หลิวซินหลินเดินลัดเลาะไปอย่างชำนาญไม่นานเขาก็มาถึงตีนเขาเสวี่ยซาน แม้ที่นี่จะอยู่แยกออกมา และอยู่ไกลจากสถานที่คัดเลือกมาก แต่หลิวซินหลินเสียอย่าง เขามีทางลัดหลายทางที่จะไปถึงลานคัดเลือกตามเวลา
"ว๊าว เพียงแค่ตีนเขาปราณบริสุทธิ์เพียงนี้เชียวหรือ"
เพียงแค่ตีนเขาปราณอันบริสุทธิ์ก็พัดเข้าที่หน้าของเขา ทำให้ร่างกายของหลิวซินหลินรู้สึกสดชื่นขึ้นมา ลมปราณอันบริสุทธิ์ก็โอบล้อมร่างกายของเขา พัดพาเอาความเหนื่อยล้าออกไป ชำระล้างสิ่งสกปรกที่เกาะตัวอยู่
หลิวซินหลินหลับตาสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อดูดซับพลังปราณเอาไว้ ไม่นานเขาก็รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายของตัวเอง
จากที่ผิวคล้ำซูบผอม เพียงพริบตาเดียวร่างกายของเขาก็มีน้ำมีนวลขึ้นมา ผิวเรียบกระจ่างใส ใบหน้าหวานมีเืฝาดที่แก้ม ริมฝีปากแดงระเรื่อ ราวกับได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยน้ำทิพย์
ตอนนี้กระแสพลังได้ไหลเวียนไปทั่วทุกอวัยวะ ร่างกายของเขาที่เคยอ่อนเพลียค่อย ๆ กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
หลิวซินหลินลืมตาขึ้นแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุข รู้สึกขอบคุณพลังปราณอันบริสุทธิ์ที่ชำระล้างร่างกายและจิตใจของเขา
ตอนนี้เขาพร้อมสำหรับการคัดเลือกที่จะมาถึงแล้ว
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็เริ่มต้นการปีนเขาวิวทิวทัศน์อันงดงามของูเาแห่งนี้สวยงามมาก มีทั้งดอกไม้ สมุนไพร ผลไม้นานชนิด หลิวซินหลินเดินไปก็กินผลไม้ไปด้วย
“ที่นี่ช่างหน้าอยู่จริง ๆ มีของให้ข้ากินตลอดเวลา โอ๊ย ! ”
หลิวซินหลินร้องออกมา ก่อนจะมองไปที่เท้าของตัวเอง พบว่ามีผึ้งตัวน้อยได้ต่อยที่ข้อเท้าของเขา
“เ้าผึ้งน้อยเ้าช่างบังอาจนัก โอ๊ย” หลิวซินหลินร้องออกมาด้วยความเ็ป ก่อนที่ใบหน้าของเข้าจะฉายแววชั่วร้ายออกมา
ทันใดนั้นเขาก็เห็นผึ้งสองสามตัวอยู่บริเวณนั้น ก่อนที่จะค่อย ๆ เดินตามพวกมันไปยังรังของมัน
“หึหึ วันนี้ข้าขอทานน้ำผึ้งป่าสักหน่อย ดูสิว่าน้ำผึ้งของูเาเสวี่ยซานจะอร่อยแค่ไหน”
หลิวซินหลินเดินไปบ่นพึมพำไปด้วยความโมโหที่ผึ้งบังอาจมาต่อยเขา จนเดินมาถึงต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
“เจอแล้ว ! ” หลิวซินหลินเผยสีหน้าชั่วร้ายออกมา ก่อนจะหยิบขวดขึ้นมา “เ้าผึ้งน้อย วันนี้ข้าจะเก็บน้ำผึ้งของเ้าให้หมดรังเลยค่อยดู”
จากนั้นเขาก็เริ่มปีนขึ้นต้นไม้ใหญ่ทันที
หลิวซินหลินปีนขึ้นไปสายตาของเขาเปล่งประกายจ้องมองรังผึ้งด้วยความชั่วร้ายและละโมบ
เขาเริ่มปีนป่ายสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ กิ่งก้านที่เปราะบางแทบจะรับน้ำหนักของเขาไม่ไหว
แต่เพราะความโมโหและความโลภหลิวซินหลินจึงไม่กลัว เขาปีนสูงเรื่อย ๆ มีความคล่องแคล่วว่องไวราวกับลิง
ในที่สุดเขาก็มาถึงรังผึ้ง เสียงบินของผึ้งดังก้องไปทั่ว หลิวซินหลินไม่สนใจ เขายื่นมือไปคว้ารังผึ้งทันที
แต่ทันใดนั้น ผึ้งนับร้อยตัวก็บินโฉบมาต่อยเขาอย่างบ้าคลั่ง
“โอ๊ย! โอ๊ย!”
หลิวซินหลินร้องโหยหวนด้วยความเ็ป เขาพยายามสลัดผึ้งออก แต่พวกมันก็ดื้อดึงรุมต่อยเขาไม่หยุด
เขาเริ่มเสียหลักและตกลงมาจากต้นไม้ใหญ่ พร้อมกับเสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่วป่า
พลืบ
ร่างบางตกไปอยู่ในอ้อมแขนของร่างแกร่ง
“หล่อมาก” หลิวซินหลินตกตะลึงและอุทานออกมา เมื่อเห็นบุรุษที่งดงามตรงหน้า ใบหน้าคมเข้ม ดวงตากลมโตเป็ประกาย ผิวพรรณขาวเนียน สวมชุดสีดำ เส้นผมสีดำยาวสลวย
เขาคือบุรุษที่หล่อเหลาที่สุดที่หลิวซินหลินเคยเห็นมา
ทว่าร่างแกร่งกลัยจ้องหลิวซินหลินเขม็ง“เ้าเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร? ” เทียนมู่เฉินถามออกมาเสียงเข้ม
“เอ่อ....ข้าหลงทางมาขอรับ” หลิวซินหลินพูดตะกุกตะกัก
“หึหึ เ้าคิดว่าข้าจะเชื่อเ้าหรือ ? ” เทียนมู่เฉินหัวเราะในลำคอออกมา
ทันใดนั้น ราวกับมีเวทมนตร์แห่งความกำหนัด ทั้งสองคนรู้สึกว่าร่างกายร้อนรุ่มขึ้นมาทั้ง ๆ ที่อยู่บ่อน้ำที่เยือกเย็น
“เอ่อ ข้าว่าท่านปล่อยข้าเถิด ข้าขอโทษด้วยที่รุกล้ำมาที่ของท่านขอรับ”หลิวซินหลินพยายามผลักบุรุษรูปงามตรงหน้าออก แต่กลับไม่เป็ผม เพราะเขากลับกอดรัดมากขึ้นกว่าเดิม
ในเวลานี้สายตาที่เทียนมู่เฉินมองหลิวซินหลินเปลี่ยนไปจากเดิม ลำคอของเขาตึง ร่างกายของเขาสั่นระริกด้วยความปรารถนา
"เ้า..." เขาเอ่ยเสียงแหบพร่า "เ้าทำให้ข้า...ความรู้สึกนี้..."
หลิวซินหลินหน้าแดงก่ำ ลมหายใจของเขาหอบถี่ ร่างกายของเขาร้อนระอุด้วยไฟปรารถนาเช่นกัน
"ข้า... ข้า..." เขาพยายามเอ่ย แต่คำพูดติดขัด
เทียนมู่เฉินไม่รอช้า ริมฝีปากของเขาประทับลงบนริมฝีปากบางของหลิวซินหลินอย่างรุนแรง ดูดดื่มราวกับ้ากลืนกินเขา
หลิวซินหลินครางเบา ๆ ร่างกายของเขาอ่อนระทวย เขาพยายามดิ้นรน แต่เทียนมู่เฉินแข็งแรงเกินกว่าเขาจะต่อต้าน
ลิ้นของเทียนมู่เฉินสำรวจโพรงปากของหลิวซินหลิน ดูดดื่มความหวานจากริมฝีปากและลิ้นของเขา
หลิวซินหลินหลับตาแน่น เสียงครางของเขาเริ่มดังขึ้น ร่างกายของเขาสั่นระริกด้วยความปรารถนา
เทียนมู่เฉินถอนริมฝีปากออก พยายามดึงสติของเขาให้กลับมา
"เ้า......ทำอะไรข้า? " หลิวซินหลินเอ่ยขึ้นพยายามหายใจ แต่ร่างกายของเขายังสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น แต่ยังพยายามผลักออกเขาร่างแกร่งออก
เทียนมู่เฉินจ้องร่างบางตรงหน้าเขม็ง และแปลกใจตัวเองที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ซึ่งเขาไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อน
วินาทีต่อมาร่างกายของเขาก็ควบคุมไม่ได้อีกต่อไป เขาโน้มตัวลงจูบไล่จากริมฝีปากของหลิวซินหลินอีกครั้ง ก่อนจะจูบลงไล้ลงมาที่ลำคอ ไหล่ และหน้าอกของร่างบาง
ั้แ่ที่เขาใช้ชีวิตมาหมื่นกว่าปี เขาไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้กับผู้ใดเลย แม้แต่สตรีที่งดงามในใต้หล้าก็มิมีผู้ใดทำให้ทำหวั่นไหวแม้แต่น้อย
หรือเป็เพราะเขารู้ว่าตัวเองมีคู่หมายอยู่แล้ว จึงไม่คิดที่จะสนใจผู้ใดอีก
"อ่า เสียว เสียว อ่าตรงนั้นแหละ"หลิวซินหลินครางเบา ๆ ร่างกายของเขาเริ่มตอบสนองต่อััของเทียนมู่เฉินเป็อย่างดี
เทียนมู่เฉินปลดเปลื้องเสื้อผ้าของหลิวซินหลินออกทีละชิ้น เผยให้เห็นผิวขาวเนียน ก่อนที่จะฝังริมฝีปากลงไปที่ผิวเนียนนั้นจนเห็นรอยแดง หลิวซินหลินรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน และเขาชอบความรู้สึกนี้มาก
เทียนมู่เฉินจ้องมองร่างเปลือยเปล่าของหลิวซินหลินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและสับสน
เพราะปกติแล้วเขาจะนิ่งขรึม ไม่มีสิ่งไหนทำให้เขาไหวหวั่นได้ จนได้รับขานนามว่า ประมุขผู้เฉยชา ทว่าตอนนี้เขากลับห้ามตัวเองไม่อยู่เมื่อได้เจอบุรุษร่างบางตรงหน้า
"เ้า... สวยมาก..." เขาเอ่ยออกมาอย่างที่ใจคิด เมื่ออยู่ตรงหน้าของคนผู้นี้เขาไม่อาจปิดบังความรู้สึกภายในของตนเองได้
เขาโน้มตัวลง จูบไล่ไปทั่วร่างกายของหลิวซินหลิน ปลุกเร้าความปรารถนาของหลิวซินหลินจนถึงขีดสุด
"อ๊า อา เสียวมาก อ๊า"หลิวซินหลินครางเสียงดัง ร่างกายของเขาสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น
เทียนมู่เฉินถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ก่อนเขาโน้มตัวลงรั้งเอวของหลิวซินหลินเข้ามาโดยที่เขาอยู่ตรงระหว่างขาของหลิวซินหลิน
"ข้าไม่ไหวแล้ว หลังจากนี้ข้าจะรับผิดชอบเ้าเอง"
หลิวซินหลินพยักหน้าไปอย่างนั้น เพราะตอนนี้ร่างกายของเขาสั่นระริกด้วยความ้าที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
ตอนนั้นเอง เทียนมู่เฉินสอดใส่แท่งร้อยของเขาเข้าไปในร่างกายของหลิวซินหลินอย่างช้า ๆ
“อะ...อ๊า เจ๊บ อา” หลิวซินหลินร้องออกมาด้วยความแสบเมื่อแท่งร้อนของเทียนมู่เฉินเข้าไปในช่องทางด้านหลัง ทว่าไม่นานความเ็ปนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็ความเสียวอย่างรวดเร็ว
เทียนมู่เฉินเริ่มเคลื่อนไหวช้า ๆ ก่อนที่จะขยับสะโพกเร็วขึ้นตามอารมณ์ของเขา
"อื้อ มันดีมาก อ๊าเสียว อ๊า"หลิวซินหลินครางเสียงดังด้วยความเสียว ร่างกายของเขาโค้งรับไปตามจังหวะของเทียนมู่เฉิน
ความเร็วของเทียนมู่เฉินค่อย ๆ เพิ่มขึ้น เสียงครางของหลิวซินหลินก็ดังกึกก้องไปทั่วป่า
พั่บ พั่บ พั่บ
ทั้งสองจมดิ่งอยู่ในไฟราคะ เพราะความปรารถนาของพวกเขาถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ เทียนมู่เฉินถึงปลดปล่อยน้ำสีขาวขุ่นเข้าไปในตัวของหลิวซินหลิน พร้อมกับร่างกายของเขาสั่นระริกด้วยความพอใจ
หลิวซินหลินก็ปลดปล่อยออกมาเช่นกัน ก่อนจะแอบซบลงที่อกของเทียนมู่เฉินด้วยความอ่อนเพลีย หลังจากเพิ่งผ่านความเร่าร้อนไป
ในขณะที่ทั้งสองไม่ทันสังเกตว่า หยกห้อยเอวของทั้งสองที่ถูกถอดทิ้งได้เรียงแสงออกมาครู่หนึ่ง ก่อนจะดับไป
“ข้าจะรับผิดชอบเ้าเอง” ในขณะที่เทียนมู่เฉินประคองกอดหลิวซินหลินอยู่นั้น ก็เอ่ยออกมา
เต้ง! เต้ง !
เสียงระฆังดังขึ้นบ่งบอกว่าอีกครึ่งชั่วยามจะเริ่มการคัดเลือกศิษย์แล้ว
เมื่อได้ยินเสียงระฆัง ทำให้หลิวซินหลินตื่นตัวขึ้นมา “จริงสิข้าจะต้องไปคัดเลือกเข้าสำนัก”
สิ้นเสียงหลิวซินหลินก็ผลักเทียนมู่เฉินออก แล้วรีบขึ้นไปบนฝั่ง
“นั่นเ้า...”
“ท่านไม่ต้องรับผิดชอบข้าหรอก เราต่างสุขสมกันทั้งคู่ อีกอย่างข้าก็เป็บุรุษ ให้เื่จบเพียงเท่านั้นเถอะ”เอ่ยจบหลิวซินหลินก็รีบวิ่งจากไป
สิ่งนี้สร้างความมึนงงให้เทียนมู่เฉินไม่น้อย เขาทำได้เพียงมองหลิวซินหลินวิ่งจากไปจนลับตา
ตอนนั้นเอง เขาก็มองเห็นบางอย่างตกอยู่ที่พื้น ทันใดนั้นก็มีแสงบางอย่างแวบผ่านดวงตาของเขาไป