บทที่ 32: เพื่อนใหม่
<ทวีปน้ำแข็ง เนเว>
ผู้เล่นระดับกลางสองคนมองผู้เล่นใหม่ที่หลงกลางฟิลด์น้ำแข็งสุดโหด
“เฮ้อ ดูแผนที่ไม่เป็นเหรอ?” นารีกอดอกถามด้วยเสียงเหวี่ยงๆ
พอพูดคำว่าแผนที่ หน้าต่างสี่เหลี่ยมก็ปรากฏขึ้นแสดงลักษณะคร่าวๆ ของสถานที่แห่งนี้
เกาะสีขาวขนาดใหญ่ มีผลึกกลมๆ ขนาดยักษ์ลอยอยู่เหนือเมืองตรงกลาง ทางขวาคือภูเขาทางซ้ายเป็นวังน้ำแข็ง มีจุดเขียวบอกตำแหน่งปัจจุบันของเธอบนพื้นที่ซึ่งมีแต่น้ำแข็งแตกๆมุมบนซ้ายเขียนไว้ว่า < Melting Sea >
“ปุ่มลัดคือลากนิ้วมาตรงกลางจากมุมซ้ายบน ถ้าเปิดกระเป๋าก็เลือกกดดูแผนที่ได้จากตรงนั้นนะไอคอนอยู่มุมขวา เผื่อไม่รู้” ฝันอธิบาย
“สงสัยเป็นผู้เล่นใหม่โดนสุ่มวาร์ปมั้ง...”นารีเอามือกอดอก “เมื่อไหร่จะแก้ไอ้ระบบปาหี่นี่สักทีนะ...?”
“ระบบปาหี่...” ลัคนาทวนคำพูด
“เดี๋ยวนะนารี... ถึงจะเป็นผู้เล่นใหม่ที่โดนสุ่มวาร์ปก็เถอะ... แต่ไม่คิดว่าเธอแปลกๆเหรอ? เธออาจจะเป็น AI ทดสอบระบบที่เซิร์ฟอินเตอร์พูดถึงหนักหนาก็ได้นะ”ฝันชูนิ้วชี้ขึ้น จิ้มแก้มป่องๆ ของเพื่อนสาว
“นี่~ แต่ว่าเราไม่มีเวลาจะมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กนะเราต้องไปหาของ...”
“ถ้าเกิดเป็นเพื่อนกับ AI ทดสอบระบบคนแรกของเซิร์ฟเวอร์คงจะเป็นคนดังเลยนะ”
คำพูดนั้นทำให้นารีชะงัก เธอลุกพรวด โดดตีลังกาลงจากหลังแมวน้ำ แทนที่จะพุ่งตกทะเลน้ำแข็งกลับมีแผ่นพลังงานใสๆรองรับเท้า
“ยะโฮ~ สดใสและน่ารักที่สุดนางเอกที่ทุกคนถามหา เฌอนารีค่ะ~! ดูเหมือนลูกแมวน้อยน่าสงสารจะต้องการความช่วยเหลือสินะคะแต่หายห่วง เพราะนารีอยู่นี่แล้ว! ไม่ว่าอะไรก็ปัดเป่าด้วยรอยยิ้ม! แฟนคลับคนใหม่ของฉันจะช่วยบอกชื่อหน่อยได้ไหม?”
ท่าทางสดใสร่าเริงนี้ต่างจากท่าทีเหมือนคนอยากมีเรื่องเมื่อครู่จากหน้ามือเป็นหลังเท้า
“ละ ลัคนา...ค่ะ...”
“โฮะ ที่แท้คนไทยด้วยกันนี่เอง!”
“คนไทย...?”
“สงสัยจะเป็น AI จริงๆ เฮ้อ...ก่อนอื่นก็ต้องพาออกไปจากที่นี่ก่อน”
ฝันพิจารณาใบหน้าของเด็กสาว ความรู้สึกคุ้นเคยกระตุกความคิดแต่ทำยังไงก็นึกไม่ออกสักทีว่าเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน
ลัคนาขึ้นมานั่งหนาวบนหลังสัตว์ขี่ กล่าวขอบคุณทั้งสองคนซ้ำไปมา
“มีอะไรที่ฉันพอตอบแทนได้บ้างไหมคะ?”
“พอดีว่า นารีอยู่ในสถานการณ์รัดตัวนิดหน่อยอะน้า~ คือว่า โดนตามฆ่าอยู่น่ะ”
ลัคนาไม่รู้ว่าการโดนตามฆ่ามันแย่ขนาดไหน แต่คงไม่ใช่เรื่องดีแน่
“คือว่า” ฝันรับช่วงต่อ “ก่อนหน้านี้ฉัน นารี กับเพื่อนอีกคน...ไอชา เคยไปล่ามอนด้วยกันไอชาเริ่มแสดงท่าทีแปลกๆ ทะเลาะกับนารีแล้วหายไปเลย พอได้เห็นอีกที เธอก็โด่งดังในบอร์ดข่าวสารด้วยฉายา<ปีศาจมังกรดำ> หรือไม่ก็ <ยมทูต> กลายเป็นคนที่ค่าPK เยอะเป็นอันดับต้นๆ ของเกม อ้อ ค่า PK ในเกมนี้หมายถึงจำนวนครั้งที่ฆ่าผู้เล่นคนอื่นนอกสนามประลองทางการน่ะ”
“ใช่แล้ว เพราะความโดดเด่น เทพ และน่ารักน่ากอดของนารีคนนี้ทำให้ยมทูตที่ว่าส่งเมลหมายหัวมาก่อนที่จะตามล่าใคร ยัยนั่นจะส่งข้อความไปเตือนตลอด แล้วก็จะตามล่าจนหนีออกจากเกมเลยส่วนเหตุผลหรือเป้าหมายไม่มีใครรู้ แจ้งไป จีเอ็มก็ทำไม่รู้ไม่ชี้”
“ขนาดนั้นเลยเหรอ...?” ลัคนาขนลุก
“เธอไม่ได้ทำแบบนั้นกับทุกคนหรอกนะ คนที่ฆ่าได้ฆ่าไป รอบเดียวจบ แต่คนที่ได้เมลนี่สิฆ่าซ้ำๆ จน PK พุ่งกระฉูดเลยล่ะน่ากลัวจัง” ฝันเองก็ทำหน้าสลด ทั้งที่เคยเป็นเพื่อนที่ดีขนาดนั้นแท้ๆ...
“ยัยนั่นโดนมอนกินสมองไปแล้ว! ไร้เหตุผลชะมัด ไม่เข้าใจเลยว่าเลือกยังไงถึงได้มาเลือกคนสวยๆอย่างนารี...” สาวผมแกละทำหน้ามุ่ย ถอนหายใจหนักๆ ครั้งหนึ่ง “สรุป นารีต้องไปหาอาวุธดีๆไม่งั้นก็บ๊ายบายเกมนี้กันเลย แต่ฉันไม่ยอมหรอก! จะทิ้งแฟนคลับไม่ใช่สิ่งที่นางเอกอย่างฉันควรทำนี่นะ!อีกอย่าง การโดนตัวประกอบฉากไล่ฆ่าจนต้องหนีหางจุกตูดออกจากเกมที่เล่นมาตั้งนาน มันเป็นการหยามเกียรตินางเอกอย่างฉันแบบร้ายแรงเลยล่ะ!”
“นั่นแหละ...คือว่านะลัคนา ฉันอยากให้เธอร่วมทีม <ล่ายมทูต> ของเรา” ฝันปั้นยิ้มแม่พระแล้วกุมมือทั้งสองของลัคนาไว้นารีทำท่าจะแย้งแต่ฝันพูดดักคอ “คิดดูสิ ถ้าทีมของเราดังเพราะลัคนา อาจจะดึงดูดคนเก่งๆมาช่วยคุ้มกันเธอได้นะ เห็นว่าแฟนคลับของนารีส่วนใหญ่เป็นพวกเข้าเกมมาส่องสาวเสียด้วยสิ”
“อึก...” เด็กสาวผมแกละสะอึก “ก็...ก็ได้ อย่าลืมอัปลงบล็อกของเธอด้วยนะ”
“อือ สัญญา” ฝันปล่อยมือลัคนา เหมือนจะโดนดึงเข้ามาพัวพันกับอะไรก็ไม่รู้เสียแล้วสิ
“ถ้าออกจากฟิลด์นี้ได้เมื่อไหร่จะพาไปพบลูกทีมที่โดนแม่เหล็กความ
ป๊อปปูลาร์ของนารีดึงดูดมาแล้วกันน้า~” นารีลุกขึ้นชูสองนิ้วจากนั้นก็ต้องนั่งลงเพราะยืนแล้วทำให้ลมปะทะมากกว่าเดิม
“ใช้สกิลเดินทางไม่ได้เหรอ?” ลัคนาถาม
“ที่นี่เป็นพื้นที่พิเศษ ห้ามใช้สกิลวาร์ปจ้ะ” ฝันอธิบาย “ตายจริง...ท่าจะเป็นAI ที่ไม่รู้อะไรยิ่งกว่าผู้เล่นใหม่เหมือนที่เซิร์ฟนอกเขาเล่ากันจริงๆ ถ้าอย่างนั้นระหว่างเดินทางก็ช่วยศึกษารายละเอียดต่างๆด้วยนะ”
ลัคนาพยักหน้าแล้วเปิดหน้าต่างที่เขียนว่า <ไกด์> จากเมนูกระเป๋า
อย่างแรกที่เธอได้รู้คือ ค่า PK บ่งบอกถึงจำนวนครั้งที่ฆ่าผู้เล่นเธอเข้าไปดูในบอร์ดข่าวสารก็พบชื่อไอชาเยอะไปหมด ต่อมาก็เข้าไปดูการจัดอันดับประจำเซิร์ฟเวอร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเรื่องการฆ่าผู้เล่น ไอชาอยู่อันดับต้นๆ ตามที่ฝันว่า
หน้าต่างรายละเอียดตัวละครบอกว่าตอนนี้ลัคนาเลเวลสี่ อุปกรณ์สวมใส่เป็นของผู้เล่นใหม่มีดาบสองคมทำจากเหล็กธรรมดาและชุดผ้าหยาบ ทั้งสองไม่ได้เพิ่มค่าพลังอะไรมากนัก
เท่าที่เธออ่าน สายนักดาบเลือกพลิกแพลงได้หลายอย่าง จะอัปค่าพลังไหนบ้างต้องคำนึงถึงสายรองที่อยากเล่นด้วยเธอได้แต้มมาหกแต้มจากการเลเวลอัปจึงหารใส่มันค่าพลังละแต้ม แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับตั๋วสุ่มไอเทมระดับเจ็ดดาวที่ใช้ได้เฉพาะเมื่อถึงเลเวลสามสิบ
“เอ๋?! นี่...นี่มัน...ไอเทมที่แกร่งที่สุดคือระดับตำนาน รองลงมาก็ระดับเทพ รองลงมาอีกก็เป็นของเจ็ดดาวแล้วนะไปได้มาจากไหนเหรอ?” ฝันเขย่าตัวเธออย่างตื่นเต้นเมื่อลัคนาหันกระเป๋าไปให้ดูว่ารู้จักของนี่รึเปล่า“เข้าปาร์ตี้ของเราเถอะ มีสิทธิ์จะได้เป็นผู้เล่นเทพๆ ในอนาคตแน่เลย ขนาดของฉันยังเพิ่งห้าดาวเอง...”
ลัคนากดรับคำเชิญเข้าร่วมปาร์ตี้และคำขอเป็นเพื่อนแบบงงๆ
นารีเหล่มองเธอ คิ้วกระตุกด้วยความอิจฉา
“นี่ฝัน...ยัยนี่จะมาช่วยฉันหรือแย่งความป๊อปของฉันกันแน่?”
“เอาเถอะ...สายนักดาบใช่ไหม? จะได้มาอยู่แนวหน้าคู่กับนารีไง”
“จะบ้าเหรอ? มันเกะกะนะยะ!”
สองคนนี้ท่าจะสนิทกันจริงๆ ลัคนาอมยิ้ม เธอเองจะสนิทกับใครได้เหมือนกับสองคนนี้บ้างไหมนะ?
แล้วเธอก็สังเกตว่ามีแถบสองแถบปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของทั้งสองคนหลังเข้าปาร์ตี้แล้วแถบหนึ่งเป็นสีเขียว อีกแถบสีฟ้า เมื่อเธอเพ่งมองแถบของนารีก็มีคำโผล่ขึ้นมาให้อ่าน
<Je’Naree Lvl. 51 Gladiator>
ตามที่ไกด์เขียนไว้ ชื่อตัวละครของนารีคือ <เฌอนารี> เลเวล 51 สาย <Gladiator> ซึ่งเป็นสายรองที่รับได้เฉพาะคนเล่นคลาสบ้าพลังอย่าง<Berserker> ฟังดูเป็นสายการเล่นที่ป่าเถื่อนมากสำหรับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ
พอนั่งอ่านไปสักพัก คริสทัลเรืองแสงขนาดยักษ์ที่เคยเห็นในแผนที่ก็เข้ามาในสายตาข้างใต้เป็นเมืองขนาดกลาง บ้านเรือนหลังเล็กมีหลังคาเป็นสามเหลี่ยมทรงสูง ทุกหลังปกคลุมด้วยหิมะ
“ใกล้ถึงสักที พ้นตรงโน้นก็วาร์ปกลับได้ละ” นารีลุกขึ้นทำท่าจะลงจากหลังแมวน้ำแต่มันขยับถอยเสียดื้อๆ
พวกเขาอยู่ห่างจากสุดขอบฟิลด์ไม่ถึงร้อยเมตร แต่สัตว์ขี่ที่ถอยร่นก็ยิ่งทำให้ระยะทางนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“นารี...” ฝันมองเพื่อนสาวที่ค่อยๆ นั่งลง ดวงตาเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนขวานสงครามสีทองปรากฏขึ้นในมือ “หรือว่าจะเป็น...บอสนาร์วาล?”
พูดแค่นั้นผืนน้ำก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
เขาแหลมคมแทงทะลุร่างแมวน้ำห่างจากตรงที่ฝันนั่งอยู่ไม่ถึงคืบ... ไม่มีเวลาให้คิดนารีกระชากแขนฝันและลัคนาจากหลังแมวน้ำที่ส่งเสียงแหลมเฮือกสุดท้ายก่อนจะจมหายไปในทะเล
“ก็คิดอยู่ว่ามาถึงตรงนี้โดยไม่เจอตัวอะไรมันจะง่ายไปหน่อย แต่คิดไม่ถึง...ว่าตอนนี้จะมีเรียลไทม์อีเวนต์ให้บอสออกมามันจะมาทำไมตอนนี้น้า~!”
ลัคนาจ้องมองเขาลักษณะเหมือนหอกขนาดยักษ์ที่ค่อยๆ ผลุบหายไปใต้น้ำ เท้าของเธอยืนอยู่บนแผ่นพลังงานสีใสที่นารีเคยเหยียบมันคือสกิลชื่อ <สกาย ริเวอร์> ที่ติดมากับรองเท้า ทำให้ผู้สวมใส่ที่ไม่ได้เล่นสายที่บินหรือต่อสู้กลางเวหาสามารถเดินวิ่งบนอากาศได้
ฝันมองผืนน้ำก็เห็นเงาสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์แหวกว่ายใต้น้ำแข็งบางๆ
เธอเกาะแขนนารีแน่น แค่นึกภาพเขาเป็นเกลียวของมันแทงทะลุร่างก็ทำให้ตัวสั่นแล้ว
ไม่นานก็มีเสียงกระพือปีก นกเป็ดน้ำและมังกรแดงบรรทุกผู้เล่นนักเวทธาตุไฟและสายฟ้าเข้ามาใกล้พวกเขาระดมยิงลูกไฟใส่เงาของบอสใต้น้ำจนน้ำแข็งละลายและน้ำทะเลระเหยเป็นไอ
“โธ่เว้ย~! ดันเป็นบอสที่นารีผู้น่ารักไม่สามารถจัดการได้เสียด้วยเอายังไงดีล่ะฝัน?”
ฝันมองน้ำทะเลปั่นป่วนด้วยความสยดสยอง
ถ้าจะเดินบนแผ่นพลังที่สร้างด้วยสกิลติดตัวของนารีมันก็ได้อยู่หรอก แต่ทางกลับเมืองโดนเวทมนตร์ที่ยิงกันมั่วซั่วบังจนผ่านไม่ได้แล้วและถึงจะไปขอบฟิลด์ได้ก็ออกไม่ได้อยู่ดี
“ไปช่วยไหม?” ลัคนาเสนอ “ก็นารีเป็นคนดังนี่นา”
พอเจอคำชม เด็กสาวผมแกละจอมบ้ายอก็ยิ้มแป้น กวาดสายตารอบเดียวก็เห็นคนที่เป็นหัวหน้าฝันทำหน้าเหมือนอยากจะบอกว่าเอาอีกแล้วเหรอ? แต่ก็ตามน้ำไป
นารีวิ่งบนพื้นใสที่ยืดออกไปจนถึงมังกรสีแดงซึ่งหัวหน้าปาร์ตี้ล่าบอสกำลังขี่อยู่
“คือว่า...อ้าว นายเองเหรอ... เอ่อ...วอฟรีซ?”
คนที่อยู่ในเกราะสีเงินท่าทางมีสง่าราศีคือชายหนุ่มคิ้วเข้มหน้าโหด แต่พอเห็นนารีก็หน้าแดงเหมือนแม่ยกเจอดาราคนโปรด
“ท่านนารี! ไม่เห็นรู้เลยว่าท่านนารีมาอยู่ที่นี่ แถมจำชื่อกระผมได้ด้วย!”เขาพูดอย่างปลาบปลื้ม อันที่จริงนารีแอบเหล่ชื่อเขา ไม่อย่างนั้นก็นึกชื่อไม่ออกเหมือนกัน
“อะน้า~ คือว่านะวอฟรีซนารีติดอยู่ในนี้อะ ช่วยหาทางทำอะไรหน่อยได้ไหม?” นารีทำเสียงดัดจริตเหมือนจะได้ผลเกินคาด วอฟรีซเรียกสัตว์เลี้ยงรูปไข่ออกมานารีจึงหย่อนฝันและลัคนาลงบนนั้น ส่วนตัวเองแบกขวานเฝ้ามองการต่อสู้ของปาร์ตี้ล่าบอสหลังได้พื้นที่ปลอดภัยยืน ฝันก็เริ่มร่ายเวทมนตร์สนับสนุนตามสายอาชีพของเธอทันที
“แล้วมีแผนอะไรจะจัดการมันล่ะ?” นารีถาม
“<นาร์วาล ออฟ เกิร์ก> เป็นอีเวนต์บอสใหม่ประจำทะเลละลายที่เพิ่งปรากฏตัวออกมาได้สองครั้ง เท่าที่กระผมอ่านมาจากประกาศอีเวนต์มันแพ้ธาตุไฟกับสายฟ้า ก็เลยขนขบวนกันมาอย่างนี้แหละครับ”
“...แล้วพวกสายสนับสนุนกับพวกที่สู้ใต้น้ำได้ไม่คิดจะเอามาเรอะ? พวกที่รับสายรองที่เมืองใต้น้ำน่ะได้พามาบ้างไหม? รูปแบบการโจมตีของบอสได้อ่านมารึเปล่า?”
“เรื่องนั้นผมก็ลืมไปเหมือนกันครับ”
หัวหน้าปาร์ตี้ประสาอะไรของมัน?! นารีเอามือตบหน้าผาก ปาร์ตี้นี้ท่าจะขาดสมดุลอย่างรุนแรงแถมยังไม่ได้เตรียมการเชี่ยอะไรเลย
“นี่...จะบอกให้นะว่า—”
“ถอย! ถอยออกมาเดี๋ยวนี้!”
วอฟรีซเบนความสนใจกลับไปยังเหล่าสมาชิกที่ระดมยิงบอลไฟและสาดสายฟ้าใส่บอสหนึ่งในนั้นตะโกนแล้วรีบชักนกเป็ดน้ำของตนถอยออกมา แต่ที่เหลือเหมือนจะสู้กันมันไปหน่อยเลยไม่ได้ยินวอฟรีซเห็นสมาชิกคนอื่นไม่ยอมถอยก็บังคับมังกรพุ่งเข้าไปใกล้เพื่อเตือน
นารีชิ่งก่อนใครเพื่อน ลัคนามองซ้ายมองขวาก็เห็นฝันทำหน้าเครียด มือกำคทาที่ตกแต่งด้วยปีกนกแน่น
แล้วลัคนาก็เห็นการโจมตีที่ทำให้เธอประจักษ์ถึงความโหดของบอสใต้ทะเลนี้
เหล่านกเป็ดน้ำและผู้เล่นที่ขี่มันอยู่ไม่ทันระวังตัว นาร์วาลพาร่างอันมหึมาของมันโผล่เหนือผืนน้ำเขาที่เป็นเกลียวสวยพุ่งขึ้นราวกับจะแทงทะลุเพดานเมฆสีเทาบนฟ้า น้ำปริมาณมหาศาลกระเซ็นทุกทิศทุกทาง
ทุกคนเห็นการเผยร่างพ้นน้ำนี้เป็นโอกาสก็เร่งร่ายมนตร์ลดค่าชีวิตที่มีกว่าห้าแถบของมันให้ได้มากที่สุดส่วนคนที่เล่นสายรองเป็นนักดาบไฟก็พุ่งเข้าโจมตี
ทั้งที่เป็นโอกาสทองแท้ๆ แต่วอฟรีซรีบบังคับมังกรแดงให้ถอยร่น ส่วนนารีโกยไปอยู่สุดขอบฟิลด์เรียบร้อยแล้ว
เสียงกัมปนาทดังขึ้น แล้วแท่งน้ำแข็งแหลมคมขนาดเท่าต้นไม้ใหญ่จำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งลงมาจากเมฆใส่เหล่าผู้เล่นที่กรีดร้องด้วยความตกใจและความเจ็บปวดจนค่าชีวิตหมดภายในพริบตา
“...ชุบไม่ทันแน่...” ฝันพึมพำ พยายามฟื้นค่าชีวิตให้คนที่เหลือ
นาร์วาลยังค้างอยู่กลางอากาศอีกสิบห้าวินาทีก่อนจะทิ้งร่างลงน้ำอีกรอบตอนนี้ในปาร์ตี้ล่าบอสเหลือคนแค่ไม่กี่คน ดูยังไงการสู้ต่อก็เหมือนฆ่าตัวตายหมู่ชัดๆ
“แม่งเอ๊ย ทำไมพวกเอ็งไม่หัดอ่านรูปแบบการโจมตีของบอสก่อนไปล่ามันฟะ? มันต้องโจมตีหลังบอสปล่อยสกิลชุดใหญ่โว้ย!” นารีฟึดฟัด พูดแค่พอให้ได้ยินสามคน
“...ทำยังไงดี?” ลัคนามองหน้าเด็กสาวนักเวท
“ที่นารียังไม่ออกไปตอนนี้เพราะติดบาเรียป้องกันขอบฟิลด์ไม่ให้ผู้เล่นหนีบอสถ้าเกิดทุกคนในปาร์ตี้ของวอฟรีซไม่ตาย บาเรียนี้จะไม่หายไป” เธอบอก “เรามีทางเลือกคือหลบไปเรื่อยๆหรือล็อกเอ๊าท์ไปเลย”
“รีบๆ ตายสักทีสิ” นารีบ่นเสียงดัง ไม่แน่ใจว่าแช่งบอสหรือวอฟรีซ
หลังเสียสมาชิกไปเกินครึ่ง ปาร์ตี้ของวอฟรีซสู้อย่างมีสติมากขึ้น จังหวะการหลบก็ดีขึ้นด้วยฝันจึงบังคับไข่ที่มีลัคนาเกาะไปด้วยกลับเข้าไปในการต่อสู้แล้วใช้สกิลฟื้นพลังหมู่แต่เพราะเธอไม่ได้อยู่ในปาร์ตี้ด้วยเลยใช้ได้แค่กับคนที่อยู่ใกล้ๆ เท่านั้น
วงเวทปรากฏบนน้ำแข็ง ลัคนาสะกิดฝันให้ถอยพ้นรัศมีของมัน พวกเธอถอยไปจนสุดขอบบาเรียที่นารียังยืนคอยอย่างหงุดหงิด
คราวนี้แท่งน้ำแข็งพุ่งขึ้นจากวงเวท แช่แข็งทุกคนที่หลบไม่ทัน แล้วมันก็แตกออกผู้เล่นร่วงกรูลงน้ำ คนที่ยังเหลือรอดตอนนี้มีแค่วอฟรีซกับผู้เล่นอีกสองคน ทั้งสามมองหน้ากันแวบหนึ่งแล้วล็อกเอ๊าท์จากเกมอย่างพร้อมเพรียงเมื่อไร้คู่ต่อสู้ บอสนาร์วอลจึงดำหายไปใต้ทะเล
นารีคว้าตัวลัคนากับฝันก่อนที่ทั้งสองจะร่วงเพราะสัตว์เลี้ยงไข่ที่หายไป
"ทำงี้แต่แรกก็สิ้นเรื่อง เชอะ” นารีทำแก้มป่อง
บาเรียที่ขอบฟิลด์หายไป นารีวางเพื่อนทั้งสองบนพื้นหิมะ
ลัคนามองทั้งสองคนสลับกับสนามรบเมื่อครู่ ในหัวก็สงสัยว่าทำไมพวกเขาไม่อาลัยอาวรณ์กับการจากไปของคนรู้จักเลยสักนิด