"ตึ๊ง ตึ่ง"เสียงไลน์แจ้งเตือน
ไนร่าเอื้อมมือไปหยิบมือถือในกระเป๋าเธอกำลังเดินทางจากบ้านเพื่อไปโรงเรียน
“ถึงโรงเรียนยังครับ?”
“กำลังไปค่ะใกล้ถึงแล้ว”ไนร่าพิมพ์ตอบ
“ครับ เจอกันที่โต๊ะข้างสนามฟุตบอลนะ”สกายยังคงพิมพ์อย่างต่อเนื่อง
“คิดถึงนะครับ”
“คิดถึงเหมือนกันค่ะ” เธอตอบและส่งสติกเกอร์เขินกลับไป
“เดี๋ยวนี้มีบอกคิดถึงกันด้วย เขินจัง” ไนร่าฝ่ายสีขาวแสดงใบหน้าที่มีความสุข
“เค้าบอกกับทุกคนหรือป่าวไนร่า” ไนร่าฝ่ายสีดำทำหน้าบึ้ง
“ขอคลั่งรักหน่อยนะไนร่าสีดำจ๋า” เธอดีดนิ้ว เหมือนกำลังไล่ไนร่าสีดำออกไปจากหัวและยิ้มด้วยความเขิน
ข้างสนามฟุตบอล
“ยิ้มมาแต่ไกลเชียวน้าคนมีความรัก” กัสพูดสายตามองไปที่เพื่อน
“ก็ธรรมดาแหละขอนิดนึงจ้ะเพื่อน” เธอตอบพร้อมหัวเราะ
“เห็นพี่สกายรึป่าว เค้าบอกว่าจะมารอที่นี่”เธอถามเพื่อนแล้วมองบริเวณรอบๆ
“ยังนะ กินขนมรึป่าวซื้อมาเผื่อเยอะเลย” หวานพูดพร้อมยื่นขนมให้เพื่อน
ระหว่างนั้นทั้งสามก็พูดคุยกันไปเรื่อย นักเรียนบางคนก็ต่างทยอยเดินทางเข้ามาจับจองโต๊ะเพื่อนั่งเล่นและพูดคุยกันอย่างสนุกสนานบ้างก็เล่นกีฬาเรียกเหงื่อกันแต่เช้า ก่อนจะเข้าเรียน
“ระวังลูกบอล” เสียงเด็กผู้ชายะโดังลั่น
ไนร่าที่กำลังหันหน้าไปตามเสียงที่ได้ยิน ลูกฟุตบอลกำลังพุ่งมาตรงที่เธอเธอหลับตา
ยกมือขึ้นมาบังหน้าตัวเองตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด
ตุ้บ เสียงลูกบอล
ร่างสูงใหญ่ได้เคลื่อนตัวเข้ามาจับลูกฟุตบอลและบังตัวเธอเอาไว้ ทำให้เธอไม่ได้รับาเ็แม้แต่น้อย
“เอ๊ะ!” เสียงไนร่า พูดในขณะที่ลืมตา
“คราวหลังระวังๆหน่อยสิ” สกายพูดกับเด็กผู้ชาย ม.ต้นที่ทำหน้าตาเลิ่กลั่ก รีบวิ่งมาหยิบฟุตบอล
“ขอโทษครับพี่สกาย”เด็กชายรีบหยิบลูกฟุตบอลจากแล้ววิ่งกลับไปที่สนาม
“ เอ่อ..ขอบคุณค่ะ นึกว่าจะเจ็บตัวซะแล้ว” ไนร่าหน้าซีด
“เกือบไปแล้วนะ”สกายพูดด้วยความเป็ห่วงไนร่า
“ค่ะ เกือบแล้ว”
เสียงออดเข้าเรียนในคาบบ่าย
“ง่วงจัง วันนี้เราเค้กกันมั้ยสาวๆ?”หวานถามเพื่อนทั้งสอง
“นี่เพิ่งจะบ่ายโมงเองนะหวาน” กัสหันไปบ่นเพื่อน
“นั่นสิ หิวหรอ?”ไนร่าเอ่ยแล้วหัวเราะ
คาบแรกของ่บ่ายเป็วิชาภาษาไทย อาจารย์เดินเข้ามาในห้อง ก่อนจะทบทวนบทเรียนชั่วโมงก่อนเพื่อให้นักเรียนได้เข้าใจและเชื่อมโยงเนื้อหาในวันนี้
ถ้วยคำที่สละสลวยถูกกลั่นกรองออกมาเป็คำพูด เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้เหล่าบรรดาลูกศิษย์ มือเล็กๆ ค่อยๆบรรจงเขียนไม่หยุด ไม่นานหน้ากระดานที่ว่างเปล่าเต็มไปด้วยตัวอักษรและวรรณยุกต์ต่างๆ
“มีใครยังสงสัยไหมเอ่ย?ถามได้นะคะลูก” ครูสาววัยกลางคนเอ่ยถามนักเรียน
“ไม่มีค่ะครู” นักเรียนต่างพูดเป็เสียงเดียวกัน
“ถ้าเข้าใจกันแล้วให้ทุกคนเปิดแบบฝึกหัดไปที่หน้า 87 แล้วลงมือทำได้เลยนะคะ ถ้ายังไม่เสร็จก็สามารถทำต่อเป็การบ้านได้” ครูพูดและหันไปมองนาฬิกาที่ถูกแขวนไว้ที่ผนังกลางห้อง ซึ่งใกล้หมดเวลา ไม่นานเสียงออดก็ดังขึ้น
คาบกิจกรรมชุมนุม
นักเรียนต่างก็เก็บกระเป๋าเตรียมแยกย้ายไปชุมนุมที่ตนเองได้เลือกไว้
“ชมรมเราจะมีอะไรน่าสนุกมั้ยน้า”กัสพูดขณะที่มือก็เก็บสมุดเข้ากระเป๋า
“รีบๆ สิจ้ะช้ากว่าเพื่อนเลยนะ”ไนร่าและหวานยืนมองเพื่อนที่เก็บของอย่างเชื่องช้า
“จ้า” กัสพูดประชดเพื่อนแล้วหัวเราะ
เมื่อทั้งสามเดินมาถึงห้องชุมนุมที่มีป้ายสีน้ำเงินตัวหนังสือสีขาวติดอยู่หน้าห้อง
บ่งบอกว่าคือห้องชมรมกิจกรรมอาสา มีนักเรียนอยู่ประมาณ30 กว่าคนนั่งรออยู่แล้ว โฟกัสที่เห็นทั้งสามเดินเข้ามา จึงเรียกทั้งสามเข้าไปนั่งและอธิบายคร่าวๆให้ฟังว่าวันนี้จะมีการประชุมใหญ่เพราะจะมีการจัดกิจกรรมค่ายอาสา
“สวัสดีค่ะ ทุกคนวันนี้เราจะทำการประชุมใหญ่โดยจะขอความคิดเห็นจากพวกเราทุกคนนะคะ” เสียงของโฟกัสพูดขึ้น
“ขอโทษที่มาสายคร้าบ”ก้องเพื่อนสนิทของสกายพูดขึ้น
เมื่อมีเสียงแทรกขึ้นระหว่างการประชุมทุกสายตาจึงจับจ้องไปที่ประตู เด็กหนุ่ม4-5 คนเดินเข้ามาภายในห้องความหล่อของแต่ละคนทำให้สาวๆ มองตาเป็ประกายทันทีเดียว
สกายเดินตรงเข้ามานั่งข้างๆไนร่า
“พี่อยู่ชมรมนี้ด้วยหรอคะ?”เธอถามด้วยความสงสัย
“ครับพี่เห็นชื่อไนร่าก็เลยอยากอยู่ด้วย” เขาพูดแล้วยิ้ม
“จีบกันเบาๆ หน่อยครับ”เสียงก้องพูดแทรกขึ้น ทั้งคู่หลุดขำออกมา และหันหน้ากลับไปฟังโฟกัสต่อ
“จะเห็นได้ว่าชมรมจิตอาสาของเราจัดตั้งขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการทำคุณประโยชน์และช่วยเหลือผู้อื่น อาจารย์ของเราได้ออกความคิดเห็นว่าควรร่วมมือกับพี่ๆทางมหาวิทยาลัยที่จะจัดกิจกรรมขึ้นในอีกสองสัปดาห์” โฟกัสพูดจบ จึงผายมือไปให้หนุ่มแว่นข้างๆเพื่อพูดต่อ
“วันนี้จึงอยากให้ทุกคนช่วยโหวตว่าเห็นด้วยหรือไม่ครับโดยเราจะยึดเสียงข้างมาก”
“ถ้าไปเรากับรุ่นพี่จะได้ทำกิจกรรมนอกพื้นที่แต่ถ้าเราจะจัดเอง กิจกรรมของเราก็สามารถทำได้ภายในบริเวณในโรงเรียนครับ” เด็กหนุ่มที่สวมแว่นพูดต่อ
เสียงซุบซิบของนักเรียนราว 40 คนดังขึ้น ต่างฝ่ายต่างออกความคิดเห็นของตนก่อนจะหยุดเงียบเพื่อร่วมโหวต
“ใครที่เห็นด้วยยกมือขึ้นค่ะ” เสียงโฟกัสประกาศ
นักเรียนทั้งหมดยกมือเห็นด้วย ผลจึงเป็เอกฉันท์ว่าทุกคนสนใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมกับรุ่นพี่
“เราได้ผลสรุปว่าเราจะเข้าร่วมกิจกรรมกับรุ่นพี่นะคะขอบคุณทุกคนมากๆ ค่ะ เดี๋ยวรายละเอียดจะแจ้งให้ทราบอีกรอบนะคะ”
เสียงออดเลิกเรียนดังขึ้น
นักเรียนในชมรมต่างก็เดินแยกย้ายเพื่อที่จะกลับบ้าน
“ไนร่ารอพี่ที่หน้าประตูนะ” สกายจับข้อมือไนร่าตอนที่เธอกำลังจะลุกขึ้นยืน
“ค่ะ” เธอยิ้มตอบ
สามสาวเดินขึ้นไปหยิบกระเป๋านักเรียนที่ห้อง
“ทุกคนวันนี้ไม่ได้ไปกินเค้กด้วยนะ” ไนร่าพูดกับเพื่อนทั้งสอง
“จะไปเดทที่ไหนอีกค่ะคุณเพื่อน”กัสถามแล้วยิ้มๆ
“ยังไม่รู้เลยพี่เค้าบอกให้รอที่หน้าโรงเรียน” เธอยิ้มกลับ
“อดไปกินเค้กด้วยกันเลยไม่เป็ไร วันหลังก็ได้ วันนี้ปล่อยเพื่อนไปมีความสุขก่อน”หวานพูดขึ้นแล้วหัวเราะ
หน้าโรงเรียน
“วันนี้พี่ไปส่งนะ”
“เอ่อ…คือว่า”
“กลัวพ่อกับแม่เห็นหรอ?”เขาหัวเราะ
“งั้นพี่ขอไปส่งที่หน้าปากซอยได้มั้ย”
“แบบนั้นก็ได้ค่ะ” ทั้งคู่หัวเราะ
ระหว่างทางทั้งคู่ก็แวะซื้อไอศกรีมกินคนละแท่งก่อนจะคุยไปกินไป
“ไนร่า” สกายเรียกเธอ
“คะ?” เธอหันหน้าไปมองเขา
สกายเอื้อมมือไปเช็ดไอศกรีมที่เปื้อนปากเธอเด็กสาวยืนตัวแข็งทื่อด้วยความเขิน ก่อนที่เขาจะยิ้มให้เธอ
“เปื้อนหมดแล้วไม่ระวังเลยนะเรา”
“ไนร่าเช็ดเองได้ก็ค่ะ”เธอตอบไปด้วยความเขิน
ปากซอยบ้านไนร่า
“ขอบคุณที่มาส่งนะคะแล้วก็เลี้ยงไอศกรีมด้วย”
“ครับ”
ขณะที่ไนร่ากำลังเดินหันหลังให้เขา เด็กหนุ่มวิ่งตามเธอมาพร้อมเสียงที่หอบเล็กน้อย
“ไนร่าครับ เป็แฟนกันมั้ยครับ?”
“พี่แกล้งไนร่ารึป่าวคะ?”เธอถามเขากลับด้วยความสงสัยแต่ก็แอบเขิน
“พี่พูดจริงๆเป็แฟนกันนะครับไนร่า”
“ค่ะพี่สกาย” เธอตอบกลับด้วยใบหน้าที่แดง
“เดี๋ยวคืนนี้พี่โทรหาอย่าเพิ่งรีบนอนนะครับ” สกายพูดก่อนที่จะหันหลังเดินกลับบ้าน
เมื่อความรักก่อตัวขึ้น สิ่งรอบตัวก็ดีไปเสียหมด ความฝันเธอเป็จริงแล้วนะไนร่า รักแรกพบของเธอมาหยุดที่ตรงหน้าและตอนนี้เขาก็ขอเธอเป็แฟนแล้ว รอยยิ้มที่มีความสุข ความรักที่สดใส กลับมาทักทายเธออีกครั้ง…