ภายในห้องนั่งเล่นแบบสบายๆสามหนุ่มสองสาวนั่งแผ่บรรยากาศอบอวนอึดอัดด้วยรังสีกดดันราวกับซามูไรจะชักดาบออกมาฟาดฟันกันได้ทุกเมื่อ นีโอเอามือแปะที่ตาขวามองศิลาฟันกัดแน่นโอนินั่งกำหมัดจ้องเขม่นมาที่ศิลาสายตาเคียดแค้น พวกเขาไม่คิดเลยว่าจะได้เจอกับคนที่พวกเขาหมายหัวตลอดชีวิตในที่แบบนี้ สถานการณ์แบบนี้พวกเขาทั้งสองคิดว่าคงไม่ได้เจอกับคนที่ชื่อศิลา ภัยพินาศ อีกต่อไปแล้ว เพราะอาและลุงของเขาได้กำจัดทำลายครอบครัวของศัตรูที่ทำตาขวาของเขาล้มละลายจนพังพินาศไปจนหมดสิ้นแล้วแต่ทว่าตอนนี้ชายคนนั้นกลับมานั่งตรงหน้าพวกเขาซ้ำยังดูมีสง่าราศีกว่าตอนก่อนที่ลุงและอาของเขาจะทำลายชีวิตของมันอีกด้วยซ้ำกลายเป็นว่าที่พวกเขาลงทุนลงแรงเสียเงินไปมากมายต้องเสียเปล่า แล้วตาขวาของเขาที่สูญเสียไปมันไร้ความหมายหรืออย่างไร
ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นสีหน้า แววตาของชายตรงหน้าพวกเขาบอกชัดเจนว่าศิลารู้เรื่องราวการอยู่เบื้องหลังที่โนอาทำลายครอบครัวตัวเองแล้วด้วย สาเหตุแรกที่ทำให้นีโอคิดแบบนั้นคือตอนนี้เห็นได้ชัดว่าศิลาอยู่ในฐานะอะไรของตระกูลอัลไซส์ และนั่นหมายความว่าศิลาสามารถสืบสาวราวเรื่องเข้าถึงข้อมูลอะไรต่อมิอะไรได้อย่างมากมายและการที่ศิลาจะตรวจสอบบัญชีของโนอาพ่อของอาโนย้อนหลังว่าโนอาโอนเงินเข้าบัญชีใครบ่าง ฟังดูอาจจะยากเพราะนักธุระกิจย่อมต้องโอนเงินมีเงินหมุนเวียนในบัญชีทุกๆวัน ทว่ากลับกันหากมีบัญชีไหนที่โนอาโอนเงินให้เป็นประจำคนนั้นก็จะต้องถูกศิลาตรวจสอบเป็นอันดับแรกๆ และหากตรวจสอบลึกลงไปจะพบว่าแท้จริงคนที่กุมบริษัทศิกรุ๊ปคือโนอาทว่าคนที่กุมอำนาจอยู่เบื้องหลังจริงๆก็คือลุงและอาของเขา อีกเหตุผลหลักที่ทำให้เขาคิดแบบนี้คือศิลาพึ่งจะเอ่ยถามว่าเขารู้จักอาโนหรือเปล่านั่นคือการบอกความนัยน์และคำขู่ของศิลที่ส่งมาถึงเขาว่ารู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วอีกอย่างดูเหมือนคนตรงหน้าเขาชายที่ชื่อศิลาจะฉลาดเป็นกรด
อินาริเหม่อมองศิลาแววตาละเพียละเลียดแทะโรม ความรู้สึกของเธอต่างจากสองหนุ่ม เธอหลงไหลเขาตั้งแต่แรกพบ ชายตัวเล็กเพียงคนเดียวที่ยืนหยัดต่อกรกับเพื่อนของเธอที่ตัวใหญ่กว่าได้ ชายคนที่ประกาศก้าวว่าตนเองเป็นใครและท้าทายบอกว่ามาได้ทุกเมื่อ หลังจากวันนั้นเธอก็อยากพบเขามาตลอดและแอบหวังในใจมาตลอดว่าจอมมารศิลาจะเป็นคนเดียวกันกับศิลาเด็กคนนั้น เธอไม่คิดเลยว่าจะได้มาพบคนนั้นอีกครั้งราวกับโชคชะตาของเธอและเขามันต้องกันผูกมัดกันเอาไว้ก็มิปาน คล้ายกับโชคชะตาด้ายแดงของเธอและเขาที่มีต้องกันทว่ากลับต้องถูกบางอย่างตัดมันขาดลงตั้งแต่ยังไม่ได้ถักทอร้อยเรียง เธอได้มาเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นตรงหน้าตอนนี้ในเวลานี้ เธอพยายามลบภาพของเด็กชายตัวเล็กในวันนั้นให้ออกไปจากสมองทว่ายิ่งลืมกลับยิ่งจำ ยิ่งอยากลบเลือนยิ่งตราตึงฝังแน่นในห้วงหาอาดูร
อันที่จริงเธอมั่นใจมากแล้วว่าจอมมารศิลาคือคนเดียวกันกับศิลาคนที่เธออยากพบมาตลอด และเธอเองก็ทำใจไว้ส่วนหนึ่งแล้วเมื่อได้เห็นภูติสาวประจำตัวของเขาที่ประกาศความรู้สึกในใจออกมาอย่างชัดเจน และวันเวลาได้พันผูกคนทั้งสองเข้าด้วยกันจนไม่มีที่ว่างให้ใครแทรกกลางได้อีก จะโทษใครได้เล่านอกจากตัวเธอเอง หากเธอลองไปพบเขาในโลกจำลองสักครั้งเรื่องมันอาจจะไม่เป็นแบบนี้ หากรู้ว่าจะต้องมาเห็นภาพแบบนี้สู้ไม่รออยากพบเขามาตลอดยังดีเสียกว่า แม้อยากรู้จักเขามาตลอด อยากพบเขามาตลอด อยากสานสัมพันธุ์รู้จักกับเขา ทว่าคำว่าสายยังคงน้อยเกินไป ได้พบแล้วเป็นไงเมื่อทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว เธอไม่ใช่เด็กประถมที่ไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้คืออะไร อย่าว่าแต่เด็กประถมเลย เด็กสมัยนี้คงรู้ดีกับความรู้สึกแบบนี้ที่เธอเป็นอยู่ด้วยซ้ำ ทว่าทุกอย่างมันสายเกินไปแล้วและคงจะสายเกินไปตลอดกาล จะว่าเธอใจง่ายเธอก็ยอม เพราะเขาในตอนนั้นช่างสง่าตราตึงในความประทับใจของเธอยิ่งนัก และยิ่งได้พบในตอนนี้เธอกล้าพูดเต็มปากเลยว่าแค่แววตารอยยิ้มของเขาก็สามารถละลายสาวที่พบเจอได้ทันที ทว่าคิดอะไรไปก็เท่านั้นเพราะเธอไม่มีทางสู้หญิงสาวที่นั่งข้างกายเขาได้เลย หญิงสาวที่เกิดมาพร้อมสรรพทั้งรูปโฉมที่งดงามขนาดที่เทวายังถวิลหาในรูปโฉมของเธอ ความมั่งคลั่ง อำนาจ บารมี ความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขายังมิทันได้ถักทอต้องเป็นอันพังพินาศ ยังไม่ทันจะได้เริ่มรักแบบจริงจังกลับต้องพังอย่างโศกศัลย์ เพราะเธอดันไปหลงรักคนที่ไม่ควรรักที่สุดในโลก แต่รักไม่ได้ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้รัก อยู่ตรงกลางระหว่างเสียงหัวใจกับเหตุผลคนไม่ควรรัก เราทำไมรักไปทั้งหัวใจ
ไม่ใช่ไม่รู้ ว่าฉันและเธอต่างกันเท่าไร
มองไกลๆ แล้ว ลืมเธอไปคือเรื่องที่ควรทำ
อยากรักเธอโดยไม่ผิด อยากคิดว่าเป็นแค่ฝัน
อยากทิ้งอะไรทุกอย่าง ที่คั่นระหว่างเราไว้
อยากลบเลือนวันที่ผ่าน แต่ฉันก็เจ็บในหัวใจ
และสุดท้าย แค่อยากให้เธอได้ฟัง
ที่รักไม่ได้ ไม่ใช่ไม่ได้รัก
ศิลานั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆมองคนทั้งสามตรงหน้าเขาด้วยสีหน้ายิ้มเป็นมิตรต่างจากสองหนุ่มฝั่งตรงข้ามที่จ้องเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “จริงซิ” ศิลาเปรยออกมาพร้อมยกถ้วยกะแฟขึ้นมาจิบ “ตาขวาของคุณนีโอเป็นยังไงบ่างครับ หลังจากวันนั้นผมล่ะก็เป็นห่วงคุณจริงจริ๊ง”
นีโอตาขวากระตุกควันแทบจะหอกหู ท่าทางของศิลาต่างจากคำพูดลิบลับคำพูดบอกเป็นห่วงแต่ท่าทางเยาะเย้ย และคนที่ถามเขากลับเป็นคนที่ทำให้ตาขวาของเขาบอดเสียอีก แม้ความจริงหลังจากผ่าตัดเขาจะกลับมามองเห็นแต่ทว่าเขาก็ได้ไปวิวาทและถูกฟาดซ้ำเข้าที่ตาข้างขวาอีกจนทำให้บอดทันที ทว่ายังไงสาเหตุหลักมันก็มาจากครั้งแรกที่เขาถูกศิลาฟาด ดูเผินๆตาของเขาก็เหมือนคนปกติเพราะเป็นการตาบอดใส
“นี่แกตั้งใจจะกวนประสาทฉันใช่ไหม” นีโอเน้นเสียงฟันกัดแน่นมือกำแน่นสั่น อาการเคี้ยดแค้น
“จริงซิครับ” ศิลาตอบยิ้มๆ “หลังจากวันนั้นผมก็กังวนนิดๆ นิดๆอ่ะนะ ว่าคุณจะเป็นอะไรมากไหม และรู้สึกสงสัยว่าเอ๊ะ!..ทำไมตำรวจถึงไม่มีมาหาผมนะทั้งที่ผมซัดพวกคุณไปเยอนสะขนาดนั้น”
“เฮ่ย!!!... ว่าใครเยอนว่ะ” โอนิรุกพรวดชี้หน้าศิลา ทว่าเสี้ยววินาทีหลังจากนั้นศิลาก็ตวาดใส่โอนิเสียงแข็ง
“นั่งลง” นัยน์ตาของศิลาดุดันฉายแสงสีเงินแผ่รังสีกดดันออกมา โอนิเหงื่อแตกเกิดเม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้าที่ซีดเผือด แขนขาสั่นเท่าเมื่อสบเข้ากับในตาคมกริบของศิลา ในสายตาของโอนิด้านหลังของศิลาปรากฎเงาสีดำขนาดใหญ่ปานภูเขารูปปากของมัจจุราชโถมเข้ามาอ้าปากกำลังจะงับกลืนกินเข้าลงสู่ห้วงอนันตกาลอันเป็นนิรันดร์ คำถามแรกที่เกิดขึ้นในจิตใจของเขาคือคนตรงหน้าเขายังเป็นคนเหมือนกับเขาใช่ไหม หรือคนตรงหน้าเขากลายเป็นสิ่งอื่นที่ไม่ใช่คนแล้ว
อึก!!... โอนิทิ้งตัวลงนั่งกับโซฟาด้วยอาการเหม่อลอย เพื่อนทั้งสองหันมามองด้วยสีหน้าสงสัย หลังจากนั้นศิลาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
“ถ้าไม่ใช่พ่อแม่ผมหรือพ่อตาแม่ยาย อย่ามายืนค้ำหัวชี้หน้าผม ผมไม่ชอบ เจียมตัวเองสะบ่าง” สายตาเย็นยะเยือก เขาหลับตาถอนหายใจปรับอารมณ์ “แล้วพวกคุณมีธุระอะไรกับน้องฟ้าหรอครับ” เขาหันไปมองนีโอ
ชายหนุ่มเลิกลัค “มันไม่ใช่เรื่องของแก”
“ฮืมม... ช่างเถอะ แต่ดูเหมือนคุณจะหน้าแตกนะครับเนี่ย” เขายั่วอีกฝ่าย
นีโอถอนหายใจปรับอารมณ์ไม่ให้ไหลไปตามเกมของศิลา อินาริจ้องมองศิลาด้วยแววตาอันหลากหลาย หวาดกลัว?.. สับสน?..ปลื้ม..หลงไหล.. ในความรู้สึกของนีโอตอนนี้เขาจะขอชมและยกนิ้วให้เลยกับศัตรูของศิลาที่วิ่งหนีชายคนนี้ เขาเองก็อยากจะออกไปจากตรงนี้ใจแทบขาด ความรู้สึกและสัมผัสที่เขาสัมผัสได้จากศิลาราวกับว่าบุรุษตรงหน้าเขาไม่ใช่คนก็มิปาน ทั้งเงียบสงบเหมือนท้องสมุทรแต่กลับเกรี้ยวกราดบ้าคลั่งราวกับท้องทะเลที่เกิดมหาพายุ เขาอยากจะชื่มชมจริงๆกับคนที่คิดจะหนีศิลาเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าเขา
“แกใช่ไอ้เด็กเวรในตอนนั้นจริงหรอวะ” นีโอกล่าวเน้นเสียงมองศิลา
“จริงซิครับ” เขาตอบยิ้มก่อนจะเอามือขวาปัดผมที่ปิดห้างคิ้วขวาเอาไว้ให้เปิดออกเผยให้เห็นรอยแผลเป็นตรงหางคิ้ว “นี่ไงแผลเป็นที่คุณเอาไม้หน้าสามฟาดผมในตอนนั้น แล้วก็” เขาหันไปมองศีลน้อยลูกสุนัขชิวาว่าที่กำลังเดินเข้ามาหาเขา “ศีล มาหาป๋ามาลูก” เขาเอามือตบหน้าขา บ๊อกๆ..ศีลน้อยวิ่งร่ามาหาเขาก่อนจะกระโดดขึ้นมานั่งบนตักเขาตาแป๋ว “เจ้านี่ก็คือลูกของสุนัขสองตัวนั้นที่พวกคุณทำร้ายมัน น้องฟ้าเป็นคนเอามาเลี้ยงดูหลังจากผมพาพวกมันไปหาหมอ จนมันทั้งสองให้กำเนิดเจ้าตัวน้อยนี่มา ตลกดีเนอะ แค่เรื่องหมาแท้ๆเลยเถิดจนครอบครัวผมเกือบพินาศเพราะคนบางคนมันรอบกัดแอบใช้คนรอบกายตัวผมมาทำลายผมเอง” เขาถอนหายใจ “ขนาดหมามันยังกัดซึ่งๆหน้าแต่นี่คนแท้ๆกลับรอบกัด คุณนีโอ คุณโอนิ คิดว่าคนแบบนั้นต่ำยิ่งกว่าสุนัขไหมครับ”
สองหนุ่มสะอึกไม่ตอบคำ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะตอบตามน้ำก็เป็นการด่าตัวเอง จะโมโหก็จะกลายเป็นยืนยันว่าพวกเขาเองนี่แหละที่อยู่เบื้องหลังโนอาเบื้องหลังคดีที่อาโนขับรถชนพ่อและแม่ของศิลา
“แล้วแต่มุมมอง” นีโอตอบเสียงเรียบ “ความคิดคนไม่มีผิดหรือถูก จะรอบกัดหรือกัดซึ่งๆหน้า สำหรับผมว่าไม่มีอะไรผิด เพราะนี่คือชีวิตจริงไม่ใช่ละคร เล่นด้วยเล่ห์ไม่ได้ก็ต้องเอาด้วยกล เล่นด้วยกลไม่ได้ก็ต้องใช้มายา”
“นั่นซินะครับ แต่ผมละเกลียดคนแบบนั้นจริงๆ กว่าจะสืบหาไอ้คนที่มันรอบกัดผมตัวจริงได้เล่นเอาแทบแย่ คุณคิดว่าผมควรจัดการกับคนที่รอบกัดจนครอบครัวผมพินาศยังไงดีหรอครับ” ศิลาถามสองหนุ่มสีหน้าจริงจัง ทว่าคำพูดของศิลามันราวกับคำขู่ที่ส่งมาถึงพวกเขาไม่มีผิด “เอาแบบตัดแขน ตัดขา หรือให้พวกมันตายทั้งเป็นดี หรือจะทำให้พวกมันนอนเหมือนหมาข้างถนนคุ้ยขยะประทังชีวิต”
“จะมาถามพวกเราทำไม” โอนิเปรยออกมาพร้อมเอาช้อนตักขนมเข้าปาก “เราไม่ได้สนิทกันสักหน่อยจริงไหม นายเนี่ยเหมือนกิ้งก่าได้ทองเลยนะรู้ตัวไหม เพราะมีตระกูลอัลไซส์หนุนหลังหรอเลยคิดว่าจะทำอะไรใครก็ได้ เหอะลองไม่มีบารมีของฟ้าครามซิ นายมันก็แค่กิ้งก่าตัวหนึ่ง”
ศิลายิ้มไม่สะทกสะท้าน เขาหันไปรูบหัวเจ้าหล่อนด้วยความอ่อนโยน “ถูกของคุณเลยครับ ถ้าผมไม่มีฟ้าครามผมก็แค่กิ้งก่าตัวหนึ่ง แต่ผมก็มีอะครับ” เขาเยาะสวนกลับ ฟ้าครามหันมายิ้มให้เขา
“ฟ้าครับ” นีโอพูดเสียงเข้มหันมองฟ้าครามสีหน้าจริงจัง “ฟ้าดูไม่ออกหรอครับว่าไอ้หมอนี่มันหวังผลประโยชน์จากฟ้า มันไม่ใช่เจ้าชายหรืออะไรทั้งนั้น มันก็แค่สวมมาดเจ้าชาย”
“ค่ะ” ฟ้าตอบกลับสีหน้ายิ้มๆ “พี่ศิไม่ใช่เจ้าชายฟ้ารู้เรื่องนั้นดี รู้ดีกว่าใครๆ เพราะพี่ศิไม่เคยบอกเลยว่าตัวเองเป็นคนดี และเรื่องผลประโยชน์คนเป็นแฟนกันก็ต้องช่วยเหลือเกื้อหนุนกันซิ พี่ศิให้เหตุผลในการมีชีวิตอยู่กับฟ้า ทำให้ฟ้ากลับมาเดินได้ หากเรื่องอะไรที่ฟ้าช่วยได้ฟ้าก็พร้อมจะทำ”
นีโอยิ้มออกมา “แบบนี้นี่เอง แกถึงได้หึงฟ้ามากซินะเพราะกลัวว่าถ้าฟ้ามีคนอื่นแล้วแกจะใช้ประโยชน์จากเธอไม่ได้”
“ใช่ผมขี้หึง หึงมากๆด้วย แต่กรุณาอย่าเอาบันทัดฐานของคุณมาเปรียบเทียบกับคนอย่างผม การที่จะคบใครหวังผลประโยชน์ผมว่ามันคุณมากกว่ามั้งครับ ราดิช คันชิต ผู้ที่ถือหุ้น คนละ24% หากคุณเคลียร์เกมได้จะได้อีก 50% จะกลายเป็นว่าอัลไซส์เอนเตอร์ไพรส์ในส่วนที่ผลิตเกมจะกลายเป็นขอวพวกคุณ และที่คุณจะมาคบกับฟ้าคงไม่ใช่จะขยายฐานอำนาจหรอครับ”
“คำพูดข้างๆคูๆแบบนั้น ช่างกล้าพูดออกมาได้นะ” โอนิพูดน้ำเสียงขึงขัง “ไหนล่ะหลักฐาน คำพูดลอยๆพล่อยๆแบบนั้นฉันฟ้องร้องข้อหาทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงได้นะเว่ย ไหนล่ะหลักฐาน” โอนิออกท่าทางยื่นมือขอหลักฐาน
ศิลาหันมองโอนิด้วยสีหน้าเย้ยหยัน “จะเอาหลักฐานเรื่องไหนล่ะครับ เรื่องที่อยู่เบื้องหลังการฮุบกิจการศิกรุ๊ปเรื่องการปลอมแปลงเอกสารใส่ร้ายนายศิลาว่ายักยอกเงินของบริษัทพ่อตัวเองไปใช้จ่ายส่วนตัวจนเขาต้องเสียตำแหน่งผู้บริหารชั่วคราวของบริษัทศิกรุ๊ปไป” สองหนุ่มหน้าซีดเม็ดเหงื่อปรากฎขึ้นบนใบหน้า อินาริทำเพียงหันมองหน้าเพื่อนทั้งสองตาปริบๆราวกับว่าเธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน จากนั้นศิลาก็พูดขึ้นต่อ “ถ้าหลักฐานเรื่องนั้นอีกไม่นานเราคงได้รู้กันรอให้ผมเสร็จธุระใน Demonlord ก่อนผมจะคิดบัญชีแน่นอน ถ้าพวกคุณอยากจะรอดตัวคงรู้ซินะทางเดียวที่จะรอดน่ะ” องค์กรอัลไซส์เป็นองค์กรมาเฟียและมีเครือข่ายธุระกิจในการดูแลครอบครองมากมายทำให้มีพนักงานบุคลากรมากมายมหาศาลตามไปด้วย
เกมนี้กลายเป็นว่ามีครอบครัวของเขาเป็นเดิมพัน หากพวกนีพิชิตเกมได้จะกลายเป็นว่าพวกมันจะมีอำนาจมากพอที่จะสั่งเก็บเขาได้ และนีโอจะต้องทำอย่างแน่นอน
ฟ้าครามคือคุณหนูของพวกเขาก็จริงแต่ทว่าในจำนวนบุคลากรที่มากมายย่อมต้องมีคนที่ไม่ยอมรับในตัวศิลาและคิดว่าแค่เพียงเพราะเป็นแฟนของคุณหนูของพวกเขาจะต้องได้ครอบครองทุกอย่างโดยที่ไม่ต้องแสดงประสิทธิภาพหรือผลงานอันเป็นรูปประธรรมให้เห็นเลยหรอ ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังคงข้องใจและไม่ยอมรับในตัวศิลาดังนั้นผลงานชิ้นแรกของศิลาก็คือการพิชิต Demonlord ที่มีการแข่งขันสูงทั้งทางธุรกิจ และโลกความจริงยังมีคนตามเก็บตามล่าคนที่ไม่พอใจกันในเกม หากศิลาพิชิต Demonlord ไม่ได้เขาก็ยิ่งจะไม่ได้รับการยอมรับจากคนพวกนั้น อำนาจ องค์กร สิ่งเหล่านี้มีอยู่ได้เพราะมีบุคลากร หากไม่มีบุคลากรองค์กรก็จะอยู่ไม่ได้ หากไม่มีองค์กรอำนาจก็จะไม่มีเหนือสิ่งอื่นใดการจะเป็นผู้นำคนจำเป็นต้องได้รับการยอมรับจากผู้ใต้บัญชา
“เหอะ.. แล้วมาบอกอะไรพวกเรา ไปบอกคนที่ทำนู่น” นีโอเปรยพยักไหล่ท่าทางไม่ยีหร่ะ “ระวังโดนข้อหาหมิ่นประมาทนะ รวมข้อหาที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเมื่อกี้ด้วยนายอ่วมแน่”
ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า ศิลาหัวเราออกมาเอามือรูบหัวศีลน้อยที่หลับอยู่บนตักเขาก่อนที่มันจะรุกบิดขี้เกียดเดินไปนอนบนตักมี๋ของมัน ราวกับว่าศีลน้อยรู้ว่ากำลังจะเกิดเรื่องเลยขอถอยห่างจากป๊าของมันก่อนดีกว่า “จะแจ้งความจับผมสองข้อหานั่นหรอ โอ๊ย..ฮาแท้..ฮาจริง” เขาเปลี่ยนเป็นท่าทางจริงจังพูดน้ำเสียงเย็นยะเยือกว่า “เอาเลย ถ้าเขารับแจ้งความล่ะก็นะ”
“หึ...” นีโอเบ้ปาก “น่าไม่อาย พึ่งบารมีคนอื่น พึ่งบารมีผู้หญิงก็ไม่ต่างอะไรกับเอากระโปรงของเขามาคุมหัว”
ศิลาทำตาโตสีหน้าประมาณว่าโอโฮ.. เขาเอนคอไปซบไหล่ของหวานใจออดอ่อนเย้ยนีโอด้วยท่าทางอ่อนบาทาถึงขีดสุด “แหม่คุณนีโอนี่ล่ะก็บ๋าบ้า รู้เรื่องของผมได้ยังไงว่าผมเอากระโปรงของน้องฟ้ามาคลุมหัว นิสัยไม่ดีมาตามแอบดูชีวิตเขาหรอ คุณนีโอเนี่ยเป็นสโตกเกอร์หราาา...ฮับ” เขาดัดเสียงดีดดิ้งแม้แต่ฟ้าครามเองยังหลุดหัวเราะคิกคักออกมา
“แก...” นีโอกำหมัดแน่นสายตาเขม่นจ้องศิลาด้วยอาการณ์อยากจะเข้ามาขย่ำชายหนุ่มใจแบบขาด
“จะว่าไปคุณนีโอเนี่ยก็หน้าด้านนะครับ อะไรนาาา... ผมไม่รู้ว่าในใจฟ้ามีใคร แต่ในใจผมมีฟ้า คบกับผมเถอนะครับ แหม่ผมล่ะอยากใจกล้าแบบคุณจังที่พูดแบบนั้นกับคนที่เขามีเจ้าของแล้วได้แต่พอดีว่าหน้าผมไม่ได้ทำมาจากยางมะตอย”
โอนิทำท่าทางจะพุ่งมาเอาเรื่องศิลาทว่าอาโนก็เอามือมาขวางกั้นเพื่อนของเขาพร้อมบอกโอนิด้วยสายตาว่าให้มองรอบตัว เมื่อโอนิหันมองรอบตัวพบว่าบอดิการ์ดสิบกว่าคนเอามือล้วงเข้าไปในเสื้อคลุมตรงบริเวณเอวเตรียมตัวชักปืนออกมา