตัวไปและปรากฏสุสานของเขาขึ้น ผู้คนที่พบเห็นจึงได้รับรู้ว่าเขาได้ตกตายลงแล้ว ไม่มีใครเคยเห็นศพของเขา ไม่มีการต่อสู้กันเกิดขึ้นราวกับว่าเขาหายตัวไปเฉยๆและทิ้งมรดกไว้ให้"
"อ๋อ ส่วนที่เรียกว่าสถานรบโบราณนั้นก็คือราชวงศ์ชิงหลงเปิดศึกกับขุมพลังชั่วร้ายที่ยิ่งใหญ่บางแห่ง พวกเขาทำเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ขุมพลังนั่นได้รับมรดกของจักรพรรดิฟ้าไป มันจึงทำให้เกิดสงครามกันครั้งใหญ่ ไอ้ที่พวกเรายืนอยู่เนี่ยคือผลกระทบของมหาสงครามในครั้งนั่น ทำให้พื้นดินที่อุดมสมบูรณ์อันกว้างใหญ่ต้องกลายเป็นผืนทะเลทรายที่อ้างว้างเลยเชียวละ"
"แถมยังมีเรื่องเล่าต่อๆกันมาอีกว่าแม้แต่ราชวงศ์ชิงหลงจนทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้รับมรดกของจักรพรรดิฟ้าไป ในช่วงมิติกาลก่อนที่มันเปิดขึ้นพวกเขาก็ส่งคนเข้าไปสำรวจอยู่หลายหน จนแล้วจนรอดพวกราชวงศ์ชิงหลงก็ไม่ได้พบเจออะไร พวกเขาจึงไม่ได้สนใจมันอีกถึงต่อให้จะเป็นสุสานของจักรพรรดิฟ้าก็ตาม ไม่มีใครรู้ว่ามันจักรพรรดิฟ้าจะทิ้งมรดกไว้ให้หรือไม่อันนี้ไม่อาจจะทราบได้แต่ทว่าภายในสุสานของจักรพรรดิฟ้ามีสมบัติล้ำค่าอยู่แน่นอน มันถูกเล่าต่อๆกันมาว่าเมื่อหนึ่งปีก่อนมีคนถึงกับได้รับของล้ำค่าที่ทรงพลังเลยทีเดียว"
หลินตงเมื่อได้ยินก็ถึงกับเงียบลง ดูเหมือนว่าสุสานแห่งผู้ฝึกยุทธที่เรากำลังอยู่ในตอนนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ มันเกิดขึ้นมาในระหว่างการต่อสู้กันของนิกายเทียนตี้กับราชวงศ์ชิงหลงในอดีตและเมื่อเขาลองมาคิดดูแล้วมันก็เป็นเรื่องจริงอย่างที่บรรพชนตงฟางพูดไว้เลย นิกายเทียนตี้ของพวกเขาถูกตราหน้ามานับแต่โบราณว่าเป็นขุมพลังที่ชั่วร้าย พวกมันครอบงำทั่วทั้งทวีปแห่งนี้แล้วจริงๆ
ยิ่งชายหนุ่มคิดก็ยิ่งหวาดสะพรึงนัก ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีเวลาแล้วสิ
"เข้าใจละ งั้นข้าจะไปด้วย สุสานของจักรพรรดิฟ้ายังงั้นเหรอ หวังว่าจะมีอะไรดีๆติดไม้ติดมือกับมาบ้าง..!!"
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนอย่างมั่นใจพร้อมกับหยิบหินลมปราณยุทธระดับต่ำมาจ่ายค่าอาหาร
จู่หนานเมื่อเห็นว่านายน้อยกำลังจะไปยังสุสานนั่นก็อุทานออกมาอย่างตื่นตระหนัก
"ไม่ได้นะขอรับนายน้อย ภายในสุสานแห่งนั้นไม่ได้ดีอย่างที่ท่านคิดไว้หรอก ถึงจะมีสมบัติล้ำค่าก็จริงแต่ว่ากันว่าภายในสถานที่แห่งนั่นเต็มไปด้วยกับดักที่ทรงพลังมากมาย พวกมันถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องมรดกของจักรพรรดิฟ้า ใครที่เผลอถูกกับดักละก็ต่อให้จะเป็นขั้นจิตยุทธแห่งนภาก็ยังต้องตกตายเลยทีเดียว..!!"
เด็กหนุ่มพูดขึ้นอย่างสั่นกลัว ถึงจะไม่เคยเห็นของจริงแต่ทว่าเพียงแค่อ่านมันจากหนังสือก็ทำให้พวกเขาต้องคิดหนักเลยทีเดียว กับดักทรงพลังที่สังหารได้แม้แต่ขั้นจิตยุทธแห่งนภามันเป็นยังไงนั่น ตัวของเด็กหนุ่มก็ไม่อยากจะพบเจอมันหรอก
หลินตงชำเลืองมองไปยังจู่หนานพร้อมกับเอ่ยขึ้น
"ถ้าไม่เข้าถ้ำเสือก็จะไม่ได้ลูกเสือ นี้คือกฏเหล็กของธรรมชาติที่ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว ยิ่งสถานที่อันตรายก็ยิ่งมีของล้ำค่าที่ทรงพลัง ถ้ามัวแต่หวาดกลัวเช่นนี้ก็จะย้ำอยู่กับที่เพียงเท่านั้น จงจำข้อนี้ให้ดีๆ"
สิ้นคำพูดของเขาหลินตงก็เดินออกไปพลางโบกมือขึ้นเพื่อแสดงว่าเขากำลังจะไปแล้ว
จู่หนานมองตามแผ่นหลังของเขาไปด้วยท่าทางตกตะลึง เมื่อกี้นี้ฟังจากความพูดของเขาแล้ว นายน้อยดูเหมือนจะไม่หวาดกลัวมันเลยแถมเขายังกระตือรือร้นในการจะไปยังสุสานของจักรพรรดิฟ้าซะอีก ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เด็กหนุ่มมองไปยังหลินตงอย่างเคราพ นี้แหละคือผู้ฝึกยุทธ ต่อให้จะเจออันตรายอะไรแต่ทว่าพวกเขาก็ต้องเดินหน้ากันต่อ
หลินตงอาจจะยังไม่รู้เลยว่าเพียงแค่ประโยคของเขาที่พูดลอยๆออกไปมันกลับทำให้กำเนิดจอมโจรปล้นสุสานที่อหังการขึ้น ในอนาคตเบื้องหน้าที่ห่างไกลเด็กหนุ่มคนนี้จะกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงเลืองลื่อในการปล้นสุสานของผู้ทรงพลัง ยิ่งสถานที่อันตรายหรือสถานที่ต้องห้ามเท่าไหร่เขาก็ไม่หวั่นเกรงและยังกล้าที่จะเข้าไปอีกด้วย ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ชื่อเสียงของเขานั่นดังกระฉ่อนไปทั่วทวีปเลยก็ว่าได้