อาซันกลับเข้าไปในมิติสีเงิน ตั้งใจเอาดอกทานตะวันไปให้งูน้อยติงติง
พอเข้าไป เจ้างูน้อยพุ่งเข้ามาหาอาซันก่อนใครอีกแล้ว มันเลื้อยวนไปวนมาเหมือนจะหาอะไรบางอย่าง ราชาวดีกับเด็กๆเข้ามาหาอาซัน
“ ท่านแม่ติงติงหิวแล้ว” ติงติงไม่เห็นอาซันให้อะไรเลยไปหาราชวดี แล้วเรียกราชาวดีว่าแม่ ทำให้อาซันสงสัย
“ ก็ติงติง เรียกตาม ลูกแก้วลูกขวัญ น่ะ “ ราชาวดีอุ้มติงติงไว้ในอ้อมอก และกำลังพาติงติง ไปกินสมุนไพรที่สวนสมุนไพรต่อ แต่อาซันหยุดไว้ แล้วหยิบดอกทานตะวันยักษ์ขึ้นมา ติงติงเห็นก็พุ่งตัวเข้าหา ดอกทานตะวันยักษ์ แล้วกินมันทั้งดอกเลย
แล้วราชาวดีก็นำเม็ดยาหลายร้อยเม็ด มาให้อาซัน เป็นเม็ดยาคืนชีพทั้งหมดเลย
อาซันกำลังจะออกไปเห็นติงติง กินดอกทานตะวันยักษ์ไปหมดแล้ว ติงติงก็พุ่งร่างมาอยู่ในอ้อมอกของราชาวดีหลับปุ๋ย ทันที อาซันมองราชาวดี อย่างสงสัย ทำไมติงติงไม่นอนแผ่หราเหมือนเมื่อก่อน
“ ใช่แล้ว ข้าเป็นคนสอนติงติงเอง กินเสร็จห้ามนอนแบบแต่ก่อนมันไม่งาม ติงติงก็เลยมานอนนิ่งๆ แบบนี้แหละ” ราชาวดีเริ่มอุ้มติงติงไปนอนที่ห้อง ส่วนอาซันเข้าไปนั่งสมาธิในมิติที่ต้นหลิวพันปี อาซันลงไปแช่น้ำทิพย์ แล้วลองดูดพลังในน้ำทิพย์เข้าร่าง เกิดมีพลังขุมใหญ่เข้าไปร่างกายเข้าไปอยู่ในหินต้นกำเนิด กลายเป็นเพิ่มพลังขึ้นสูงขึ้นเป็นยกกำลังสอง พลังขอบเขตอาซันจากขอบเขตจักรพรรดิระดับ9
เพื่มขึ้นเป็น ขอบเขตเซียน ระดับ 1 พลังที่เข้าไปยังไม่หมด ยังพุ่งขึ้นไปอีก ระดับ2 ระดับ 3 ระดับ 4 สุดท้ายมาหยุดที่ระดับ 5 อาซันลืมตาทันที อา ขอบเขตเซียนระดับ 5 แล้ว อาซันออกไปบ้านพัก รู้สึกว่ามีคนเข้ามาหา
“ ฮูหยินคัง ไม่ทราบดึกป่านนี้มีธุระอะไรหรือเปล่า” อาซันถามด้วยความแปลกใจ
“ ข้านอนไม่หลับ ข้ายื่นเรื่องไปขอพบราชาเหมันต์ แต่ได้รับคำตอบว่าท่านเก็บตัวฝึกตน มาหลายปี ทำให้ไม่สามารถพบท่านได้ แล้วข้าจะทำเช่นไรดี เรื่องใหญ่น้อยท่านอ๋องสี่เป็นทำแทนทั้งหมด”
“ ถึงว่า พวกเราถึงได้ถูกเป็นฝ่ายกระทำฝ่ายเดียว” อาซันเอ่ยออกมา
“ ท่านหมอซันพวกเรากลับกันก่อนดีไหม” ฮูหยินคังเวลานี้สับสนไปหมด
“ ใจเย็นๆ พรุ่งนี้ข้าจะทำให้คนเมืองเหมันต์ได้รู้จักเมืองคัง ให้มันรู้ไปว่าราชาเหมันต์จะไม่ยอมออกมาพบกับท่าน” ฮูหยินคังฟังจบก็ตกใจไม่รู้ว่าอาซันจะทำอะไร แต่รู้อาซันไม่ใช่คนธรรมดา เลยไม่พูดอะไร ได้แต่บอกว่า
“ เราสองคนแม่ลูกต้องขอบคุณท่านหมอซัน หากแม้ว่าท่านต้องการสิ่งใดก็บอกมาได้ ข้าพร้อมที่จะให้ท่านหมอได้ทุกอย่าง” ฮูหยินคังสบตาอาซัน ทำให้อาซันใจเต้นแรงแล้วรีบบอก ให้นางไปพักผ่อน เขาวางแผนจะทำงานในคืนนี้
เฮ้อ อาซันได้แต่ถอนใจ แล้วคิดว่าคืนนี้ต้องทำอะไรบางอย่างแล้ว
ตำหนักท่านอ๋องสี่
“ เสด็จพ่อ วันนี้พวกเราส่งไป 500 คนกลับต้องตายจนหมดสิ้นแสดงว่าพวกมันมีเทพเซียนอยู่ด้วยแน่ พวกเราจะทำอย่างไรดี” องค์ชายตันฉู่ เอ่ยเสียงเครียด
“ นี่มันเป็นเพราะเจ้าหลงในความงาม เห็นไหม ดีที่ราชาเหมันต์เก็บตัว ไม่เช่นนั้น
เจ้าต้องถูกลงโทษแน่ ส่วนเรื่องเมืองคัง ข้าสั่งให้ตำหนักภูติพรายไปจัดการแล้ว พรุ่งนี้ เจ้าตำหนักรับปากข้าจะจัดการด้วยตัวของท่านเอง และต่อไปนี้ห้ามเจ้าออกไปก่อเรื่องที่ไหนอีกเด็ดขาด” ” อ๋องสี่เอ่ยด้วยความไม่พอใจ
คืนนี้อาซันมายืนอยู่ที่ตำหนักสีดำมืดแห่งหนึ่ง คนในเมืองเรียกที่แห่งนี้ว่าตำหนักภูติพราย แม้นอยู่ในเมือง แต่ก็มีสภาพเหมือนอยู่ในชนบท รอบๆ ข้างไม่มีบ้านคนสักหลัง ด้านในมีภูติผีปีศาจเฝ้าอยู่หลายตน
” นี่คงเป็นพวกพ่อมด หมอผี แน่ๆ แล้วคงใช้พวกปีศาจเหล่านี้ไปเข่นฆ่า ผู้คน ฮึ่ม วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ทุกคนจะเห็น ตำหนักภูติพรายอยู่ในเมืองแห่งนี้”
อาซันปล่อยยันต์ 8 ทิศขึ้นไปบนท้องฟ้าครอบคลุมตำหนักภูติพรายจนหมดสิ้น
วิญญาณร้ายทั่วไปถูกดูดเข้าไปในยันต์ 8 ทิศจนหมด เหลือแต่บางตัว ที่มีฤทธิ์เดชกล้าแข็ง อาซันพุ่งร่างเข้าไปภายใน หลังจากการตรวจสอบ มีมนุษย์ที่บูชาวิญญาณชั่วร้ายเหล่านี้หลายคน อาซันเข้าไปถึงที่ห้า ที่มีคนพักอยู่เกือบ ห้าสิบคน
อาซันใช้ดาบฟันทีเดียว ทั้งห้าสิบคน ตายโดยไม่รู้สึกตัว มีวิญญาณร้ายกล้าแข็งหลายตนทีสิงสู่ มนุษย์ พุ่งเข้ามาหาอาซัน แต่ละคนไม่ทันได้เข้าใกล้ อาซันก็ถูกฟันด้วยดาบ 5 คมจนร่างถูกเผ่าไหม้ไปจนหมด จากนั้น อาซันก็พบคนที่มีพลังระดับจอมเทพระดับ 14 โผล่ออกมาที่ด้านหน้าอาซัน
“ เจ้าคงเป็น เจ้าตำหนักภูติพราย สุนัขรับใช้อ๋องสี่” อาซันพูดทักทายไป
“ เจ้าเด็กน้อย วันนี้เจ้าต้องตาย ที่กล้าบุกเข้ามาทำร้ายคนที่ตำหนักของข้า”
เจ้าตำหนักภูติพรายโมโหจัด อาซันมองไปที่เจ้าตำหนักที่ร่างเป็นมนุษย์ชัดๆ แต่ไปนับถือปีศาจ วิญญาณตอนนี้เป็นปีศาจในร่างมนุษย์ไปแล้ว
อาซันชักดาบ 5 คม แล้วเริ่มฟันก่อน ฉัวะ ร่างเจ้าตำหนักขาดสองท่อนทันที
แต่ว่าที่ขาดไม่ใช่เจ้าตำหนัก แต่เป็นลูกน้องมันเอง ร่างเจ้าตำหนักอยู่ด้านหลังใช้พลังจอมเทพระดับ 14 มาหยุดร่าง อาซันแล้วพุ่งมือที่มีเล็บแหลมคม เข้าใส่อาซัน
ทางด้านหลังแต่ว่าอาซันกลับหายตัวไป แล้วมาปรากฏด้านข้างใช้ดาบฟันร่างเจ้าตำหนัก ขาดเป็นสองท่อน แต่กลับเป็นร่างลูกน้องอีกคน อาซันสงสัย
นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมฆ่ามันตายไปแล้ว ทำไมมันถึงกลายเป็นลูกน้องมันตายแทน
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า วิชาย้ายร่างเปลี่ยนวิญญาณ ไม่มีทางที่เจ้าจะทำร้ายข้าได้หรอก”
จากนั้นมันก็แยกร่างออกเป็นสิบ แต่ละตัวก็พุ่งร่างเข้าใส่อาซันเป็นจุดเดียว
อาซันใช้ดาบเข้าฟันจนร่างทั้งสิบขาดออกเป็นสองท่อนอีกครั้ง แล้วมันก็หายไปอีกเหมือนเดิม คนตายกลายเป็นลูกน้องของมันอีกคน เจ้าตำหนักคราวนี้แยกร่างออกมาเป็นร้อยคน อาซันยิงธนูออกไป สามดอกฟิ้ว ๆ ๆ เฉียดร่างของเจ้าตำหนักออกไปทั้งสามดอก แล้วอาซันก็ใช้ดาบฟันร่างของเจ้าตำหนักจนขาด 2 ท่อนอีกครั้ง
แต่คราวนี้ไม่มีร่างของลูกน้องของเจ้าตำหนักออกมาตายแทนเลยสักคน ทำให้เจ้าตำหนักตกใจยิ่งนัก
“ เฮอะ คงตกใจล่ะซิ ทำไมลูกน้องแกไม่สามารถมาตายแทนได้อีก ก็เพราะว่ามันทุกคนในตำหนัก ถูกข้าสังหารด้วยธนูปราณเทพที่ยิงผ่านแกไปจนพวกมันตายจนหมดแล้ว ไม่มีใครเหลือมาช่วยแกแล้ว” อาซันพุ่งเข้าไปเหยียบที่หน้าอกของเจ้าตำหนัก จนจมดิน แล้ว ใช้พลังสุริยะเผาร่างจนไหม้กลายเป็นขี้เถ้า วิญญาณปีศาจกำลังจะหนีไป แต่อาซันใช้มือดึงเข้ามาเก็บไว้ในไข่มุก หมดปัญญากลับไปกำเนิดใหม่ได้อีก
อาซันเอาระเบิดขว้างเข้าใส่ตำหนักภูติพรายไป 10 ลูก ตำหนักภูติพรายที่ใหญ่โต
กลายเป็นทะเลเพลิงลุกไหม้ รุ่งเช้าชาวเมืองต่างตกใจ ตำหนักภูติพราย
กลายเป็นซาก ไม่มีอะไรให้เห็นอีกต่อไป
อาซันตื่นแต่เช้า แล้วออกมาฝึกรำไทเก๊ก องครักษ์คังวูรีบนำข่าวใหญ่มาบอก
“ ท่านหมอซัน เมื่อคืนตำหนักภูติพรายถูกเผาไม่เหลือแม้แต่ซากให้เห็นเลย”
“ ก็ดีแล้ว แค่ฟังชื่อก็ไม่สมควรอยู่บนโลกใบนี้” อาซันยังเคลื่อนไหวท่าไทเก๊กไม่หยุด
“ เป็นแบบนี้ไม่รู้ว่าราชันเหมันต์จะออกจากการฝึกตน แล้วให้พวกเราเข้าพบหรือไม่นะ”
องครักษ์คังวู พูดเหมือนมีความหวัง
“ อย่าไปหวังอะไรกับราชันเหมันต์เลย ปล่อยให้อ๋องสี่ บริหารบ้านเมืองแทนอีกไม่นานบ้านเมืองคงล่มสลายแน่” อาซันเอ่ยแบบไม่ใส่ใจ เขาตั้งใจว่าคืนนี้จะไปเอาหัวขององค์ชายตันฉู่ มาเสียบประจานหน้าบ้านพักเมืองคัง ให้ทุกคนได้รับรู้ถึงความชั่วของมัน อาซันไม่อยากเสียเวลาที่นี่อีกต่อไปแล้ว
ณ วังท่านอ๋องสี่
“ อะไรนะ ตำหนักภูติพรายกลายเป็นเถ้าถ่าน เจ้าตำหนักภูติพรายหายสาบสูญ”
อ๋องสี่เริ่มหวาดกลัว ไม่รู้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับใครอยู่ ขนาดจอมเทพระดับ 14 ยังไม่เหลือซากให้เห็นเลย
ถ้ามันมาจัดการกับ องค์ชายตันฉู่ที่นี่ จะเอาอะไรไปสู้ได้ ต้องนำเรื่องนี้ไปแจ้ง ราชาเหมันต์ให้ออกมาจัดการเรื่องนี้ จะดีที่สุด
มิเช่นนั้น องค์ชายตันฉู่ไม่รอดแน่ คิดได้เช่นนั้นแล้วจึงพาองค์ชายตันฉู่เข้าไปอยู่ในวัง น่าจะปลอดภัยกว่า แม้ว่า ราชาเหมันต์จะลงโทษก็ยังคงไม่ถึงขั้นประหาร องค์ชายตันฉู่อย่างแน่นอน
บ่ายวันนี้ องค์ราชาเหมันต์ ได้มีส่งขันทีมารับตัว สองแม่ลูกตระกูลคัง ให้เข้าเฝ้า
สองแม่ลูก รู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง จึงมาขอให้อาซันเข้าวังไปเป็นเพื่อนด้วย
อาซันเลยต้องเข้าวังไปพบกับ ราชาเหมันต์
พอถึงวังหลวง ทหารองครักษ์ได้นำทุกคนไปเข้าเฝ้าที่ท้องพระโรง
ทุกคนคุกเข่าคำนับ ราชาเหมันต์กันหมด แต่ว่าอาซันยืนนิ่งไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว
สร้างความไม่พอใจแก่ทุกคน ยิ่งนัก จนองครักษ์เข้ามาเตือน
“ นี่เจ้าที่ท้องพระโรงเมืองเหมันต์ต่อหน้าองค์ราชา เจ้าไม่คุกเข่า อยากตายหรือ”
ทหารองค์รักษ์เข้ามาจับไหล่อาซันเพื่อที่จะให้คุกเข่า แต่ว่าพอสัมผัสกับไหล่อาซันองครักษ์ กลับถูกช๊อตลงไปนอนดิ้นกลางท้องพระโรง ควันออกปาก เส้นผมไหม้เกรียมทันที สร้างความตกใจต่อองครักษ์คนอื่นๆ ไม่มีใครกล้าเข้ามาจับตัวอาซันอีก ทำให้ราชาเหมันต์ หันมาสนใจอาซันที่ยืนเด่นอยู่กลางท้องพระโรง
อ๋องสี่ เริ่มสงสัยว่าอาซันคงจะเป็นคนที่ จัดการกับตำหนักภูติพรายเป็นแน่แท้
“ ท่านเป็นใคร แล้วเข้ามาในวังข้ามีจุดประสงค์อะไร” ราชาเหมันต์เอ่ยออกมาเป็นครั้งแรก
“ ข้าชื่อซูซัน รับปากว่าจะให้ความคุ้มครองแก่ฮูหยินคังและบุตรชาย” อาซันพูดแค่นี้ยังไม่พูดต่อ ราชาเหมันต์เลยหันกลับมาพูดกลับ สองแม่ลูกตระกูลคัง ที่ยังคงคุกเข่าอยู่
“ ข้ารู้เรื่องที่องค์ชายตันฉู่ทำไว้กับพวกเจ้าแล้ว เรียกเขาออกมา”
พอราชาพูดจบองค์ชายตันฉู่ก็มานั่งคุกเข่าต่อหน้าราชาเหมันต์
“ ต่อไปนี้เป็นต้นไป ปลดองค์ชายตันฉู่เป็นสามัญชน และขับไล่ออกจากเมืองให้ไปอยู่ชายแดน แล้วห้ามกลับมาเมืองหลวงอีกตลอดชีวิต “ ราชาเหมันต์สั่งการ แต่รู้สึกจะมีรอยยิ้มจาก องค์ชายตันฉู่ ฮูหยินกับลูก เห็นองค์ชายถูกทำโทษ
ก็รู้สึกดี ถึงแม้ไม่อาจทำให้ตายตกตามกันแค่นี้ก็ดีแล้ว จึงคุกเข่าขอบคุณราชาเหมันต์ ไปอีกสามรอบ
“ ราชาเหมันต์ท่านตัดสินลำเอียงไปหรือเปล่า” อาซันเอ่ยขึ้นมาเบาๆ แต่ได้ยินกันทั่วท้องพระโรง ทุกสายตาหันมามองอาซันเป็นจุดเดียว
“ เจ้าหมายความว่าอย่างไร ข้าลำเอียงตรงไหน” ราชาเหมันต์เอ่ยเสียงแข็ง
“ องค์ชายตันฉู่ฆ่าเจ้าเมืองคัง หวังจะนำภรรยาผู้อื่นเป็นภรรยา แถมยังส่งค้างคาวไฟไปเผาเมืองคังทำให้ผู้คนล้มตายมากมาย อ๋องสี่ผู้เป็นพ่อเพื่อช่วยลูกสั่งให้ตำหนักภูติพราย มาเข่นฆ่าสังหารคนในบ้านพักตายไปเกือบร้อยชีวิตไม่เว้นแม้แต่เด็ก สตรี และคนชรา ส่วนเจ้า ราชาเหมันต์คิดแต่ช่วยพวกพ้องไม่คำนึงชีวิต ผู้บริสุทธ์ กลับคิดเข้าข้างพวกเดียวกันเอง น่าสงสารชาวเมืองเหมันต์ ยิ่งนัก กลับมีราชาที่มีความคิดเช่นนี้ ข้าให้โอกาสเจ้า ราชาเหมันต์ นำหัวสองคนพ่อลูกไปให้ข้าที่ บ้านพักเมืองคังในวันนี้ก่อนตะวันตกดิน มิเช่นนั้นแล้ว ทั้งชีวิตและราชวงศ์ของเจ้า จะเป็นดัง ตำหนักภูติเหมันต์” อาซันพูดจบ ก็พาสองคนแม่ลูกเดินออกไป โดยไม่มีใครกล้าขัดขวางแม้แต่คนเดียว