การพูดคุย
“ผู้อาวุโสเฉินไป๋ ข้าจะจดจำชื่อของท่านเอาไว้ไม่ลืมเลือน ให้สมกับที่ท่านยินยอมบอกชื่อแก่ข้า”
ซูเสวี่ยหนิงพูดด้วยความเคารพต่อไป๋เฉิน เธอพบว่าเขาไม่ได้มีนิสัยถือตัวเลยแม้แต่น้อย
ไม่เหมือนกับผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้าที่เธอเคยได้พบมาบางคน ที่มักจะมีนิสัยเย่อหยิ่ง ไม่เห็นผู้ฝึกตนระดับต่ำกว่าอยู่ในสายตา
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร” ไป๋เฉินโบกมือไปมาเล็กน้อย ขณะเดียวกัน เขาก็ได้แต่สงสัยว่าเมื่อไหร่หน้าต่างภารกิจสำเร็จจะเด้งขึ้นมา
เพราะเขาเองก็ได้พูดคุยกับซูเสวี่ยหนิง ผู้เป็นหญิงสาวลึกลับมาสักพักแล้ว
“ถ้าผู้อาวุโสไม่ว่าอะไร ข้าจะขอเบอร์โทรศัพท์ของท่านได้หรือไม่?” ซูเสวี่ยหนิงพูด เธอย่อมไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือไป
โอกาสที่ได้รู้จักกับผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้าที่มีนิสัยไม่ถือตัว จึงช่วยไม่ได้เลยที่เธอจะขอเบอร์โทรศัพท์ของเขาออกมา
“เบอร์โทรศัพท์?” ไป๋เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย เนื่องจากเขาไม่มีโทรศัพท์ บ้านของเขาเป็นแค่ร้านขายซาลาเปาเล็กๆ เขาจะไปมีเงินมาซื้อโทรศัทพ์ที่ราคาค่อนข้างจะที่แพงได้ยังไง?
ถึงแม้ว่าพ่อของเขาจะมีอยู่หนึ่งเครื่อง แต่ว่ามันก็เป็นรุ่นที่เก่ามาก
เมื่อได้เห็นไป๋เฉินขมวดคิ้ว ซูเสวี่ยหนิงก็เข้าใจในทันทีว่าเขาคงจะไม่อยากที่จะให้เบอร์โทรศัพท์ของเขากับเธอ
ใบหน้าของเธอยังสงบ แต่ในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวัง แต่ถึงแม้จะผิดหวังเธอก็ไม่ได้พูดเพื่อขอเขาต่อ
เธอพูดออกมาอย่างขอโทษว่า “ต้องขอโทษท่านผู้อาวุโสด้วย ที่ข้าเสียมารยาทไป”
ไป๋เฉินไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี เขาพลันถอนหายใจ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงต้องขอโทษด้วย ทั้งๆ ที่เป็นเขาเองต่างหากที่จะต้องขอโทษ
เนื่องจากเธออุตส่าห์ขอเบอร์โทรเขาออกมาด้วยความจริงใจแล้ว แต่ว่าเขากลับไม่ได้ให้เธอ
“ไม่จำเป็นต้องขอโทษเลย คือว่าข้าไม่มีโทรศัพท์ ข้าเลยให้เบอร์โทรแก่เจ้าไม่ได้ก็เท่านั้น” เขาพูดออกมาในที่สุด และคำพูดของเขาก็เป็นเชิงขอโทษ
“ท่านไม่มีโทรศัพท์เหรอ?” ซูเสวี่ยหนิงรู้สึกประหลาดใจ
“ใช่” ไป๋เฉินพยักหน้า เขาไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องโกหกเธอเลยแม้แต่น้อย
ได้เห็นเขาพยักหน้ายืนยัน ซูเสวี่ยหนิงก็เงียบไปพักหนึ่ง แต่เธอก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะไม่มีโทรศัพท์แบบนี้ และเธอก็ไม่คิดว่าเขาโกหก เพราะสีหน้าของเขา ไม่มีร่องรอยของความโกหกอยู่เลย
‘มันเป็นไปได้ไหม? ว่าเขาเพิ่งจะออกมาจากการปิดด่านฝึกตนหลายปี ถึงไม่ได้มีโทรศัพท์ใช้’ เธอพลันคิดในใจอย่างสงสัย
ขณะที่เธอคิดอยู่นั้น ไป๋เฉินก็พูดขึ้น “เอาแบบนี้ไหม? ถ้าข้าซื้อโทรศัพท์แล้ว ข้าจะติดต่อไปหา เจ้าให้เบอร์ข้าไว้ก็แล้วกัน”
สาเหตุที่ทำให้เขาพูดออกมาแบบนี้ ก็เพราะว่าเขาเห็นเธอขอเบอร์โทรศัพท์เขาด้วยความจริงใจ เขาเลยต้องการที่ตอบแทนความจริงใจของเธอด้วยการให้เธอทิ้งเบอร์โทรไว้
เมื่อเขาซื้อโทรศัทพ์แล้ว เขาจะโทรไปหาเธอในทันที
แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะได้ซื้อโทรศัพท์ตอนไหน เนื่องจากครอบครัวของเขา ไม่ใช่ครอบครัวที่มีเงินมาก ที่อยากจะซื้ออะไรก็ซื้อ
หลังจากได้ยินที่ไป๋เฉินพูด ซูเสวี่ยหนิงก็เงียบไปอีกพักหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “ถ้าแบบนั้นก็ได้ แต่ว่าผู้อาวุโสอย่าได้ลืมโทรมาหาข้าในทันทีที่ซื้อโทรศัทพ์แล้ว”
“ได้เลย” ไป๋เฉินยิ้มเล็กน้อย การที่จะได้เบอร์โทรศัพท์ของหญิงสาวผู้สวยงามอย่างซูเสวี่ยหนิงนั้น ย่อมทำให้เขารู้สึกมีความสุขอยู่ไม่ใช่น้อย แล้วจะไม่ให้เขายิ้มออกมาเล็กน้อยได้ยังไง
“นี่เป็นเบอร์โทรของข้า” ซูเสวี่ยหนิงพลันส่งนามบัตรให้กับไป๋เฉิน
โดยเธอใช้เพียงการโบกสะบัดมือเบาๆ นามบัตรของเธอก็ลอยไปหาเขา
ไป๋เฉินรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาในทันที เมื่อเขาเห็นการกระทำของซูเสวี่ยหนิง และนามบัตรที่ค่อยๆ ลอยมาหาเขา
แต่เขาก็รู้สึกตื่นตระหนกอยู่ไม่นาน ก่อนจะกลับมาสงบ พร้อมกับยื่นมือออกไปรับนามบัตรมา ถ้าหากให้เขาคาดเดา สิ่งที่ทำให้นามบัตรลอยมาหาเขาได้ ต้องเป็นพลังปราณอย่างแน่นอน
ซูเสวี่ยหนิงต้องใช้พลังปราณแน่ เพราะในหนังซีรี่ย์กำลังภายในก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ
หลังจากที่รับนามบัตรมาแล้ว ไป๋เฉินก็ก้มหน้าลงมองดู เขาเห็นชื่อของซูเสวี่ยหนิงและเบอร์โทรศัพท์ นอกจากนี้บนนามบัตรก็ไม่มีอะไรเขียนอยู่อีก
อย่างไรก็ตาม เขาก็พบว่ากระดาษที่ใช้ทำนามบัตรของเธอนั้นมันค่อนข้างที่จะพิเศษ
ติ้ง! ---[ภารกิจสำเร็จ!]
ภารกิจที่ 12: พูดคุยกับหญิงสาวลึกลับ (สำเร็จ)
รางวัลที่ได้รับ: คุณได้รับ 20 คะแนน และได้รับสิทธิ์การสุ่มทักษะพิเศษหรืออุปกรณ์วิเศษ! ---
ในขณะที่ไป๋เฉินยังดูนามบัตรของซูเสวี่ยหนิงอยู่นั้น หน้าต่างภารกิจสำเร็จพลันเด้งขึ้นมาปรากฏตรงหน้าของเขา
‘ภารกิจสำเร็จแล้ว!’ ไป๋เฉินรู้สึกมีความสุขมากในเรื่องนี้ เขาเลิกให้ความสนใจกับนามบัตรของซูเสวี่ยหนิง เขารีบเก็บมันใส่ในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะมองไปที่เธอ และพูด
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าคงต้องขอตัวก่อน”
เห็นได้ชัดว่าไป๋เฉินต้องการที่จะกลับบ้านแล้ว เพราะภารกิจของเขาได้เสร็จสิ้นแล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่พูดคุยกับซูเสวี่ยหนิงอีก
แต่ไม่ใช่ว่าการอยู่พูดคุยกับเธอ ทำให้เขาไม่มีความสุขหรืออะไร เขาแค่เพียงกลัวว่า หากอยู่พูดคุยกับเธอต่อไป เขาอาจจะหลงรักเธอเข้าก็เป็นได้
เนื่องจากเธอนั้นสวยเป็นอย่างมาก สวยกว่าผู้หญิงทั้งหมดที่เขาเคยได้พบมาตลอดชีวิต แม้แต่ในตอนที่พูดคุยกับเธอที่ผ่านมา เขาก็มองหน้าของเธอตรงๆ เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น
“ถ้าเช่นนั้น ข้าจะไม่รบกวนผู้อาวุโสแล้ว” ซูเสวี่ยหนิงผสานมือให้เขาอย่างเครพ
“ไว้พบกันใหม่” ไป๋เฉินพยักหน้าให้เธอ ก่อนจะหันหลังกลับและเริ่มเดินจากไป
มองตามแผ่นหลังของเขาไป ซูเสวี่ยหนิงอดไม่ได้ที่จะคิดว่าวันนี้ตัวเองโชคดีมาก ที่มีโอกาสได้พูดคุยกับไป๋เฉิน ที่เธอคิดไปเองว่าเป็นผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้า
แม้ว่าการพูดคุยจะไม่ได้พูดคุยอะไรที่สำคัญๆ ก็ตามที
จบบทที่ 52