“คุณหนูเรียกพวกเรามามีอะไรหรือขอรับ”พ่อบ้านโหย่งจิ้นนั่งลงตรงข้ามกับซุนเลี่ยงเฟิ่งหลังจากเดินทางมาหลายวันในที่สุดพวกเขาได้มาถึงเมืองหลวง แคว้นหยวนซือเป็แห่งแรก
“ท่านเชื่อเื่เหนือธรรมชาติหรือไม่?”
“ขอรับ?” ซุนเลี่ยงเฟิ่งสูดลมหายใจเข้าปอดทีหนึ่ง
“ท่านสงสัยกับความเปลี่ยนแปลงกะทันหันของข้าใช่หรือไม่”
“ขอรับ”พ่อบ้านโหย่งจิ้นยอมรับตรง ๆ หนิงเฉิงพยักหน้าด้วยเช่นกัน
“สิ่งที่ข้าจะพูดต่อไปนี้คงทำให้ท่านกับหนิงเฉิงไม่อยากเชื่อ แต่เชื่อข้าเถอะว่ามันคือเื่จริง”
“คุณหนูหมายความว่ายังไงเ้าคะ”
“ข้าหมายความว่าหลังจากฟื้นกลับมาข้าได้ความทรงจำชีวิตชาติก่อนของข้ากลับมาด้วย”
“หมายถึง...ระลึกชาติหรือขอรับ”พ่อบ้านโหย่งจิ้นตีความหมายคำพูดของนางอีกครั้ง
“ไม่ใช่แค่ระลึกชาติได้ข้ายังได้ความสามารถพิเศษบางอย่างมาด้วย บอกว่าความสามารถของข้าคงไม่ใช่ ยังไงดีละ...คือข้าได้รับพรจากคนผู้หนึ่ง ข้าจำไม่ได้ว่าคนผู้นี้เป็ใคร ข้าไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนนางได้มอบสิ่งสำคัญให้แก่ข้า”
“คุณหนู.... ไม่ใช่ผีแน่ใช่ไหมเ้าคะ”
“....”ซุนเลี่ยงเฟิ่งนิ่งอึ้ง
“คุณหนูไม่จำเป็ต้องบอกเื่นี้กับพวกเราก็ได้นี่ขอรับ”พ่อบ้านโหย่งจิ้นเริ่มเข้าใจบางอย่างขึ้นมา
“ถูกต้องข้าไม่จำเป็ต้องบอกเื่นี้แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงมากเกินไป ท่านไม่คิดสงสัยที่มาแน่หรือ?”
“.....”
“นางมอบอะไรให้คุณหนูหรือขอรับ”
“บางอย่างที่ข้าสามารถนำสิ่งของออกมาได้”พ่อบ้านโหย่งจิ้นยังมีสีหน้าราบเรียบ แต่ในใจกับตื่นตะลึงไปแล้ว
“หรือว่า...รถม้ากับกระโจมแปลกตานั้นมาจากสิ่งนั้นหรือขอรับ”
“ใช่”ซุนเลี่ยงเฟิ่งยิ้มให้เขา
“สุดยอด...”หนิงเฉิงพูดได้แค่นั้น
“อีกอย่าง ข้ารู้ว่าท่านเป็ห่วงของมีค่าที่บ้านดังนั้นข้าจึงเก็บทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยแล้ว”
“สามารถเก็บของได้ด้วยหรือขอรับ?”ความนิ่งเฉยพ่อบ้านโหย่งจิ้นขาดผึง ดวงตาเขาเบิกกว้างจนแทบถลนออกมาซุนเลี่ยงเฟิ่งพยักหน้า
“คุณหนูวางใจได้ข้าไม่บอกเื่นี้กับใครอย่างแน่นอน”
“ข้าสาบานด้วยเ้าค่ะ”
“ท่านหายกังวลแล้วใช่หรือไม่”พ่อบ้านโหย่งจิ้นยิ้มออกมา
ที่แท้คุณหนูรู้อยู่แล้วนี่เอง..
ซุนเลี่ยงเฟิ่งใช้เวลาเที่ยวในเมืองหลวงหมู่บ้านรอบข้างอยู่นานเกือบเดือนจึงเดินทางต่อ พวกเขาไม่ได้รีบเร่งเดินทางพอเห็นสถานที่สวย ๆ นางจะหยุดพัก 2-3 วันค่อยเดินทางต่อ เหมือนเช่นวันนี้พวกเขาเดินทางผ่านูเาที่มีน้ำตกพักค้างคืน
“ท่านลุงหนิงเฉิงมานี่หน่อย” สรรพนามพ่อบ้านโหย่งจิ้นได้เปลี่ยนไปั้แ่ตอนอยู่เมืองหลวงในเมื่อตอนนี้นางมีแค่เขาเสมือนญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ ตำแหน่งของเขาควรเปลี่ยนไปด้วย
“คุณหนูมีอะไรหรือขอรับ”
“เลิกเรียกแบบนั้นได้แล้วเข้ามาก่อนสิ” โหย่งจิ้นอมยิ้มพอนั่งเรียบร้อยซุนเลี่ยงเฟิ่งยื่นของบางอย่างให้
“นี่คือ...”
“โอสถล้างกระดูก”
“โอสถล้างกระดูก? ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน”
“โอสถล้างกระดูกช่วยขับพิษในร่างกายปรับสมดุล รักษาอาการป่วย ช่วยให้ร่างกายกลับมาเป็อย่างที่ควรจะเป็”
“ดีขนาดนี้เลยหรือ?”โหย่งจิ้นยื่นมือไปหยิบขึ้นมาดม กลิ่นหอมอ่อน ๆ สดชื่นยิ่งนัก
“คุณหนูไม่เก็บไว้ทานเองหรือเ้าคะ”
“ส่วนของข้าเก็บไว้ทานคืนนี้ถ้ากลัวค่อยรอดูผลจากข้าดีหรือไม่?”
“เ้าค่ะ!”โหย่งจิ้นได้แต่หัวเราะออกมา เดิมทีหนิงเฉิงนิสัยร่าเริงสดใสอยู่แล้วพอถูกดุด่าบ่อยเข้าความสดใสได้เลือนหายไปจากใบหน้า พอนางไม่ถูกตี ไม่ถูกด่าไม่ได้หวาดกลัว รอยยิ้มความสดในได้หวนคืนมาอีกครั้ง
คืนนั้นซุนเลี่ยงเฟิ่งเข้าห้วงหงส์ไฟหลังจากทุกคนหลับสิ่งที่นางต้องทำในตอนนี้คือการรักษาร่างกายแม้ว่าก่อนหน้านี้ได้รับการเยียวยามาบ้างแล้ว
“ข้ารู้สึกคุ้นกับโอสถนี่ยังไงไม่รู้”
“ไม่คุ้นสิแปลกร่างกายท่านถูกเตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว แต่เพื่อความปลอดภัยท่านควรทำให้จิตใจปลอดโปร่งดีกว่า”
“มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ”
“มันไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น”ซุนเลี่ยงเฟิ่งมองยาในมือครู่หนึ่ง นางโยนเข้าปาก กลิ่นหอมอ่อน ๆคล้ายดอกมะลิลอยอบอวลทั่วโพรงปากความอบอุ่นแทรกซึมเข้าสู่เส้นประสาททุกเส้นบนร่างกายจนนางรับรู้ได้
“อ๊ะ!”สักพักความอบอุ่นเปลี่ยนเป็ความเย็นเฉียบพลันจนนางร้องออกมา ร่างอวบทรุดลงพื้นด้วยความเ็ปหงส์ไฟเดินถอยออกมาหลายก้าว
“อดทนไว้ไม่นานหรอก”ความเย็นในร่างกายพลันเปลี่ยนเป็ร้อนจัดเหมือนนางกำลังถูกเผาไหม้อยู่ชั่วอึดใจหนึ่ง
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! บางอย่างกำลังส่งเสียงแตกภายในร่างกาย ซุนเลี่ยงเฟิ่งกัดริมฝีปากแน่นดวงตาสีแดงเพลิงของหงส์ไฟกำลังจ้องมองภายในร่างกายนาง
ลูกไฟไหลเวียนไปตามเส้นประสาทจุดตันเถียนทั้งสาม จากหนึ่งลูก สองลูก เพิ่มจำนวนขึ้นไม่หยุด กระดูกเริ่มแตกไอควันสีดำถูกขับออกทุกซอกอณูของกระดูก หลังชำระล้างเสร็จสิ้น กระดูกประกอบเข้าหากันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อ๊าก!!” ซุนเลี่ยงเฟิ่งนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นเหงื่อสีดำไหลซึมออกตามขุมขนจนเอ่อหนอง กลิ่นเน่าเหม็นลอยคละคลุ้งในอากาศ
ปัง! ปัง! ปัง!
“อ๊าก!!!” มืออวบกุมศีรษะแน่นนางเจ็บจนหัวแทบะเิ แค่เพียงไม่นานเกิดเสียงดังขึ้นอีกสองครั้ง ทุกครั้งซุนเลี่ยงเฟิ่งเหมือนจะขาดใจความเ็ปยิ่งกว่าเชื้อซอมบี้ซอนไซไปทุกอณูเส้นประสาทในร่างกาย
ซุนเลี่ยงเฟิ่งสลบไปก่อนกระดูกส่วนสุดท้ายประกบเข้าหากันเสร็จสมบูรณ์ความสูงนางเพิ่มขึ้นเกือบสิบเิเ เบญจลักษณ์ทั้งห้าโดดเด่น (ผมงามเนื้องาม ฟันงาม ผิวงาม วัยงาม)
“ไฟในกายท่านยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน”หงส์ไฟอุ้มซุนเลี่ยงเฟิ่งเดินเข้าห้องน้ำ ดวงตาสีเพลิงเขากลับมาเป็ปกติ
“..หงส์ไฟ”
“ข้าอยู่นี่”ซุนเลี่ยงเฟิ่งพลิกกาย หงส์ไฟตอบรับเสียงเรียกของนางร่างสูงเดินเข้ามานั่งบนที่นอน
“ท่านไม่สบายตัวตรงไหนหรือไม่”ซุนเลี่ยงเฟิ่งส่ายหน้า
“เหมือนร่างกายไม่เหมือนเดิมรู้สึก...โล่งกว่าปกติ”
“ย่อมต้องเป็แบบนั้น”
“อือ”ซุนเลี่ยงเฟิ่งพลิกตัวซุกใบหน้าเข้ากับหมอนนุ่ม
“หิวหรือไม่”
“นิดหน่อยเ้าเป็คนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ข้าเหรอ”
“ข้าจำเป็ต้องทำท่านตัวเหม็นมาก”
“ชิ!” ซุนเลี่ยงเฟิ่งลุกจากที่นอนหงส์ไฟเดินตามหลัง นางเปิดประตูไปสู่ร้านค้าอาหารหยิบของหลายอย่างมานั่งทาน
“ข้าเริ่มฝึกได้เลยใช่ไหม”
“ท่านควรรอสักวันก่อน”
“ตกลง”ซุนเลี่ยงเฟิ่งนอนพักอยู่ในห้วงหงส์ไฟจนเกือบรุ่งเช้าค่อยหยิบของออกไปเตรียมมื้อเช้าอยู่ด้านนอก
“คุณหนู...”หนิงเฉิงเรียกเหมือนไม่แน่ใจนัก
“หือ?”
“คุณหนู!ท่านเปลี่ยนไปมากเลย”
“ดีหรือไม่ดี?”
“ดีสิเ้าค่ะท่านสวยมาก ไม่อ้วนเหมือนเมื่อก่อน หน้าก็ไม่ดำแล้ว” หนิงเฉิงเผลอพูดความในใจออกมาทั้งหมดพอรู้ตัวนางได้แต่หัวเราะแก้เขิน
“ผลของโอสถล้างกระดูกใช่หรือไม่?” โหย่งจิ้นยืนอยู่หน้ากระโจมได้เดินเข้ามาพอดีซุนเลี่ยงเฟิ่งพยักหน้า
“เปลี่ยนไปมากขนาดนี้เลยหรือดูผิวคุณหนูสิเนียนมากเลย เหมือนสูงขึ้นด้วยเ้าค่ะ” หนิงเฉิงหันไปบอกโหย่งจิ้น
“ตอนโอสถออกฤทธิ์ค่อนข้างเ็ปเล็กน้อยต้องทนให้ได้ด้วย”
‘เล็กน้อย?’ เสียงหงส์ไฟดังเข้ามาในหัว
“ทานมื้อเช้าก่อนค่อยทานโอสถข้าทำเสร็จแล้ว” หนิงเฉิงเหมือนจะตื่นเต้นกว่าปกติ โหย่งจิ้นส่ายหัวเหนื่อยหน่ายพูดกันตามตรงแล้วหนิงเฉิงคนนี้ร่าเริงกว่าเมื่อก่อนหลายเท่าทีเดียว
ซุนเลี่ยงเฟิ่งยืนดูทั้งสองหลังทานโอสถล้างกระดูกเข้าไปนางกลัวพวกเขาทนความเ็ปไม่ได้จนอาจเกิดอันตรายถึงชีวิต
‘พวกเขาไม่เป็อะไรแน่น่ะ’
‘อาจเจ็บมากหน่อยแต่ไม่มีใครถึงตายแน่นอน’
“อ๊าก!!” โหย่งจิ้นหนิงเฉิงทรุดลงกับพื้น ร้องเสียงดังก้องป่า สกุณาทั้งหลายแตกหือ
“อดทนหน่อย!”นางะโแข่งกับเสียงร้องของพวกเขา ร่างกายบิดเบี้ยวทำให้ซุนเลี่ยงเฟิ่งใจหาย
“ข้าเป็แบบนั้นเหรอ?”
‘ยิ่งกว่านั้น’ นางกลืนน้ำลายลงคอ นานกว่าครึ่งชั่วโมงกว่าพวกเขาจะสงบลงซุนเลี่ยงเฟิ่งพาร่างสลบไม่ได้สตินั่งแช่อยู่ข้างลำธารไม่ใช่แค่กลิ่นเหม็นลอยคละคลุ้ง น้ำที่ไหลผ่านยังชำระล้างเหมือกดำบนตัวพวกเขาออกไปด้วย
“...คุณหนู”
“รู้สึกเป็อย่างไรบ้าง”ซุนเลี่ยงเฟิ่งยื่นกระจกให้เขา โหย่งจิ้นเบิกตากว้าง
“..นะ..นี่คือข้าหรือขอรับ!”เขาเผลอพูดคำคุ้นเคยออกมา ใบหน้าสะท้อนในกระจกไม่ใช่ชายชราวัย 70 เสียหน่อย ใบหน้ารูปร่างเหมือนเขาตอนอายุ 40 ไม่มีผิดเพี้ยน แถมเส้นผมยังเปลี่ยนเป็สีดำเงางามอีก
“สุดยอด...”โหย่งจิ้นอดพูดคำเดียวกับหนิงเฉิงไม่ได้
“สุดยอดจริงๆ นั้นแหละ”
“หนิงเฉิงล่ะนางเป็อย่างไรบ้าง”
“ยังนอนหลับอยู่คงเพราะร่างกายนางไม่ได้ฝึกวรยุทธเหมือนท่าน พูดถึงเื่นี้ ข้าอยากให้ท่านช่วยสอนวรยุทธให้นางได้หรือไม่?”โหย่งจิ้นวางกระจกลง
“พวกเราคงใช้เวลาเดินทางอีกนานระหว่างทางไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยข้าอยากให้นางสามารถป้องกันตัวได้”
“คุณหนูอยากฝึกด้วยหรือไม่?”
“ข้ามีคนสอนแล้ว”โหย่งจิ้นพยักหน้าไม่ถามต่อ
ซุนเลี่ยงเฟิ่งตัดสินใจพักอยู่ต่ออีกเกือบสิบวันเพื่อให้พวกเขาได้ชินกับร่างกาย ในวันที่ห้าโหย่งจิ้นเริ่มฝึกหนิงเฉิงบางครั้งซุนเลี่ยงเฟิ่งมาร่วมฝึกด้วย ร่างกายหนิงเฉิงเปลี่ยนไปจากเดิมพอสมควรแม้ใบหน้านางไม่งดงามโดดเด่นสะดุดตาแต่มีเสน่ห์น่ามองไม่รู้สึกเบื่อผิวพรรณละเอียด ความสูงนางยังเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ดูแล้วงดงามกว่าคุณหนูในห้องหอเสียอีก
[เมืองซันซี]
“เมื่อไหร่ถึงจะยอมแต่งงานสักทีนี่ก็หมั้นมาครบปีแล้ว” หลิวหลวนจ้างบิดาหลิวห้าวเหลียงหลิวห้าวจิ่งถามในเย็นวันหนึ่งหลังจากกลับมาจากร้านผ้า
“ข้ายังไม่พร้อม”หลิวห้าวเหลียงบอกเขา
“เพราะอะไร”
“.....”
“หรือพวกเ้ายังลืมคุณหนูซุนไม่ได้”
“ทำไมถึงลากนางมาเกี่ยวข้องขอรับ”หลิวห้าวจิ่งถามบิดา
“มันมีเหตุผลอื่นที่พวกเ้าไม่อยากแต่งงานด้วยหรือถ้าไม่ใช่เื่นี้”
“ท่านพ่อ...ท่านคิดว่าคนที่กล้าลงมือทำร้ายคนอื่นจนเกือบเสียชีวิตเหมาะกับตระกูลหลิวของเราหรือขอรับ”หลิวห้าวเหลียงสบตาบิดา หลิวหลวนจ้างเงียบ เื่ทุกอย่างเขารู้ดีไม่ต่างจากลูกชายทางฝ่ายซุนเลี่ยงเฟิ่งเองไม่ได้ติดใจเอาเื่ เขาจึงหลับตาข้างหนึ่งเพื่อไม่ให้เป็เื่ใหญ่
“ไม่ใช่แค่ท่านย่าพวกเ้าเร่งรัดมาทางฝ่ายนั้นเร่งมาเหมือนกัน ปีนี้พวกเ้าอายุ 24 แล้วคุณชายบ้านอื่นมีลูกโตกันหมดแล้ว”
“ตอบข้ามาตามความจริงพวกเ้าสองคนหลงรักซุนเลี่ยงเฟิ่งแล้วใช่หรือไม่”
“......”
“ป่านนี้แล้วนางยังไม่กลับมาไม่คิดว่านางแต่งงานมีคนอื่นไปแล้วหรือ?” หลิวหลวนจ้างเข้าใจลูกชายดี หากไม่ติดที่นางใช้วิธีผิดๆ เพื่อให้ได้แต่งงาน ซุนเลี่ยงเฟิ่งคือภรรยาที่ดีคนหนึ่งแม้ว่านางจะโง่เขลาก็ตาม