เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 59 สัญญาสามปี

              ในวินาทีต่อมาทุกคนต่างลุกขึ้นยืนพวกเขาล้วนรู้กันดีว่าปราชญ์สตรีของศิษย์สำนักชั้นในแห่งพรรคเหมันต์สวรรค์เป็นตัวแทนของสิ่งใด!

              ภายในพรรคเหมันต์สวรรค์นั้นมีเพียงผู้เดียวที่สามารถเป็นปราชญ์สตรีของพรรคได้ ซึ่งนั่นก็คือบุตรีของประมุขพรรคเหมันต์สวรรค์นั่นเอง

              โดยประมุขพรรคเหมันต์สวรรค์ในรุ่นนี้อย่างมู่หลิงเทียนนั้นนับเป็นยอดฝีมือที่อยู่ในปัญจปราณระดับสูงอย่างขั้นปราณสวรรค์แล้วขั้นการบำเพ็ญพลังปราณมีทั้งหมดแปดขั้นหากบรรลุตรีปราณระดับต้นอย่างขั้นเกลาวิญญาณก็จะได้ขึ้นไปยังปัญจปราณระดับสูง

              โดยปัญจปราณระดับสูงได้มีการแบ่งออกเป็นขั้นปราณทะลวง ขั้นปราณประสานขั้นปราณสวรรค์ และขั้นปราณเทพห้าขั้นใหญ่

              จอมยุทธ์ผู้แข็งแกร่งที่อยู่ในขั้นปราณสวรรค์กายาแข็งแกร่งราวกับว่าสามารถพลิกสวรรค์และพื้นพิภพ ชี้กระบี่สามารถผ่าขุนเขา ประหนึ่งเทพในดินแดนมนุษย์ก็ไม่ปาน

              เล่ากันว่าประมุขพรรคเหมันต์สวรรค์อย่างมู่หลิงเทียนนั้นเคยล้างบางพรรควรยุทธ์ที่มีจำนวนประชากรถึงหนึ่งแสนคนเพียงลำพังซ้ำยังสังหารจอมยุทธ์ขั้นปราณสวรรค์ในสงครามครั้งนั้นด้วยแข็งแกร่งจนทำให้ผู้คนทั้งหลายสั่นสะท้านด้วยความยำเกรงแม้ว่าเหนือกว่าขึ้นไปจะยังคงมีกลุ่มผู้อาวุโสแห่งพรรคเหมันต์สวรรค์แต่ความแข็งแกร่งยิ่งใหญ่ของเขาก็หาใช่สิ่งที่มีผู้ใดสงสัยไม่

              และในยามนี้ทุกคนต่างก็นึกไม่ถึงว่าบุตรีของเขาจะมาที่เมืองเหยียนเฉิง!

              เพียงชั่วพริบตาคนทั้งหลายต่างก็ตัวแข็งคล้ายดั่งหินรวมถึงกู่หยวนและคนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ร่างของผู้อาวุโสแต่ละพรรคต่างก็แข็งทื่อแล้วมองเอินไท่ด้วยแววตาที่แปลกใจและแฝงไปด้วยความเหลือเชื่อ

              แล้วในวินาทีต่อมาพลันมีเงาร่างของคนผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาจากมุมมืดนางสวมชุดสีขาวซึ่งถักทออย่างประณีตงดงาม เส้นผมสีสวยยาวสลวย มีผ้าปิดบังใบหน้าแต่กลับก้าวเดินมายังท่ามกลางผู้คนทั้งหลายอย่างงามสง่า

              ทุกคนต่างมองไปที่นางด้วยท่าทีเหม่อลอยนึกไม่ถึงว่าบนโลกจะมีสตรีที่งดงามดั่งสตรีอันดับหนึ่งของอาณาจักรเช่นนี้!

              ตึก!

              ซีเหมินหานและตงฟางเฉินถึงกับคุกเข่าลงไปบนพื้นเหงื่อเม็ดเท่าถั่วเขียวไหลลงมาจากหน้าผากทั้งยังไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง

              นึกไม่ถึงเลยว่าสตรีที่พวกเขาเย้าหยอกในครานั้นจะเป็นถึงปราชญ์สตรีของพรรคเหมันต์สวรรค์ความผิดของเขาในครานี้ดูท่าตายนับหมื่นครั้งก็ยังไม่พอ!

              ขอเพียงอีกฝ่ายเอ่ยปากคนของตระกูลตงฟางและตระกูลซีเหมินทั้งหมดก็คงต้องแหลกสลายกลายเป็นผุยผง

              ภายในสถานที่แห่งนั้น ทุกคนต่างก็ถูกความงามของสตรีตรงหน้าทำให้เสียอาการแม้แต่กู่หยวนก็ยังเหม่อลอยไปชั่วขณะ แต่ผู้เดียวที่ไม่ได้ขยับไปที่ใดก็คือ...เมิ่งฝาน!

              รูม่านตาของเขาหดเล็กลงขณะที่จับจ้องไปยังสตรีเบื้องหน้าเขานึกไม่ถึงเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นนาง...มู่อวี่อิน

              ความจริงเขาน่าจะคิดได้ตั้งนานแล้ว แต่ก็คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเป็นถึงปราชญ์สตรีของพรรคเหมันต์สวรรค์ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดนางจึงคิดว่าตนเองสูงศักดิ์นัก ดูท่าเขาจะเข้าใจผิดไปอย่างมากมายเลยทีเดียว!

              เมื่อคิดได้เช่นนั้นเมิ่งฝานก็กระตุกยิ้มขึ้นมามุมปากของเขานั้นทำให้ผู้คนรู้สึกตกตะลึงไม่น้อย

              เมื่อมู่อวี่อินมาอยู่ใจกลางของผู้คนก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น “ยอดเยี่ยมนึกไม่ถึงว่าในมุมหนึ่งของอาณาจักรต้าก้านจะมีการประลองที่ทำให้ข้าพอใจได้ถึงเพียงนี้หลังจากนี้อีกสิบปีพรรคเหมันต์สวรรค์ก็จะมาชมการประลองที่นี่อีกครั้ง!”

              ช่างเป็นเสียงที่เย็นชาและแฝงไปด้วยความรู้สึกที่คล้ายดั่งว่าเหนือกว่าผู้ใดแต่ถึงกระนั้นสีหน้าของกู่หยวน เหยียนหยาง และคนอื่นๆ ต่างก็มีความดีใจปรากฏขึ้นมา

              อิทธิพลของพรรคเหมันต์สวรรค์ยิ่งใหญ่อย่างมากซึ่งมันก็สามารถทำให้เมืองเหยียนเฉิงและโดยรอบเลื่องชื่อลือนามไปยังพรมแดนจตุทิศ

              “อานุภาพแห่งเหมันต์สวรรค์จะไม่ดับสูญขอเพียงพวกเจ้าทั้งหลายพยายามให้มากก็จะมีโอกาสเข้ามาเป็นหนึ่งในคนของพรรคเหมันต์สวรรค์สำหรับจอมยุทธ์ผู้แข็งแกร่งแล้วนั้น พวกข้ายินดีต้อนรับเป็นอย่างยิ่ง!”

              มู่อวี่อินเอ่ยออกมาเสียงเรียบและปรายตามองไปโดยรอบซึ่งไม่มีผู้ใดกล้าสบตานางแม้แต่คนเดียว

              แม้ว่านางจะเป็นเพียงจอมยุทธ์ขั้นหลอมปราณแต่ก็มีฐานันดรที่น่าสะพรึงยิ่งการที่มีเอินไท่ผู้เป็นจอมยุทธ์ขั้นเกลาวิญญาณยืนอยู่ข้างกายก็ยิ่งทำให้สามารถสยบทุกคนได้อย่างดี

              ต่อมาไม่นานนางก็มองไปยังเมิ่งฝานเมื่อฝ่ามือสวยขยับเล็กน้อยพลันมีของสิ่งหนึ่งลอยไปหาเมิ่งฝาน

              เมื่อเมิ่งฝานรับมาก็พบว่ามันคือตราสัญลักษณ์ของพรรคเหมันต์สวรรค์ ซึ่งเหมือนกับที่เขามีอยู่ไม่มีผิดเพียงแต่บนนั้นไม่มีเลือดติดอยู่เท่านั้น!

              “เจ้าทำได้ไม่เลวสามารถไปจากที่นี่พร้อมกับข้าได้!”

              เมื่อได้เห็นสีหน้าอันเย็นชาของมู่อวี่อินเมิ่งฝานก็หัวเราะออกมาเสียงเบาอีกฝ่ายมีการวางตัวที่ไม่เลวจึงสามารถแสร้งว่าไม่เคยรู้จักเขาเช่นนี้ ดูท่านางคงไม่อยากให้ผู้อื่นรับรู้ว่าทั้งสองรู้จักกัน

              เมิ่งฝานปรายตามองนางชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ขออภัยจริงๆแต่ข้า...เลือกที่จะไม่เข้าร่วม!”

              เมื่อสิ้นเสียงนั้นสายตาของคนทั้งหลายก็จ้องมองไปยังเมิ่งฝานด้วยความสั่นสะท้านที่ยิ่งกว่าการปรากฏตัวของมู่อวี่อิน

              คิดไม่ถึงว่าเขาจะปฏิเสธ!

              ทุกคนล้วนแต่มองไปยังเมิ่งฝานด้วยความเหลือเชื่อหรือเขาจะไม่เข้าใจว่าการได้เป็นศิษย์ของพรรคเหมันต์สวรรค์นั้นหมายความว่าอย่างไร?

              เกรงว่าหากมีผู้ใดเอ่ยถึงโอกาสที่จะเข้าไปเป็นศิษย์ของพรรควรยุทธ์ดังกล่าวผู้คนมากมายก็พร้อมที่จะแย่งกันหัวแตก ทำให้ทั้งภายในอาณาจักรต้าก้านและพรมแดนจตุทิศล้วนแต่เกิดปรากฏการณ์สั่นสะเทือนยิ่งกว่าแผ่นดินไหว

              ทว่าเมิ่งฝานกลับปฏิเสธ!

              เขาบ้าไปแล้วหรือไร!

              นี่คือความคิดของคนทั้งหลายที่อยู่โดยรอบพวกเขามองไปยังเมิ่งฝานด้วยแววตาประหลาดใจ จากนั้นก็คิดขึ้นในใจว่าสมองของเมิ่งฝานเสียสติไปหลังจากการประลองหรืออย่างไร

              ทว่าในยามนี้ตัวแทนจากพรรควรยุทธ์อื่นอย่างเช่นคฤหาสน์ชิงหลงกลับตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งการที่เมิ่งฝานไม่เข้าร่วมกับพรรคเหมันต์สวรรค์ย่อมหมายความว่าพวกเขามีโอกาสที่จะเชื้อเชิญให้เมิ่งฝานเข้าร่วมกับพรรควรยุทธ์ของตนเอง

              สีหน้าของมู่อวี่อินเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางจ้องมองเมิ่งฝานแล้วเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่เย็นชา“เพราะเหตุใดกัน? เจ้ารู้หรือไม่ว่าหากปฏิเสธย่อมเท่ากับว่าสละทรัพยากรในการบำเพ็ญตนไปมากมายเพียงใดศิษย์ของพรรคเหมันต์สวรรค์มีมากมายหลายหมื่นคนแต่ผู้ที่สามารถเป็นศิษย์ชั้นในได้นั้นมีไม่ถึงหนึ่งหมื่นคน หากเจ้าตามข้าเข้าไปก็เท่ากับว่าจะได้รับโอสถสละสามัญซึ่งเป็นตัวช่วยในการบำเพ็ญตนหนึ่งเม็ด!”

              นัยน์ตาของชายชราที่บำเพ็ญตนมานานหลายปีทั้งหลายพลันลุกวาวด้วยความริษยาในทันทีโอสถสละสามัญนั้นนับเป็นโอสถที่คล้ายดั่งฝืนต่อลิขิตสวรรค์เลยก็ว่าได้!

              สรรพคุณของมันคือสามารถทำให้จอมยุทธ์ในขั้นฝึกกายาก้าวขึ้นไปยังขั้นหลอมปราณโดยตรงหากจอมยุทธ์ขั้นหลอมปราณกินเข้าไปก็จะทำให้ทุกส่วนของร่างกายพัฒนาเพราะมันเป็นถึงโอสถวิเศษระดับสี่!

              การใช้สิ่งล่อใจที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ทำให้เห็นได้ชัดว่าพรรคเหมันต์สวรรค์นั้นร่ำรวยเพียงใด!

              มู่อวี่อินมองเมิ่งฝานด้วยนัยน์ตาที่วาวโรจน์และท่าทีอันหยิ่งทะนงบนโลกใบนี้มีผู้ที่ตั้งมั่นจนไม่หวั่นไหวต่อสิ่งล่อใจที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ได้เพียงน้อยนิดยิ่งไม่ต้องพูดถึงจอมยุทธ์น้อยที่เพิ่งจะก้าวขึ้นสู่ขั้นหลอมปราณต่อให้เมิ่งฝานไม่เหมือนผู้ใดแต่มันก็แค่ไม่เหมือนผู้ใดเท่านั้น!

              เมิ่งฝานกำหมัดแน่น เขาจ้องตาของมู่อวี่อินแล้วเอ่ยเสียงเรียบ“ข้าขอปฏิเสธ คุณหนูมู่เองก็คงจะรู้ดีว่านอกจากการตามล่าความแข็งแกร่งแล้วนั้นบนโลกใบนี้ก็ยังมีอย่างอื่นให้แสวงหา ฉะนั้นแล้วข้าขอปฏิเสธ!”

              นี่เป็นคำพูดที่หนักแน่นรวดเร็วดุจสายฟ้าไร้ซึ่งความลังเลและความไม่แน่นอนใดๆ !

              หากไม่ใช่เพราะภารกิจของพรรคเหมันต์สวรรค์ บิดาของเขาก็คงจะไม่ต้องตาย และนี่ก็คือสาเหตุที่ทำให้เมิ่งฝานเลือกที่จะปฏิเสธพรรคเหมันต์สวรรค์ในตอนต้น

              เมิ่งชางยอมบุกป่าฝ่าดงเพื่อพรรคเหมันต์สวรรค์แต่เขาล้มเหลวเพียงครั้งหนึ่งกลับทำให้ทั้งภรรยาและลูกถูกไล่ออกจากพรรคอย่างไร้ซึ่งความปรานีหากไม่ใช่ไร้ความปรานีที่เห็นคนตกทุกข์ได้ยากแต่ไม่ยื่นมือเข้าช่วยของคนพวกนั้น มารดาของเขาก็คงไม่ต้องทนทุกข์กับโรคหานซางนานถึงสิบกว่าปีคงไม่ต้องพาเขาไปใช้ชีวิตอย่างลำบากยากแค้นตั้งนานปีฉะนั้นแล้วเมิ่งฝานจึงเลือกที่จะปฏิเสธอย่างไม่ลังเล

              เมื่อได้ยินการปฏิเสธของเมิ่งฝานผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างก็สนทนาด้วยเสียงที่ฮือฮาและตกตะลึงร่างอรชรของมู่อวี่อินนั้นก็สั่นเทาไปเล็กน้อยนางมองไปยังเมิ่งฝานด้วยแววตาที่แปลกใจเพราะไม่มีผู้ใดเคยปฏิเสธนาง และไม่มีผู้ใดเคยปฏิเสธพรรคเหมันต์สวรรค์ด้วยเช่นกัน

              ในวินาทีต่อมามู่อวี่อินที่คล้ายดั่งคิดอะไรได้บางอย่างก็ยกยิ้มอย่างเย็นชาก่อนที่นางจะเอ่ยเสียงเรียบ “เมิ่งฝาน เป็นมนุษย์จะต้องรู้จักเจียมตัวของบางสิ่งหากมันไม่ใช่ของเจ้าก็อย่าได้เสียเวลาร้องขอ สภาพการณ์ของเจ้าในเวลานี้ควรจะเข้าใจว่าสิ่งใดควรไม่ควรอย่าได้ใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาจนนำมาซึ่งความเสียใจในภายหลังโอกาสในวันนี้มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เจ้าคิดว่าตนเองมีสิทธิ์ถึงขั้นสามารถปฏิเสธพรรคเหมันต์สวรรค์ได้เชียวหรือ? อย่าได้คิดว่าตนเองมีศักยภาพอันน้อยนิดนั้นแล้วจะสามารถหยิ่งทะนงตนได้การที่พรรคเหมันต์สวรรค์ยอมที่จะรับเจ้ามาบ่มเพาะก็นับว่าเป็นโอกาสอันดีของเจ้าทั้งที่มีจอมยุทธ์น้อยจากหลายพรรคของพรมแดนจตุทิศมากมายแต่พรรคเหมันต์สวรรค์ก็ยังไม่สนใจไม่แม้แต่จะปรายตามอง และในทุกปีก็มีพวกไร้ประโยชน์ถูกขับไล่ออกจากพรรคเหมันต์สวรรค์ไปไม่น้อยด้วยเช่นกัน!”

              มู่อวี่อินว่าพลางจ้องมองเมิ่งฝานคางเนียนสวยที่ปรากฏขึ้นนอกพื้นที่การบดบังของผืนผ้านั้นทำให้เห็นว่าใบหน้าทั้งหมดของนางงดงามน่าหลงใหลเพียงใด

              ผู้คนทั้งหลายต่างก็ครุ่นคิดขึ้นมาในใจแม้ว่าน้ำเสียงของมู่อวี่อินจะแฝงไปด้วยความอวดดีและสั่งสอนเมิ่งฝานราวกับตนเองเป็นผู้มากประสบการณ์แต่ความจริงก็เป็นดั่งที่นางเอ่ยออกมา

              ในชั่วพริบตาต่อมานั้นใบหน้าของเมิ่งฝานก็แสดงความเดือดดาลและจ้องมองมู่อวี่อินอย่างไม่ละสายตาเขาก้าวไปด้านหน้าหนึ่งก้าวก่อนจะเอ่ยเสียงดัง “เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าสามารถจัดการเจ้าได้ด้วยพลังหนึ่งกระบี่ชี้ปราณสวรรค์?”

              น้ำเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยจิตสังหาร ทำให้สีหน้าของเอินไท่เปลี่ยนไปทันทีก่อนจะเดินมายืนขวางอยู่เบื้องหน้าของมู่อวี่อินในเวลาต่อมา

              ในยามนี้ไม่ว่าผู้ใดก็สามารถสัมผัสได้ถึงจิตสังหารจากตัวของเมิ่งฝานได้ทั้งสิ้นเพราะมันไร้ซึ่งการปิดบัง!

              หนึ่งกระบี่ชี้ปราณสวรรค์ หรือนี่จะเป็นกระบวนท่าที่เขาใช้เอาชนะเหยียนเย่าเมื่อครู่นี้!

              มู่อวี่อินขมวดคิ้วดกดำเพราะนึกไม่ถึงว่าเมิ่งฝานจะหัวรั้นเช่นนี้นอกจากจะไม่ยอมสยบต่ออานุภาพของพรรคเหมันต์สวรรค์แล้วยังตั้งตัวเป็นปรปักษ์อย่างชัดเจนเฉกเช่นสัตว์ที่ดุร้ายอีกด้วย!

              หรือเขาจะไม่ได้บันดาลโทสะเพราะเรื่องที่ถูกตนเองปฏิเสธในป่าครานั้น?

              มู่อวี่อินยังคงขมวดคิ้วเข้มในที่สุดนางจึงมีความลังเลปรากฏ เดิมทีคิดว่าที่เมิ่งฝานทำเช่นนี้ก็เพราะต้องการอวดเก่งและเอาคืนตนเองทว่าสีหน้าของเขาในยามนี้กลับหาได้มีเพียงเรื่องเหล่านี้ไม่

              ......

              ในทุกปีจะมีพวกไร้ประโยชน์ถูกขับไล่ออกจากพรรคเหมันต์สวรรค์ไปไม่น้อย!

              หึหึ ดูคล้ายว่าตัวเขาและมารดาจะเคยเป็นหนึ่งในพวกไร้ประโยชน์เหล่านั้นสินะ!บิดาของข้าทำเพื่อพรรคเหมันต์สวรรค์ตั้งมากมายแต่เมื่อเขาตายไปตัวข้ากับท่านแม่ก็กลายเป็นพวกไร้ประโยชน์ จึงถูกพวกนั้นขับไล่ออกมาอย่างไม่ลังเลและไร้ความปรานี!

              ภาพเหตุการณ์ที่ผ่านมานานหลายปีปรากฏขึ้นในหัวของเมิ่งฝาน

              เมิ่งฝานกัดฟันแน่นก่อนจะนำลิ่มเจาะกระดูกออกมาแล้วกรีดลงไปบนฝ่ามือของตนเองจนมีเลือดสีแดงสดไหลออกมาทว่าเมิ่งฝานกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดพร้อมกับฉีกผ้าออกมาส่วนหนึ่งก่อนที่จะเขียนลงไปอย่างรวดเร็ว

              เพียงไม่กี่อึดใจต่อมาเขาก็นำผ้าที่เปื้อนไปด้วยเลือดโยนให้กับมู่อวี่อินแม้ว่าจะมีเลือดแปดเปื้อนแต่ก็ยังสามารถมองเห็นตัวอักษรที่เมิ่งฝานเขียนเอาไว้ได้ในขณะเดียวกันน้ำเสียงอันเยือกเย็นของเมิ่งฝานก็ดังไปทั่วบริเวณ

              “มู่อวี่อิน เจ้าแข็งแกร่งมากก็จริงแต่ขอให้เจ้าจำเอาไว้ว่าต่อให้เป็นมดตัวน้อยก็ยังสามารถทำให้ต้นไม้ใหญ่สั่นคลอนน้ำเพียงหนึ่งหยดก็สามารถหยดทะลวงหน้าผาได้ การหยามเกียรติที่เจ้ากระทำต่อข้าในวันนี้วันข้างหน้าข้าเมิ่งฝานผู้นี้จะต้องเอาคืนทั้งเจ้าและพรรคเหมันต์สวรรค์ด้วยเจ้าคือปราชญ์สตรีแห่งพรรคเหมันต์สวรรค์คงจะเป็นผู้ที่แข็งแกร่งยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาจอมยุทธ์น้อยทั้งหลายผ้าผืนนั้นคือสัญญาโลหิตที่ข้ามอบให้กับพรรคเหมันต์สวรรค์ว่าข้าขอเวลาสามปีแล้วสามปีหลังจากนี้ข้าเมิ่งฝานจะบุกไปถึงยอดเขาเทียนหานเอาชนะจอมยุทธ์น้อยแห่งพรรคเหมันต์สวรรค์ทุกคนรวมถึงเจ้าด้วย ให้สัญญานี้เป็นพยานหากใครแพ้พ่ายจะต้องเชื่อฟังอีกฝ่ายไปชั่วชีวิต!”

              พันธสัญญาโลหิต!

              รอบลานประลองสวรรค์ประทานต่างก็ตกอยู่ในความเงียบงันดุจดั่งความตายทุกคนต่างก็รู้ดีว่านี่หมายถึงสิ่งใด ในพรมแดนจตุทิศแห่งนี้โดยปกติแล้วหากมีการต่อสู้จนถึงชีวิตจะมีการเขียนพันธสัญญาโลหิตขึ้นมาและต้องอิงตามกฎในพันธสัญญานั้นเมื่อการต่อสู้จบลงทั้งสองฝ่ายใช้ชีวิตในการเดิมพัน เดิมพันด้วยชีวิต ทุกสิ่งเป็นไปตามสวรรค์ลิขิต!

              เมื่อยามเป็นเด็กเมิ่งฝานก็เคยสาบานไว้แล้วว่าจะต้องนำสิ่งที่เป็นของตนเองและซินหลันกลับมาทั้งหมดแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นถึงพรรคเหมันต์สวรรค์ที่ยิ่งใหญ่สูงสุดและแตกต่างจากเมิ่งฝานราวฟ้ากับเหวก็ตามแต่หากต้องการให้อีกฝ่ายได้รับผลในการกระทำทุกสิ่งก็มีเพียงการเดิมพันด้วยชีวิตเท่านั้นใช้ชีวิตในการฝืนลิขิตสวรรค์!

    คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390