ตอนที่ 164อสูรธาตุ
"ชิ"
"ดูท่าจะรู้ตัวสินะ ว่าต้องจัดการใครก่อน"
"ดูเหมือนว่าไม่โง่อย่างที่คิดเอาไว้เลย อาวุโสจิ้นไม่สิต้องเรียกว่า เจ้าสำนัก ถึงจะถูกสินะ"
ซือฟาง ที่เห็นเช่นนั้นก็ถอยไปอยู่แนวหลังทันที
โดยปกติซือฟางมักจะชอบอยู่แนวหน้าต่อสู้กับศัตรูทุกครั้ง ซึ่งก็มีความมั่นใจในฝีมือการต่อสู้ด้วยเช่นกัน
แต่ในครั้งนี้ กับมีศัตรูฉลาดกว่าที่ตนเองคาดคิดเอาไว้จึงไม่ประมาทมาอยู่แนวหลังแทนในตอนนี้
"ไม่ต้องห่วง ข้าจะจัดการพวกมันก่อนจะได้เข้าใกล้เจ้า"
เสี่ยหาย ต้องการอยากระบายอารมณ์ออกมาอย่างมาก
เมื่อตนเองต้องเสียหน้าแล้วยังพ่ายแพ้แก่หยางหลงซึ่งเป็นคนสำนักมังกรสุริยันด้วยจึงไม่มีทางปล่อยให้ความอัปยศที่เกิดจากคนสำนักมังกรสุริยันมาสุมในหัวใจแบบนี้ตลอดไปแน่
จึงต้องหาทางระบายออกมาแล้วเหยื่อในการระบายครั้งนี้ก็คือ อาวุโสจิ้นกับสหายโครงกระดูกตรงหน้านั่นเอง
"ในเมื่อมันมีคนมาร่วมวง ข้าก็เอาด้วยสิ
"งั้นข้าขอด้วย"
ตอนนี้โครงกระดูกตนอื่นเริ่มมีการขยับตัวเคลื่อนไหวออกมากันแล้ว
แต่ละคนต่างปลดปล่อยลมปราณออกมาเพื่อเตรียมต่อสู้กับศัตรูตรงหน้า
"โครงกระดูกเหล่านี้ไม่ธรรมดาจริงด้วย"
"ข้าต้องเอาวิชาพวกนี้มาให้ได้"
เต้าซื่อที่นิ่งสงบสุดในบรรดาผู้นำสำนักนอกรีตทั้งสามคน มองด้วยแววตาอิจฉาและความโลภในวิชานอกรีตของอาวุโสจิ้นอย่างมาก
"เฮ้อ"
อาวุโสจิ้นที่รู้สึกถึงแววตาแห่งความโลภของเต้าซื่อ จึงถอนหายใจออกมาเมื่อตอนนี้อีกฝ่ายกำลังถูกวิชาเข้าครอบงำ
แม้ว่าวิชาจะอ่อนแอ หรือร้ายกาจเพียงใด แต่หากผู้ใช้ไม่รู้จักควบคุมความต้องการจะกลายเป็นทาสของวิชาขึ้นมาได้
"เฮ้ๆ โครงกระดูกคนตายไปแล้วคิดจะมาต่อสู้กับคนเป็นรึ"
สามง่ามเพลิงม่วง แทงลงสู่พื้นดินเกิดไฟลุกโชนออกมาในพริบตา
ไฟพุ่งตรงเข้าคู่ต่อสู้เบื้องหน้าราวกับต้องการกลืนกินอีกฝ่ายให้จมลงไปในกองเพลิง
ตู้ม
จู่ๆเกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรงออกมาจัดการแยกถล่มผืนดินจนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
"ศาสตราวุธอะไรกัน ไม่เคยเห็นมาก่อน"
เหล่าคนของสำนักนอกรีตที่เห็นโครงกระดูกถือค้อนหัวแปดเหลี่ยม จัดการทุบพื้นดินจนเปลวไฟที่โหมกระหน่ำจะเล่นงานคู่ต่อสู้ต้องกระจัดกระจายขึ้นมา
"ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ได้ออกแรงแบบนี้มานานแล้ว"
"ขอสนุกให้เต็มที่หน่อยเถอะ"
โครงกระดูกที่มีกระดูกอันอวบอั๋นสมบูรณ์เมื่อมองดูดีๆแล้ว ก็สามารถบอกได้เลยว่าชายคนนี้ตอนมีชีวิตอยู่ต้องเป็นคนรูปร่างกำยำแข็งแรงแน่นอน
"แค่หยุดไฟข้าได้ ทำเป็นเห่าหอนเลยนะ"
เสี่ยหาย ไม่รอช้าจัดการใช้วิชาต่อไปโจมตีต่อเนื่องทันที
ตู้ม ตู้ม
เสาเพลิงม่วงพุ่งขึ้นฟ้าหลังจากที่สามง่านถูกแทงลงพื้นอีกครั้ง
ก่อตัวเป็นรูปร่างบางอย่่างขึ้นมาจนเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันคือ สุนัขสามหัวที่มีไฟม่วงลุกท่วมทั้งตัว
"ปราณจิตขั้น 6 อสูรธาตุ"
อสูรธาตุที่เกิดจากธาตุที่ตัวเองถนัด ก่อตัวสร้างเป็นรูปร่างของอสูรที่ตัวเองจินตนาการออกมาได้เป็นวิชาที่ต้องใช้ความชำนาญ เชี่ยวชาญอย่างมาก เป็นการแหกกฎธรรมชาติที่ปกติจะไม่มีรูปแบบตายตัวแต่ด้วยวิชานี้สามารถก่อให้เกิดรูปร่างขึ้นมาได้
สุนัขสามหัวเพลิงม่วงคำรามออกมาราวกับประกาศก้องความเป็นราชันอสูรตนนึงให้โลกรับรู้
"ก็แค่อสูรเพลิงกระจอกตนนึง"
โครงกระดูกถือค้อนหัวแปดเหลี่ยมดูถูกขึ้นมา เมื่อมองดูรูปลักษณ์ที่ไม่ต่างอะไรจากสัตว์ป่าเท่านั้น
"ท่าทางต้องสั่งสอนให้รู้จักความน่ากลัวเสียหน่อยแล้ว"
ซู่ม
อสูรสามหัวเพลิงพ่นไฟตรงเข้าหาโครงกระดูกถือค้อนหัวแปดเหลี่ยมเพื่อเผาผลาญศัตรูให้มอดม้วย
ครืน
เฟี้ยว
แต่จู่ๆคลื่นเปลวเพลิงที่ออกมาจากปากกับถูกเบี่ยงทิศไปทางอื่นแทน
ด้วยการสั่นสะเทือนของพื้นดินทำให้สิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถบินได้ ไม่สามารถยืนได้อย่างมั่งคงจึงเล็งโจมตีใส่ศัตรูอย่างยากลำบาก
"แค่นี้เองรึ"
โครงกระดูกถือค้อนหัวแปดเหลี่ยมยืนอย่างมั่นคงโดยที่ตัวเองไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น
"เฮ้ ม่อเสีย เจ้าคิดจะให้พวกข้าโดนลูกหลงด้วยรึไง"
โครงกระดูกตนอื่นโวยวายออกมาเมื่อตนเองได้รับผลกระทบจากวิชาของ ม่อเสียไปด้วย
"โวยวายอะไรกัน ก็ไปอยู่ที่อื่นสิ"
โครงกระดูกถือค้อนหัวแปดเหลี่ยมมีนามว่า ม่อเสีย กล่าวอย่างไม่แคร์พวกพ้อง
"ฮึ่ม เจ้าม่อเสีย พอเริ่มต่อสู้จะไม่สนใจผลกระทบอะไรทั้งนั้น"
"งั้นเจ้านี้ ปล่อยให้ม่อเสียจัดการละกัน"
โครงกระดูกตนอื่น ต่างเห็นตรงกันจึงมองหาศัตรูรายต่อไปขึ้นมา