สาวบ้านไร่กับมารร้ายจอมป่วน (锦绣农家女)

    ตอนที่ 59 เชิญแขก

            “อยากเข้ามาอยู่ที่นี่แล้วใช่หรือไม่”เฉียวซีเอ่ยถาม

             

            “อยากสิ พี่รองเมื่อไหร่เราจึงจะสามารถเข้ามาอยู่ได้หรือ” เมื่อได้ยินคำพูดของพี่สาวเฉียวไป่ก็ตาเป็นประกาย มือทั้งสองข้างของเขาจับเฉียวซีเอาไว้แน่นดวงตาทั้งสองข้างก็จ้องไปยังพี่สาวของตน ในดวงตานั้นเต็มไปด้วยความหวัง

             

            เฉียวซีเขี่ยปลายจมูกของเขาเบาๆพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “วันนี้ก็ได้นะ หากเจ้าอยากมาอยู่ก็รีบไปเก็บข้าวของของตัวเองเสีย”

             

            “ว้าวว พี่รองใจดีที่สุดเลย ท่านพี่ฝูหรงท่านมาช่วยข้าเก็บของเร็วเข้า ข้าอยากอยู่บ้านใหม่แล้ว” ปล่อยมือจากแขนของพี่สาวเฉียวไป่เหมือนนกน้อยที่แสนร่าเริง เขาวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วและไม่ลืมที่จะขอให้ฝูหรงไปช่วย

             

            เฉียวซีหัวเราะพร้อมส่ายหน้าไปมาพลางเดินตามเขาไป

             

            ที่จริงแล้วมีของที่ต้องเก็บเพียงไม่กี่ชิ้นเดิมทีของเหล่านั้นก็เก่าจนเกินไปแล้วนางไม่คิดจะนำของเหล่านั้นไปบ้านหลังใหม่ด้วย แม้ของจะไม่มากแต่จะใช้เวลาขนย้ายไม่น้อยทีเดียว

             

            ไป่เหอและสุ่ยเซียนรับผิดชอบขนย้ายทุกอย่างในครัวไปที่ห้องครัวของบ้านหลังใหม่ห้องครัวบ้านหลังใหม่มีขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของห้องครัวเก่า ทั้งใหญ่และกว้างขวางไว้ถึงเวลาจึงสำรวจดูว่ามีสิ่งใดต้องซื้อเพิ่ม แล้วจึงเข้าไปซื้อในเมืองก็พอ

             

             ใช้เวลาหนึ่งชั่วยามในที่สุดพวกเขาก็ย้ายทุกอย่างเสร็จวันนี้ทุกคนไม่ต้องเบียดกันนอนอย่างไม่สบายตัวบนเตียงเก่าอีกต่อไปแล้ว

             

            ณห้องโถงใหญ่ในตำหนักจิ้งอ๋องที่เมืองหลวง แตงโมที่ถูกหั่นเป็นชิ้นๆสีแดงฉ่ำวางอยู่บนโต๊ะ กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยเข้าจมูก ทำให้คนอดใจไม่ไหว

             

            โต๊ะถูกแบ่งออกสองฝั่งมีชายหญิงนั่งอยู่ฝั่งละหนึ่งคนชายอายุประมาณสามสิบกว่าปี รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาเป็นอย่างมากส่วนหญิงสาวอายุประมาณยี่สิบกว่าปี ดูอ่อนหวานงามสง่าทั้งสองคนนั่งอยู่ตรงนั้นราวกับว่ากำลังรอใครสักคนอยู่จึงไม่แตะต้องของบนโต๊ะเลยแม้แต่น้อย

             

            “ไปเรียกซื่อจื่อแล้วหรือ”จิ้งอ๋องเฟยทนไม่ไหวจนต้องเปิดปาก

             

            “ไปแล้วเพคะ”ข้ารับใช้เอ่ยตอบด้วยความเคารพ

             

            “รีบร้อนไปใยไม่รู้ว่าเจ้าเด็กคนนั้นไปที่ใดแล้ว” ยามจิ้งอ๋องกล่าวถึงลูกชายของตนแม้น้ำเสียงดูคล้ายจะไม่แยแส แต่สีหน้ากลับดูอ่อนโยนเป็นอย่างยิ่ง

             

            ความรักของเขากับอ๋องเฟยราวกับเป็นเครื่องดนตรีที่สอดประสานอย่างลงตัวและด้วยความรักนี้จึงให้กำเนิดเด็กชายคนหนึ่ง ทั้งคู่จึงรักและเอ็นดูราวกับเป็นมณีล้ำค่าขอเพียงแค่เป็นสิ่งที่เขาต้องการไม่ว่าสิ่งใดก็สามารถทำให้พอใจได้ทั้งสิ้นยามนี้เขาเป็นเจ้าผู้มีอำนาจบาตรใหญ่ในเมืองหลวงไปเสียแล้วซึ่งเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ผู้ใดให้ลูกชายของเขาล้ำเลิศเกินกว่าใครเล่ามีความสามารถรอบด้าน ไม่ว่าจะสายบู๊หรือสายบุ๋นก็เก่งกาจเป็นอย่างมากทั้งยังเป็นผู้ที่ฮ่องเต้รักและเอ็นดู เมื่อเป็นเช่นนี้ขอเพียงไม่ใช่เรื่องที่เป็นภัยต่ออาณาประชาราษฎร์ฮ่องเต้ก็จะยอมปิดตาข้างหนึ่งและปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจ ทำให้บรรดาผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาต่างต้องถอนหายใจไปตามกัน

             

            ด้วยอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเวลานี้ก็มีอายุ 12 ปีแล้ว เป็นผู้ใหญ่และสุขุมนุ่มลึกมากพอสมควรมีข้อเสียเพียงด้านเดียวเท่านั้นคือโปรดการกินเป็นอย่างนิ่งทั้งยังให้ความสำคัญกับอาหารมากคนครัวในตำหนักจึงถูกเปลี่ยนมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง จนบัดนี้ก็ยังคงถูกเปลี่ยนอยู่เช่นเคยเรื่องนี้ทำให้ทั้งคู่หนักใจเป็นอย่างยิ่ง

             

            แต่ครานี้ ยามที่ข้ารับใช้นำแตงโมมาถวายทั้งคู่ต่างตกตะลึงเป็นอย่างมาก นี่มิใช่เครื่องบรรณาการจากรัฐหลัวซัวหรือชาวต้าเฉวียนของเราเพาะออกมาได้เมื่อไรกัน

             

            ยังจำช่วงเวลาที่รัฐหลัวซัวถวายแตงโมมาเป็นเครื่องราชบรรณาการได้หลังจากผ่าออกฮ่องเต้ได้พระราชทานให้บรรดาขุนนางได้ลองชิมรสชาติของเครื่องราชบรรณาการจากรัฐหลัวซัวว่าอร่อยดังที่เขาเหล่านั้นกล่าวขานหรือไม่

             

            หากไม่ได้ลองจักไม่รู้เมื่อได้ลองต่างก็ไม่อาจหยุดได้ ครานั้น บุตรชายของทั้งคู่ได้เข้าร่วมงานจัดเลี้ยงในวังด้วยทั้งยังกินแตงโมอย่างสำราญใจ หลังจากนั้นทุกปี ยามเมื่อมีแตงโมฮ่องเต้จะพระราชทานมาที่ตำหนักจิ้งอ๋องเสมอแต่เนื่องจากแตงโมที่เป็นเครื่องราชบรรณาการนี้มีไม่มากทุกปีมักถูกถวายมาเป็นเครื่องราชบรรณาการเพียง 2 ลูก แต่คนในตำหนักจิ้งอ๋องมีมากมายแม้จะเป็นสนมที่โปรดปรานก็อาจไม่ได้รับพระราชทานส่วนแบ่งถึงครึ่งลูกหากได้รับพระราชทานส่วนแบ่งเพียงซีกเดียวก็ถือเป็นวาสนามากแล้ว

             

            “ท่านพ่อ ท่านแม่พวกท่านเรียกข้าด้วยเหตุอันใดหรือ”จวินหลีเฉินเดินเข้ามาด้วยท่าทางงามสง่าอย่างองค์ชาย บนใบหน้ามีรอยยิ้มจางๆ

             

            “ลูกมาแล้วหรือ มาดูนี่เถิดว่าคืออะไร”จิ้งอ๋องเฟยลุกขึ้นยิ้ม พร้อมเดินเข้าไปข้างๆ บุตรชาย ก่อนจะจูงเขามายังโต๊ะ

             

            เมื่อจวินหลีเฉินมองเห็นแตงโมบนโต๊ะดวงตาพลันส่องประกาย “ท่านแม่ ยามนี้เหตุใดจึงมีแตงโมหรือ ได้มาจากที่ใดหรือ”ผู้ที่รู้เรื่องความโปรดปราณของเขามีไม่มากเท่าใดนักนอกเสียจากคนในตำหนักจิ้งอ๋องและฮ่องเต้โดยทั่วไปจะไม่มีผู้ใดล่วงรู้ความชอบของเขาเขาจะแสร้งทำเป็นเย็นชาต่อหน้าผู้คนเสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าคนใกล้ชิดเขาจึงจะปล่อยวางความเย็นชาเหล่านั้นแล้วเผยใบหน้าที่แท้จริงของเขาออกมา

             

            “เถ้าแก่ร้านจวี้เซียนโหลวที่เมืองหลินสุ่ยซึ่งอยู่ภายใต้เมืองฟู่หยางส่งมา”ไม่ผิดหรอก จวี้เซียนโหลวทั่วทั้งแผ่นดินต้าเฉวียนล้วนเป็นกิจการของตำหนักจิ้งอ๋องในตอนแรกจวี้เซียนโหลวตั้งขึ้นเพียงเพื่อสนองความโปรดอาหารของบุตรชายของตนเท่านั้นไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าจะกลายเป็นร้านอาหารที่มีสาขาไปทั่วดินแดน

             

            “อื้ม เป็นที่ที่ดีเสียจริงๆ” จวินหลีเฉินพูดจบก็นั่งลงบนที่นั่งของตนแล้วเริ่มลงมืออย่างตะกละตะกลามอย่างไรเสียผู้ที่นั่งอยู่ในห้องโถงก็มีเพียงท่านพ่อและท่านแม่เท่านั้นจะเช่นไรก็ไม่เป็นไร อืม เลิศรสทีเดียวคิดไม่ถึงว่าจะอร่อยกว่าแตงโมที่รัฐหลัวซัวส่งมาเป็นเครื่องราชบรรณาการเสียอีก“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านลองเสวยดูเสีย แตงโมนี้เลิศรสเป็นอย่างยิ่ง”

             

            จิ้งอ๋องเฟยยิ้มอย่างเบิกบานใจบุตรชายกินอย่างสำราญใจเช่นนี้ นางพลันมีความสุขไปด้วยแม้กระทั่งคำพูดของลูกชายนางก็ไม่ได้ยินสิ่งใดที่บุตรของตนโปรดก็ให้เขาได้กินสิ่งนั้นไปเถิดพวกเขาทั้งคู่จะกินด้วยหรือไม่ล้วนไร้ความจำเป็น “ลูก เจ้าเสวยเสียเถิดท่านพ่อกับท่านแม่ไม่ประสงค์เสวยหรอก”

             

            “อ๋องเฟยเจ้าไม่ประสงค์มิได้หมายความว่าข้าไม่ประสงค์” จิ้งอ๋องเอ่ย เขาอยากจะกินแตงโมเหตุใดจะให้ลูกชายกินเพียงผู้เดียวเล่า

             

            “ฝ่าพระบาทประสงค์ชิงของเสวยของโอรสหรือ”จิ้งอ๋องชำเลืองมอง พร้อมส่งสายตาดุร้ายใส่จิ้งอ๋อง

             

            “หะ...หามิได้…”จิ้งอ๋องเห็นท่าทางของหวังเฟยจึงเปลี่ยนน้ำเสียงให้โอนอ่อนลง สำหรับครอบครัวของตนลูกชายถือเป็นที่หนึ่ง เขาเป็นที่สองเสมอ เหตุใดจึงน่าสงสารเช่นนี้โชคดีที่มีลูกเพียงคนเดียว หากมีอีกคน ฐานะของเขาคงต้องตกต่ำยิ่งขึ้นเป็นแน่คงไม่มีผู้ใดใส่ใจเขากระมัง

             

            “ขอให้เป็นดังที่ฝ่าพระบาทดำริ”จิ้งอ๋องเฟยหันกลับมามองลูกชายของตนอย่างสำราญใจ “หากเลิศรสก็เสวยให้เยอะๆ เถิด”

             

            “ขอรับ เป็นพระกรุณายิ่ง”ชำเลืองมองไปยังบิดาผู้ที่ยังคงทำท่าเสียใจ จวินหลีเฉินยังคงกินต่อไป “ท่านแม่ ท่านกล่าวว่าแตงโมเหล่านี้ส่งมาจากเมืองหลินสุ่ยที่อยู่ภายใต้เมืองฟู่หยางหรือ”แตงโมเหล่านี้อร่อยมากทีเดียว เมื่อนึกถึงคำพูดที่มารดาเอ่ยจึงต้องการยืนยันให้แน่ใจ เช่นนั้นจึงถามออกไป

             

            “ใช่แล้ว ข้ารับใช้ลือกันเช่นนั้น”

             

            “แตงโมเหล่านี้ผู้ใดเป็นผู้รับมาหรือ”

             

            “น่าจะเป็นหัวหน้าข้ารับใช้กระมังเรื่องเป็นมาอย่างไร นางก็ไม่ได้กล่าวไว้เสียด้วย”เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้นางมิได้ใส่ใจ

             

            “ผู้ส่งสาส์น”

             

            ไม่นานคนรับใช้หญิงก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องโถง“ท่านซื่อจื่อ มีอะไรรับสั่งหรือเพคะ”

             

            “ไปเรียกหัวหน้าข้ารับใช้มาที่นี่”

             

            “เพคะ” นางรับใช้ผู้นั้นเอ่ยอย่างสุขุมก่อนจะออกไปเรียกหัวหน้าข้ารับใช้

             

            เพิ่งออกไปได้ไม่นานนางผู้นั้นก็กลับมา ด้านหลังของนางมีหัวหน้าข้ารับใช้เดินตามมาด้วยทั้งสามคนนั่งตัวตรง ไม่หลงเหลือท่าทางสบายๆ เมื่อครู่เลย “ท่านซื่อจื่อข้าน้อยพาหัวหน้าข้ารับใช้มาแล้วเพคะ”

             

            “แตงโมเหล่านี้ส่งมาจากจวี้เซียนโหลวในเมืองสุ่ยหลินหรือ”จวินหลีเฉินนั่งอย่างสง่าผ่าเผยทั้งยังเอ่ยโดยไม่ชายตามอง

             

            “ตอบท่านซื่อจื่อถูกต้องแล้วเพคะ เป็นแตงโมที่เด็กสาวผู้หนึ่งเป็นผู้ปลูก”ข้ารับใช้ตอบด้วยความเคารพ

             

            “เด็กสาวหรือ”จวินหลีเฉินคิดว่าตนฟังผิดไปจึงถามกลับไปอีกครั้ง

             

            “เพคะ นางเป็นเด็กผู้หญิงนางยังปลูกผักยามฤดูหนาว ได้ยินมาว่านางยังมีสิ่งอื่นอีกด้วย” ผู้รับใช้เอ่ย

             

            น่าสนใจมาก เขาอยากไปเห็นสักหน่อย“ท่านแม่ ช่วยรับสั่งเหล่าข้าทาสบริวาร ให้ไปเก็บสัมภาระเถิดประเดี๋ยวข้าจะไปที่เมืองหลินสุ่ย”จวินหลีเฉินวางแผนทั้งหมดอย่างรวดเร็วก่อนจะก้าวออกไปจากห้องโถงใหญ่เหลือเพียงจิ้งอ๋องและอ๋องเฟยไว้เพียงสองคน

             

            “เจ้าลูกคนนี้”จิ้งอ๋องเอ่ยปากสบถออกไปโดยตรง น่าเสียดายที่ตัวเขาผู้นั้นได้ออกไปแล้ว

             

            “โอรสของข้า เหตุใดจึงประสงค์จะดำเนินเช่นนั้น”อ๋องเฟยถูกทำให้รู้สึกหงุดหงิด ลูกชายของตนเพิ่งจะอายุ 12 ปี จะออกไปที่เมืองเล็กๆระดับตำบลเช่นนี้จะดีหรือ

             

            เฉียวซีไม่รู้ว่าเพราะความหวังดีของเถ้าแก่หยางจึงนำพาความยุ่งยากมาให้นาง นั่นคือหมาป่า หมาป่าผู้แข็งแกร่งเป็นที่สุด

             

            เวลานี้นางยุ่งอยู่กับการเตรียมงานเลี้ยงฉลอง

             

            นางนำของขวัญไปให้ที่บ้านเฉียวหลินเป็นพิเศษเพื่อขอให้ทวดเฉียวดูฤกษ์ให้หลังจากนั้นจึงขอให้ภรรยาของเฉียวยุ่นและเฉียวเจินไปที่บ้านของนางแต่เช้าเมื่อถึงวันงานเพื่อช่วยนางเตรียมงานเลี้ยง

             

            เมื่อจากบ้านเฉียวหลินไปเฉียวซีก็ไปแจ้งข่าวกับคนในหมู่บ้านเฉียวแทบจะทุกบ้านไม่ว่าจะเป็นคนที่มาหรือไม่มานางก็ไปหาทั้งสิ้น หลังจากนี้พวกเขาอาจมีปัญหาอะไรอีกเมื่อถึงวันงานจะมาหรือไม่ก็เป็นเรื่องของพวกเขา ไม่เกี่ยวอะไรกับนางแล้ว

             

            อย่างไรก็ตาม จากความเข้าใจที่นางมีต่อผู้คนในหมู่บ้านโดยพื้นฐานแล้วแทบจะไม่มีใครไม่มาเลย มีอาหารให้กินเช่นนี้จะผู้ใดก็อยากมาเป็นแน่

             

            วันเลี้ยงฉลองน่าจะเป็นวันที่พี่ใหญ่ของนางหยุดพอดีเดิมทีนางก็วางแผนไว้ว่าหากคลาดกันไปนางก็จะขอให้พี่ชายใหญ่ของตนหยุดเรียนเพื่อมาร่วมงาน ไม่ว่าในกรณีใดนี่เป็นงานแห่งความสุขครั้งแรกในครอบครัวของพวกเขานับตั้งแต่พ่อแม่จากไปแน่นอนว่าการที่ทั้งครอบครัวจะพร้อมหน้าพร้อมตากันเป็นเรื่องจำเป็นแต่โชคดีที่สวรรค์เมตตา จึงไม่ต้องขอลาหยุด

             

            วันงานเฉลิมฉลองมีอาสะใภ้หลายคนที่มาช่วยงานที่บ้านนางตั้งแต่ฟ้าสว่าง

             

            “แม่หนูซี พวกข้ามาแล้วอยากให้ช่วยอะไรเจ้าบอกได้เลย พวกข้าจะช่วยเต็มที่”เฉินซิ่วจูเดินเข้ามาพร้อมแม่นางกู้ทั้งคู่ต่างพร้อมใจช่วยงาน

             

            “ท่านอาสะใภ้ทั้งสองนั่งสักครู่เถิดไม่ต้องรีบร้อน” เฉียวซีชอบนิสัยของทั้งสองคน ทั้งสองคนตรงไปตรงมา ไม่ว่าพวกนางจะพูดอะไรก็ไม่น่าแปลกใจที่ทั้งสองคนจะเข้ากันได้ดี

             

            “ไม่นั่งแล้วเจ้าบอกมาเลยดีกว่าว่าต้องทำอะไรก่อน หรือให้พวกเราเอาผักไปล้างไหมตอนจะปรุงจึงจะได้สะดวก” พวกเขามาทำงานจะนั่งเฉยๆ ได้อย่างไรคนในหมู่บ้านเฉียวก็ไม่ใช่น้อยๆ เที่ยงวันนี้จะต้องยุ่งมากเป็นแน่

             

            “เช่นนั้น สุ่ยเซียนเจ้าพาท่านอาสะใภ้ทั้งสองท่านนี้ไปในครัวเถิด แล้วล้างผักที่จะใช้เที่ยงนี้เสียผักใดจำเป็นต้องหั่นก็หั่นเสีย” เฉียวซีเห็นว่าทั้งสองคนกระตือรือร้นเป็นอย่างมากนางจึงสั่งให้สุ่ยเซียนพาทั้งสองคนไปในครัว

             

            “เจ้าค่ะคุณหนู” วางจานและตะเกียบในมือเช็ดมุมปาก พาอาทั้งสองในที่ครัวพร้อมบอกว่าผักชนิดใดที่ต้องใช้ตอนเที่ยงวันนี้ทีละชนิด ก่อนจะขอให้พวกนางล้างและหั่นผักเหล่านั้น

             

            สำหรับงานเลี้ยงฉลองขึ้นบ้านใหม่ในวันนี้เฉียวซีเตรียมกับข้าว 8 อย่าง ซุปอีก 1 อย่าง เป็นประเภทเนื้อ 4 อย่าง ประเภทผักอีก 4 อย่าง ทั้งยังทำปริมาณมากๆถือให้ทุกคนท้องอิ่มเป็นสำคัญ

             

            พวกเฉียวซีกินข้าวเช้าเสร็จอย่างรวดเร็วนางให้เรื่องต้อนรับแขกเป็นภาระของพี่ใหญ่และน้องสาม ส่วนนางพาฝูหรงและคนอื่นๆเข้าไปช่วยงานในครัว นี่เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ยิ่งแขกเยอะของที่ต้องเตรียมก็เยอะตามไปด้วย แค่เพียงการล้างผักก็ต้องใช้แรงไปมากทีเดียว 

    คล้ายกับเรื่องสาวบ้านไร่กับมารร้ายจอมป่วน (锦绣农家女) ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808