เย่หยุนซีและหลิงจีทำการรักษาลูกราชสีห์ทองคำสามตาจวบจนท้องฟ้าเริ่มสว่าง ส่วนเรื่องแก่นอสูรกับโลหิตของอสรพิษวารีที่เขาต้องการ ชายหนุ่มก็ได้มอบหมายให้พ่อบ้านเหวินไปเก็บรวบรวมมาแล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องกังวล
ตัดกลับมาทางฝั่งกระโจมขององค์ชาย 3 หยุนฉางตง นับตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงบัดนี้ก็ยังมีทหารเฝ้าระวังอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากการปกป้องเชื้อพระวงศ์ทั้ง 2 พระองค์ถือเป็นเรื่องสำคัญ
“เรียนองค์ชาย ท่านแม่ทัพขอเข้าเฝ้าขอรับ” ทหารเฝ้ายามที่ยืนอยู่หน้ากระโจมกล่าวรายงาน
“ให้ท่านแม่ทัพเย่เข้ามาได้เลย” องค์ชาย 3 พับตำราพลางตอบกลับ ทันใดนั้น! เย่ชิงหยางในชุดเกาะสีชาดก็เดินเข้ามาในกระโจม ก่อนจะผสานมือคาราวะตามมารยาทที่ควรกระทำ
“ท่านแม่ทัพเย่ไม่จำเป็นต้องมากพิธี เชิญนั่งๆ” องค์ชาย 3 หยุนฉางตงผายมือไปที่เก้าอี้ซึ่งตั้งอยู่ด้านตรงข้าม
แม่ทัพประจิมเย่ชิงหยางจึงรีบนั่งลงและเริ่มกล่าวรายงานในทันที “เรียนองค์ชาย จากเหตุการณ์ที่ฝูงอสรพิษวารีบุกเข้าโจมตีพวกเราเมื่อคืนทำให้เหล่าทหารสูญเสียกำลังกายไปมาก ดังนั้นกระหม่อมจึงอยากเสนอให้ทหารหยุดพักเป็นเวลา 3 วันแล้วค่อยออกเดินทางต่อ ไม่ทราบพระองค์คิดเห็นว่าอย่างไรขอรับ?”
“ทำตามที่ท่านแม่ทัพเห็นสมควรได้เลย ข้าเชื่อว่าท่านตัดสินใจเรื่องนี้ได้ดีกว่าข้าอยู่แล้ว” หยุนฉางตงยิ้มกล่าว
แต่คำพูดของเขากลับทำให้แม่ทัพเย่ชิงหยางถอนหายใจยาวออกมา “เห้อ องค์ชาย กระหม่อมรู้สึกซาบซึ้งมากที่พระองค์เชื่อใจกระหม่อมถึงขนาดนี้ เพียงแต่พวกเรากำลังอยู่ในศึกชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทที่พระองค์เป็นหัวหน้า ดังนั้นอำนาจการตัดสินใจทุกอย่างควรจะมาจากตัวพระองค์เองนะขอรับ”
“หือ! มันจะไม่เป็นการเสียมารยาทและข้ามหน้าข้ามตาผู้ใหญ่หรอกหรือ” หยุนฉางตงถาม ตัวเขาอาศัยอยู่ในวังมาตั้งแต่เกิดจึงสังเกตุเห็นว่าเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่มักจะไม่ชอบให้ขุนนางชั้นผู้น้อยทำผลงานข้ามหน้าข้ามตา ก็เลยคิดว่าแม่ทัพประจิมเย่ชิงหยางก็น่าจะเป็นแบบนั้นด้วยเหมือนกัน
“เห้อ องค์ชาย 3 พระองค์เข้าร่วมการแข่งขันนี้เพื่อชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทหรือก็คือตำแหน่งจักรพรรดิผู้อยู่จุดสูงสุดของจักรวรรดิเมฆครามรุ่นถัดไป”
“ถ้าหากหากพระองค์ยังไม่กล้าพิจารณาและตัดสินใจเรื่องเล็กๆเช่นนี้ด้วยตนเอง ในอนาคตหากได้เป็นจักรพรรดิพระองค์จะต้องพบเจอกับความยากลำบากในการปกครองปวงประชาเป็นแน่ขอรับ” เย่ชิงหยางเลือกที่จะตอบกลับไปตรงๆตามความจริง
ในการแข่งขันชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทครั้งนี้ เขาอยากจะเป็นที่ปรึกษาขององค์ชายมากกว่าเป็นคนชักใยอยู่เบื้องหลัง
หยุนฉางตงเมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้น ก็เริ่มขึ้นเข้าในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ แถมยังเกิดความรู้สึกเลื่อมใสศรัทธาในความตรงไปตรงมาเย่ชิงหยางอย่างสุดซึ้งที่ไม่คิดใช้เขาเป็นเครื่องมือในการยึดครองอำนาจ
“ท่านแม่ทัพประจิม ข้ามีเรื่องอยากขอร้อง ได้โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถิดขอรับ” องค์ชาย 3 จู่ๆก็ตัดสินใจคุกเข่าลงกับพื้น เย่ชิงหยางจึงรีบลุกขึ้นและพุ่งไปประคองโดยไม่รอช้า
“องค์ชายอย่าได้ทำเช่นนี้ การสอนพระองค์ล้วนแต่เป็นหน้าที่ของกระหม่อมอยู่แล้ว” ผู้เป็นแม่ทัพกล่าว
“ไม่ นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการ......ข้าอยากให้ท่านสอนข้าในฐานะลูกศิษย์ ไม่ใช่ในฐานะที่ข้าเป็นองค์ชาย”
คำพูดนี้ของหยุนฉางตงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นไม่หวั่นไหว ใบหน้าอันหล่อเหลาประดับไว้ด้วยความจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมา เย่ชิงหยางเป็นถึงผู้แกร่งกล้าระดับจักรพรรดิ แถมยังมีใจรัก ซื่อตรง และซื่อสัตย์ต่อจักรวรรดิเมฆครามเป็นอย่างมาก ถ้าหากเขาได้ผู้ที่มีคุณสมบัติสมบูรณ์แบบครบถ้วนเช่นนี้เป็นอาจารย์ นั่นย่อมนับว่าเป็นโชควาสนา
ทางฝั่งของเย่ชิงหยางเมื่อเห็นภาพนี้ก็มิอยากขัดศรัทธา เขาเดินไปลากเก้าอี้มาตั้งไว้เบื้องหน้าของชายหนุ่มแล้วนั่งลง “หวังว่าพระองค์จะไม่เสียใจภายหลัง”
หยุดฉางตงราวกับเข้าใจในสถานการณ์ เขารีบลุกไปรินน้ำชาใส่ถ้วยมามอบให้เย่ชิงหยาง ก่อนจะคุกเข่ากราบไว้3 ครั้งตามธรรมเนียมการรับศิษย์ของจักรวรรดิ
“นับจากนี้! ไม่ว่าจะศาสตร์การต่อสู้หรือศาสตร์การปกครอง ข้าก็จะสอนให้เจ้าจนหมดสิ้น” ผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพประจิมยกน้ำชาขึ้นดื่มแล้วกล่าวออกมา หากสังเกตดีๆจะพบว่าสรรพนามที่ใช้เรียกแทนตนเองและเรียกแทนหยุนฉางตงได้เปลี่ยนไปกลายเป็นคำธรรมดาสามัญ
นี่เองก็เป็นธรรมเนียมของจักรวรรดิเมฆคราม ไม่ว่าศิษย์จะมีสถานะสูงส่งแค่ไหน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้เป็นอาจารย์สถานะเหล่านั้นล้วนแต่ไร้ค่าไม่อาจเอ่ยถึง
“ศิษย์คาราวะอาจารย์” หยุดฉางตงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงปิติยินดี โดยที่มิได้รู้เลยว่าผู้เป็นน้องสาวอย่างหยุนฉางเยว่กำลังเฝ้ามองอยู่ที่บริเวณหน้าประตู
“ดูเหมือนพี่ชายของข้าจะเติบโตขึ้นบ้างแล้วสินะ” นางกล่าวอย่างพึงพอใจ ตั้งแต่จำความได้ นี่นับเป็นครั้งแรกเลยที่หยุนฉางตงแสดงความมุ่งมั่นออกมามากขนาดนี้
และในฐานะที่นางเป็นน้องสาวร่วมมารดาของหยุนฉางตง ตัวนางย่อมต้องรู้สึกภาคภูมิใจในตัวพี่ชายของตนเองเป็นธรรมดา
“เรื่องท่านพี่น่าจะไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงแล้ว ที่เหลือก็คงจะเป็นเรื่องของข้ากับว่าที่สามีผู้นั้น” หยุนฉางเยว่มิได้เข้าไปด้านในกระโจม แต่กลับหันหลังเดินไปทางกระโจมของแม่ทัพ
แน่นอน! เป้าหมายของนางย่อมเป็นการเผชิญหน้ากับเย่หยุนซี หลังจากที่ทั้งคู่หลบหน้าหลบตากันมานาน