คลื่นทะเลซัดสาด แสงแดดตกกระทบผิวน้ำทะเลส่องประกายงดงาม สายลมเอื่อยๆหอบเอากลิ่นของทะเลให้ลอยฟุ้งเหนือผืนน้ำทะเล
บนผิวน้ำทะเลนั้นมีเก้าอี้ชายหาดสองตัวกางอยู่ใต้ร่มคันใหญ่ น่าแปลกที่สิ่งของเหล่านี้สามารถตั้งอยู่บนผิวน้ำได้ไม่ต่างจากบนผิวดิน
หนึ่งหญิงสาวและหนึ่งเด็กหญิงเผ่าพันธุ์มนุษย์นอนก่ายขาอยู่บนเก้าอี้อย่างสบายใจ
ทั้งคู่คือไป๋ฟางและไป๋หยิน สองแม่ลูกที่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน
“นานแล้วนะคะที่เราไม่ได้ออกมาพักผ่อนด้วยกันแบบนี้ คุณแม่”ไป๋หยินในตอนนี้ไม่เหลือคราบเด็กหญิงที่ดูดุร้ายอีกต่อไป เหลือแต่เพียงเด็กหญิงขี้อ้อนที่ติดแม่ของเธอแจ
ไป๋ฟางยื่นมือไปลูบศีรษะของไป๋หยินด้วยความเอ็นหนู ในแววตามีความรู้สึกผิดเจืออยู่เล็กน้อย ด้วยความที่เธอเป็นผู้นำของเผ่าพันธุ์มูนควีนจึงทำให้มีงานล้นมืออยู่ตลอดเวลา ซึ่งส่งผลให้เธอมีเวลาให้คนรอบข้างน้อยลง
หากใครมาเห็นเข้าแวบแรก คงคาดไม่ถึงว่าสองแม่ลูกที่ดูธรรมดานี้จะเป็นถึงนักรบกลายพันธุ์ทั้งคู่ และหนึ่งในนั้นเป็นถึงผู้นำของเผ่าพันธุ์มูนควีนที่ทรงพลัง!
ทว่าในระหว่างที่สองแม่ลูกต่างสายเลือดกำลังพักผ่อนกันอย่างมีความสุขนั้น สภาพแวดล้อมรอบตัวของทั้งคู่ก็เปลี่ยนไป!
ท้องฟ้าที่เคยสดใสหม่นหมองลงในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ผืนทะเลที่เคยสงบนิ่งก็แปรเปลี่ยนเป็นบ้าคลั่ง!
“คุณแม่คะ! เกิดอะไรขึ้น”ไป๋หยินถามเสียงสูง
ไป๋ฟางเงยหน้าหรี่ตามองสายฟ้าที่แผ่กระจายไปทั่วฟ้า จากนั้นจึงสังเกตเห็นสายลมที่พัดเปลี่ยนทิศไปยังทิศทางหนึ่ง!
“พลังธรรมชาติกำลังหายไป...ไม่ใช่!...มันกำลังมุ่งหน้าไปทางนั้น”ไป๋ฟางก็เป็นคนหนึ่งที่รู้จักพลังธรรมชาติ ดวงตาสีเขียวของเธอเบือนมองไปยังทิศทางที่พลังธรรมชาติมุ่งไป
“แต่ทางนั้นมัน....”เท่าที่ไป๋ฟางจำได้ ตำแหน่งที่วาสเคยบอกว่าจะใช้เป็นสถานที่สำหรับกลายพันธุ์ครั้งที่ 2 นั้นอยู่ในบริเวณเดียวกันกับที่ทิศทางที่พลังธรรมชาติกำลังมุ่งหน้าไป!
ไป๋ฟางรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง สัญชาตญาณของเธอบอกว่าวาสจะต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แน่นอน!
“ไป๋หยินกลับไปที่มหาพฤกษาแสงจันทร์ก่อน! แม่มีเรื่องต้องไปจัดการ”
“แต่ว่า...”ไป๋หยินมีท่าทีลังเล
“ไปเดี๋ยวนี้! ไปบอกให้ทุกคนในเผ่าพันธุ์มูนควีนอยู่ในความสงบและเตรียมตัวให้พร้อมรับสถาการณ์ทุกเมื่อ”ไป๋ฟางกล่าวเสียงเข้ม ก่อนที่จะพุ่งไปด้วยความเร็วสูงทะลวงลงไปใต้ผืนน้ำ
ตูมมม!
น้ำทะเลพุ่งขึ้นสูง ไป๋ฟางดำดิ่งลงไปจนถึงพื้นสมุทรที่มีหินก้อนใหญ่รูปร่างประหลาดฝังอยู่ใต้ทราย
นิ้วเรียวกดลงไปที่ปุ่มเล็กๆบนหินที่ยากจะสังเกต ส่งผลให้ก้อนหินสั่นสะเทือนเบาๆแล้วแยกจากกันเผยให้เห็นแท่นหินที่อยู่ด้านใต้
แท่นหินที่ว่าก็คือประตูเคลื่อนย้ายของเผ่าพันธุ์มูนควีน!
ประตูเคลื่อนย้ายนั้นมีการทำงานคล้ายกับสกิลวาร์ปของผู้ใช้มิติ แต่มีระยะจำกัดแค่ 100 กิโลเมตรและผู้ที่จะใช้งานได้จะต้องมีสายเลือดของเผ่าพันธุ์มูนควีนเท่านั้น
นี่คือหนึ่งในผลงานที่ดีที่สุดที่ไป๋ฟางรังสรรค์ขึ้นโดยใช้ศาสตร์แห่งค่ายกลสร้างขึ้นมา!
และด้วยผลงานชิ้นโบว์แดงของไป๋ฟางชิ้นนี้ทำให้พื้นที่กว่า 60 % ของโลกใบนี้ล้วนถูกเผ่าพันธุ์มูนควีนสำรวจไปหมดแล้ว พร้อมกับประตูเคลื่อนย้ายที่ถูกติดตั้งไว้ในทุกภูมิภาค!
นั่นเท่ากับว่าสมาชิกของเผ่าพันธุ์มูนควีนสามารถเดินทางไปยังอีกซีกโลกหนึ่งได้โดยไม่ต้องง้อผู้ใช้มิติ!
ถ้าเผ่าพันธุ์มูนควีนนั้นมีประชากรมากกว่านี้สักสิบเท่า ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะสามารถมีพลังอำนาจทัดเทียมเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนได้!
วูบ!
ร่างไป๋ฟางเลือนหายไปจากบนประตูเคลื่อนย้าย ไปโผล่ที่ประตูเคลื่อนย้ายอีกตำแหน่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ปะการังที่ห่างจากตำแหน่งเดิมไปประมาณ 90 กิโลเมตร จากนั้นเธอก็เปิดใช้งานประตูเคลื่อนย้ายอีกครั้งหนึ่ง
วูบ!วูบ!วูบ!วูบ!
ไป๋ฟางใช้งานประตูเคลื่อนย้ายติดต่อกันหลายสิบครั้งเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล จนในที่สุดตัวเธอก็ได้มาโผล่ที่ยอดเขาสูงชันแห่งหนึ่ง
เพียงย่างขาออกมาจากประตูเคลื่อนย้าย ไป๋ฟางก็ต้องเบิกตาโตเนื่องจากทิวทัศน์รอบตัว
พลังธรรมชาติจากเกือบทั้งโลกได้มากระจุกตัวที่นี่ เปลี่ยนพื้นที่รอบๆให้กลายเป็นสวรรค์บนดิน!
จากเดิมภูเขาที่ไป๋ฟางกำลังยืนอยู่นั้นเป็นเพียงภูเขาหัวโล้นที่มีดินแห้งแล้งและแทบจะไม่มีต้นไม้หรือสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่เลย แต่ปัจจุบันมันกลับเต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้เติบโตผลิดอกบานฉ่ำดูงดงาม
บรรยากาศเย็นสบาย ผีเสื้อที่มีปีกหลากสีสันบินดอมดมดอกไม้อย่างร่าเริง รวมทั้งเหล่านกตัวเล็กๆที่เกาะอยู่ตามกิ่งคอยขับขานเสียงเพลงตามธรรมชาติ ทำให้ไม่ว่าใครก็อยากจะพักผ่อนอยู่ที่นี่นานๆ
น่าเสียดายที่ไป๋ฟางไม่มีเวลาทำอะไรอย่างนั้น เพราะเมื่อมาหยุดอยู่ที่ตรงนี้เธอก็มั่นใจแล้วว่าวาสจะต้องเป็นสาเหตุของความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นทั่วโลกอย่างแน่นอน!
ยิ่งเข้าใกล้ตำแหน่งที่วาสอยู่มากเท่าไหร่ พลังธรรมชาติก็ยิ่งหนาแน่นมากขึ้น นอกจากนั้นเมื่อมองไปที่ไกลๆ สิ่งที่เธอมองเห็นก็คือมวลเมฆดำทมิฬที่มีสายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ก่อตัวอยู่และผ่าลงมาบนผืนดินบริเวณหนึ่งเป็นระยะๆ
นั่นคือที่ที่วาสบอกว่าจะใช้เป็นสถานที่สำหรับการกลายพันธุ์ครั้งที่ 2!
“นายกำลังทำอะไรกันแน่...”
ไป๋ฟางขบริมฝีปากเบาๆด้วยความกังวล เธอต้องการจะมุ่งหน้าไปหาวาสให้เร็วที่สุด และเพียงใช้ประตูเคลื่อนย้ายอีกครั้งเดียว เธอก็จะไปปรากฏตัวอยู่ที่แห่งนั้นทันที
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เธอไม่ได้คาดคิดก็เกิดขึ้น!
“เอ๊ะ!...ทำไมประตูเคลื่อนย้ายถึงใช้ไม่ได้?”ไป๋ฟางอุทานออกมาด้วยความสงสัย
ในระหว่างที่กำลังสับสนนั้นประสาทสัมผัสของไป๋ฟางก็ได้รับการกระตุ้นเตือนบางอย่าง!
เธอปิดการทำงานของประตูเคลื่อนย้ายทันทีและอำพรางมันไว้ดังเดิม จากนั้นตัวเธอก็ได้ปิดซ่อนกลิ่นอายไว้แล้วหลบไปอยู่ที่มุมหนึ่งของยอดเขา
ไม่ไกลจากยอดเขาที่ไป๋ฟางซ่อนอยู่นั้น มีช่องแคบเล็กๆที่ทอดยาวมาจากอีกฝั่งหนึ่งของภูเขา ในช่องแคบนั้นมีคนสองคนกำลังก้าวเดินออกมาอย่างเงียบๆและระมัดระวัง
ทั้งสองคนนนั้นแต่งกายมิดชิดปกปิดตัวตน จากนั้นหนึ่งในสองคนก็พูดออกมาว่า
“นายท่าน....ข้าไม่สามารถใช้สกิลวาร์ปไปยังตำแหน่งนั้นได้ ดูเหมือนที่แห่งนั้นจะถูกผนึกมิติไว้”
“อืม...ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ ผู้ที่เป็นสาเหตุทำให้ทุกอย่างบนโลกปั่นป่วนเช่นนี้คงจะกำลังทำบางสิ่งที่สำคัญอยู่แน่ๆ และเขาก็คงจะไม่อยากให้ใครไปขัดขวางจึงได้ใช้สกิลผนึกมิติไว้”
ทั้งสองต่างก็มีจุดหมายเดียวกับไป๋ฟาง ซึ่งก็คือการไปยังบริเวณที่วาสกำลังกลายพันธุ์อยู่เพื่อสืบดูว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น และเนื่องจากพวกเขาไม่สามารถที่จะวาร์ปไปที่นั่นได้ พวกเขาจึงคุยกันอีกหลายประโยคเพื่อปรึกษากันโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกจ้องมองอยู
จากที่ไป๋ฟางลอบสังเกตดู ทั้งสองคนในช่องแคบไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อเธอนัก หนึ่งคนคือคนธรรมดาที่เป็นผู้ใช้มิติ ส่วนอีกคนก็เป็นแค่นักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 1 เท่านั้น พวกเขาจึงไม่สามารถรู้ตัวได้เลยว่าไป๋ฟางกำลังเฝ้าดูพวกเขาอยู่
‘สกิลผนึกมิติงั้นหรอ! ไม่มีทาง! วาสไม่มีสกิลนี้แน่นอน หรือว่าเขาหาคนอื่นมาช่วยกัน?’ในใจไป๋ฟางเต็มไปด้วยความสงสัย
‘ช่างเถอะ...ในเมื่อใช้ประตูเคลื่อนย้ายไม่ได้งั้นก็ลุยเข้าไปตรงๆแบบนี้เลยก็แล้วกัน แต่ก่อนหน้านั้น....’ไป๋ฟางมองคนทั้งสองที่อยู่ในช่องแคบด้วยสายตาเย็นเยียบ เธอสะบัดมือเบาๆพร้อมกับประกายแสงสีเขียวสว่างวาบ
ปัง!
ร่างของคนสองคนที่เคยพูดคุยกันอยู่ในช่องแคบถูกบดขยี้ด้วยพลังอันแข็งแกร่งจนดับชีวิตพวกเขาได้ในพริบตา!
ไป๋ฟางเก็บศพพวกเขาไว้ในถุงมิติอย่างเฉยชา อันที่จริงสำหรับมดปลวกทั้งสองคนนี้เธอไม่จำเป็นต้องให้ความสนใจมากนัก โชคร้าย จุดประสงค์ของพวกเขานั้นคือการมุ่งหน้าไปหาวาส ซึ่งนั่นอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับชายที่เธอรักได้ ดังนั้นไป๋ฟางจึงจำเป็นต้องกำจัดพวกเขาตั้งแต่เนิ่นๆเพื่อลดภัยคุกคามที่วาสอาจจะต้องเจอ
ร่างไป๋ฟางเปลี่ยนเป็นเส้นแสงสีเขียวมุ่งหน้าเดินทางต่อไป ระหว่างเธอขยายขอบเขตการรับรู้ออกไปรอบๆ จากนั้นต่อมาไป๋ฟางก็ต้องขมวดคิ้ว
นักรบกลายพันธุ์จำนวนมาก!
มีนักรบกลายพันธุ์หลายคนกำลังมุ่งหน้าไปยังทิศทางเดียวกับไป๋ฟาง
แม้ว่าความโกลาหลที่เกิดขึ้นทั่วโลกจะพึ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน แต่มันก็สามารถดึงดูดนักรบกลายพันธุ์จำนวนมากมาที่นี่
ทั้งที่ความโกลาหลพึ่งเกิดได้ไม่ทันข้ามวัน แต่จากที่ไป๋ฟางนับจำนวนได้คร่าวๆก็พบว่ามีนักรบกลายพันธุ์ไม่น้อยกว่า 30 คนแล้วที่ได้มาที่นี่ และในจำนวนนั้นก็มีนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 อยู่หนึ่งคน!
แน่นอนว่ายิ่งปล่อยไว้นาน จะต้องยิ่งมีนักรบกลายพันธุ์เดินทางมาที่นี่มากขึ้นแน่ๆ
ดวงตาไป๋ฟางฉายแววสังหารแต่ก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว!
สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกตอนนี้ก็คือหาวาสให้เจอแล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้น
ด้วยความเร็วของไป๋ฟาง อาศัยเวลาแค่ไม่นานเธอก็มาอยู่ห่างจากตำแหน่งที่วาสอยู่ในระยะ 50 กิโลเมตร
ทันใดนั้น!
เปรี้ยง!
สายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ผ่าเข้าใส่ไป๋ฟางอย่างดุดัน!
ทว่าโชคยังดีที่เธอสามารถถอยฉากหลบได้ทันจึงทำให้รอดพ้นจากสายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ได้หวุดหวิด
เมื่อมองไปยังหลุมลึกที่ไหม้เป็นตอตะโกด้านหน้า ไป๋ฟางก็ทราบได้ทันทีว่าหากเธอโดนสายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ฟาดเข้าไปจังๆสักทีหนึ่งจะต้องได้รับบาดเจ็บหนักทันที
และจากเสียงของสายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ที่ดังสนั่นก็ได้ดึงดูดสายตาจากคนรอบๆให้สังเกตได้ถึงการมาเยือนของไป๋ฟาง ต่อมาไม่กี่วินาทีก็มีเสียงหนึ่งดังออกมาว่า
“จากพื้นที่ตรงนี้ไป ไม่มีใครสามารถมุ่งหน้าเข้าไปได้อีกแม้แต่ก้าวเดียว ไม่เช่นนั้นจะถูกสายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ฆ่าแน่นอน อ้อ! สกิลวาร์ปหรือสกิลที่เกี่ยวข้องกับมิติก็ไม่สามารถใช้ได้เช่นกัน”
ไป๋ฟางยืนนิ่ง แต่ในใจของเธอนั้นเต็มไปด้วยความว้าวุ่น
ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สามารถเข้าไปหาวาสได้ในตอนนี้ แต่ถ้าหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป ทุกอย่างจะต้องวิกฤตมากขึ้น สถานที่แห่งนี้จะดึงดูดนักรบกลายพันธุ์จำนวนมหาศาลให้มารวมกัน ซึ่งนั่นนับเป็นอันตรายอย่างมากทั้งต่อเธอและวาสเอง
“ทำไมพวกเจ้าถึงมารวมตัวกันที่นี่”ไป๋ฟางตะโกนถามไปรอบๆ
บริเวณรอบๆเงียบเสียงลงชั่วขณะ ก่อนจะมีเสียงดังขึ้นมาว่า
“ฮ่าๆๆๆ ต่างคนย่อมต่างเหตุผล หลายคนมาที่นี่เพราะต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับโลกนี้ แต่สำหรับข้า! มีเหตุผลเดียวก็คือสมบัติ! ข้าเชื่อว่าที่แห่งนี้จะต้องมีสมบัติบางอย่างเกิดขึ้นแน่นอน และข้าจะต้องเป็นผู้ได้มันมาครอบครอง ถ้าใครกล้ามาขวาง ข้าจะฆ่ามันให้หมด!”เมื่อฟังจากน้ำเสียงที่ดุร้ายและหยิ่งผยอง ไป๋ฟางก็สามารถเดาได้ว่าผู้ที่พูดจะต้องเป็นนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 เพียงหนึ่งเดียวในหมู่นักรบกลายพันธุ์ทั้งหมดอย่างแน่นอน
แววตาไป๋ฟางส่องประกายเย็นเยียบ จากนั้นจึงตอบกลับไปว่า
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี....”กล่าวจบร่างของเธอก็พร่าเลือนหายไปจากสายตาของทุกคน
ในเมื่อตอนนี้เธอไม่สามารถเข้าไปถึงตัววาสได้ สิ่งเดียวที่เธอสามารถทำได้ในตอนนี้ก็คือฆ่านักรบกลายพันธุ์ให้มากที่สุดเพื่อลดภาระที่จะเกิดขึ้นกับเธอและวาสในอนาคต!
ในขณะที่ไป๋ฟางกำลังจะลงมือสังหารนักรบกลายพันธุ์ที่อยู่รอบๆนั้น มีสิ่งหนึ่งที่เธอยังไม่รู้ก็คือ...
ความพยายามของเธอนั้นกำลังจะสูญเปล่า เนื่องจาก...
อีกไม่กี่วันจะมีีนักรบกลายพันธุ์จำนวนมหาศาลมุ่งหน้ามาที่นี่!