มหาศึกแห่งจักรวาล

    ภาค 2 ตอนที่ 100.พื้นที่ที่มาถึงเร็วกว่ากำหนด

    “ไปต่อ”

    คำพูดของอาเรนจบลง

    สัตว์พาหนะทั้งห้าตัวก็เคลื่อนเข้าสู่พื้นที่ด้านหน้า

    หมอกบางในตอนแรก

    ค่อย ๆ หนาขึ้น

    เพียงไม่นาน

    แนวต้นไม้ที่อยู่ด้านหลังเริ่มเลือนหายไป

    นัทหันกลับไปมอง

    แต่สิ่งที่เห็น

    มีเพียงเงาดำราง ๆ

    เสียงฝีเท้าของสัตว์พาหนะยังดังต่อเนื่อง

    ทว่าหลังจากเข้าไปลึกขึ้น

    แม้แต่เสียงจากด้านหลัง

    ก็ค่อย ๆ หายไปเช่นกัน

    “ช้าลง”

    อาเรนพูดขึ้น

    ขบวนลดความเร็วลงทันที

    ไม่มีใครถามเหตุผล

    เพราะตอนนี้

    พวกเขามองเห็นพื้นที่ข้างหน้าได้ไม่ไกลนัก

    หมอกปกคลุมอยู่ทุกทิศทาง

    แสงจันทร์ที่เคยส่องผ่านแนวต้นไม้

    เหลือเพียงแสงสลัว

    พอให้มองเห็นพื้นดินเบื้องหน้าเท่านั้น

    รันขยับสัตว์พาหนะเข้ามาใกล้ขบวนมากขึ้น

    สายตาของเขากวาดมองรอบตัวอย่างระวัง

    ไคเองก็เช่นกัน

    อาเรนหยิบแผนที่ออกมา

    แต่เพียงมองอยู่ครู่หนึ่ง

    เขาก็ขมวดคิ้ว

    นัทเห็นดังนั้น

    “มีอะไรครับ?”

    อาเรนไม่ตอบทันที

    เขาหันกลับไปมองด้านหลัง

    จากนั้นจึงมองพื้นที่รอบตัวอีกครั้ง

    “เรามาถึงเขตสำรวจแล้ว”

    นัทชะงัก

    “ตรงนี้เลยเหรอครับ?”

    “ใช่”

    ไคมองไปรอบตัว

    “เร็วกว่าที่คิด”

    “เร็วกว่ามาก”

    อาเรนตอบ

    เดิมที

    พวกเขาควรเดินทางต่ออีกระยะ

    ก่อนเข้าสู่พื้นที่ที่กิลด์ต้องการให้มาตรวจสอบ

    แต่เพราะต้องหนีออกจากเส้นทางเดิม

    พวกเขาจึงถูกบีบให้เปลี่ยนเส้นทาง

    และเข้ามายังพื้นที่แห่งนี้

    เร็วกว่ากำหนด

    มาร์โกเงียบอยู่ครู่หนึ่ง

    จากนั้นเขาหลับตาลง

    การรับรู้กลับไปยังร่างเงา

    แต่ทันทีที่พยายามมองผ่านความมืดด้านหลัง

    ภาพที่ได้รับกลับมา

    กลับเต็มไปด้วยหมอก

    ร่างเงายังคงอยู่ในเงาของนักฆ่าคนเดิม

    แต่ทัศนวิสัยของอีกฝ่ายเองก็ลดลงอย่างมาก

    นักฆ่าหลายคนเริ่มชะลอความเร็ว

    บางคนหยุดอยู่กับที่

    มาร์โกจึงลืมตาขึ้น

    “พวกมันยังอยู่ด้านหลัง”

    ทุกคนหันมามอง

    “แต่หมอกทำให้พวกมันตามมาเร็วไม่ได้”

    อาเรนถาม

    “พวกมันเข้ามาในหมอกหรือยัง?”

    “เข้ามาแล้ว”

    มาร์โกตอบ

    “แต่เริ่มช้าลง”

    รันมองไปยังหมอกด้านหลัง

    “มองไม่เห็นเส้นทาง”

    “ใช่”

    มาร์โกตอบ

    “พวกมันก็เหมือนกัน”

    บรรยากาศเงียบลง

    ไม่มีใครคิดว่าหมอกหมายถึงความปลอดภัย

    เพราะหมอกไม่ได้ปิดกั้นเฉพาะฝ่ายที่ตามมา

    ทีมของพวกเขาเอง

    ก็ไม่รู้จักพื้นที่นี้เช่นกัน

    อาเรนเก็บแผนที่กลับเข้าไป

    “เรายังหยุดไม่ได้”

    ไคพยักหน้า

    “ถ้าพวกมันยังตามรอยมาได้ ก็ไม่ควรอยู่ใกล้ขอบเขตมากเกินไป”

    รันมองพื้น

    “ร่องรอยของสัตว์พาหนะชัดเกินไป”

    นัทมองลงไป

    พื้นดินที่ชื้นจากหมอก

    กำลังทิ้งรอยเท้าเอาไว้ตลอดทาง

    หากนักฆ่าเข้ามาถึงบริเวณนี้

    การตามรอยพวกเขาอาจไม่ใช่เรื่องยาก

    อาเรนจึงมองไปทางมาร์โก

    “พวกมันยังมุ่งตรงมาทางเรา?”

    มาร์โกนิ่งไปชั่วครู่

    ก่อนตอบ

    “ยัง”

    คำตอบนั้นทำให้อาเรนมองเขานานขึ้นเล็กน้อย

    มาร์โกพูดต่อ

    “อย่างน้อยตอนนี้”

    “พวกมันยังพยายามตามร่องรอยเดิม”

    อาเรนพยักหน้า

    “งั้นเราเปลี่ยนเส้นทาง”

    ขบวนค่อย ๆ เคลื่อนออกจากทิศทางเดิม

    อาเรนไม่ได้พาทีมวิ่งลึกเข้าไปอย่างไร้จุดหมาย

    เขาหยุดเป็นระยะ

    ตรวจสอบแผนที่

    ตรวจสอบภูมิประเทศ

    แล้วจึงตัดสินใจเคลื่อนต่อ

    นัทเริ่มเข้าใจมากขึ้น

    ว่าทำไมอาเรนถึงตรวจสอบทุกอย่างตลอดเวลา

    ก่อนหน้านี้

    นัทอาจคิดว่า

    ชายคนนี้เพียงระมัดระวังมากกว่าคนทั่วไป

    แต่หลังจากถูกนักฆ่าตามออกมาจากเมือง

    ความรู้สึกนั้นเริ่มเปลี่ยนไป

    อาเรนระวัง

    เพราะเขาไม่สามารถปล่อยให้เกิดความผิดพลาดได้

    โดยเฉพาะเมื่อภารกิจของทีม

    ไม่ได้มีเพียงการเดินทางไปถึงปลายทาง

    มาร์โกมองไปยังความมืดด้านหน้า

    ความคิดหลายอย่างกำลังวนอยู่ในหัว

    นักฆ่ามาจากเมือง

    ตามพวกเขาออกมาได้

    รู้เส้นทางที่พวกเขาใช้เดินทาง

    และยังแบ่งกำลังเพื่อพยายามหยุดพวกเขา

    ทั้งหมดนี้

    ไม่ใช่การลงมือแบบบังเอิญ

    พวกมันเตรียมตัวมา

    และยิ่งคิดถึงเรื่องนี้

    มาร์โกก็ยิ่งสงสัย

    ภารกิจครั้งนี้

    มีอะไรที่เขายังไม่รู้หรือไม่?

    เขาหันไปมองอาเรน

    ชายหนุ่มยังคงอยู่ด้านหน้า

    สายตาไม่เคยละจากพื้นที่รอบตัวนานเกินไป

    อาเรนรู้เรื่องนี้มาก่อนหรือเปล่า?

    หรือเขาเองก็ไม่รู้

    และเพียงแค่ระมัดระวัง

    เพราะนิสัยของเขาเป็นแบบนั้น?

    มาร์โกยังหาคำตอบไม่ได้

    แต่มีเรื่องหนึ่งที่แน่นอน

    เป้าหมายของนักฆ่าไม่ใช่พวกเขาเพียงอย่างเดียว

    หากต้องการฆ่า

    พวกมันมีโอกาสเลือกโจมตีในเมือง

    หรืออย่างน้อย

    ก็อาจรอให้ทีมเดินทางออกมาโดยไม่มีการป้องกัน

    แต่การส่งคนจำนวนมากตามมา

    พร้อมการพยายามขนาบ

    และตัดการหลบหนี

    ทำให้มาร์โกคิดถึงอีกความเป็นไปได้

    สิ่งของสำคัญจากกิลด์

    มือของนัทแตะลงบนแหวนโดยไม่รู้ตัว

    เขาเองก็เริ่มเข้าใจสิ่งเดียวกัน

    ของสำคัญ

    ไม่ได้อยู่ในเกวียน

    ไม่ได้อยู่บนหลังสัตว์พาหนะ

    และไม่ได้ถูกใครถือเอาไว้ภายนอก

    มันอยู่ในมิติของเขา

    หากศัตรูรู้เรื่องนี้

    นั่นหมายความว่า

    ข้อมูลของพวกเขาอาจรั่วไหลมากกว่าที่คิด

    “นัท”

    เสียงของอาเรนดังขึ้น

    นัทเงยหน้าทันที

    “ครับ?”

    “ของยังอยู่ใช่ไหม?”

    นัทชะงักไปเล็กน้อย

    ก่อนตอบ

    “อยู่ครับ”

    อาเรนพยักหน้า

    เพียงเท่านั้น

    เขาไม่ได้ถามว่านัทเก็บมันไว้อย่างไร

    ไม่ได้ถามรายละเอียด

    แต่สายตาของมาร์โกเปลี่ยนไปเล็กน้อย

    อาเรนรู้

    อย่างน้อย

    เขารู้ว่าสิ่งของยังปลอดภัย

    และดูเหมือนเขาจะไม่ต้องการรู้มากกว่านั้น

    ทันใดนั้น

    รันก็ยกมือขึ้น

    ขบวนหยุดทันที

    ไม่มีใครส่งเสียง

    อาเรนจับไม้คาถาแน่น

    ไคมองผ่านหมอก

    นัทขยับมือไปใกล้ขวาน

    ส่วนมาร์โก

    หันไปมองด้านข้าง

    รันค่อย ๆ ลงจากสัตว์พาหนะ

    เขาย่อตัวลง

    ปลายนิ้วแตะพื้นดิน

    นัทมองอย่างเงียบ ๆ

    รันตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง

    ก่อนพูดขึ้น

    “มีร่องรอย”

    ไคขมวดคิ้ว

    “คน?”

    รันส่ายหน้า

    “ไม่แน่ใจ”

    ทุกคนลงจากสัตว์พาหนะ

    อาเรนเดินเข้ามาใกล้

    พื้นดินตรงหน้า

    มีรอยบางอย่างลากผ่านไป

    แต่ไม่เหมือนรอยล้อ

    และไม่เหมือนรอยเท้าของสัตว์พาหนะ

    มันเป็นร่องยาว

    หลายเส้น

    ทอดหายเข้าไปในหมอก

    นัทมองอยู่ครู่หนึ่ง

    ความรู้สึกไม่สบายใจเริ่มก่อตัวขึ้น

    นี่คือพื้นที่ที่กิลด์ส่งพวกเขามาตรวจสอบ

    และตอนนี้

    พวกเขาเพิ่งเข้ามาถึง

    ก็พบร่องรอยบางอย่างแล้ว

    อาเรนไม่ได้เข้าไปใกล้ทันที

    เขามองรอบตัว

    จากนั้นหันไปทางไค

    “ตรงกับข้อมูลที่กิลด์ให้มาหรือเปล่า?”

    ไคส่ายหน้า

    “ไม่มีเรื่องนี้”

    รันยังคงมองร่องรอย

    “ไม่ใช่รอยเก่า”

    อาเรนถามทันที

    “นานแค่ไหน?”

    “ไม่นาน”

    คำตอบนั้น

    ทำให้ความเงียบปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง

    มาร์โกหลับตาลง

    เขาพยายามมองผ่านร่างเงาอีกครั้ง

    ด้านหลัง

    นักฆ่ายังคงอยู่

    แต่สิ่งที่ทำให้เขาขมวดคิ้ว

    ไม่ใช่พวกมัน

    หนึ่งในนักฆ่าหยุดลง

    ชายคนนั้นมองเข้าไปในหมอก

    ตรงไปยังทิศทางที่พวกเขาเพิ่งเดินเข้ามา

    ร่างเงาของมาร์โกซ่อนอยู่ในเงาของมัน

    เขาได้ยินเสียงต่ำ

    “พวกมันเข้าไปแล้ว”

    อีกคนถามกลับ

    “ตามต่อไหม?”

    ชายคนนั้นเงียบไปชั่วครู่

    ก่อนตอบ

    “หมอกหนาเกินไป”

    “ถ้าตามเข้าไปตอนนี้ เราอาจเสียตำแหน่ง”

    “แล้วของล่ะ?”

    ชายคนนั้นหันไปมองความมืดเบื้องหน้า

    น้ำเสียงต่ำลง

    “ของยังอยู่กับพวกมัน”

    “พวกมันต้องออกมา”

    มาร์โกลืมตาขึ้นทันที

    “พวกมันยังไม่ตามเข้ามา”

    เขาพูด

    อาเรนหันกลับมา

    “แน่ใจ?”

    “พวกมันหยุดอยู่ด้านนอก”

    มาร์โกตอบ

    “หมอกทำให้พวกมันไม่กล้าเข้ามาลึก”

    ไคมองไปยังพื้นที่ด้านหลัง

    “ก็ดี”

    “ไม่”

    อาเรนตอบทันที

    ทุกคนหันไปมองเขา

    อาเรนมองหมอกด้านหลัง

    “ถ้าพวกมันหยุด”

    “แปลว่าพวกมันคิดว่าเราออกมาเอง”

    นัทนิ่งไป

    มาร์โกเข้าใจความหมายทันที

    นักฆ่าไม่ได้ล้มเลิก

    พวกมันเพียงเปลี่ยนวิธี

    และนั่นหมายความว่า

    ต่อให้ทีมเข้าไปในพื้นที่สำรวจ

    หากวันหนึ่งต้องเดินทางกลับออกมา

    พวกมันก็อาจยังรออยู่

    อาเรนหันกลับไปมองร่องรอยบนพื้น

    ภารกิจที่กิลด์มอบหมาย

    อยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว

    ด้านหลัง

    มีศัตรูที่ยังไม่ยอมจากไป

    ด้านหน้า

    คือพื้นที่ที่ไม่มีข้อมูลเพียงพอ

    และร่องรอยปริศนา

    ที่เพิ่งถูกทิ้งไว้ไม่นาน

    อาเรนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง

    ก่อนพูดขึ้น

    “คืนนี้เราไม่ออกจากพื้นที่นี้”

    นัทมองเขา

    ไคเองก็ไม่ได้คัดค้าน

    อาเรนพูดต่อ

    “แต่เราจะไม่ตั้งค่ายตรงนี้”

    รันพยักหน้าช้า ๆ

    “เห็นด้วย”

    “หาจุดที่ควบคุมพื้นที่ได้ก่อน”

    มาร์โกมองไปยังหมอกด้านหลังอีกครั้ง

    นักฆ่ายังอยู่ที่นั่น

    พวกมันอาจมองไม่เห็นเขา

    และเขาก็มองไม่เห็นพวกมันด้วยตาของตัวเอง

    แต่ร่างเงา

    ยังคงอยู่กับหนึ่งในนั้น

    เงียบงัน

    รอคอย

    และติดตามทุกการเคลื่อนไหว

    ขบวนเริ่มเคลื่อนต่ออีกครั้ง

    คราวนี้

    ไม่มีใครเร่งความเร็ว

    ทุกก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง

    ร่องรอยบนพื้น

    ทอดลึกเข้าไปในพื้นที่ด้านหน้า

    ส่วนหมอก

    ก็ยังคงหนาขึ้นเรื่อย ๆ

    นัทจับขวานแน่น

    เขาไม่รู้ว่า

    สิ่งที่ทิ้งร่องรอยเหล่านั้นไว้คืออะไร

    แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ชัด

    พวกเขาไม่ได้กำลังหลบหนีเข้าสู่ที่ปลอดภัย

    พวกเขาเพียงหนี

    จากอันตรายหนึ่ง

    เข้าสู่อีกสถานที่หนึ่งเท่านั้น

    และที่ไหนสักแห่ง

    ภายในพื้นที่สำรวจของกิลด์

    บางสิ่ง

    กำลังเคลื่อนที่อยู่ก่อนที่พวกเขาจะมาถึงแล้ว

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกแห่งจักรวาล ที่คุณอ่าน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498