เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    ตอนที่ 57 สระวิญญาณ

        จางเฉินลงมาทานอาหารเย็นกับเพื่อนๆวันนี้มีปลาย่างกับน้ำจิ้มรสเด็ดแล้วก็ข้าวผัด ด้วยอาหารที่อุดมสมบูรณ์เพื่อนๆของจางเฉินเองก็อยู่ระดับก่อเกิดขั่นแปด เก้ากันแล้ว แต่จางเฉินสังเกตฟู่เฉินและต้าไห่แล้วพบว่ามีบาดแผลจำนวนมากตามหน้าตาหลังจากลองใช้พลังวิญญาณตรวจทั่วร่างกายแล้วพบว่ามีกระดูกหักและบอบช้ำภายในจำนวนมากส่วนชิวเอ๋อและชิงเอ๋อมีบาดเจ็บเล็กน้อยเพราะอยู่เฝ้าจางเฉินไม่ค่อยออกจากบ้านเลยตลอด2-3 วัน


        “ต้าไห้ ฟู่เฉิงพวกเจ้าทำไมบาดเจ็บขนาดนี้”


       ทั้งสี่คนกำลังรอทานข้าวเห็นจางเฉินดูเหมือนจะหายดีแล้วเดินมากำลังตกใจอ้าปากจะถามแต่จางเฉินถามซะก่อนต้าไห่และฟู่เฉิงเพียงแต่ก้มหน้าแล้วไม่ตอบ


        “ข้าจะเลิกเป็นเพื่อนกับพวกเจ้าแล้วออกจากบ้านนี้ถ้าไม่พูด”จางเฉินเสียงแข็ง


        “สองสามวันมานี้พวกสกุลเจียงกับสกุลมู่เจอพวกข้าที่ไหนก็ไล่ทุบตีตลอด ทั้งบอกด้วยว่าถ้าเจอชิวเอ๋อกับชิงเอ๋อก็จะทุบตีให้เหมือนสุนัขเหมือนๆ กัน พวกนั้นโกรธเจ้าที่สนามแข่งวันนี้พวกนั้นเพิ่งไล่พวกเราออกจากแผนกปรุงยาแล้วก็แผนกหลอมกลั่นอุปกรณ์บอกด้วยว่าอย่าให้เจอหน้าอีก ครั้งหน้าจะหักแขน หักขาพวกข้า” ต้าไห่ตอบแบบอายๆ


        “อ่อ เอาละกินข้าวกันเถอะ”พูดเสร็จจางเฉินก็นั่งทานข้าว และคิดถึงเรื่องต่างๆการแก้แค้นในมหาลัยจะเป็นปัญหาน่าเบื่อระยะยาว ซึ่งไม่เหมาะสมอย่างยิ่งจางเฉินต้องใช้เวลากับการเพาะปลูก กับหาข้อมูลเพื่อรักษาชีวิต หลังจากกินเสร็จจางเฉินจึงถามถึงเรื่องรางวัล แต่ทั้งสี่คนก็ไม่รู้ว่าได้รับอะไรจางเฉินจะต้องไปที่ตึกคณะบดีเพื่อรับรางวัลเอง


        จางเฉินออกจากบ้านพักแล้วเข้าเมืองซื้อหิน เหล็กสมุนไพร แร่ธาตุต่างๆ จำนวนมากจนเงินหมด กลับมาที่บ้านสร้างห้องสำหรับหลอมกลั่นและห้องสำหรับปรุงยา จัดอุปกรณ์ต่างๆ ในแต่ละห้อง แล้วก็สร้างอาเรย์รวบรวมวิญญาณอาเรย์ป้องกันพื้นที่ ที่สนามฝึกซ้อมเขาจัดอาเรย์แบบที่เจอที่การทดสอบแต่มีการปรับแต่งเป็นรูปแบบแรงโน้มถ่วงสี่เท่าเอาต้นไม้วิญญาณจำนวนมากจากมิติมาปลูกเพื่อสนับสนุนอาเรย์เสร็จแล้วก็เรียกทุกคนเพื่อพูดคุยให้อยู่แต่ในบ้านกันก่อนอย่าเพิ่งไปไหน


        บ้านพักมีพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อความเหมาะสมกับการเพาะปลูกของนักเรียนอยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาอะไรที่จะอยู่แต่ในรั้วบ้านไม่ไปไหนสักสองสามเดือนจางเฉินแนะนำทั้ง 4 คนเกี่ยวกับการปรุงยา และหลอมกลั่นเพื่อนของจางเฉินต่างตกใจกันมากไม่คิดว่าจะมีคนที่มีความรู้ขนาดนี้อยู่ใกล้ตัวต่างก็ตั้งใจฟัง พูดคุยประเด็นต่างๆกันกว่าครึ่งวันวันรุ่งขึ้นจางเฉินจึงค่อยไปที่ตึกอธิบดี


        “นั่นจางเฉินไม่ใช่เหรอหายแล้วเหรอนั่น”


        “นี่เขาจะออกมาแก้แค้นพวกสกุลมู่สกุลเจียงหรือเปล่าดูเร่งรีบ”


       ผู้คนต่างพูดคุยกันและมองที่จางเฉินระหว่างทางจางเฉินนั้นไม่ได้ใส่ใจมากนัก


       ตึกเจ้าสำนักเป็นตึกไม่ใหญ่มาก มีสามชั้น ชั้นแรกเป็นเคาร์เตอร์สำหรับภารกิจต่างๆให้นักเรียนไปทำเพื่อแลกกับทรัพยากร ชั้นสองเป็นที่เก็บของและชั้นบนเป็นที่พักของอธิบดี 


        “ข้าจางเฉินขอรัับ อันดับสองการแข่งขันประลองยุทธประจำปี มาสอบถามเกี่ยวกับรางวัลขอรับ”


        จางเฉินสอบถามยามด้านหน้ายามก็พาไปที่ชั้นสามทันที หลังจากเคาะประตูแล้วก็เข้าพบอธิบดี


        “จางเฉิน คารวะท่านเจ้าสำนัก”


         “อ่า เจ้าหายดีแล้ว น่าแปลกใจมากร่างกายเจ้านี่ไม่เหมือนคนอื่นจริงๆ” เจ้าสำนักมองจางเฉินทั่วทั้งร่างกาย


         “ไม่ทราบว่ารางวัลคืออะไร”


         “ส่วนของสำนักชวนหลิงป็นหินวิญญาณระดับกลาง 1000 ก้อนแล้วก็เม็ดยารวบรวมลมปราณระดับสูงสี่เม็ดขององค์ราชาจินหวังเป็น เม็ดยารวบรวมลมปราณระดับสูงสิบเม็ด หินวิญญาณระดับกลาง 10,000 ก้อน และสิทธิเข้าสระวิญญาณเขาจะเดินทางกันแล้วข้าจะให้คนพาไป” พูดเสร็จเจ้าสำนักก็เอาแหวนมิติให้จางเฉินซึ่งบรรจุของรางวัลของสำนักและองค์ราชา


         “สระวิญญาณ?”


        “ไม่มีเวลาอธิบายแล้วไม่งั้นจะช้าไป เจ้าไปบอกยามด้านหน้าว่าข้าให้ไปส่งที่พระราชวังอย่างเร็วที่สุด พวกเขาเคยไปส่งคนอื่นๆ ก่อนหน้ามาแล้ว”


        “ขอรับ”


      จางเฉินเดินออกห้องอธิบดีแล้วบอกยามทันทีจากนั้นจึงจัดรถม้ารีบวิ่งไปที่พระราชวังอย่างรวดเร็ว


        “พี่โสม สระวิญญาณคืออะไร”จางเฉินถามโสมแดงผ่านกระแสจิต


        “เจ้าอ่านหนังสือเยอะแยะทำไมเรื่องง่ายๆ แค่นี้ต้องถามอีก” โสมแดงกำลังอิ่มเอมกับความรู้จากหยกส่งเสียงหงุดหงิดเพราะจางเฉินมากวนใจ


         “สระวิญญาณ บางครั้งก็เรียกสระน้ำไขกระดูกมีผลในการปรับปรุงการเพาะปลูก ปรับปรุงร่างกายเกิดจากเส้นเลือดวิญญาณปฐพีกับน้ำพุเซียนถ้าอยู่ร่วมกันเป็นระยะเวลานานน้ำพุเซียนจะเพิ่มความเข้มข้น บางครั้งก็ออกเป็นสีส้ม หรือสีแดงเนื่องจากเส้นเลือดวิญญาณปฐพีเป็นธาตุดินบางทีก็เรียกว่า สระเลือด”


         “เส้นเลือดวิญญาณปฐพี?”


         “เจ้าอ่านหนังสือให้มากขึ้นนะ โง่เกินสมบัติสวรรค์ทั้ง 5 ตามธาตุประกอบด้วย ดิน น้ำ ไม้ ไฟ ทอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติแต่คุณค่าระดับล่มประเทศ มีสงครามมากมายเพื่อแย่งชิงมัน ดินคือเส้นเลือดวิญญาณปฐพีมีผลในการบำรุงผืนดินและสร้างพื้นที่วิญญาณขนาดใหญ่ ถ้าเพาะปลูกใกล้ๆจะช่วยเรื่องการพัฒนาความแข็งแกร่งของร่างกายน้ำคือน้ำพุเซียนเป็นตัวเกิดหินวิญญาณช่วยการเพราะปลูกปราณ  ไฟนั้นจะเป็นไฟสวรรค์มีหลากหลายชนิดมากช่างมันทองคือเส้นเลือดแร่วิญญาณชนิดต่างๆ ส่วนไม้นั้นเขาว่ากันว่าเป็นต้นไม้โลกซึ่งไม่เคยปรากฏในโลกแต่มีการบันทึกไว้ว่าเป็นต้นกำเนิดของชีิวิต นอกจากนี้พวกองค์ประกอบรอง ลม สายฟ้า ความมืด แสง พวกนี้ยังไม่มีบันทึกเกี่ยวกับสมบัติสวรรค์แต่ข้าคิดว่ามี”


        “โอ้ข้าอยากได้ไว้ในโลกมิติทั้งหมดเลย มันหาซื้อได้ไหม”


       “เจ้าโง่ เจ้าบ้า ข้าไม่รู้จะด่ายังไง อาณาจักรต่างๆ ถ้าพบเจอต่างก็แย่งกัน คนตายเป็นแสนๆล้านๆ เพื่อให้ได้มันมาสักอย่างหนึ่ง แต่เจ้าจะเอาทุกอย่าง คิดสิคิด”


       “อ่าข้าขออภัยท่านโสมสุดหล่อ”


       “เอาง่ายๆคือถ้าเจ้าเข้าไปในสระวิญญาณเจ้าจะสามารถปรับฐานเพาะปลูกอย่างน้อยน่าจะหลอมรวมลมปราณระดับ 2”


       “นั่นดีจริงข้าแทบจะรอไม่ไหว แล้วเราปล้นได้ไหมหลังจากเข้าไปที่สระแล้ว”


       “นิสัยใจรเจ้ามาจากไหน แย่มาก มันเป็นของประเทศระบบป้องกัน ทั้งกำลังพล อาเรย์คงมหาศาลแล้วเส้นเลือดวิญญาณระดับที่ทำให้เกิดสระวิญญาณไปพร้อมน้ำพุเซียน จะต้องมีขนาดใหญ่มากอาจเป็นภูเขาทั้งลูก ถ้าถึงระดับจักรพรรดิเจ้าอาจจะเอามันมาได้”


        “อ่า ข้ายอม” จางเฉินนั่งดูบรรยากาศข้างทาง ผ่านบ้านเรือน ร้านค้ามากมาย สู่วังอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเขาไม่เคยเห็นมาก่อน

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God) ที่คุณอ่าน