โลกหมื่นมิติ

    122.ความตื่นเต้นของทุกคน

       หลังจากที่ไผ่พูดคุย กินข้าวและเล่นเกมกับน้องทั้งสองคนของเขาแล้ว เมื่อทั้งสองเข้านอนไผ่ก็เรียกผู้ติดตามตั้งแต่ระดับดาราขึ้นไปให้มาพบทันที

       เมื่อทุกคนมาครบทุกคนต่างก็รายงานสถานการณ์ต่างที่เกิดขึ้นในขณะที่ไผ่ไม่อยู่ให้ฟัง ไผ่พยักหน้าด้วยความพอใจเมื่อได้ยินว่าทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดี

       “นี่คือสิ่งที่ผมได้รับมา ฝากคุณอาทิตย์นำมันไปไว้ที่คลังสมบัติของตระกูลด้วยแล้วก็บอกให้อาทิตย์มาเลือกสมบัติที่น่าจะใช้ประมูลได้ไปด้วย”ไผ่เอยกับอาทิตย์และมงคลจากนั้นก็วางแหวนมิติไว้ตรงหน้าอาทิตย์

       “นายน้อยท่านไปปล้นคลังสมบัติของตระกูลไหนมาครับเนี่ย” อาทิตย์เอยขึ้นเมื่อเห็นสมบัติมากมายมหาศาลที่อยู่ในแหวนมิติที่ไผ่มอบให้

       “คิดว่าต้องเป็นตระกูลแบบไหนถึงจะมีสมบัติมากมายขนาดนี้อยู่ในคลัง แล้วถ้าเป็นตระกูลที่มีสมบัติมากมายขาดนี้อยู่คิดว่าผมจะเข้าไปขโมยโดยไม่มีใครรู้ได้รึไงกัน” ไผ่มองอาทิตย์แล้พูดด้วยสีหน้าแปลก ๆ 

       “นั้นสินะครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” อาทิตย์หัวเราะแกเขิน

       “ผมคิดว่าพวกคุณจะได้ยินข่าวว่าเกือบหนึ่งเดือนก่อนประตูมิติที่เชื่อมต่อกับดินแดนหมื่นอสูรเปิดขึ้น” ไผ่เอยขึ้น

       “พวกเราก็ได้ยินมาเหมือนกันและตั้งใจจะบอกนายน้อย แต่พอคิดว่านายน้อยเดินทางไปยังเมืองหลวงจึงคิดว่านายน้อยน่าจะได้ยินข่าวจากที่นั่นเลยไม่ได้ติดต่อไป”มงคลพยักหน้าตอบ

       “ถูกต้อง เมื่อผมได้ยินข่าวเกี่ยวกับมันผมจึงไม่พลาดที่จะเข้าไปเพื่อเก็บเกี่ยวทรัพยากรกลับมา…”จากนั้นไผ่ก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟัง

       ความจริงเรื่องพวกนี้ไม่จำเป็นต้องมาเล่าให้พวกเขาฟังก็ได้ แต่สาเหตุที่ไผ่เลือกจะพูดนั้นเป็นเพราะว่าไผ่นั้นได้ไปสร้างความแค้นกับเผ่าพยัคฆ์ขาวเข้า

       แม้ตอนนี้เผ่าพยัคฆ์ขาวจะไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใครแต่ในอนาคตก็ไม่แน่ เพราะฉะนั้นไผ่จึงบอกให้ผู้ติดตามของเขาได้รับรู้ว่าในอนาคตอาจจะต้องเผชิญกับอะไรพวกเขาจะได้เตรียมใจและตั้งใจฝึกฝนเพื่อพัฒนาคามแข็งแกร่งของตนเอง

       ทุกคนต่างมองไผ่ด้วยแววตาตกใจ พวกเขาไม่คิดเลยว่านายน้อยของพวกเขาจะแข็งแกร่งถึงขนาดสู้เสมอกับอัจฉริยะของเผ่าวานรสวรรค์ ไม่เพียงแค่นั้นยังสามารถลอบเข้าไปสังหารอัจฉริยะของเผ่าพยัคฆ์ขาวอีกด้วย

       พวกเขานั้นรู้อยู่แล้วว่านายน้อยแข็งแกร่งแต่ก็ไม่คิดว่าจะแข็งแกร่งถึงขนาดสู้กับอัจฉริยะของหนึ่งในสิบเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าสัตว์อสูรได้แบบนี้

       แต่พกเขาก็อดไม่ได้ที่จะมีความสุขเพราะยิ่งนายน้อยแข็งแกร่งมากเท่าไหร่พวกเขาเองก็มีโอกาสที่จะแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้นเช่นกัน

       “นายน้อยไม่ต้องกังวลไปหรอกครับก็แค่เผ่าพยัคฆ์ขาว ถ้าพวกมันกล้าหันกรงเล็บเข้าหานายน้อย พวกเราก็กล้าที่จะนำร่างของมันมาทำอาหารเช่นกัน” เพชรพูดขึ้นด้วยสีหน้ามั่นใจและไม่เกรงกลัวเผ่าพยัคฆ์ขาวเลย

       ทุกคนต่างหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของเพชร แม้แต่พลอยที่มักจะนิ่งเงียบก็ยังหลุดยิ้มออกมาและพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเพชร

       “ดี ผมดีใจที่ทุกคนมีความคิดแบบนี้และสิ่งนี้คือของฝากที่ผมนำมาให้ทุกคนได้ลอง” ไผ่พูดจบไผ่โบกมือหนึ่งทีบนโต๊ะตรงหน้าทุกคนก็ปรากฏไหที่งดงามขึ้นมาหนึ่งไห

       “นายน้อยท่านอย่าบอกนะว่าของที่อยู่ในไหนี้คือสิ่งนั้น” มงคลพูดเสียงสั่นเมื่อมองไหหนึ่งใบตรงหน้า

       “ใช่เป็นอย่างที่ทุกคนคิดนั้นแหละ ในนั้นมีสุราวานรวิญญาณอายุร้อยปีอยู่”ไผ่ตอบกลับแล้วหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าของแต่ละคน

       “นายน้อยจะให้พวกเราจริง ๆ หรอครับ” บอลถามด้วยสีหน้าไม่มั่นใจ

       เพี๊ยะ

       เสียงตบดังขึ้นทุกคนหันไปมองบอลที่ถูกเพชรตบหัวเป็นตาเดียว

       “เจ้าโง่นายน้อยพูดขนาดนี้แล้วยังจะถามอีก รีบเอาแก้วมาเทแบ่งกันได้แล้วเดียวเกิดชักช้านายน้อยเปลี่ยนใจขึ้นมาพวกแกจะร้องไห้ไม่ออก” เพชรตะโกนขึ้นหลังจากที่ตบหัวบอลไปแล้ว

       “ใช่ ใช่ ผมโง่เอง ฮ่า ฮ่า ฮ่า แล้วก็นี่แก้วผมมีติดตัวนะ” บอลไม่โกรธแถมพยักหน้าเห็นด้วยจากนั้นก็รีบหยินแก้วออกมาหลายใบครบทุกคน

       จากนั้นเพชรก็เปิดไหแล้วเทใส่แก้วให้ทุกคนที่ละคน เพชรก็ยังไม่ลืมที่จะเทให้ไผ่ด้วยหนึ่งแก้ว

       ไผ่ยกแก้วขึ้นมายื่นไปตรงหน้าทุกคนด้วยรอยยิ้ม “ดื่ม”

       “ดื่ม ฮ่า ฮ่า ฮ่า”ทุกคนยื่นมาชนกับไผ่แล้วหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข

       ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็เคยได้ยินชื่อเสียงของสุราวานรวิญญาณมาก่อนแต่ก็ไม่มีใครสักคนเลยที่เคยได้ดื่มมัน การที่ไผ่นำมันมาให้ทุกคนได้กินครั้งนี้ทุกคนจึงตื่นเต้นมาก

       หลังจากกินไปหนึ่งแก้วไผ่ก็ไม่กินอีกปล่อยให้ทุกคนได้กินกันอย่างมีความสุข

       “นำทั้งหมดนี้ไปไว้ในคลังสมบัติของเรา แล้วตั้งกฏไปว่าใครจะดื่นสามารถใช้คะแนนความชอบมาแลกได้” เมื่อเห็นว่าทุกคนกินจนหมดแล้วไผ่ก็เอยขึ้นแล้วนำไหสุราวานรวิญญาณออกมาอีกสามไหส่งให้อาทิตย์ และไผ่เลือกจะเก็บไว้กับตัวเองหนึ่งไห

       “รับทราบครับนายน้อย”

       ทุกคนต่างแสดงรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของไผ่

       “ตลอดสามปีที่ผ่านมาทุกคนตั้งใจฝึกฝนกันอย่างมากและมีหลายคนที่ใกล้จะทะลวงขั้นย่อยได้แล้ว” จากนั้นไผ่ก็หยิบน้ำเต้าออกมาแล้วเอยกับทุกคน "ในนี้มีสุราวานรวิญญาณอายุพันปี ผมจะมอบให้คนละหนึ่งร้อยหยดเพื่อใช้ทะลวงระดับ ส่วนคนอื่นที่ไม่ได้มาวันนี้ฝากพงษ์นำไปให้ทุกคนด้วย

       คนอื่นที่ไผ่พูดถึงคือผู้ติดตามของเขาที่อยู่ระดับทับทิมและจันทราทั้งหมดที่ไม่ได้ถูกเรียกมาครั้งนี้เนื่องจากทุกคนต่างมีหน้าที่ของตัวเอง.

    คล้ายกับเรื่องโลกหมื่นมิติ ที่คุณอ่าน