แน่นอนว่าข้อเสนอของโอรสสวรรค์นั้นเสี่ยงมาก แต่เมื่อเห็นสัตว์อสูรระดับเลือดศักดิ์สิทธิ์นอนหมอบอยู่บนยอดเขา เลือดยังคงไหลจากแผลไม่หยุด ปีกที่บาดเจ็บสาหัสกระพืออย่างยากลำบาก คนทั้งหมดก็เริ่มมีความหวัง …นี่คือโอกาสทอง ถ้าปล่อยให้หลุดมือไป พวกเขาอาจไม่มีวันได้เจอโอกาสดี ๆ แบบนี้อีกเลยก็ได้
ฉินเซวียนชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจสนับสนุนแผนของโอรสสวรรค์ แต่เธอเลือกที่จะอาสาปีนขึ้นเขาด้วยตัวเอง โดยทิ้งหน้าที่บัญชาการสถานการณ์ไว้กับหยางม่านลี่และโอรสสวรรค์ที่ถือธนูกับลูกศรวิญญาณอสูรรออยู่ด้านล่าง และให้ทั้งสองคอยสนับสนุนหรือช่วยเหลือในยามจำเป็น
“หัวหน้าฉิน คุณไม่จำเป็นต้องขึ้นไปเองเลย อยู่ข้างล่างสั่งการก็พอ” โอรสสวรรค์รีบเกลี้ยกล่อม
“ไม่มีอะไรให้สั่งนักหรอก ฉันไม่มีธนูหรือลูกศรวิญญาณอสูรกลายพันธุ์ อยู่ข้างล่างก็ช่วยอะไรใครไม่ได้ ฉันขึ้นไปเองเลยดีกว่า” ฉินเซวียนตอบเสียงเรียบก่อนจะเริ่มปีนขึ้นผาหินโดยไม่รอช้า
ตอนนี้ พวกเขาแบ่งคนออกเป็นเจ็ดทีม กระจายตัวปีนขึ้นจากทิศทางต่าง ๆ ส่วนหานเซินตามติดฉินเซวียนอย่างใกล้ชิดไม่รีรอแม้แต่วินาทีเดียว
ในขณะนั้นเอง สายตาอำมหิตของโอรสสวรรค์ก็สาดมองมาแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว ทว่าสัญชาตญาณเฉียบคมของหานเซินยังจับสังเกตได้ เขารู้ทันทีว่าสายตาเมื่อครู่ไม่ธรรมดา โอรสสวรรค์มีแผนการจะลอบสังหารเขา ไม่แน่ว่าลูกศรดอกแรกที่ออกจากคันธนูของอีกฝ่ายอาจพุ่งเข้าใส่เขาแทนที่จะเป็นกิ้งก่ายักษ์ระดับเลือดศักดิ์สิทธิ์ตัวนั้นก็ได้
เพื่อความปลอดภัยในชีวิต หานเซินจึงตัดสินใจเกาะติดฉินเซวียนให้มากที่สุด อยู่ใกล้ตัวเธอเท่าที่จะทำได้ เขาอยากรู้ว่าโอรสสวรรค์จะทำอย่างไรถ้าเขาอยู่ใกล้สาวสวยที่อีกฝ่ายอยากพิชิตใจตลอดเวลาแบบนี้
สิ่งที่หานเซินคิดไม่ผิดไปจากความจริงแม้แต่นิดเดียว โอรสสวรรค์เสนอแผนการแบบนี้ เพราะคิดไว้แล้วว่าจะได้หาเรื่องยิงมารหัวใจให้ตกจากหน้าผา ด้วยแผนอันแยบยลของเขา วันนี้หานเซินจะต้องตายโดยไร้ทางหนี และในสายตาของคนอื่น ๆ ความตายของไอ้คลั่งทะลวงก้นเกิดจากความสะเพร่าของตัวมันเอง เพราะจู่ ๆ หมอนั่นก็ทะเล่อทะล่าเอาตัวเองไปถูกลูกหลงจากการยิงสัตว์อสูรอย่างน่าสมเพช!
คิดไว้เสร็จสรรพแต่ยังไม่ทันได้เริ่มทำอะไรคนเจ้าแผนการก็ต้องกำหมัดเมื่อเห็นว่าหานเซินเกาะติดฉินเซวียนแจอย่างกับอุจจาระติดรองเท้า แววตาของโอรสสวรรค์เต็มไปด้วยความเดือดดาล ในใจเริ่มลังเล…ถ้าเขายิงไอ้บ้านั่นในตอนนี้ ฉินเซวียนคงรีบช่วยทันทีและขัดขวางแผนการทั้งหมดของเขา
ดังนั้น แม้ว่าความคิดชั่วร้ายจะยังวนเวียนอยู่ในสมอง และความอาฆาตก็ยังคุกรุ่นในใจ แต่โอรสสวรรค์ก็ตัดสินใจรอไปก่อน เขาจะรอจังหวะที่ฉินเซวียนแยกตัวออกหากจากหมอนั่นก่อนแล้วค่อยลงมือ
++++++++++++++
จริงอยู่ว่าความสูงชันของภูเขาลูกนี้เป็นอุปสรรคน่าหนักใจ แต่ด้วยอุปกรณ์ปีนเขาครบมือที่ตระเตรียมมาอย่างพรั่งพร้อม ทำให้ฉินเซวียนและทีมปีนขึ้นไปถึงกลางทางได้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีปัญหาใดเกิดขึ้น
ดูเหมือนในเวลานี้ ร่างกายของสัตว์อสูรเลื้อยคลานระดับเลือดศักดิ์สิทธิ์จะยังคงอยู่ในสภาพสาหัสและไม่อาจสู้ เมื่อมองเห็นฉินเซวียนกับกลุ่มนักล่าปีนขึ้นมา มันจึงทำได้เพียงคำรามขู่จากยอดเขาอย่างไร้เรี่ยวแรง มันไม่กล้าพุ่งลงมาโจมตีหรือบินหนีด้วยซ้ำ
เมื่อกลุ่มมนุษย์จำนวนมากเข้าใกล้ยอดเขาจนอยู่ในระยะไม่ปลอดภัย เจ้ากิ้งก่ายักษ์ก็พยายามกระพือปีกที่ชุ่มเลือดเพื่อบินขึ้น ทว่ามันกลับพาร่างที่ทั้งใหญ่และหนักให้ลอยสูงขึ้นได้เพียงไม่กี่เมตรก็ร่วงตกลงมาที่เดิม บาดแผลฉกรรจ์บนปีกทั้งสองข้างหนักหนาเกินไป เลือดมากมายยังคงไหลไม่หยุด
ฉินเซวียนและทีมปีนเขาเห็นแบบนั้นก็ใจชื้น หลายคนปักหลักหาที่ยึดเกาะหน้าผาไว้แล้วเอาคันธนูออกมาตั้งใจว่าจะลองยิงใส่กิ้งก่ายักษ์ที่กำลังอ่อนแอในระยะที่หวังผลได้!
น่าเสียดาย ลูกธนูที่คนเหล่านั้นใช้ก็ยังคงไม่เกิดประโยชน์ มันแทบไม่อาจทำอันตรายอสูรกิ้งก่าได้ ยิ่งไปกว่านั้น การโจมตีที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นการยั่วยุให้อสูรบาดเจ็บโมโห มันหวาดกลัว ตื่นตระหนก และโกรธแค้นจนเริ่มจู่โจมกลับ
สัตว์อสูรเลื้อยคลานรวบรวมกำลังกระพือปีกอย่างแรงจนเลือดกระเซ็นไปทั่ว มันฝืนบังคับตัวเองให้ลอยขึ้นแล้วพุ่งทะยานเข้าหาศัตรูที่อยู่ใกล้ที่สุด ปากใหญ่อ้ากว้างเผยให้เห็นเขี้ยวแหลมยาวจำนวนมาก มันตั้งใจจะขย้ำเหยื่อและฉีกเป็นชิ้น ๆ
คนโชคร้ายที่ถูกสัตว์อสูรโจมตีคือหนึ่งในนักธนูรับจ้าง เขารีบขว้างคันธนูทิ้งแล้วพยายามเอื้อมมือไปปลดตะขอที่ยึดร่างไว้กับหน้าผาออก ทว่าความลนลานทำให้เชือกหลุดมือ คนคนนั้นจึงตกอยู่ในสภาพคล้ายถูกตรึงติดกับหน้าผาอย่างสมบูรณ์ ไม่มีทางให้หลบหนี
เมื่อสัตว์อสูรน่ากลัวพุ่งมาใกล้ นักธนูกลัวตายจึงทำได้เพียงยกดาบใหญ่ขึ้นฟาดใส่หัวของมัน แต่แน่นอนว่าดาบระดับธรรมดาไม่สามารถทำอะไรเกล็ดของอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์ได้ สุดท้ายมนุษย์โชคร้ายก็ถูกกัดเข้ากลางลำตัว ก่อนจะถูกฉีกเป็นสองท่อน เลือดสาดกระจายไปทั่วแผ่นผา ปรากฏเป็นภาพน่าสยดสยอง
ความหวาดกลัวแผ่ซ่านไปในหมู่คนที่เหลือในทีมปีนผา พวกเขารีบไต่ลงผาเพื่อหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต แม้ว่าการปีนลงจะยากลำบากกว่าตอนปีนขึ้นมาก แต่ด้วยอุปกรณ์ครบพร้อม คนทั้งหมดมีเชือกนิรภัยไว้ใช้ตั้งแต่แรก ทำให้ยังคงพอเหลือหนทางเอาชีวิตรอด
ทว่าตอนนี้อสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์กำลังเลือดขึ้นหน้า เมื่อตกอยู่ในสภาวะถูกบีบให้จนมุม สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดบวกกับความคั่งแค้นจึงสั่งให้มันไล่ล่าและสู้จนกว่าจะสังหารอีกฝ่ายได้ ในนาทีที่ความเจ็บปวดถูกลืมเลือนชั่วขณะ กิ้งก่ายักษ์ก็ไล่ตามพวกเขาลงมาอย่างดุร้าย!
ที่ด้านล่าง โอรสสวรรค์และหยางม่านลี่รีบยกคันธนูขึ้นเล็งไปที่อสูรกิ้งก่า โอรสสวรรค์มีพละกำลังมากกว่าและว่องไวกว่าจึงสามารถยิงลูกศรสองดอกออกไปได้ก่อน แต่น่าเสียดายที่ศรทั้งสองกลับพลาดเป้า …นี่ไม่ใช่เพราะฝีมือแย่ แต่เป็นเพราะคนยิงว่อกแว่ก ด้วยขณะนี้ใจเขากำลังจดจ่อกับเรื่องอื่นอยู่
สายตาของโอรสสวรรค์เอาแต่จับจ้องอยู่ที่หานเซิน เขามัวแต่หาจังหวะเหมาะที่จะปล่อยลูกศรไปให้โดนตัวหานเซินแทนที่จะเป็นสัตว์อสูร
แน่นอนว่าหานเซินที่ระวังไว้อยู่แล้วรู้ตัวทันที เขารู้ว่านี่เป็นโอกาสทองที่โอรสสวรรค์จะใช้จัดการตัวเขาจึงขยับเข้าไปเกาะหนึบอยู่กับฉินเซวียนแน่นไม่ยอมปล่อย ทำให้คนคิดร้ายไม่มีจังหวะเล็งเป้า
‘ไอ้ขี้ขลาดเอ๊ย!’ โอรสสวรรค์สบถในใจอย่างหงุดหงิด ก่อนจะหันกลับไปตั้งใจยิงใส่สัตว์อสูรแทน
ทุกคนต่างมองออกว่าอสูรกิ้งก่าม่วงใกล้จะหมดแรงเต็มที เลือดของมันไหลออกมามากเกินไป ปีกที่บอบช้ำทำให้มันบินแทบไม่ขึ้น หากมันตกจากเขาอีกครั้ง ก็อาจไม่มีแรงพอที่จะปีนกลับขึ้นไปบนยอดได้แล้ว
สำหรับคนอื่น ๆ แม้ศึกครั้งนี้จะมีการสูญเสียเกิดขึ้นบ้าง แต่ทุกคนก็เริ่มมั่นใจว่าพวกเขาจะชนะและสามารถสังหารเป้าหมายได้สำเร็จ
ส่วนโอรสสวรรค์นั้น เมื่อไม่อาจจัดการหานเซินได้ จึงระบายความโกรธด้วยการรัวยิงลูกศรเข้าใส่ปีกที่บาดเจ็บของสัตว์อสูรไม่หยุด
เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของสัตว์อสูรกึกก้องไปทั่ว ความอ่อนแอของร่างกายทำให้มันหมดความสนใจที่จะโจมตีศัตรูต่อ อสูรตัวโตพยายามกระพือปีกที่โชกไปด้วยเลือดเพื่อบินกลับไปยังยอดเขา
แต่ก็อย่างที่บอก ตอนนี้ปีกของมันเสียหายหนักเกินไป แม้จะพยายามบินขึ้นสุดกำลัง แต่มันก็ยังร่วงลงเรื่อย ๆ
ทันใดนั้น เจ้าอสูรเลือดศักดิ์ก็พุ่งเข้าเกาะกับกำแพงผา ใช้กรงเล็บแหลมคมจิกลึกลงไปในเนื้อหินอย่างรุนแรง เกิดเป็นรอยลึกเหมือนถูกกระทุ้งด้วยหอกคม มันใช้พลังทั้งหมดของกรงเล็บช่วยปีนขึ้นผาเพื่อหนีกลับขึ้นไปบนยอดเขา ขณะเดียวกันปีกก็กระพือเบา ๆ เพื่อพยุงตัว
“อย่าปล่อยมันปีนขึ้นไป!” ฉินเซวียนกัดฟันแน่น ร่างของเธอเปล่งแสงสีทองสว่างจ้า ก่อนที่ทั้งร่างจะหลอมรวมกับวิญญาณอสูรสิงโตทองคำ หญิงสาวกลายเป็นสิงโตยักษ์สีทองพุ่งทะยานเข้าใส่อสูรกิ้งก่าระดับเลือดศักดิ์สิทธิ์ตัวนั้น
ฉินเซวียนในร่างของสิงโตทองคำใช้กรงเล็บแหลมและอุ้งเท้าแข็งแกร่งไต่ไปตามผนังหินอย่างมั่นคง เธอเร่งความเร็วเพื่อไล่ตามสัตว์อสูรที่กำลังพยายามหลบหนี
หานเซินรับรู้ถึงอันตรายที่จะมาถึงตัวในไม่ช้าถ้าเขาอยู่ห่างจากฉินเซวียนแม้แต่ก้าวเดียว ด้วยความกังวล เด็กหนุ่มจึงกัดฟันแน่น ตัดสินใจในเสี้ยววินาที คว้าหมับเข้าที่พวงหางของสิงโตทองคำสาวพร้อมยึดแน่นก่อนจะปล่อยให้ร่างของตัวเองถูกลากขึ้นไปตามหน้าผาโดยไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยมือ
ฉินเซวียนตวัดดวงตาดุร้ายหันมามองคนเสียสติที่กำลังเกาะหางของตน ในแววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจปนแตกตื่น แต่หานเซินแกล้งทำเป็นไม่สนใจ ยังคงยึดหางเธอแน่นเหมือนลูกลิงเกาะแม่ แน่นอนว่าหญิงสาวในร่างสิงโตไม่มีเวลาที่จะทะเลาะกับคนบ้า เธอมุ่งหน้าปีนขึ้นเขาต่อและรวบรวมสติโฟกัสแค่สัตว์อสูรระดับเลือดศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ห่างไปไม่ไกล
ทางฝั่งโอรสสวรรค์เมื่อเห็นว่าสัตว์อสูรหนีพ้นระยะยิงของตนไปแล้ว จึงเก็บธนูกลับ และในวินาทีเดียวกันร่างใหญ่ก็เปล่งแสงสีดำ เขาแปลงร่างกลายเป็นลิงขนดำขนาดยักษ์ความสูงกว่าสามเมตร นี่คือวิญญาณอสูรแปลงร่างระดับกลายพันธุ์
โอรสสวรรค์ในร่างลิงขนดกพุ่งตัวกระโดดขึ้นหน้าผาแล้วปีนขึ้นด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง เหมือนกำลังวิ่งอยู่บนพื้นเรียบไม่ใช่การปีนเขาสูงชัน
“ปล่อยหางฉันเดี๋ยวนี้!” ฉินเซวียนตะโกนเสียงดัง เมื่อพบว่าการถูกหานเซินรั้งไว้ทำให้เธอทำความเร็วได้ไม่เต็มที่ ตอนนี้สัตว์อสูรกำลังทิ้งระยะห่างออกไปเรื่อย ๆ
หานเซินรีบปล่อยหางสิงโต แล้วใช้ตะขอปีนเขาเกาะติดกำแพงผาไว้แทน อย่างไรก็ตาม เวลานี้โอรสสวรรค์ในร่างลิงขนดำไม่สนใจหานเซินอีกแล้ว เขามุ่งหน้าปีนขึ้นเพื่อไล่ตามสัตว์อสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์ต่อไปอย่างรวดเร็ว
‘ไอ้สารเลวนั่น!’ หานเซินสบถในใจ ดวงตาเต็มไปด้วยความเดือดดาลปนอิจฉา ‘มีวิญญาณอสูรกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งขนาดนั้น แต่กลับปล่อยให้คนอื่นต้องเสี่ยงชีวิตปีนเขาขึ้นไปให้อสูรฆ่า…ชั่วช้าผิดมนุษย์จริง ๆ!’
ถึงแม้ตัวหานเซินเองจะมีวิญญาณอสูรนักฆ่ากระหายเลือดที่สามารถทำความเร็วและคล่องตัวไม่แพ้ใคร แต่ก็มีข้อจำกัดตรงที่ นักฆ่ากระหายเลือดสามารถเคลื่อนไหวรวดเร็วได้เฉพาะบนพื้นราบเท่านั้น การจะใช้มันปีนหน้าผาสูงชันขนาดนี้เป็นไปไม่ได้ …ก็เซนทอร์มีครึ่งล่างเป็นม้า กีบเท้าม้ากับขาเทอะทะสี่ข้างจะปีนผาได้อย่างไร?
ไม่กี่วินาทีต่อมา โอรสสวรรค์ในร่างลิงขนดำก็พุ่งแซงฉินเซวียนที่แปลงเป็นสิงโตทองคำไปด้วยความเร็วน่าตกใจ เขาปีนขึ้นไปประชิดตัวสัตว์อสูรระดับเลือดศักดิ์สิทธิ์อย่างรวดเร็ว กิ้งก่าอสูรที่เพิ่งปีนขึ้นถึงยอดเขาหันกลับมาพร้อมส่งเสียงคำรามลั่น ก่อนจะตวัดกรงเล็บเข้าใส่ลิงยักษ์อย่างดุดัน
.
.
.