รั่วซินฟานชักกระบี่ออกจากฝัก คนของอารามม้าขาวถีบเท้าพุ่งทะยานชักกระบี่ออกจากฝักฟาดฟันโจมตีปราณกระบี่สว่างวาบไปทั่วท้องฟ้า จินหยางยังคงยืนนิ่งหาได้ทำสิ่งใด ทันทีที่คนของอารามม้าขาวพุ่งเข้ามาในระยะ จินหยางซัดฝ่ามือขวาลงพื้นดิน เปรี้ยง! ฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เขาก้มหยิบเศษไม้ที่กำลังติดไฟพุ่งเข้าหาคนของอารามม้าขาวใช้เศษไม้ฟาดไปที่ศีรษะ เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เสียงร้องโหยหวนดังลั่นไปทั่วบริเวณ รั่วซินฟานเร่งโคจรลมปราณฟาดฟันกระบี่ในมือ แรงลมจากปราณพัดพาฝุ่นควันจางหาย รั่วซินฟานถึงกับตื่นตกใจเพราะเวลาเพียงไม่นานคนของอารามม้าขาวลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายกับพื้น บางคนใช้เสื้อที่สวมใส่ฉีกออกมาดับไฟที่ลุกไหม้บนศีรษะ จินหยางโยนเศษไม้ลงพื้นยกมือซ้ายขึ้นกวักเรียก
“สุนัขที่ท่านพามาถูกข้าทุบตีหมดแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงท่านผู้เดียว ท่านไม่คิดแก้แค้นให้สุนัขของท่านรึ?”
รั่วซินฟานตัวสั่นสะท้านด้วยความโกรธ แต่ทว่าเขารีบระงับความโกรธตั้งสติกำชับกระบี่ในมือแน่นเร่งโครจลมปราณทั่วร่าง
“ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้ามีลมหายใจได้นานกว่านี้อีกต่อไป ข้าจะจบชีวิตเจ้าภายในกระบวนท่าเดียว”
รั่วซินฟานชูกระบี่ขึ้นท้องฟ้าพร้อมกับฟาดฟันลงมาในเวลาไม่ถึงครึ่งลมหายใจ ปราณกระบี่ขนาดใหญ่ฟาดฟันลงมาในจุดที่จินหยางยืนอยู่ เปรี้ยง! พื้นดินแยกตัวเป็นรอยปราณกระบี่ รั่วซินฟานถึงกับยืนหายใจหอบเหนื่อย
“ห๊ะ!!”
รั่วซินฟานสัมผัสบางอย่างด้านหลังรีบหันไปมองแต่ทว่าไม่พบเจอผู้ใด แต่ทันทีที่เขาหันกลับมาก็พบเด็กหนุ่มยังคงยืนอยู่ที่เดิม
“บัดซบเจ้าทำสิ่งใดกัน”
จินหยางยกยิ้มผายมือทั้งสองข้าง
“นี้คือทั้งหมดที่ท่านมีแล้วใช่หรือไม่?”
สิ้นเสียงกล่าวจินหยางถีบเท้าพุ่งเข้าประชิด รั่วซินฟานกัดฟันแทงกระบี่ในมือ จินหยางโยกตัวหลบไปทางขวาใช้สันมือซ้ายฟาดไปที่ใบกระบี่ เคร้ง! กระบี่ในมือรั่วซินฟานหักสะบั้นกระเด็นร่วงลงพื้น จินหยางใช้มือขวาคว้าจับไปที่ลำคอง้างฝ่ามือซ้ายเตรียมซัดไปที่หน้าอกของรั่วซินฟาน แต่ทว่าเขาก็ต้องรีบปล่อยมือถีบเท้าก้าวถอยออกมาเมื่อได้ยินเสียงตะโกนดังแว่วมาจากด้านหลัง เมื่อหันไปมองพบเห็นเป็นเฮ้งเปารีบวิ่งเข้ามา
“ขอบคุณน้องชาย”
เฮ้งเปารีบก้มคารวะรั่วซินฟาน
“คารวะศิษย์พี่ ท่านเป็นอย่างไรบ้างขอรับ”
รั่วซินฟานไม่แม้แต่จะมองเฮ้งเปาเขาเพียงจ้องมองกระบี่หักในมืออย่าไม่วางตา กระบี่ที่หลอมมาจากเหล็กชั้นดีถูกทำลายเพียงการปะทะครั้งเดียว
“เถ้าแก่เฮ้งเปาชายผู้นี้หาใช่ศิษย์พี่ของท่านอีกต่อไปแล้ว เขาไม่คิดที่จะสอบถามหาความจริงด้วยซ้ำว่าคนของอารามม้าขาวเป็นคนลงมือทำร้ายพวกท่านสองพ่อลูก”
รั่วซินฟานถึงกับได้สติเมื่อได้ยินสิ่งที่เด็กหนุ่มด้านหน้าเอ่ยวาจาออกมา เขาหันไปมองเฮ้งเปาที่ยืนอยู่
“เป็นความจริงหรือไม่เฮ้งเปา?”
“เป็นความจริงขอรับ ศิษย์พี่เตียวฮู้พาคนไปหาเรื่องข้าที่โรงเตี๊ยมทำร้ายข้าอีกทั้งยังคิดสังหารเฮ้งหลินลูกสาวของข้าอีก โชคดีที่ได้จอมยุทธ์หนุ่มผู้นี้ช่วยเหลือ หาไม่เช่นนั้นพวกข้าสองพ่อลูกคงตกตายด้วยน้ำมือของศิษย์พี่เตียวฮู้แล้ว”
รั่วซินฟานตะโกนออกมาเสียงดังลั่น
“เตียวฮู้เจ้าบัดซบเจ้าคิดโกหกข้าอย่างนั้นรึ?”
เตียวฮู้เดินออกมาจากที่หลบซ่อน ใบหน้าด้านซ้ายยังคงปูดบวมอยู่เช่นเดิม
“พี่ใหญ่ท่านเชื่อศิษย์ทรยศอย่างนั้นรึขอรับ? ข้าถูกตัวบัดซบนั่นทำร้ายบาดเจ็บท่านก็เห็น เฮ้งเปายังคงโกรธแค้นเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตวางแผนกับมารน้อยผู้นั้นทำลายอารามม้าขาวของเรา เช่นนั้นตอนนี้ศิษย์พี่รีบสังหารพวกมันทั้งสองเถอะขอรับ”
จินหยางได้ยินเช่นนั้นเขาถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่คิดว่านักพรตเตียวฮู้จะเป็นคนเช่นนี้ ข้าไม่รู้หรอกว่าพวกท่านในอดีตมีเรื่องอันใดกัน แต่ที่ข้าลงมือทำร้ายท่านเพราะท่านคิดสังหารเด็กน้อยลูกสาวของเถ้าแก่เฮ้งเปา”
จินหยางหันไปมองเฮ้งเปา
“เถ้าแก่เฮ้งเปา ท่านเห็นหรือไม่ว่าศิษย์พี่เตียวฮู้ของท่านบัดซบเพียงใด เช่นนี้แล้วท่านคิดจะปล่อยให้เขามีชีวิตรอดอีกรึ?”
จินหยางก้มเก็บก้อนหินสองก้อนเอาไว้ในมือขวา
“เป็นถึงนักพรตแต่ไม่สามารถละทิ้งกิเลสได้ช่างน่าละอายยิ่งนัก”
สิ้นเสียงกล่าวจินหยางดีดก้อนหินสองก้อนในมือขวาไปทางเตียวฮู้ ก้อนหินก้อนหนึ่งเจาะหน้าผากทะลุออกไปด้านหลัง ส่วนอีกก้อนเจาะไปที่ลำคอทะลุออกไปด้านหลังด้วยเช่นกัน ร่างของเตียวฮู้ร่วงไปกับนอนแน่นิ่งกับพื้น รั่วซินฟานโยนกระบี่หักลงพื้นลงไปคุกเข่าด้านหน้าของเฮ้งเปา
“เฮ้งเปาข้าขอโทษ”
เฮ้งเปาเมื่อเห็นเช่นนั้นเขารีบวิ่งเข้าไปประคองรั่วซินฟานลุกขึ้น
“ไม่เป็นไรขอรับ เรื่องมันผ่านมาหลายสิบปีแล้ว ตอนนี้ข้าใช้ชีวิตเช่นคนธรรมดาอยู่กับลูกสาวตัวน้อยและภรรยาเช่นนี้ก็มีความสุขมากแล้วขอรับ เรื่องในอดีตท่านอย่าได้สนใจ”
“หลังจากที่ข้ากลับจากการฝึกฝนวิชา เตียวฮู้แจ้งว่าเจ้าแอบไปขโมยคัมภีร์และเม็ดยาเพิ่มพลังปราณฝึกฝนวิชาจนธาตุไฟเข้าแทรกไล่สังหารศิษย์ร่วมสำนัก ทำให้เจ้าถูกท่านอาจารย์ทำลายจุดตันเถียนและขับไล่ออกจากสำนัก เรื่องจริงมันคือสิ่งใดเจ้าพอจะบอกกล่าวต่อข้าได้หรือไม่”
“เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะศิษย์พี่เตียวฮู้พ่ายแพ้ให้แก่ข้าในการประลองของสำนักขอรับ”
รั่วซินฟานได้ยินเช่นนั้นเขาหันไปมองร่างอันไร้วิญญาณของเตียวฮู้พร้อมกับส่ายศีรษะไปมา
“สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตเพียงคำขอโทษคงไม่พอ ต่อจากนี้ไปอารามม้าขาวจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือเจ้าและครอบครัว ในฐานะของผู้ดูแลอารามม้าขาวข้าต้องขอโทษเจ้าอีกครั้ง”
รั่วซินฟานหันไปจ้องมองเด็กหนุ่มด้านหลังเฮ้งเปา
“ขอบคุณเจ้ามากพ่อหนุ่มหากไม่ได้เจ้าข้าคงเสียใจไปตลอดชีวิต เจ้าทำให้ข้าได้รับรู้ถึงความต่ำช้าของคนในอารามม้าขาวที่ข้าไม่เคยรู้มาก่อน ว่าแต่เจ้าจะไปที่ใดอย่างนั้นรึ?”
“เมืองหลวงฉงชิ่งขอรับ”
“หากเจ้าเกิดปัญหาที่นั่นจงตามหาบุรุษนามต้าหมิง เขาเป็นสหายตัวน้อยของข้าหากเจ้าเอ่ยนามของข้าให้เขาได้ยิน ข้าเชื่อว่าเขาจะช่วยเหลือเจ้าอย่างแน่นอน”
“ขอบคุณผู้อาวุโส และต้องขออภัยที่ข้าล่วงเกินท่านเมื่อครู่”
“เจ้าทำให้ข้าเปิดหูเปิดตาไม่น้อย ข้าเก็บตัวฝึกฝนวรยุทธ์หลายสิบปีแต่ทว่ากลับไม่สามารถสู้เจ้าได้แม้แต่น้อย เจ้าสามารถจะเอ่ยนามของเจ้าให้ข้าได้รับรู้ได้หรือไม่”
“นามของข้าคือจินหยางขอรับ เป็นเพียงนักเดินทาง หากไม่มีสิ่งใดแล้วข้าต้องขอตัว”
จินหยางก้มคารวะรั่วซินฟาน ทันใดนั้นเฮ้งเปาก็เอ่ยวาจาออกมา
“จอมยุทธ์จิน ตอนนี้ท่านกลับไปพักที่โรงเตี๊ยมเถอะยังพอมีห้องว่าง อีกอย่างกลุ่มคนที่มากับท่านก็พักอยู่ที่นั่นเช่นกัน พรุ่งนี้เช้าค่อยออกเดินทาง”
หลังจากจินหยางและเฮ้งเปาเดินจากไปไม่นานได้มีชายชราผู้หนึ่งปรากฏตัวด้านหน้าของรั่วซินฟาน
“คารวะท่านอาจารย์”
“เจ้าเห็นความร้ายกาจของเด็กหนุ่มผู้นั้นแล้วใช่หรือไม่ซินฟาน”
“ขอรับ ข้าคิดว่าข้าฝึกฝนวรยุทธ์จนเทียบเท่ายอดฝีมือในยุทธภพแล้ว แต่ทว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นเข้าปะทะกับข้าใช้กำลังไม่ถึงสองส่วนด้วยซ้ำ อีกอย่างวรยุทธ์ที่เขาใช้ข้าไม่เคยพบเห็นมาก่อน”
“ไม่แปลกหรอกซินฟาน เด็กหนุ่มผู้นั้นเป็นคนที่สำนักกระบี่วิญญาณกำลังต้องการตัว เขาสังหารผู้อาวุโสของสำนักไปถึงสองคนและมีศิษย์หลายคนได้รับบาดเจ็บล้มตาย เขามีค่าหัวถึงหนึ่งหมื่นทองจากสำนักกระบี่วิญญาณ หากข้าเดาไม่ผิดเขามาที่ฉงชิ่งเพราะตระกูลหยางเป็นแน่ อีกไม่นานฉงชิ่งคงจะต้องลุกเป็นไฟเพราะเด็กหนุ่มผู้นี้”
“แล้วเราควรทำสิ่งใดขอรับอาจารย์”
“แจ้งข่าวออกไปยังพันธมิตรสวรรค์ อารามม้าขาวจะขอปิดประตูไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับยุทธภพหนึ่งปีเพื่อจัดการกับปัญหาภายใน ส่วนการประชุมใหญ่ที่หูเป่ย์ข้าจะเดินทางไปที่นั่นด้วยตัวเอง ไม่แน่อาจพบเจอเด็กหนุ่มจินหยางที่นั่นก็เป็นได้”
“ขอรับท่านอาจารย์ ข้าจะรีบส่งข่าวโดยด่วน”