เฉาจิ้งหงกำลังพูดคุยกับศิษย์รุ่นน้องอยู่ ได้ยินเสียงเรียกก็หันมาอย่างดีใจ คิดว่าตนเองจะได้ลูกค้าเพิ่มอีกหนึ่งคน แต่ทันทีที่มันหันมามองนั่นเองสีหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนกลายเป็นตื่นเต้น เพราะคนที่ส่งเสียงเรียกมันอยู่นั้นคือเทียนฉินคนที่มันเคยร่วมหุ้นเล่นพนันด้วย
"คิดว่าไปเป็นลูกศิษย์ของท่านประมุขนิกายแล้ว จะลืมศิษย์พี่แสนดีอย่างข้าเสียอีก!"เฉาจิ่งหงเดินเข้ามาหาพร้อมกับหยอกล้อเทียนฉินอย่างอารมณ์ดี
หลังจากได้สอบถามข่าวคราวกันเล็กน้อย เทียนฉินจึงได้เข้าใจสถานการณ์ในนิกายช่วงที่ตนเองไม่อยู่มากยิ่งขึ้น ศิษย์แต่ละคนที่เคยผ่านเวทีประลองครั้งนั้นมา ต่างคนล้วนพัฒนาฝีมือจนก้าวหน้ากันอย่างมาก ยังไม่นับรวมถึงศิษย์ใหม่ที่ทางนิกายได้รับเข้ามา แต่ละคนล้วนมีความสามารถที่หลากหลาย ทำให้เวทีประลองแห่งนี้คึกคักอยู่ตลอดเวลา
"เจ้าสนใจที่จะร่วมมือกันกันทำธุรกิจกับข้าอีกสักครั้งมั้ย?"เฉาจิ้งหงเอ่ยถามพร้อมกับส่งสายตาเป็นประกายแฝงด้วยความเจ้าเล่ห์ออกมา
"ฮ่าๆ! อย่าเลยศิษย์พี่เฉา เดี๋ยวคนอื่นจะมาหาว่าข้ารังแกพวกศิษย์น้องพวกนั้น!"
เทียนฉินบอกปัดอย่างง่ายๆ แต่เฉาจิ้งหงก็ยังไม่ยอมแพ้พยายามชวนให้เทียนฉินลงประลองสักรอบสองรอบ พร้อมกับแนะนำให้ดูคนนั้นทีคนนี้ทีว่ามีฝีมือเก่งกล้าแค่ไหน ส่วนเทียนฉินเพียงแค่ยืนฟังพร้อมกับยิ้มตอบรับเท่านั้น ก่อนจะเอ่ยปากขอตัวเพื่อตัดปัญหาการเซ้าซี้ของผีพนันคนนี้ในเวลาต่อมา
"เฮ้อ! ศิษย์น้องเทียนไม่ให้โอกาสข้าเลย!"
เฉาจิ้งหงถอนหายใจพร้อมกับส่ายหัวออกมาอย่างเสียดาย ที่ไม่อาจโน้มน้าวให้เทียนฉินร่วมมือกับมันกอบโกยคะแนนได้อีกครั้ง
หลังจากแยกทางกับเฉาจิ้งหงได้ไม่นาน เทียนฉินก็ได้เดินทางมาถึงเขตบ้านพักของอาวุโสเสิ่นจื่อ ซึ่งครั้งหนึ่งเขาได้เคยกราบไหว้เป็นอาจารย์ ในตอนที่ได้เข้ามาอยู่ที่นิกายเพลิงอัคคีครั้งแรก
และเมื่อเดินผ่านประตูทางเข้าด้านหน้า ก็มีศิษย์คนหนึ่งรีบลุกขึ้นยืนใช้สายตามองสำรวจเขา พอเห็นว่ารูปร่างท่าทางของเทียนฉินไม่เหมือนกับศิษย์ที่พึ่งเข้ามาใหม่ มันก็เอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงกริ่งเกรงทันที
"ไม่ทราบว่าศิษย์พี่คนนี้มีธุระอะไรอย่างนั้นหรือ?"
เทียนฉินเห็นท่าทางของชายคนนี้ก็อดจะยิ้มที่มุมปากไม่ได้ เมื่อดูจากลักษณะท่าทางแล้วคงน่าจะเป็นศิษย์ที่เพิ่งเข้ามาอยู่ใหม่แน่ๆ ถึงได้มีพลังเพียงระดับผันแปรขั้นต้นเท่านั้น
"ไม่รู้ว่าศิษย์พี่เซียวกับศิษย์พี่ล่งอยู่หรือไม่?"เทียนฉินเอ่ยถามกับชายคนนั้นอย่างเป็นกันเอง
"เอ่อ!ศิษย์พี่เชิญเข้ามารอด้านในก่อน ข้าจะรีบไปตามศิษย์พี่ทั้งสองคนมาให้ท่านเดี๋ยวนี้!"
ชายคนนั้นรีบเอ่ยออกมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงเดินนำเทียนฉินไปนั่งรอที่ศาลาหลังหนึ่งในสวน เพียงไม่นานเท่าไหร่นัก เทียนฉินก็เห็นร่างของชายสองคนที่คุ้นตาเดินมาแต่ไกล จึงลุกขึ้นยืนแสดงความเคารพพร้อมกับรอยยิ้มจริงใจ
"ศิษย์น้องเทียนฉินคารวะศิษย์พี่เซียวและศิษย์พี่ล่ง!"
"ฮ่าๆ! ข้าคิดว่าเจ้าลืมศิษย์พี่อย่างข้าไปเสียแล้ว!"
ล่งฉินจ้าวหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี ที่เห็นว่าผู้ที่มาพบพวกเขานั้นที่แท้จริงแล้วคือเทียนฉินนั่นเอง แต่ก่อนที่ล่งฉินจ้าวจะเอ่ยถามอะไรต่อก็พลันถูกเสียงหนึ่งขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
"ข้าว่าพาศิษย์น้องเทียนไปพบท่านอาจารย์กันก่อนเถอะ!"
เซียวปิงหยวนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เป็นกันเอง อันที่จริงตัวมันก็อยากสอบถามเรื่องของเทียนฉินอยู่เหมือนกัน ว่าหายหน้าหายตาไปไหนมาตั้งเกือบหนึ่งปี แต่เมื่อเทียนฉินได้มาถึงที่พักของพวกเขาแล้ว คงจะไม่เป็นการดีแน่หากพวกเขาไม่พาศิษย์น้องคนนี้ไปกราบไหว้ท่านอาจารย์เสียก่อน
"เออจริงสิ! ท่านอาจารย์ก็บ่นถึงเจ้าอยู่เหมือนกัน!"
"หากท่านอาจารย์รู้ว่าเจ้ามาหาละก็ต้องดีใจมากแน่ๆ!"
ล่งฉินจ้าวเอ่ยออกมาพร้อมกับกึ่งดึงกึ่งลากเทียนฉินไปยังบ้านพักของอาจารย์พวกเขาอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ชายหนุ่มที่เดินตามหลังมาได้แต่มองตามด้วยความแปลกใจ
"ศิษย์พี่คนนี้แซ่เทียนอย่างนั้นรึ?"
ชายหนุ่มยืนพึมพำอยู่คนเดียวตรงนั้น ก่อนที่ดวงตาของมันจะเบิกกว้าง เมื่อฉุกคิดถึงเรื่องราวบางอย่างขึ้นมาได้
"หรือว่าจะเป็นศิษย์พี่เทียนฉินคนนั้นที่ศิษย์พี่ทั้งสองเคยเล่าให้ฟังอยู่บ่อยๆกัน!"
ถึงแม้ว่ามันจะเพิ่งเข้ามาอยู่ที่นิกายได้ไม่นานนัก อีกทั้งยังไม่เคยพบกับเทียนฉินมาก่อน แต่เรื่องราวของเทียนฉินที่เพิ่งเข้ามาในนิกายได้ไม่นาน ก็สามารถมีรายชื่อขึ้นไปอยู่ด้านบนสุดในกระดานจัดอันดับนั้น มันได้ยินจากศิษย์พี่ทั้งสองคนเล่ามาหลายครั้งแล้ว ยิ่งมาได้พบเห็นและได้พูดคุยกับศิษย์พี่คนนี้ ทำให้มันรู้สึกตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่เลยทีเดียว ที่ได้พบกับบุคคลที่มันนับถือเป็นแบบอย่าง
ในขณะที่ชายหนุ่มคนนั้นยังรู้สึกตื่นตะลึงไม่หาย พวกเขาท้้งสามคนก็ได้เดินมาถึงบ้านพักของอาจารย์เสิ้นจื่อแล้ว
"ท่านอาจารย์! ศิษย์กับศิษย์น้องล่งมาขออนุญาตเข้าพบขอรับ!"เซียวปิงหยวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อมทันทีที่เดินมาถึงหน้าประตู
"อืม! พวกเจ้าทั้งสองเข้ามาด้านในกันก่อนเถอะ!"เสียงของเสิ่นจื่อดังแว่วออกมาจากด้านในบ้านพัก
เซียวปิงหยางพยักหน้าให้กับอีกสองคนก่อนจะเอื้อมมือผลักประตูเข้าไป และเมื่อพวกเขาทั้งสามคนเข้ามาที่ด้านใน เทียนฉินก็เห็นว่าอาจารย์เสิ่นนั้นกำลังก้มหน้านั่งอ่านตำราอยู่บนโต๊ะ จึงรีบเดินเข้าไปกุมมือก้มหัวทำความเคารพอย่างไม่ลังเล
"ศิษย์เทียนฉินคารวะท่านอาจารย์!"
ทันทีที่สิ้นเสียงของเทียนฉิน เสิ่นจื่อก็พลันเงยหน้าขึ้นมามองด้วยแววตาที่ตกตะลึง ทั้งที่ยังมีตำราถือค้างอยู่ในมือ แต่เพียงไม่นานสีหน้าของเสิ่นจื่อก็แปรเปลี่ยนกลับคืนมาพร้อมกับรอยยิ้มที่อบอุ่น
"เจ้ากลับมาแล้วอย่างนั้นรึ?"
ภายในศาลาหลังใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักของเสิ่นจื่อนัก ทั้งสามคนกำลังนั่งฟังเทียนฉินเล่าเรื่องที่เขาได้พบเจอเมื่อตอนอยู่ที่แคว้นชิงกันอย่างตื่นเต้น แต่บางครั้งเสิ่นจื่อก็ว่ากล่าวตักเตือนด้วยความเป็นห่วง ที่เทียนฉินวู่วามจนเกินเหตุทำให้เกิดเรื่องราวบานปลายเสียขนาดนั้น
ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงกันอย่างมาก คือเรื่องการฝึกฝนของเทียนฉินที่ก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วจนพวกเขาคาดไม่ถึง ขนาดเสิ่นจื่อที่เป็นอาวุโสหลักของนิกาย ถึงกับทอดถอนใจปลงตกในโชคชะตาอย่างช่วยไม่ได้ ที่เห็นว่าอดีตลูกศิษย์ของเขาคนนี้มีระดับพลังที่รุดหน้าเกินเขาไปแล้ว
"พวกเจ้าพูดคุยกันต่อตามสบายเลยนะ อาจารย์คงต้องขอตัวก่อน!"
เมื่อเวลาผ่านสักระยะหนึ่ง เสิ่นจื่อเห็นว่าพวกเขาทั้งสามคนน่าจะต้องมาเรื่องคุยกันตามประสาคนหนุ่มสาวแน่ จึงได้เอ่ยบอกกับลูกศิษย์ของเขาพร้อมกับลุกเดินจากไป
"มาๆวันนี้ศิษย์น้องเทียนมาหาพวกเราถึงที่ พวกเราสามคนต้องฉลองกันสักหน่อยแล้ว!"
ล่งฉินจ้าวเดินไปหยิบไหสุราที่อยู่ในห้องของตนเอง พร้อมกับกล่าวชวนเชิญเซียวปิงหยวนและเทียนฉินให้ร่วมดื่มไปด้วยกัน ซึ่งคืนนั้นทั้งสามต่างดื่มกินอย่างเต็มที่ เสียงพูดคุยหัวเราะดังแว่วอยู่เป็นระยะๆ โดยเซียวหยวนปิงและล่งฉินจ้าวไม่มีทางรู้เลยว่า หลั
งจากคืนนี้ไปพวกเขาทั้งสองจะได้พบเจอกับเทียนฉินอีกครั้งเมื่อไหร่
จบตอนที่ 164