ปิ่นพลอยอาศัยอยู่กับเ้าพ่อซานกุ้ย หลังจากเธอเรียนจบกลับมา เธอก็กลับมาดูแลพ่อและช่วยงานธุรกิจแทบทุกอย่าง จนกระทั่งมีข่าวการสืบทอดเ้าพ่อคนต่อไป ซึ่งในประกาศได้แสดงรายชื่อผู้มีสิทธิ์ได้รับเลือกเป็เ้าพ่อ ดังนี้
หลินชาน เฉินกว้าน ฉีฝาน และเสิ่นตั้ว
ปิ่นพลอยสงสัยว่าทำไมฟานจิ้ง ผู้ชายที่เธอแอบปลื้มั้แ่เด็ก ถึงไม่มีในรายชื่อ เลยเดินไปพบพ่อที่ห้องทำงานทันที
“พ่อคะ พ่อลืมพี่ฟานจิ้งได้ยังไงคะ ในเมื่อพี่เขาเป็คนใหญ่คนโตในพรรค อีกอย่างเขาก็เป็คนดี ทำไมไม่มีในรายชื่อเลยล่ะคะ” ปิ่นพลอยสงสัย
“ฟานจิ้งเขาเปลี่ยนไปเป็คนละคนแล้วนะลูก ในระหว่างที่ลูกไปเรียนต่างประเทศ ลูกไม่รู้หรอก ว่าตอนนั้นเขาไปเจออะไรมา ถ้าลูกได้เจอเขาในตอนนี้ลูกจะเข้าใจเอง” เ้าพ่อพูดอย่างคนอาบน้ำร้อนมาก่อน
“เขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ หรอคะ แต่ถึงจะเปลี่ยน มันก็คงไม่เปลี่ยนสุดขั้วหรอกมั้งคะ ลองให้โอกาสพี่เขาดีมั้ย” ปิ่นพลอยพูดกล่อม
“ถ้าเขาได้เป็เ้าพ่อคนต่อไป พ่อพนันหมดตัวได้เลย ว่าพรรคของเราต้องล่มจมเพราะฝีมือของเขาอย่างแน่นอน” เ้าพ่อกล่าว
“เอาเถอะค่ะ ในเมื่อพ่อตัดสินใจแล้ว ลูกคงไม่อาจจะทัดทานอะไรได้” ปิ่นพลอยกล่าว
“แล้วนี่ลูกจะไปไหนน่ะ” เ้าพ่อถาม
“ลูกขอไปเคลียร์งานที่บริษัทค่ะ เอ้อ เห็นพี่เพชรเขาจะมาเยี่ยมพ่อวันนี้ด้วย คงค้างที่นี่สักคืนนึง ค่อยกลับหอพักแพทย์ค่ะ” ปิ่นพลอยกล่าว
“ดีเหมือนกัน นานๆ จะได้เจอลูกสาวคนนี้สักที” เ้าพ่อกล่าวเพราะไม่ได้เจอปิ่นเพชรนานแล้ว
“ไปนะคะพ่อ สวัสดีค่ะ” ปิ่นพลอยลาแล้วรีบไปขึ้นรถ
“ระวังตัวหน่อยนะลูก” เ้าพ่อแอบห่วงลูกสาว
“ค่ะพ่อ” ปิ่นพลอยหันหน้ามาพยักหน้าให้พ่อ
ปิ่นพลอยขับรถออกไปจากบ้าน ในใจก็รู้สึกทั้งผิดหวังและไม่เข้าใจพ่อของตน แต่ก็ไม่อาจพูดกล่อมพ่อได้ และคิดว่าพี่ฟานจิ้งของเธอจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนั้นเลยหรอ ั้แ่กลับมาจากอังกฤษ เธอก็ยังไม่ได้พบหน้าพี่ชายคนนี้ คนที่บอกกับเธอว่า “พี่สัญญาว่าจะดูแลและปกป้องน้องปิ่นพลอยยิ่งชีวิต จะไม่ให้ใครมาทำอันตรายเธอได้”
ปิ่นพลอยนั่งเหม่อขับรถไปได้ไม่นาน สักพักเธอก็เริ่มสังเกตเห็นมีรถตู้คอยติดตามรถของเธออยู่ วันนี้ปิ่นพลอยนั่งมาคนเดียวและสั่งห้ามไม่ให้บอดี้การ์ดติดตามมาด้วย ซึ่งเป็การตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ ปิ่นพลอยตัดสินใจเหยียบคันเร่งหนีรถคันนั้น จนกระทั่งเดินทางไปถึงสะพานแม่น้ำเ้าพระยา
รถตู้คันนั้นวิ่งมาตัดหน้ารถของปิ่นพลอยทันที ตอนนี้ปิ่นพลอยเห็นว่ามีชายฉกรรจ์สวมหมวกอีโม่งดำจำนวน 5 คน ออกมาจากรถตู้ พวกเขาเข้ามาทุบกระจบรถและปลดล็อคประตู ทำให้พวกเขาเข้ามาจับปิ่นพลอยไว้ได้ เธอพยายามดิ้นสะบัดจนหลุดจากการเกาะกุม แล้ววิ่งหนีไป หัวหน้าของพวกมันสั่งการว่าห้ามฆ่าเธอเด็ดขาด จึงไม่มีใครกล้ายิงปืนใส่เธอ
ปิ่นพลอยวิ่งจนหอบแล้วมาหยุดที่สะพานแม่น้ำเ้าพระยาทันที เธอรู้ว่าแม่น้ำมันเชี่ยวมาก แต่เธอคิดว่าพวกมันต้องเป็คู่อริของเ้าพ่อซานกุ้ยแน่ๆ เพราะเธอยังไม่เป็ที่รู้จักของคนในวงการเ้าพ่อมากนัก ปิ่นพลอยไม่อยากให้ตัวเองเป็เครื่องต่อรองให้พ่อของเธอต้องเดือดร้อนภายหลัง เลยตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ะโสะพานเพื่อหนีคนร้ายเ่าั้
เนื่องจากสะพานมันสูงมาก แล้วคนร้ายก็คิดว่าปิ่นพลอยคงจะไม่รอดอย่างแน่นอน เลยไม่ติดตามและปล่อยเลยตามเลย
“ท่านฉีฝานครับ เอายังต่อดีครับ คุณปิ่นพลอยยอมโดดน้ำฆ่าตัวตายไปแล้ว”
“บ้าจริง ฉันจะให้เธอมาเป็เมียฉันสักหน่อย เอาเป็ว่าทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ก็แล้วกัน พวกเรากลับกันเถอะ” ฉีฝานกล่าวแบบไม่รู้สึกอะไร
**********************************************************
สองตายายและเพื่อนสนิทที่เป็พยาบาลของนวลจันทร์นั่งเรือด้วยความโศกเศร้าจากการที่นวลจันทร์ ซึ่งเป็หลานสาวของตายายคู่นั้นได้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ วันนี้ตายายต้องมาลอยอังคารที่แม่น้ำเ้าพระยา ตอนนี้พวกเขากลายเป็หัวหงอกเผาหัวดำ หลานสาวที่เฝ้าเลี้ยงดูั้แ่แบเบาะต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้ หลังจากทั้งสองลอยอังคารเสร็จ สักพักก็เห็นอะไรบางอย่าง
ยายผู้มีสายตายาว เห็นอะไรก็ไม่รู้ผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ในแม่น้ำนั่น
“เฮ้ย ตา! ใช่คนหรือเปล่านั่นน่ะ” ยายชี้ให้ตาดู
“ไหนๆ น่าจะใช่นะ และน่าจะยังไม่ตายด้วย” ตาก็เห็นเหมือนกัน
ยายเลยรีบะโขอความช่วยเหลือทันที “ช่วยด้วยจ้า คนจมน้ำ รีบมาช่วยเร็วเข้า”
ชายที่มากับเรือและว่ายน้ำแข็ง เลยรีบลงจากเรือ ว่ายไปช่วยหญิงสาวที่กำลังผลุบๆ โผล่ๆ ในน้ำในขณะนี้ เขาพาเธอไปที่เรือของตาและยาย เพราะเป็เรือลำใหญ่ที่สุดแล้ว และน่าจะสะดวกที่จะช่วยหญิงสาว พยาบาลที่เป็เพื่อนนวลจันทร์ก็ช่วยผายปอด ทำให้ปิ่นพลอยรอดชีวิตมาได้ เมื่อเธอลืมตาได้พักหนึ่ง เธอรู้สึกเพลียมากเลยสลบหมดสติไป
ปิ่นพลอยฟื้นอีกที เธอก็อยู่ในโรงพยาบาลเสียแล้ว ศีรษะของเธอคงกระแทกกับเสาใต้สะพาน ตอนนี้ถูกพันผ้าก็อตไว้ เธอมองเห็นสองตายายยืนเฝ้าดูอาการอยู่ไม่ห่าง แต่ทว่า
“พวกคุณเป็ใครคะ และที่นี่ที่ไหน” หญิงสาวกล่าว
“พวกเราเป็คนเห็นหนูจมน้ำจ้า เลยรีบไปช่วยเอาไว้ ที่นี่เป็โรงพยาบาลแล้วนะ ว่าแต่หนูเป็ลูกเต้าเหล่าใครล่ะ พวกเราจะได้ช่วยติดต่อญาติให้มารับหนูไง” ยายถาม
“หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ว่าหนูเป็ใคร” หญิงสาวจดจำอะไรไม่ได้
“อ้าว แล้วกัน ตัวหนูก็ไม่มีหลักฐานอะไรติดตัวมาเลยเสียด้วย แล้วจะไปอยู่ที่ไหนล่ะทีนี้” ยายกล่าว
“ตาว่าให้เธอไปอยู่ห้องนวลจันทร์ก่อนเถอะ เอาไว้ให้นังหนูมีสภาพร่างกายพร้อม ค่อยพาไปแจ้งตำรวจ ดีไม่ดีอาจประกาศตามหาญาติในหนังสือพิมพ์ก็ได้” ตากล่าว
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ หนูไปอยู่กับตายายก่อนนะ แล้วเื่ตามหาญาติค่อยว่ากัน” ยายกล่าว
“ขอบคุณค่ะ ตา ยาย” หญิงสาวซาบซึ้งน้ำใจของตายาย
เมื่อปิ่นพลอยจดจำอะไรไม่ได้ ตายายเลยขอให้ปิ่นพลอยใช้ชื่อนวลจันทร์ไปก่อน และให้ไปอยู่ที่บ้านของตาและยายด้วยกัน โดยนวลจันทร์ผู้ความจำเสื่อมคนนี้ก็คอยช่วยทำงานปลูกผักสวนครัว แล้วเก็บเกี่ยวผักเหล่าไปขายตามตลาด
ตาและยายเริ่มรักหญิงสาวคนนี้เหมือนหลานสาว เธอได้มาแทนที่นวลจันทร์หลานแท้ๆ ทำให้ยายหายจากโรคซึมเศร้าจากการสูญเสียหลาน นวลจันทร์คนใหม่นี้เธอทำหน้าที่แทนอย่างไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง จนทั้งสามคนลืมเื่แจ้งความและตามหาญาติที่แท้จริงไปเลย ทั้งสามกลายเป็ครอบครัวเดียวกันและอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขมาโดยตลอด จนกระทั่ง