ตอนที่45 ไปเกาหลี
“ไปเกาหลี เจ้านายจะพาผมไปเที่ยวเกาหลีเหรอครับ!” ทอยลุกจากที่นั่ง ท่าทางกระตือรือร้น เหมือนเด็กแรกขวบได้ของเล่นใหม่“จะไปเกาหลีงั้นเหรอคะ ฉันเองก็อยากไปด้วยเหมือนกัน เห็นว่าที่นั่นมีบอยแบนด์หล่อเยอะแยะ เลยอยากเห็นใกล้ๆ สักครั้ง” โทนชื่นชอบแฟชั่นและหนุ่มหล่อ ดังนั้นพอได้ยินเกี่ยวกับเกาหลีหูเลยผึ่ง“เจ้านายชวนผม ไม่ได้ชวนนายนะโทน ดูเหมือนว่านายจะไม่ได้แคะขี้หูมานาน สงสัยคงฟังไม่เข้าใจ” ทอยตั้งแง่ไม่พอใจ หมอนี่เป็นหุ่นที่ถูกดึงออกมาทีหลังเขา แต่กับทำตัวไม่น่ารักไม่สมกับเป็นรุ่นน้อง“เรื่องนั้นฉันรู้หรอกทอย ฉันก็กำลังขออนุญาตจากเจ้านายไงละ” โทนไม่ได้เหลือบหางตามองทอย เพียงหันมาทางเจมส์ พร้อมกับลูบไล้เส้นผมสีบลอนด์ “เจ้านาย จะไปเกาหลีกันเมื่อไหร่เหรอคะ ถ้ายังไงขอไปด้วยได้ไหม”“ได้สิ ผมไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว” เจมส์ไม่ขัดข้อง ด้วยการเดินทางครั้งนี้แค่จะศึกษาระบบเศรษฐกิจด้านอาหารทะเลแถบท่าเรือ ไม่คิดจะไปไกลมากกว่านั้นถึงใจกลางโซลเมื่อได้รับคำอนุญาตจากเจมส์ โทนหันไปยิ้มเยาะให้ทอยเจ้าตัวเมื่อเห็นท่าทางสะดีดสะดิ้งของอีกฝ่าย ก็อยากเข้าไปจัดการเสียเหลือเกิน แต่มันคงไม่เหมาะ เพราะโทนได้รับอนุญาตแล้ว“ไปเกาหลีกันเหรอคะ ฟังดูน่าสนุกจังเลย เห็นว่าที่นั่นอากาศดีมากอาหารเองก็อร่อย มีเมืองสวยๆ ให้เที่ยวสนุกมากมาย ถ้าได้ไปเที่ยวสักครั้งคงเป็นบุญตา” น้ำผึ้งพึมพำเสียงเบา เธอไม่กล้าขอติดตามไปด้วย เพราะเพิ่งทำงานที่นี่ได้หนึ่งเดือน หากรั้นขอไปด้วยจะเป็นการดูไม่ดี“ผมเองก็ชอบเกาหลีนะครับ แต่ถ้าให้ผมเลือกขอไปญี่ปุ่นจะดีกว่า ที่นั่นเป็นบ้านเกิดของมังงะหลายเรื่อง แถมแต่ละเรื่องมีแต่ดังๆ ทั้งนั้น” เต้ยเริ่มวาดฝัน สักวันหนึ่งตนก็อยากจะไปให้เห็นบ้านเมืองของทีมสร้างที่ตนชอบเห็นพนักงานสองคนกำลังครุ่นคิดถึงบางอย่าง เจมส์จึงได้กล่าวขึ้นว่า“ถ้าหากพวกคุณทำงานได้ดี โบนัสปลายปีผมจะพาไปเที่ยวเกาหลี ดีไหม”เรื่องพาไปเที่ยวไม่ใช่ปัญหา เพราะเจมส์เดินทางด้วยเรือตัวเองไม่ใช่เครื่องบินด้วยเรือจากศตวรรษที่ 41 มันเป็นเรื่องง่ายที่จะไปถึงอีกประเทศภายในวันเดียว แถมยังไม่ต้องเติมน้ำมันให้เปลืองเงิน งานนี้เจมส์จึงไม่คิดอะไรมาก หากทั้งคู่ยืนยันจะไปช่วงปลายปี“เอ่อ...ขอเป็นญี่ปุ่นไม่ได้เหรอครับ” เต้ยเม้มปาก สงสัยคงอยากไปญี่ปุ่นมากกว่า“โธ่เอ้ยเต้ย เกาหลีดีกว่านะจะไปทำไมญี่ปุ่น หรือว่านายไม่อยากไป?” น้ำผึ้งอยากเข้าไปดึงหูอีกฝ่ายแรงๆ พูดมาได้ไงว่าจะไปญี่ปุ่นทั้งที่บอสชวนไปเกาหลี เดี๋ยวก็ไม่ได้ไปไหนทั้งนั้นหรอกพวกเขาคุยกันอีกหลายประโยค จากนั้นนั่งทำงานจนถึงช่วงเย็น แยกย้ายบ้านใครบ้านมันเสร็จจากบริษัทสร้างอนิเมชั่น เจมส์ขึ้นรถกระบะตอนเดียวไปร้านหมูกระทะนายเจมส์ ตั้งอยู่ในซอยกระถิน ขับรถผ่านไม่กี่ช่วงถนนก็พบกับร้านที่มีรถจอดตลอดแนวยาว ทำเอาการจราจรติดขัดเมื่อก่อนซอยนี้มีแต่รถมอเตอร์ไซค์เสียส่วนใหญ่ นานทีถึงจะมีรถยนต์ขับผ่าน แต่ด้วยความที่ร้านหมูกระทะนายเจมส์เริ่มมีชื่อเสียง ซอยกระถินจึงกลายเป็นที่รู้จัก นั่นรวมถึงบ้านฝั่งตรงข้ามที่ติดป้ายขายตั้งแต่เมื่อเดือนก่อน เห็นว่าตอนนี้มีคนซื้อแล้ว กำลังจะเปิดเป็นบาร์ฝั่งตรงข้าม หวังอาศัยลูกค้าจากร้านหมูกระทะทำให้กลายเป็นที่รู้จักแก้มบุ๋มยังคงทำงานขยันขันแข็งเช่นเดิม รวมถึงพ่อครัวและพนักงานทำความสะอาด ส่วนพ่อครัวคนที่สามที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดก็ทำงานได้เยี่ยมเขาสามารถทำผัดหมี่โคราช ขนมหวาน ขนมไทย รวมถึงขนมต่างๆ ในแถบภาคอีสาน ทำเอาเจมส์ตะลึงไปเหมือนกันแก้มบุ๋มมีสีหน้าไม่พอใจ เพราะสิ่งที่เกิดไม่เหมือนกับที่คิดไว้ ทีแรกนึกไปว่าเจมส์ต้องสั่งขนมจากแม่ของเธอ เพื่อให้ปริมาณบุฟเฟ่ต์ในร้านมีมากขึ้น แม่จะมีรายได้เพิ่มมาอีกทางหนึ่ง แต่อย่างใดก็ตามเจ้าของร้านอายุ 20 ต้นๆ กับไปจ้างพ่อครัวมาเสียอย่างนั้น ทำให้เธอพลาดโอกาสทองหากย้อนกลับไปได้ แก้มบุ๋มจะเสนอแม่ให้มาเป็นแม่ครัวในร้าน ถึงในแต่ละวันจะเหนื่อยหรือเงินน้อย แต่มันยังมั่นคงกว่าขายในตลาด เป็นตัวการันตีฐานเงินในแต่ละเดือนว่ามีแน่ๆ เพราะบางวันในตลาดแทบขายไม่ได้เลยสักชิ้น แต่อย่างใดก็ตามตอนนี้มาคิดได้มันกลับสายไปแล้ว อีกอย่างหนึ่ง เธอไม่ได้สนิทกับเจมส์ถึงขนาดกล้าขอตรงๆ เพราะลำพังเวลาปกติแทบจะไม่ได้คุยกัน......เจมส์อยู่ร้านหมูกระทะจนถึงเที่ยงคืนเช่นทุกวัน จากนั้นกลับไปนอนบนเรือ'AMERIA'ได้ฟังเรื่องเล่าของทอยเมื่อช่วงบ่าย ทำเอาเจมส์กระสับกระส่ายตลอดคืน แต่สุดท้ายก็ผล็อยหลับไปในที่สุด ตื่นมาอีกครั้งเป็นช่วงหกโมงเช้า ใกล้ถึงเวลาไปมหาวิทยาลัยกุหลาบขาวส่วนเรื่องเดินทางไปเกาหลีเจมส์ยังไม่รีบ ต้องรอให้ถึงช่วงศุกร์เสาร์อาทิตย์ก่อน หากเดินทางไปเวลานี้คงไม่ได้เรียนกันพอดีหากเป็นคนอื่นพบถุงมือแทนเขา ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเลิกเรียนไหม แต่อย่างน้อยเจมส์ก็ไม่เลิก ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเรียน ถึงแม้อาจารย์ที่สอนในคณะจะไม่เก่งมากก็ตามมาถึงคืนวันศุกร์ กลับมาถึงเรือยอร์ชสีขาวอันเป็นบ้านหลังที่สองของเขา เจมส์อาบน้ำเข้านอนตอนตีหนึ่ง ส่วนเรือปล่อยให้ทอยเป็นคนคุม จุดหมายครั้งนี้คือเกาหลีใต้ส่วนเรื่องส่งอาหารทะเลไปเกาะล้าน รีสอร์ทของโจยังคงเป็นหน้าที่ของพวกทัน รวมถึงการขายในลานมังกร ช่วงหลังมานี้แทบจะไม่ต้องตั้งร้านกันแล้ว ก็มีลูกค้ามารับถึงเรือ ทำเอาประหยัดเวลาได้เยอะเลยระหว่างทางทอยมักจะจิกกัดโทน ทั้งคู่เริ่มเขม่นกันหลังจากเจมส์เข้านอน ท่าทางอยากจะมีเรื่องเต็มแก่ สุดท้ายจบด้วยการประลองผ่านเกมคอมพิวเตอร์ รู้ตัวอีกทีเรือ'AMERIA'ได้มาถึงน่านน้ำทะเลเกาหลีใต้ด้วยความที่เป็นเรือจากศตวรรษที่ 41 ในโหมดดำน้ำ พวกเขามีวิธีอีกหลายชนิดในการหลบหลีกการตรวจจับ แอบลอบเข้าน่านน้ำเกาหลี ไปถึงแถบทางท่าเรือได้อย่างปลอดภัยเจมส์ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นวันเสาร์ เรือมาถึงเกาหลีใต้แล้ว ฟังจากปากทอยที่นี่คือท่าเรืออินช็อน หนึ่งในท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ ไม่ไกลจากสนามบินอินช็อนมากนักเรือยังอยู่ในโหมดดำน้ำดังนั้นจึงไม่มีใครพบเห็นอาบน้ำทานข้าวเสร็จ เจมส์ตรวจสภาพอากาศด้านนอก พบว่าตอนนี้เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิอากาศค่อนข้างอบอุ่น จึงสามารถใส่เสื้อน้อยชิ้นอย่างในบ้านเราได้อาศัยช่วงไม่มีคนอยู่ พวกเขาลอบขึ้นมาบนฝั่ง จากนั้นเรือก็ดำลงไปใต้ทะเลลึกด้วยโหมดสั่งการจากระยะไกลมาถึงแดนกิมจิ ได้ยืนอยู่บนผืนแผ่นดินที่ไม่เคยยืน เจมส์สุดจะตื่นเต้นซึ่งยากระงับอารมณ์ทางสีหน้า ไม่เว้นแม้แต่ทอยหรือโทน อาศัย'คำลวง'ทั้งสามเริ่มเดินปะปนฝูงชนความจริงผลเสียด้านลบของมันน่ากลัวนั่นแหละ เพียงแต่ตอนนี้ยังเช้าตรู่ รวมถึงเรื่องเล่าของทอยทำให้เจมส์ประเมินสถานการณ์ได้คร่าวๆ คงไม่มีวิญญาณเข้ามาทำร้ายหรอก อย่างน้อยเรื่องเล่าก็ไม่เคยพูดถึงช่วงเวลายามเช้า“ไม่คิดเลยว่าจะมาเกาหลีด้วยวิธีนี้ นี่มันบ้าระห่ำมากเลย ฮ่าฮ่า” ทอยส่งเสียงร้องดัง จนเจมส์ต้องเอ็ดไปทีหนึ่ง จึงได้เบาเสียงลง“เดี๋ยวพวกนายช่วยเป็นล่าม แปลภาษาให้ผมหน่อยนะ” ความจริงเจมส์มีของวิเศษที่มีความสามารถด้านภาษา แต่อย่างใดก็ตามหากให้ใช้ คงเดินไม่ได้เพราะเป้าตุง“ได้เลยค่ะเจ้านาย ว่าแต่พวกเราจะเดินทางไปที่ไหนกันดีคะ หรือว่าจะไปดูคอนเสิร์ต?” โทนถาม“คอนเสิร์ต...ไม่เห็นมีอะไรน่าสนุกเลย มาถึงเกาหลีทั้งทีเราควรจะไปเล่นเครื่องเล่น เช่นรถไฟเหาะ” ทอยทำไม้ทำมือ ท่าทางเหมือนเด็กน้อยแสนซน“เล่นรถไฟเหาะ...อุ้ยตายแบบนั้นไม่เอาด้วยหรอก ขืนขึ้นไปเล่นแบบนั้นมีหวังผมฉันเสียทรง ต้องเข้าร้านทำผมอีกแน่เลย” โทนปฏิเสธข้อเสนอ แถมชุดที่เขาใส่ยังไม่เหมาะกับกิจกรรมอย่างว่า ท่าทางของโทนพาลทำให้เจมส์นึกถึงชายใส่กระโปรงบนรถสองแถวเมื่อเดือนก่อนทั้งคู่เริ่มโต้เถียงกัน และด้วยความที่รูปร่างหน้าตาค่อนข้างดูดีจึงตกเป็นเป้าสายตา เจมส์จึงต้องลากพวกเขาไปจากที่นี่“ฟังนะ ผมมาที่เกาหลีเพราะต้องการหาสถานที่ปล่อยอาหารทะเลขนาดใหญ่ การมาครั้งนี้มาเพื่อการค้าไม่ได้มาเที่ยว” พูดถึงตรงนี้ทั้งคู่ดูจ๋อย เจมส์จึงเสริมว่า “เรื่องเที่ยวน่ะเข้าใจว่าอยากเที่ยว แต่ตอนนี้ต้องมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจก่อน หลังจากนั้นจะไปเที่ยวไหนก็ได้”หุ่นแบนเนอร์ถูกสร้างโดยนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง การเข้มงวดกับพวกเขามากไปไม่ใช่เรื่องดี เจมส์จึงไม่อยากขีดเส้นการทำงานจนดูน่าอึดอัดได้ยินคำดังกล่าว ทอยและโทนดูจะกระตือรือร้นในการหาแหล่งทำเงินด้านอาหารทะเลทั้งคู่ดูสามัคคีกัน ต่างจากแต่ก่อนที่กัดกัน ดูไปคล้ายเพื่อนรักคนหนึ่ง เห็นแบบนี้ช่วยไม่ได้ที่เจมส์ต้องยิ้มมุมปากมาถึงเกาหลีอย่างแรกเลยคือเรื่องเงิน เจมส์ค้นหาข้อมูลในเน็ตก่อนเดินทางจึงแลกเงินวอนจากพัทยามาจำนวนหนึ่งแต่มันค่อนข้างน้อยจึงต้องโบกรถ ไปสนามบินอินช็อนที่อยู่ถัดไปฟังว่าที่นั่นมีร้านรับแลกเงินจำนวนมาก ส่วนในตัวเมืองส่วนใหญ่รับแต่เงินดอลลาร์ เจมส์ไม่มีทางเลือกจึงต้องไปสนามบิน เพราะหากไม่มีเงินวอนเขาไม่สามารถเดินทางในเกาหลีได้