บทที่56ดันเจี้ยนแดนเทพอสูร
“ได้เลยไม่ต้องห่วงข้าเอาตัวรอดได้สบายๆ”มู่หลานถิงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มทันทีชินหมิงที่ได้ยินก็พยักหน้าออกมาเบาๆหลังจากนั้นเขาและอีกสองคนก็ขึ้นไปอยู่บนหัวของชินหยางชินหมิงได้ระบุตำแหน่งให้กับหญิงสาวทันที นางที่ได้ยินก็ครุ่นคิดเล็กน้อย“นั้นมันพื้นที่ของวังแห่งราชันย์ส่วนลึกที่สุดของวังเจ้าแน่ใจหรือจะไปที่นั้น”
“แน่ใจ แต่คงต้องไปเงียบๆ”ชินหมิงกล่าวตอบพร้อมกับได้เก็บชินหยางเข้าไปเขาไม่รู้จะวังแห่งราชันย์เท่านั้นแต่ที่ได้ข่าวมาหนึ่งในพวกมันนั้นแข็งแกร่งไม่น้อยเลยจนสามารถอยู่ในระดับบุตรแห่งสวรรค์ได้ด้วย ชินหมิงนั้นจึงเลือกที่จะเดินทางไปอย่างเงียบๆมากกว่าทั้งสามอยู่ภายในวงแหวนสีทองก่อนที่จะค่อยๆส่องแสงออกมา“เอาละเดินทางได้”
“วิ้ง ฟุม”ชินหมิงและกลุ่มหายไปเข้าไปภายในกลุ่มแสงนั้นในพริบตาก่อนที่จะปรากฏตัวเข้ามายังพื้นที่ประหลาดภายในถ้ำขนาดใหญ่ชินหมิงที่จ้องมองออกไปรอบๆก็เห็นแท่นพิธีกรรมบางอย่าง“ตามข้ามาเงียบๆ”
“ภารกิจพิเศษการเปลี่ยนแปลงสู่ระดับใหม่(1) (สำเร็จ)
การเดินทางสู่ดินแดนพิเศษหากต้องการที่จะแข็งแกร่งจะต้องพัฒนาขึ้นไปอย่างก้าวกระโดดเสมอหากท่านพร้อมจงไปยังสถานที่ที่ระบบกำหนด
เป้าหมายส่วนกลางของดินแดนทางเข้าสู่ดันเจี้ยนแดนเทพอสูร
รางวัล
1.(กุญแจสู่แดนเทพอสูร)”
“งั้นคงต้องใช้มันเพื่อเข้าไป”ชินหมิงจ้องมองไปด้านข้างของเขาตอนนี้ภารกิจของเขาสำเร็จและมอบรางวัลเป็นกุญแจทางเข้าชินหมิงจึงใช้มันเพื่อเข้าไปภายในพื้นที่ของดินแดนเทพอสูรทันทีเขาเดินเข้าไปที่ส่วนกลางของลานพิธีกรรมพร้อมกับโบกมือปรากฏกุญแจสีดำเล็กๆลอยออกมาจากมือของเขาและมันก็พุ่งไปกลางอากาศสู่“เตรียมตัวซะเรากำลังจะเข้าไปยังดินแดนของเทพอสูรและมันจะเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยอสูรจำนวนมากมายมหาศาล”
“ได้”หลงอู่กล่าวตอบพร้อมกับชักดาบออกมาเตรียมพร้อมทันทีหญิงสาวที่ได้ยินก็ตกตะลึงจนกล่าวไม่ออกทั้งสองดูไม่คิดมากกับการเกิดทางไปยังดินแดนอื่น โดยเฉพาะผู้ที่ได้นามว่าเทพอสูรเลยแม้แต่น้อยชินหมิงหมุนมีดสั้นภายในมือของเขารอเวลาเท่านั้น“พวกเจ้าจะไปยังดินแดนเทพอสูรหรือที่นั้นมีแต่อสูรที่แข็งแกร่งจำนวนมากเลยนะพวกเจ้าอาจจะตายได้เหตุใดจึงจะไปที่นั้นอีกละ”
“เพื่อแสวงหาความแข็งแกร่ง”ชินหมิงกล่าวตอบออกมาด้วยรอยยิ้มหญิงสาวเงียบลงนางไม่คิดว่าสิ่งที่เขาต้องการคือความแข็งแกร่งในรูปแบบของการต่อสู้เช่นนี้นางจ้องมองมาที่ชินหมิงเล็กน้อยก่อนที่จะครุ่นคิดบางอย่าง“ดินแดนนั้นจะเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งอสูรพวกเจ้าระวังตัวด้วยแล้วกันนะข้าจะค่อยดูอยู่ห่างๆ”
“ฮ่าฮ่า แน่นอน เจ้าเพียงแค่ค่อยหลบไปรอบๆก็พอแล้วที่เหลือพวกข้าจัดการเอง”ชินหมิงกล่าวออกมาพร้อมเสียงหัวเราะในตอนนั้นประตูมิติก็ปรากฏขึ้นสีดำทมิฬเลยก็ว่าได้ชินหมิงเห็นประกายอสนีบาตสีแดงวิ่งไปมาเล็กน้อยชินหมิงเดินนำกลุ่มเข้าไปภายในประตูมิตินั้นทันทีทั้งสองเองก็เดินติดตามเข้าไปทันทีเมื่อเข้าไปแล้วประตูมิติก็ปิดลง
“ท่านเข้าสู่ดันเจี้ยน”
ชินหมิงและกลุ่มเดินผ่านเข้ามายังดินแดนใหม่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นของซากศพพวกเขาทั้งหมดขมวดคิ้วและจ้องมองออกไปรอบๆปรากฏภาพของดินแดนที่เต็มไปด้วยซากศพและเปลวเพลิงจำนวนมาก และยังมีอสูรจำนวนมากปรากฏตัวออกมาอย่างรวดเร็วพวกมันมีสีแดงตัวเล็กเต็มไปด้วยความรวดเร็ว
“สกิลเปลวเพลิงใช้ไม่ผลงั้นเหรอ”ชินหมิงกระทืบเท้าลงไปที่พื้นปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมาไปทำลายล้างทุกอย่างด้วยสกิลทะเลเพลิง แต่หลังจากทะเลเพลิงหายไปพวกอสูรก็ลุกขึ้นมาจากพื้นและจ้องมองมาที่ชินหมิงด้วยแววตาโกรธแค้นเขากล่าวออกมาเบาๆก่อนที่จะสัมผัสลงไปที่พื้น“อสนีบาตกระจายสิบทิศ”
“เปรี้ยง ฟุมมมมม”อสนีบาตกระจายออกไปรอบๆสังหารอสูรไปจำนวนมากชินหมิงฉีกยิ้มออกมาอสนีบาตยังได้ผลอยู่เขาลุกขึ้นจากพื้นและจ้องมองไปที่ทั้งสองคน พร้อมกับเรียกอัศวินพิทักษ์ออกมาสี่ตัว“พวกมันจะอยู่กับท่านระหว่างที่ข้าจะค้นหาเป้าหมายของข้า”
“ภารกิจพิเศษการเปลี่ยนแปลงสู่ระดับใหม่(2)
การเดินทางสู่ดินแดนพิเศษหากต้องการที่จะแข็งแกร่งจะต้องพัฒนาขึ้นไปอย่างก้าวกระโดดเสมอท่านจะต้องพิชิตทุกสิ่งอย่าง
เป้าหมาย กวาดล้างดินแดนเทพอสูรอสูรเพลิงโลหิต (0/100 000)ตน
รางวัล
1.ค่าสถานะ+30
2.(?????)”
“แสนตัวไม่น้อยเลยแต่นั้นไม่ได้ยากมากนักหรอกในผู้มีสายโลหิต ธาตุหยินหยางสวรรค์ที่ควบคุมกองทัพแห่งความตายได้”ชินหมิงกล่าวออกมาด้วยแววตาดุร้ายระหว่างที่พุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงทุกชีวิตที่เขาพุ่งผ่านพวกมันถูกสังหารในพริบตาพร้อมกับเปลี่ยนเป็นกองทัพอันบ้าคลั่งของเขาและวิ่งไล่ตามเข้ามาด้วยความเร็วสูง“สังหารทุกชีวิตที่ขวางหน้า”
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
“เลเวลอัพ”
“สองชั่วโมงก็เลเวลอัพแล้วตอนนี้เลเวล 109 แล้วไม่ได้อัพได้ง่ายๆแสดงว่าค่าประสบการณ์จากเจ้าพวกนี้เยอะพอสมควรเลย”ชินหมิงกล่าวออกมาเขาชี้ออกไปด้านหน้ากองทัพอันบ้าคลั่งก็พุ่งออกไปสังหารทุกชีวิตที่อยู่รอบๆตัวของเขาทันทีการควบคุมกองทัพของเขานั้นนับว่าเป็นการกระทำที่เหนือกว่าสิ่งใดอย่างแท้จริง“อัก….อันใด”
ชินหมิงที่กำลังควบคุมกองทัพของเขาก็สัมผัสได้ถึงบางอย่างภายในหัวใจของเขาเขาพยายามตรวจสอบดูมันคือสร้อยของบิดาของเขา ชินหมิงพยายามระงับอาการเจ็บปวดของเขาและพริบตาเขาก็หลุดเข้ามาภายในจิตใจของเขา
“การกระทำของเจ้ามันผิดเจ้าจะต้องควบคุมพวกมันให้ได้ดีมากกว่านี้ จงดู”เสียงดังขึ้นพร้อมกับภาพกองทัพแห่งความมืดมิดถูกควบคุมพวกมันทั้งต่อสู้ทั้งสังหารอย่างแข็งแกร่งและทรงพลังไม่เพียงเท่านั้นพวกมันยังสามารถดูดกลืนพลังชีวิตของเป้าหมายที่สังหารมาเพิ่มความแข็งแกร่งของพวกมันอีกด้วยชินหมิงจ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความสับสน“นั้นคือกองทัพของข้าเจ้าคิดว่ากองทัพของเจ้าจะทำสิ่งใดได้หรือไม่”
“เจ้าไม่สามารถต่อต้านกองทัพของข้าได้แม้แต่น้อยเพราะเช่นนั้นจงจัดรูปแบบของกองทัพของเจ้าให้ดีกว่านี้ซะและทำให้กองทัพของเจ้าแข็งแกร่งขึ้นมาได้ไม่เพียงแค่มีจำนวนที่มากมายเท่านั้น”เสียงดังขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับภาพของกองทัพแห่งความมืดมิดพุ่งเข้าใส่เขาพวกมันแต่ละตัวแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อชินหมิงพยายามป้องกันแต่สุดท้ายพวกมันก็วิ่งผ่านร่างกายของเขาไป“เจ้าพบสิ่งที่เจ้าขาดไปหรือไม่”
“ข้าพึ่งพาจำนวนมากเกินไป ข้าจะต้องสร้างนักรบที่แข็งแกร่งและพัฒนาได้มาอยู่ข้างกายของข้าแม้จะน้อยแต่ก็ยังเหนือกว่าศัตรูด้านพลังรบ”ชินหมิงกล่าวออกมาด้วยแววตาจริงจังเมื่อเสียงได้ยินมันก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งก่อนที่จะปรากฏก้อนแสงบางอย่างพุ่งเข้าไปภายในอกของชินหมิงทำให้เขาสับสน“หวังว่าจะช่วยเจ้าได้”