Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 3 ตอนที่ 75 เรื่องที่เทพทำได้

            ทั้งห้องโถงเงียบกริบ

            ทุกคนต่างพากันมองต้วนหลิวเหนียนที่เดินออกมาจากห้องเดี่ยวสายตาทั้งหมดดูงงงัน

            และตอนที่ใบหน้าอ่อนนุ่มราวกับแค่เป่าหรือดีดก็แตกได้ของต้วนหลิวเหนียนปรากฏอยู่ตรงหน้าทุกคนภายในใจของพวกเขาล้วนหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง

            บรรดานักข่าวที่อยู่ด้านหลังสบตากันราวกับกำลังสงสัยเหตุการณ์ที่เห็นตรงหน้าว่าคือภาพลวงตาหรือไม่

            “ฉันไม่ได้ตาฝาดใช่ไหมคิดไม่ถึงว่าใบหน้าของต้วนหลิวเหนียนจะหายดี?”

            “เธอไม่ได้ตาฝาดหรอก ฉันก็เห็นแล้ว ที่บอกว่าใบหน้าเสียโฉมแล้ว เกรงว่าคนทั้งประเทศคงกลายเป็นคนตาบอดแล้ว”

            “ทำไมใบหน้าของต้วนหลิวเหนียนกลับขาวเนียนอย่างนี้เมื่อวานฉันเพิ่งจะดูรายการของเธอ เธอในเวลานั้นจริงๆ แล้วก็ไม่ได้สวยอย่างนี้”

            “หมดสนุกจริงๆเดิมทีคิดว่าบนหัวข้อข่าวของวันพรุ่งนี้จะได้เขียนหัวข้อข่าวใหม่ ตอนนี้ดูแล้วคงหมดหวัง”

            …………………

            เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นรอบๆ คนส่วนใหญ่ล้วนเต็มไปด้วยความประหลาดใจและตื่นตระหนกมีแค่คนส่วนน้อยที่โกรธเคือง ราวกับคิดว่าตนเองมาเสียเที่ยวไม่ได้มูลค่าจากข่าวแม้แต่น้อย

            “ซูฮ่าวทำสำเร็จแล้ว!”พวกกู้เพ่ยหลิงเห็นเหตุการณ์นี้ ใบหน้าก็เต็มไปด้วยอาการดีใจ

            ไป๋เหวินหลิงโล่งใจมาก เธอค่อยๆวางใจ และแอบชูนิ้วโป้งให้ซูฮ่าว

            ผู้ติดตามของสถานีโทรทัศน์สองสามคนก็ตบอกและเผยรอยยิ้มที่ไม่มีมานานแล้ว

            พูดตามตรง ก่อนหน้านี้ที่เห็นใบหน้าของต้วนหลิวเหนียนเป็นอย่างนั้นพวกเธอก็เหงื่อตกแทนต้วนหลิวเหนียนจริงๆ

            หากรู้ว่ารูปโฉมภายนอกสำหรับพิธีกรสถานีโทรทัศน์สำคัญมาก และยังกำหนดรสนิยมของกลุ่มผู้ชมหากเสียโฉม เช่นนั้นงานพิธีกรสถานีโทรทัศน์ก็คงต้องยุติลง

            อย่างไร ตอนนี้คือยุคสมัยที่ใช้หน้าตาทำงาน

            โม่ลี่ฮัวที่อยู่ข้างๆกลับขมวดคิ้ว แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเด็ดขาด แต่ไม่นานก็ถูกปกปิด

            อู๋กวงฮุยประธานสถานีโทรทัศน์เมืองไห่เป่ยรีบเดินมาตรงหน้าต้วนหลิวเหนียนสังเกตเธอหนึ่งรอบก็ตกใจทันที “หลิวเหนียน ฉันได้ยินว่าหลังจากที่เธอใช้ไพรเมอร์ของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว ก็มีอาการแพ้ที่ใบหน้า แต่นี่ทำไมใบหน้าของเธอกลับสวยขึ้นล่ะ เรื่องราวมันเป็นมาอย่างไรกันแน่?”

            “ประธานอู๋คืออย่างนี้… ” ต้วนหลิวเหนียนเข้าไปกระซิบข้างๆหูของอู๋กวงฮุยและเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เขาฟัง

            อู๋กวงฮุยตะลึงงันและหันไปมองซูฮ่าว ในดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

            คิดไม่ถึงว่าผู้ชายที่อายุน้อยท่านนี้ไม่ใช่แค่รักษาใบหน้าของต้วนหลิวเหนียนให้หายได้แต่ยังช่วยเธอลบปานเล็กๆ ตรงคางด้วย?

            เวลานี้นักข่าวหัวแข็งคนหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างกล้าหาญและสัมภาษณ์ว่า “คุณต้วน ไม่ทราบว่าใบหน้าของคุณทาไพรเมอร์ของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวแล้วเกิดอาการแพ้จริงหรือเปล่าคะ?”

            เธอก็เหมือนกับแกะที่เป็นจ่าฝูงนักข่าวที่อยู่ด้านหลังเห็นอย่างนี้ ก็ยกอุปกรณ์บันทึกเสียงแย่งกันพุ่งเข้ามาเพื่อรอคำตอบของต้วนหลิวเหนียน

            “ทุกท่านสำหรับเรื่องที่ใบหน้าของฉันเกิดอาการแพ้ จริงๆ แล้วเป็นเรื่องเข้าใจผิดไม่ได้เกิดจากไพรเมอร์ของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว” ต้วนหลิวเหนียนก็คือคนที่เคยผ่านประสบการณ์มาโชกโชนการเผชิญหน้ากับอุปกรณ์มากมายอย่างนี้ กลับไม่ลนลานแม้แต่น้อย แต่พูดอย่างยิ้มแย้ม

            นักข่าวหัวแข็งตะลึงงันและถามต่อว่า “คุณต้วน แล้วสาเหตุอะไรที่ทำให้ใบหน้าของคุณเกิดอาการแพ้แบบนั้นล่ะคะ?”

            “ตอบอย่างไรดีล่ะ ฉันแพ้มะม่วงค่ะ อาจจะเป็นเพราะฉันคนนี้ประมาทตอนเที่ยงกลับพลาดดื่มน้ำมะม่วงแทนเครื่องดื่มแล้ว ดังนั้นจึงกลายเป็นอย่างนี้”ต้วนหลิวเหนียนหาข้ออ้างมาตอบ

            พวกไป๋เหวินหลิงแอบตกใจสิ่งที่ทำให้ใบหน้าของต้วนหลิวเหนียนแพ้เห็นได้ชัดว่าคือสารปรอท ตะกั่ว และสารที่มีพิษอื่นๆแต่ทำไมต้วนหลิวเหนียนกลับพูดว่าอาการแพ้เกิดจากมะม่วง?

            พวกเธอเหมือนจะคิดอะไรออกจึงมองไปทางซูฮ่าว

            ไม่ผิดจะต้องเป็นซูฮ่าวกับต้วนหลิวเหนียนทำข้อตกลงอะไรกันแล้วถึงให้ต้วนหลิวเหนียนปกปิดเรื่องนี้เอาไว้

            สีหน้าของโม่ลี่ฮัวแปรเปลี่ยน ขณะที่อยากจะพูดอธิบายอะไร แต่กลับพบว่าซูฮ่าวมาอยู่ข้างกายเธอไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรและเผยรอยยิ้มที่มีความหมายลึกซึ้ง

            รอยยิ้มนี้ดูเหมือนจะอ่อนโยนแต่กลับแฝงด้วยความชั่วร้าย ทำให้สิ่งที่เธออยากจะพูดถูกกลืนกลับไปแล้ว

            นักข่าวหัวแข็งถามอย่างน่ารำคาญว่า“คุณต้วนทำไมใบหน้าของคุณสวยกว่าเดิมล่ะคะ?”

            “คิดไม่ถึงว่าทุกคนจะใส่ใจใบหน้าของฉันอย่างนี้คืออย่างนี้ค่ะ ฉันกับคุณซูฮ่าวของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวคือเพื่อนกันคุณซูฮ่าวคือคนที่มีความสามารถเป็นอย่างมากกลุ่มที่เขานำทีมได้คิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางตัวใหม่เครื่องสำอางประเภทนี้มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูใบหน้าดีมาก” ต้วนหลิวเหนียนชี้ซูฮ่าวและตอบผู้คน

            “ที่คางของฉันมีปานเล็กๆหนึ่งจุด สร้างความรำคาญใจให้ฉันมาก แต่หลังจากที่ทาเครื่องสำอางประเภทนี้ปานเล็กๆ ที่คางก็ถูกลบไปด้วย”

            เธอพูดจบก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและเลือกรูปในเมื่อก่อนมาวางไว้ตรงหน้าเพื่อเปรียบเทียบกับใบหน้าของเธอในตอนนี้

            ผู้คนตั้งใจดู ต่างก็ตกใจจนหน้าซีดกันหมด

            “จริงด้วยเครื่องสำอางอะไรคิดไม่ถึงว่าจะมีผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้?”

            “แม้แต่ปานก็ยังลบได้ เหลือเชื่อจริงๆ ”

            “บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวสมกับมีศักยภาพมากคิดไม่ถึงว่าจะวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สุดยอดอย่างนี้ได้!”

            ………………..

            เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นไม่หยุดและดังก้องไปทั้งห้องโถง

            พวกกู้เพ่ยหลิงมองหน้ากันด้วยใบหน้าที่งุนงง

            บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัววิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ตั้งแต่เมื่อไร?

            พวกเธอไม่ได้ข่าวเลยด้วยซ้ำ!

            มีแค่ไป๋เหวินหลิงที่ตาลุกวาวราวกับรู้อะไรแล้ว สายตาที่มองซูฮ่าวจึงเต็มไปด้วยความดีอกดีใจ

            เห็นได้ชัดว่าซูฮ่าวกำลังให้ต้วนหลิวเหนียนโฆษณาให้บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว นี่ก็คือการเผยแพร่

            นักข่าวหัวแข็งกลอกตาไปมาและพูดขอร้องว่า “คุณต้วน ให้พวกเราดูเครื่องสำอางตัวนี้หน่อยได้ไหม?”

            “สำหรับเรื่องนี้ฉันคิดว่าพวกคุณต้องถามความคิดเห็นของคุณซูฮ่าวเองนะคะ” ต้วนหลิวเหนียนเม้มปากหัวเราะและโยนคำถามให้ซูฮ่าว

            บรรดานักข่าวหยุดชะงักและหันไปมองซูฮ่าวทันที ต่างพากันยกอุปกรณ์บันทึกเสียงเข้าไปแล้ว

            “คุณซูฮ่าวพอจะพูดเรื่องเครื่องสำอางตัวใหม่ของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวสักหน่อยได้ไหม? อย่างเช่นชื่อของมัน ราคา เวลาที่จะออกสู่ตลาดอะไร”

            “ทุกท่านสำหรับชื่อและราคาของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางตัวใหม่ของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวตอนนี้ผมยังเปิดเผยมากไม่ได้ แต่เรื่องเวลา ก็กำหนดได้ว่าน่าจะคือกลางเดือนหน้า” ใบหน้าของซูฮ่าวมีรอยยิ้มเขาพูดอย่างไม่รีบเร่งและไม่สนใจสิ่งใดๆ

            นักข่าวหัวแข็งถามว่า “เช่นนั้นมันมีประโยชน์อะไร?”

            “มันมีสรรพคุณในการฟื้นฟูที่ดีมากโดยเฉพาะคนที่ใบหน้ามีกระ รอยสิว และข้อบกพร่องอื่นๆแค่ใช้ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว ก็แก้ไขได้” ซูฮ่าวพูดอย่างตรงไปตรงมาและพูดอีกว่า “ยังมีอีก หากใบหน้าเคยได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างเช่นเสียโฉมจากการถูกไฟลวก มีดดาบผ่าจนเป็นรอย หรืออื่นๆก็แก้ไขโดยผ่านผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของพวกผมได้ แต่ก็ต้องการกระบวนการรักษาที่มากหน่อย”

            นักข่าวผู้หญิงคนหนึ่งพูดพึมพำว่า“สุดยอดขนาดนั้นจริงๆ หรือ? คงไม่ใช่ว่าดีแต่เปลือกหรอกใช่ไหม?”

            ซูฮ่าวมองเธอแล้วก็ยกน้ำแก้วเล็กมาหนึ่งแก้วนำยาชะลอวัยใส่ลงไปด้านใน ทำเป็นยาบด

            เขาเดินมาตรงหน้านักข่าวผู้หญิงคนนี้และพูดพลางหัวเราะว่า “สุภาพสตรีท่านนี้ บนใบหน้าของคุณมีกระหากคุณไม่เชื่อผลิตภัณฑ์ของบริษัทพวกผม พวกเราก็มาพิสูจน์กันได้”

            “พิสูจน์… อย่างไร?” นักข่าวผู้หญิงลนลานจนทำอะไรไม่ถูก

            ซูฮ่าวชี้ยาบดชะลอวัยที่อยู่ในมือ“นี่คือส่วนประกอบเข้มข้นที่สำคัญของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางตัวใหม่ของพวกผมรบกวนคุณหลับตาด้วยนะครับ ผมจะทาให้คุณก่อน หลังจากผ่านไปสองนาทีกระบนใบหน้าของคุณก็จะหายไป”

            “สุดยอดขนาดนี้เลยหรือ?” นักข่าวผู้หญิงมองของที่อยู่ในมือของซูฮ่าวอย่างงงงัน และเห็นได้ชัดว่ารู้สึกระแวง

            ซูฮ่าวถามพลางหัวเราะว่า “แบบนั้นพวกเราก็มาลองดูกันสักตั้งดีไหมล่ะครับ?”

            นักข่าวผู้หญิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็พยักหน้า ก่อนจะหลับตาลง

            สำหรับเรื่องนี้ซูฮ่าวก็ไม่ลังเล เขานำยาบดชะลอวัยทาลงบนตำแหน่งที่มีกระบนใบหน้าของอีกฝ่ายทันที

            ทั้งกระบวนการอุปกรณ์บันทึกเสียงของนักข่าวคนอื่นๆ ติดตามถ่ายโดยไม่พลาดแม้แต่น้อย

            หลังจากที่รอสองนาทีซูฮ่าวใช้ไม้พันสำลีลบยาบดชะลอวัยที่อยู่บนใบหน้านักข่าวผู้หญิงรวมทั้งใช้ทิชชูเปียกเช็ดกากยาบดให้นักข่าวผู้หญิง หลังจากนั้นก็หยิบกระจกออกมาวางไว้ตรงหน้าอีกฝ่าย

            “ดูได้เลยครับ!”

            นักข่าวผู้หญิงเข้ามาดูใกล้ๆเธออ้าปากกว้าง กระจกในมือค่อยๆ ร่วงลงจากมือของเธอ และตกกระแทกลงบนพื้นไปแล้ว

            เหลือเชื่อจริงๆ !

            กระบนใบหน้าของเธอหายไปหมดแล้วจริงๆ !

            เธอกินยาไปมากมายและจ่ายเงินไปมากมายเพื่อรักษากระบนใบหน้าแต่ก็ยังแก้ไขไม่ได้

            ผลลัพธ์วันนี้ซูฮ่าวแค่ทาส่วนประกอบของเครื่องสำอางตัวใหม่บนใบหน้า ก็ลบกระของเธอจนหมดแล้วแบบนั้นหรือ?

            นี่คงจะมีเพียงเทพเจ้าเท่านั้นที่จะทำได้!

            นักข่าวคนอื่นๆ ต่างก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายหากพวกเขาไม่ได้เห็นกับตาว่ากระบนใบหน้าของนักข่าวผู้หญิงถูกลบออกแล้วพวกเขาคงคิดว่านี่คือเรื่องที่ไร้สาระอย่างแน่นอน

            สองนาทีลบกระหากเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมความงาม ก็ทำไม่ได้เลยกระมัง?

            ซูฮ่าวเดินมาตรงหน้านักข่าวผู้หญิงพลางถามและหัวเราะว่า “คุณผู้หญิง ตอนนี้เชื่อแล้วหรือยังครับ?”

            “คุณซูฮ่าวกระบนใบหน้าฉันไม่เพียงแต่หายไปแล้วเท่านั้น แต่ใบหน้ายังขาวเนียนมากเครื่องสำอางตัวใหม่นี้ของคุณมันช่างมหัศจรรย์เกินไปแล้วขอบคุณค่ะ!” นักข่าวผู้หญิงพูดจาตะกุกตะกักเพราะตื่นเต้นใบหน้าที่งดงามนั้นของเธอ ทำให้ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยเผยสายตาที่อิจฉาอย่างร้อนแรง

            หากพวกเธอได้ใช้ของสิ่งนี้เหมือนกันก็จะสวยเหมือนกับเธอหรือเปล่า?

            ทันใดนั้น สายตาที่ผู้หญิงหลายคนมองซูฮ่าวก็มีความกระหายจนทนไม่ไหวเหมือนคนโสดเห็นสาวงาม

            “คุณซูฮ่าวให้ฉันลองหน่อยได้ไหม?”

            “ยังมีฉันอีกคุณซูฮ่าว ฉันก็ต้องการลองเหมือนกัน รบกวนแล้ว!”

            “คุณซูฮ่าวฉันเพิ่มเพื่อนวีแชตของคุณได้ไหม?”

            ………………..

            วินาทีนี้เหมือนจะไม่มีนักข่าวสนใจทางต้วนหลิวเหนียน ทั้งหมดล้อมซูฮ่าวไว้แล้ว

            “สุภาพสตรีทุกท่านที่ผมใช้ในก่อนหน้านี้คือส่วนประกอบเข้มข้นที่อยู่ในเครื่องสำอางกระบวนการนำออกมาซับซ้อนเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงมีไม่มาก ขอให้พวกคุณอดทนรอผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางตัวใหม่ของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวออกสู่ตลาดในเดือนหน้าถึงเวลาทุกคนก็จะสวยกันหมดแล้ว” ซูฮ่าวที่ถูกมือนับไม่ถ้วนล่วงละเมิดรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเขาถอยไปด้วยและพูดปลอบใจไปด้วย

            บรรดาผู้หญิงที่ได้ฟังอย่างนี้แล้วก็ดูหดหู่ แต่กลับไม่สิ้นหวังอย่างไรกลางเดือนหน้าทุกคนก็ใช้เครื่องสำอางที่มหัศจรรย์นี้ได้ ก็แค่ต้องรอเวลา

            ลำดับต่อมาบรรดานักข่าวก็ถามคำถามต้วนหลิวเหนียนกับซูฮ่าว ในที่สุดก็พากันแยกย้ายแล้ว

            หลังจากที่นักข่าวออกไปแล้วเฉินคายเหยียนกับพยาบาลสองสามคนก็ตามออกไปเขาในฐานะหัวหน้าสมาคมศัลยกรรมความงามของฉวนโจว ปกติงานยุ่งมาก วันนี้มาก็เพราะเห็นแก่หน้าไป๋เหวินหลิง

            ตอนนี้เรื่องราวก็คลี่คลายทุกอย่างแล้ว เขาเองก็ต้องกลับเช่นกัน

            แต่ก่อนที่จะออกไปเขาก็เพิ่มเพื่อนวีแชตของซูฮ่าวโดยเฉพาะ ราวกับอยากตีสนิทกับซูฮ่าว

            อย่างไรงานของเขาก็คือด้านศัลยกรรมความงามยาบดชะลอวัยที่มีส่วนประกอบเข้มข้นในก่อนหน้านี้ของซูฮ่าวทำให้เขาน้ำลายไหลจริงๆเพื่อนอย่างซูฮ่าว หากพบผู้ป่วยที่ใบหน้ามีปัญหาก็มีโอกาสได้รับการแก้ไข

            สำหรับเรื่องนี้ซูฮ่าวไม่ปฏิเสธ

            เฉินคายเหยียนเห็นแก่หน้าไป๋เหวินหลิงจึงมาที่บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวเพื่อช่วยแก้ไขเรื่องใบหน้าของต้วนหลิวเหนียนที่เกิดอาการแพ้ด้วยตนเองแน่นอนว่าเขาก็ต้องเห็นแก่หน้าอีกฝ่าย ดั่งคำที่ว่าดีมาก็ดีตอบ

            โม่ลี่ฮัวเห็นคนจำนวนไม่น้อยแยกย้ายกันไปหมดแล้ว ก็พูดกับต้วนหลิวเหนียนว่า“หลิวเหนียน พวกเราก็กลับกันเถอะรายการของเย็นวันนี้ยังต้องซ้อมอีก”

            เธอเหมือนอยากจะรีบออกไปจากที่นี่ดังนั้นจึงเอ่ยเร่งเร้า

            แต่ว่าต้วนหลิวเหนียนไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับแม้แต่น้อยเธอมองโม่ลี่ฮัวอย่างเยือกเย็น สีหน้าดูไร้ความรู้สึก

            “หลิวเหนียนเธอ… ” โม่ลี่ฮัวรู้สึกไม่สบายใจและมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดี

            การเงียบของต้วนหลิวเหนียนพวกอู๋กวงฮุยเห็นแล้วก็มีใบหน้าที่ไม่เข้าใจ

            เกิดอะไรขึ้น?

            หรือว่าต้วนหลิวเหนียนกับผู้จัดการโม่ลี่ฮัวทะเลาะกันแล้ว?

            เวลานี้ซูฮ่าวเอามือไขว้หลังและค่อยๆ พูด

            “เรื่องที่คุณวางยาในไพรเมอร์ที่คุณต้วนใช้เธอรู้… แล้ว!”

    คล้ายกับเรื่องLevel up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน