“โอหังยิ่งนักถึงกับกล้าลงมือต่อหน้าข้า”
รองแม่ทัพผู้หนึ่งตะคอกออกมาอย่างหัวเสียเช่นกัน
มีคนลงมือสังหารคนต่อหน้าเขาผู้ซึ่งเป็นรองแม่ทัพเก่าแก่ของเมืองเป่ยซางอีกทั้งยังเยาะเย้ยด้วยวางเพลิงอีกด้วย
“ข้าจะถลกหนังพวกมันให้หมด”
หลายคนต่างพกพายุแห่งความโกรธกระโจนไปยังที่เกิดเหตุเพื่อหวังดับไฟและจับคนร้าย
ยังไม่ทันที่แม่ทัพว่านจะก้าวตามไปเขาก็ต้องทรุดตัวลงด้วยความเจ็บปวด เมื่อถูกลูกธนูปักเข้าที่ไหล่
“ท่านแม่ทัพ”
ชั่วขณะนั้นห่าธนูจำนวนมากก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
รองแม่ทัพเซิ่งคว้าตัวผู้เป็นนายหลบเข้ามาด้านในห้อง
ถ้าเขาช้ากว่านั้นเพียงครึ่งก้าวห่าธนูเหล่านี้คงฝังอยู่ในร่างของเขาเป็นแน่
หลังจากใช้ธนูจนหมดนักฆ่าในชุดสีดำก็กระโจนลงมาจากหลังคา พร้อมกับพุ่งเข้ามาในห้องที่ทั้งสองหลบอยู่
ร่างชุดดำนับสิบพุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว
ดวงตาแม่ทัพว่านแดงก่ำด้วยความโกรธเขายกดาบขึ้นฟันสวน แต่อาการพิษเล่นงานอย่างรุนแรง ทำให้แรงของดาบที่ฟันลงไปไม่อาจสร้างรอยขีดข่วนกับฝ่ายนักฆ่าได้
ส่วนรองแม่ทัพเซิ่งรู้สึกหงุดหงิดยิ่งนักเขารู้สึกว่าดาบของเขาหนักกว่าทุกวัน
แล้วรองแม่ทัพเซิ่งก็ถูกเตะไปกระเด็นชนเสา
ทั้งสองถูกเล่นงานสะบักสะบอมจนแทบลุกไม่ขึ้นคมดาบยาวพุ่งตรงมายังร่างของทั้งสองอย่างรวดเร็ว
ฉึก! ฉึก!
“คุ้มกันท่านแม่ทัพ!”
รองแม่ทัพจิ้งพร้อมทหารบุกเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง
พวกเขาเพิ่งกลับมาจากค้นหาสมุนไพร
ทันทีที่เห็นกำลังหนุนที่กำลังตามมาอีกไม่น้อยนักฆ่าที่เหลือต่างหลบถอยอย่างรวดเร็ว
หนึ่งในนั้นโยนลูกควันลงพื้นจนเกิดควันหนาทึบกระจายทั่วห้อง
“บัดซบที่สุด”
รองแม่ทัพจิ้งสบถขึ้นมาอย่างหัวเสียที่ไม่อาจจับตัวนักฆ่าได้แม้แต่คนเดียว
กลิ่นคาวเลือดโชยออกมาจากกายของผู้บาดเจ็บที่ถูกถอดชุดเกราะออก เผยให้เห็นบาดแผลยาวที่หัวไหล่และสีข้างเลือดที่ซึมชุ่มผ้าพันแผลเก่าย้อมจนผ้าเป็นสีแดงฉาน
“หมอทหารก็มีเยอะแยะทำไมต้องให้ข้ามาทำแผลให้ด้วย”
“แผลเก่ายังไม่หายพิษก็ยังไม่ถอน ก็ยังวิ่งไปหาคมดาบอีก ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรืออย่างไร”
หลินเฟยหลันบ่นพึมพำอย่างอารมณ์ไม่ดีแต่มือก็ยังตระเตรียมทุกอย่างเพื่อใช้ทำแผลอย่างรวดเร็ว
หลังจากได้สมุนไพรมาครบนางก็เฝ้าเตายาอยู่ครึ่งค่อนวัน เหนื่อยจะแย่
นี่ไม่ใช่หน้าที่ของนางเสียหน่อยนางก็ตอบแทนด้วยการทำยาแก้พิษให้แล้ว ยังจะใช้งานนางอีก
องครักษ์หน้าตายที่ยืนอยู่ด้านนอกกลับบอก
‘ท่านเป็นสตรีของนายท่านก็ย่อมต้องดูแลนายท่าน’
ข้าเป็นสตรีของเจ้านายเจ้าตอนไหนกันฮะ
คอยดูนะข้าจะราดยาใส่แผลให้ร้องไม่เป็นภาษาเลยทีเดียว
แต่เมื่อเห็นบาดแผลบนร่างกายของเขาแล้วนางก็ต้องกลืนถ้อยคำเมื่อครู่ลงท้องไป
หลังจากที่แม่ทัพว่านหลับไปหลินเฟยหลันเดินออกมาจากห้อง
จวนของแม่ทัพว่านค่อนข้างเล็กดังนั้น จึงได้ยินเสียงทะเลาะกันของสตรีดังลอดเข้ามา จึงเอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้น”
“มีคนทะเลาะกันที่หน้าจวนจะ..เจ้าค่ะ” เสี่ยวเชียนตอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
หลินเฟยหลันจึงพยักหน้าให้องครักษ์ออกไปดู
ยิ่งเห็นสีหน้าที่ยุ่งเหยิงของหลินเฟยหลันเสี่ยวเชียนจึงพยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด เพื่อไม่ให้สตรีตรงหน้ารู้สึกรำคาญด้วยกลัวว่าจะถูกไล่ออกไป
เพราะเมื่อเช้านี้นางถูกองครักษ์ผู้นั้นจับโยนออกไป แต่ด้วยความกลัว จึงไม่กล้าไปที่ไหนอาศัยช่วงของความชุลมุนตอนนำตัวท่านแม่ทัพกลับมา ย่องเข้ามาในจวนอีกครั้งและเกาะติดหลินเฟยหลันไม่ห่าง
“เป็นคุณหนูเซี่ยและคุณหนูจากตระกูลฮ่าวขอรับพวกนางต้องการมาเยี่ยมท่านแม่ทัพ”
หลินเฟยหลันแอบคว่ำปากพลางบอก “ไปถามนายเจ้าดูเอาเถิด”
แต่เมื่อองครักษ์ตอบกลับก็ทำเอาหลินเฟยหลันต้องกัดฟันกรอด “นายท่านสั่งไว้ว่าทุกอย่างที่นี่ให้นายหญิงตัดสินใจขอรับ”
“ข้าเป็นนายหญิงของเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่”นางแค่นเสียงถามอย่างไม่พอใจ
แต่เสียงทะเลาะที่ดังลอดเข้ามาก็ทำเอาหลินเฟย หลันรู้สึกรำคาญยิ่งนัก ตั้งแต่มาถึงจวน นางยังไม่ได้หลับเต็มตื่นเพราะต้องคอยดูแลคนป่วยที่หาเรื่องเจ็บ
นางจึงบอกให้องครักษ์ไปไล่สตรีทั้งสองกลับไป
หลังจากที่สตรีทั้งสองถูกองครักษ์ขู่
คุณหนูเซี่ยก็กระทืบเท้าพร้อมกับกรีดร้องขึ้นเมื่อนางถูกไล่ตะเพิดออกมาอย่างไม่ไว้หน้า
“อร้ายยยย คอยดูนะถ้าข้าได้เป็นฮูหยินของแม่ทัพว่านเมื่อไหร่ ข้าจะจับเจ้าสับเป็นชิ้น ๆ เลย คอยดู”
นางเป็นถึงบุตรสาวของแม่ทัพที่สิ้นชีพในสนามรบย่อมมีความดีความชอบ อีกทั้งญาติของตนก็เป็นถึงชายารองขององค์ชายสี่
มีสิ่งใดต้องเกรงกลัว
ตอนนี้ตระกูลเซี่ยได้ส่งจดหมายไปเมืองหลวงเพื่อขอปูนบำเหน็จแก่บิดาของนางโดยการให้นางได้แต่งกับองค์ชายแต่เมื่อนางเพียงได้เห็นใบหน้าครึ่งล่างของแม่ทัพว่าน ก็ทำให้นางตกหลุมรักเขาทันทีจึงได้ขอให้ชายารองขอสมรสให้แก่นางและเขา
ดังนั้นเขาต้องเป็นสามีของนางเพียงคนเดียว สตรีอื่นไม่มีสิทธิ์
ส่วนคุณหนูฮ่าวก็จากไปด้วยความโกรธเช่นกัน