บทที่ 15 บรรพชนตระกูลเมิ่ง
"ข้าควรลดความอ้วนดีไหมนะ ถ้าตัวเล็กกว่านี้คงจะเหมือนท่านแม่มากขึ้น บางทีท่านแม่อาจจะชอบข้าก็ได้" ซูมู่มู่ปัดมือของท่านพ่อออกแล้วหมอบลงบนโต๊ะหนังสือพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่
"ไม่ต้องหรอก มู่มู่ของพวกเราแบบนี้แหละน่ารักที่สุดแล้ว" เมิ่งเฮ่อทำตามนางพยายามหมอบลงบนโต๊ะหนังสืออีกฝั่ง แต่กลับเผลอไปดึงโดนแผลจนต้องนิ่วหน้าด้วยความเ็ป
ซูมู่มู่รีบลุกขึ้นทันที "ท่านพ่อ ท่านอย่าเลียนแบบข้านะเ้าคะ"
เมิ่งเฮ่อลุกขึ้นตาม "ได้ ข้าจะไม่เลียนแบบเ้า ตอนเย็นข้าจะพาเ้าไปกินไก่ย่างที่ลุงคังเลี้ยงไว้ มันทั้งอ้วนทั้งตัวใหญ่เลยนะ"
"ข้าไม่อยากกินแล้วเ้าค่ะ ไม่มีความอยากอาหารเลย" ซูมู่มู่ลูบท้องน้อย ๆ ของนาง ตอนนี้ยังอิ่มอยู่จึงไม่มีความอยากอาหารเลยจริง ๆ
"แบบนั้นไม่ได้ ถ้าไม่กินอาหารจะเติบโตและสูงขึ้นได้อย่างไร พ่อจะให้ลุงคังไปเตรียมเอาไว้ พวกเราค่อยกินตอนเย็น ส่วนตอนนี้พ่อจะไปพักผ่อนสักครู่" เมิ่งเฮ่อตั้งใจทิ้งภาพวาดไว้ในห้องหนังสือและกลับไปพักผ่อนต่อ
เขา้าให้เวลามู่มู่ได้อยู่ตามลำพัง เพราะความทุกข์บางอย่างในใจมีเพียงเ้าตัวเท่านั้นที่บรรเทาได้
ซูมู่มู่มองดูท่านพ่อเดินจากไป จากนั้นจึงกางม่านพลังไว้ในห้องหนังสือเพื่อไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้
หลังจากนั้นนางจึงค่อย ๆ เปิดภาพวาดออก แล้วจุมพิตที่ใบหน้าของท่านแม่ นางเห็นท่านแม่ในความฝันหลายครั้ง แต่ทุกครั้งกลับมองเห็นใบหน้าของท่านแม่ไม่ชัดเจนราวกับอยู่ในม่านหมอก พอนางเดินฝ่าม่านหมอกเข้าไปท่านแม่ก็จะหายตัวไป
แต่ครั้งนี้ นางมองเห็นใบหน้าของท่านแม่อย่างชัดเจน นางใช้มือน้อย ๆ ลูบไล้ไป "ท่านแม่ ความจริงมู่มู่เข้าใจว่าท่านมีความลำบากใจที่บอกไม่ได้ เมื่อท่านเสร็จธุระแล้วต้องจำไว้ว่าต้องมารับมู่มู่นะเ้าคะ"
"ข้าจะพยายามตามหาท่านพ่อแท้ ๆ ให้เจอ ท่านพ่อคนที่หนึ่งดีกับข้ามาก ท่านไม่ต้องกังวลเื่ของข้านะเ้าคะ มู่มู่เก่งมากสามารถปกป้องตัวเองได้"
"ท่านแม่ ตอนนี้ท่านอยู่ที่ไหนกันนะ หากท่านพบกับความยากลำบากต้องบอกข้านะเ้าคะ ข้าจะไปช่วยท่านเอง"
เ้าตัวเล็กพึมพำกับภาพวาดอยู่หนึ่งชั่วยาม จากนั้นจึงค่อย ๆ เก็บภาพท่านแม่กลับคืนที่เดิมอย่างระมัดระวัง นางจดจำใบหน้าของท่านแม่ไว้ในสมอง ใช้พู่กันและกระดาษวาดรูปท่านแม่ใบเล็ก ๆ ออกมาอย่างรวดเร็ว แล้ววางไว้ที่หน้าอกอย่างทะนุถนอม
ด้วยวิธีนี้ นางจะได้อยู่กับท่านแม่ตลอดไป
ผ่านไปครู่หนึ่ง นางก็ได้กลิ่นหอมของไก่ย่าง จึงสูดกลิ่นหอมฟุดฟิดเปิดประตูหน้าต่างแล้วมุ่งหน้าไปยังเรือนของท่านพ่อทันที
เป็ท่านพ่อที่กำลังย่างไก่อยู่จริง ๆ นางเข้าไปใกล้แล้วรับน่องไก่มากัดคำโตคำหนึ่ง "หอม หอมจริง ๆ เ้าค่ะ!"
เมิ่งเฮ่อมองนางด้วยความอ่อนโยน "ระวังร้อนนะ ตรงนี้ยังมีผักอีกจะกินแต่เนื้อไม่ได้"
"ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อ ข้าจะกินให้หมดเกลี้ยงเลย" ซูมู่มู่ไม่ยอมรับเด็ดขาดว่าคนที่บอกว่าไม่หิวเมื่อครู่คือตัวนาง (*^▽^*)
"มู่มู่ วันมะรืนนี้พ่อจะเปิดศาลบรรพชน เ้าอยากให้พ่อใส่ชื่อเ้าลงในบันทึกตระกูลหรือไม่ พ่ออยากให้เ้าเป็ลูกสาวของข้าตลอดไป" เมิ่งเฮ่อไม่อยากยกลูกสาวให้คนที่จะตามมาทีหลัง
เทพธิดาประทานท่านพ่อให้มู่มู่ตั้งหลายคน เขาจึงรู้สึกถึงวิกฤตอย่างมาก
"ท่านพ่อ ท่านสร้างชื่อเสียงโด่งดังเป็ความภาคภูมิใจของตระกูลเมิ่ง หากพวกเขาทำไม่ดีกับท่านก็สมควรโดนสั่งสอน เื่นี้ข้าจะออกหน้าแทนท่านพ่อเองเ้าค่ะ แต่ข้าไม่อยากเข้าบันทึกตระกูล ข้าอยากรอท่านแม่ หากชื่อของท่านแม่ถูกบันทึกไว้ที่ไหนข้าก็จะอยู่ที่นั่น" ซูมู่มู่ปฏิเสธ
ท่านพ่อนั้นดี แต่ตระกูลเมิ่งไม่ดี อีกทั้งนางไม่ใช่ลูกสาวแท้ ๆ ของท่านพ่อคนที่หนึ่ง ดังนั้นจึงไม่อยากเข้าบันทึกตระกูล
"มู่มู่ เ้าเกลียดพ่อแล้วใช่หรือไม่?" เมิ่งเฮ่อมองลูกสาวด้วยความรู้สึกผิด เขาคิดว่าตนไม่ใช่พ่อที่ดี
"ไม่ใช่แบบนั้นนะเ้าคะ ท่านพ่อดีมาก ดีที่สุดเลย ในอนาคตท่านพ่อจะมีภรรยาที่ดีมาก และมีลูกชายลูกสาวอีกสองคน" ซูมู่มู่ทำนายดวงให้ท่านพ่อคนที่หนึ่ง
เนื่องจากพวกเขาไม่ใช่ญาติทางสายเื นางจึงสามารถดูดวงให้ได้
"ข้า..." เมิ่งเฮ่ออยากจะบอกว่าเขาจะไม่แต่งงาน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเด็กเขาจึงเลือกที่จะถอดหยกห้อยเอวออก "ขอบใจนะ สิ่งนี้ให้เ้า"
"ท่านพ่อ นี่คือค่าทำนายดวงเ้าค่ะ" ซูมู่มู่ชูน่องไก่พลางพูดด้วยรอยยิ้ม
ดูท่าท่านพ่อจะเข้าใจเื่การแลกเปลี่ยนอย่างเป็ธรรมเป็อย่างดี
"แบบนั้นไม่ได้ แม้ท่านพ่อจะไม่มีเงินทองมากมายเท่าจวนเซียวเหยาอ๋องและให้เงินจำนวนมากขนาดนั้นไม่ได้ แต่ข้ารู้จักกฎเกณฑ์ดี" เมิ่งเฮ่อยืนกรานที่จะให้
เขาก็เข้าใจแล้วว่ามู่มู่รู้ว่าเขาไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ทั้งสองคนไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ แต่ต่างฝ่ายต่างรู้ว่าอีกฝ่ายทราบเื่นี้
"ท่านพ่อ เช่นนั้นข้าจะบอกใบ้วาสนาให้ท่านครั้งหนึ่ง อีกไม่กี่วันข้าจะต้องออกจากตระกูลเมิ่งแล้ว" ซูมู่มู่รู้ว่าหากพูดเื่การจากลา ท่านพ่อจะต้องเสียใจ
แต่พวกเขาควรแยกจากกัน หากนางอาศัยอยู่ในตระกูลเมิ่งต่อท่านพ่อก็คงไม่แต่งงานตลอดไป คำพูดของยายแก่คนนั้นอาจกลายเป็เื่จริง
"มู่มู่ แต่พ่อทำอะไรไม่ดีหรือ เ้าบอกมาได้เลยนะ ข้าจะแก้ไขทุกอย่าง! ปัญหาของตระกูลเมิ่งภายในสองวันนี้ ข้าจะจัดการให้หมด จะไม่ยอมให้เ้าต้องได้รับความลำบาก" เมิ่งเฮ่อร้อนรน เขาไม่อยากให้ลูกสาวจากไป
"ข้าไม่ได้ลำบาก คนที่ลำบากคือท่านพ่อต่างหาก ท่านจะเป็ท่านพ่อคนที่หนึ่งของข้าตลอดไป ส่วนท่านพ่อคนอื่น ๆ ที่ท่านแม่เตรียมไว้ ข้ายังต้องตามหาต่ออีก" ซูมู่มู่รู้สึกว่าหลายปีมานี้ท่านพ่อลำบากเกินไปแล้ว
"ถ้าอย่างนั้น อีกหนึ่งเดือนค่อยไปได้หรือไม่ พ่อลางานแล้วสามารถพาเ้าเที่ยวรอบเมืองหลวงได้อย่างเต็มที่" แววตาของเมิ่งเฮ่อหม่นแสงลง เขาคิดว่าตนไม่ใช่พ่อที่ดีเลย
ช่างน่าผิดหวังต่อการจัดสรรของเทพธิดาเสียจริง ตัวเขาที่เป็พ่อคนแรกช่างล้มเหลวเหลือเกิน
เขาถึงกับไม่กล้าถามว่าท่านพ่อคนที่สองของมู่มู่คือใคร?
"เช่นนั้นข้าจะอยู่ที่บ้านท่านพ่ออีกสิบวันแล้วค่อยจากไป ท่านพ่อคนอื่น ๆ ล้วนอยู่ในเมืองหลวง หากท่านคิดถึงข้าก็สามารถพบข้าได้ตลอดเวลาเ้าค่ะ" ซูมู่มู่เองก็รู้สึกอาลัยอาวรณ์ แต่พวกเขาไม่ใช่พ่อลูกกันจริง ๆ นางไม่สามารถเห็นแก่ตัวยึดครองท่านพ่อคนที่หนึ่งไว้เพียงผู้เดียวได้
เมิ่งเฮ่อทำหน้าเศร้าสร้อยพลางย่างเนื้อให้ซูมู่มู่และยิ่งรู้สึกโกรธแค้นคนอื่น ๆ ในตระกูลเมิ่งมากขึ้น
เมื่อเข้าสู่ยามค่ำคืน หลังจากทุกคนหลับสนิท ซูมู่มู่ก็เริ่มลงมือ
นางตั้งแท่นพิธีอัญเชิญบรรพชนที่ล่วงลับในศาลบรรพชนตระกูลเมิ่งขึ้นมาให้หมด
ให้พวกเขามาดูแลลูกหลานให้ดี ๆ ปล่อยให้ลูกหลานมารังแกท่านพ่อได้ยังไง หึ!
เพราะเมิ่งเฮ่อสอบได้บัณฑิตเอก บรรพชนตระกูลเมิ่งที่อยู่ใต้ดินจึงมีความเป็อยู่ที่ดีขึ้น ยิ่งธูปไฟของตระกูลรุ่งเรืองบ้านคนตายในปรโลกของบรรพชนก็ยิ่งหลังใหญ่ขึ้น
เหล่าิญญาตระกูลเมิ่งที่กำลังเสวยสุขอยู่ในบ้านคนตาย เมื่อถูกใช้วิชาอัญเชิญิญญาขึ้นมาต่างก็เบิกตากว้างมองหน้ากันไปมา
"นักพรตน้อย ท่านเป็ผู้อัญเชิญพวกเรามาหรือขอรับ?" ิญญาตระกูลเมิ่งนั้นมีสายตาแหลมคมกว่าคนตระกูลเมิ่งเสียอีก
"ท่านพ่อเมิ่งเฮ่อของข้าถูกประมุขตระกูลเมิ่งนำคนมารังแก ยายแก่สือเจินเซียงนั่นยิ่งคอยกดขี่รังแกท่านพ่อของข้าไม่หยุด หากพวกท่านจัดการเื่นี้ไม่ดีก็อย่าหาว่าข้าไม่ออมมือ!" ซูมู่มู่ถือกระบี่ไม้ท้อกวัดแกว่งใส่พวกเขาไม่กี่ครั้ง
เพียงไม่กี่ท่านี้ ทำให้เหล่าิญญาตระกูลเมิ่งใจนลอยถอยหลังกรูด
"นักพรตน้อย เมิ่งเฮ่อเป็ลูกชายของข้า เขายังไม่ได้แต่งงานและยังไม่มีบุตร..." ตาแก่ตระกูลเมิ่งอดไม่ได้ที่จะอธิบาย
"หน้าที่ของท่านคือ ทุกคืนต้องไปคุยกับยายแก่ของท่านให้ดี บอกนางว่าห้ามมายุ่งกับพ่อบุญธรรมของข้าอีก!" ซูมู่มู่ใช้คำว่าพ่อบุญธรรม ซึ่งถือเป็การตอบคำถามไปในตัว
"น้อมรับคำสั่งนักพรตน้อย ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยขอรับ" ตาแก่ตระกูลเมิ่งััได้ถึงจิตสังหาร เขากลัวว่าดวงิญญาจะถูกทำลายจึงรีบลอยจากไปอย่างรวดเร็ว
"ประมุขตระกูลเป็ลูกชายของข้า นักพรตน้อย ข้าจะไปคิดบัญชีกับเ้าลูกไม่รักดีนั่นเดี๋ยวนี้จะสั่งให้เขาส่งมอบตำแหน่งผู้นำตระกูลให้เมิ่งเฮ่อ ท่านเห็นว่าอย่างไร" พ่อของประมุขตระกูลเมิ่งรีบประจบประแจงทันที
"ถือว่าเ้ารู้ความ! รีบไปจัดการซะ!" ซูมู่มู่พยักหน้าแบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย
"แล้วพวกเราต้องทำอะไรหรือขอรับ ท่านนักพรตน้อย!" ิญญาตนอื่น ๆ ตัวสั่นงันงก
"พวกเ้าจงไปตีพวกลูกไม่กตัญญูเ่าั้ทุกคืน ให้พวกเขาเชื่อฟังคำพูดของท่านพ่อข้าอย่างว่าง่าย ห้ามวางอำนาจ! ท่านพ่อของข้าเจ็บเพียงใดพวกเขาต้องชดใช้คืนเป็สองเท่า" ซูมู่มู่แค่นเสียงเย็น