หลี่เสวียนรู้สึกเบื่อหน่าย จึงหลับตาลงแล้วเริ่มโคจรลมปราณ ฝึกฝนวิชาเทพไร้เทียมทาน
ส่วนโจวเหวินควบคุมตัวละครสีเลือดบุกสังหารไปยังที่อยู่ของมดบินปีกเงิน
แม้ว่าเขาจะมีประสบการณ์ในการสังหารแม่ทัพโครงกระดูกที่เป็นสิ่งมีชีวิตระดับตำนานแล้ว แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมดบินปีกเงิน เขาก็ยังรู้สึกว่าพลังของตัวเองไม่มากพอ แค่ไม่กี่กระบวนท่าก็ถูกมันสังหารแล้ว
“มดบินปีกเงินดูจะรับมือยากกว่าแม่ทัพโครงกระดูก มันรวดเร็วกว่า แถมยังบินได้ ไม่ถูกจำกัดด้วยม้ากระดูก” โจวเหวินขมวดคิ้วเล็กน้อย เดิมทีเขาคิดว่าที่ผ่านมาตัวเองได้พัฒนาขึ้นมาก น่าจะพอรับมือมดบินปีกเงินได้บ้าง แต่สุดท้ายยังคงห่างชั้นกันมาก
“ถ้าฟักไข่สัตว์เลี้ยงคู่หูของแม่ทัพโครงกระดูกได้ และอาศัยพลังของแม่ทัพโครงกระดูกต่อสู้กับมดบินปีกเงิน ก็คงมีโอกาสสังหารมันสำเร็จ แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่มีวิชาเทพไร้เทียมทาน การจะฟักไข่สัตว์เลี้ยงคู่หูระดับตำนานในตอนที่ฉันยังแค่ระดับธรรมดา ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้” โจวเหวินคิดไปคิดมา สุดท้ายทางเลือกเดียวของเขาก็คือประสานหมัดหนึ่งนิ้วเข้ากับหมัดเฮอร์คิวลิส
ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ในรถเลยฝึกหมัดไม่ได้ ส่วนเกมก็เล่นถึงขีดจำกัด จนยากเกินจะผ่านต่อไปได้แล้ว ถึงเล่นต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่จะสิ้นเปลืองเลือดตัวเองเปล่า ๆ
เมื่อเห็นหลี่เสวียนเข้าสู่สภาวะฝึกฝน ส่วนคนขับรถที่อยู่ข้างหน้าก็ไม่สามารถมองเห็นด้านหลัง โจวเหวินจึงหยิบคัมภีร์สะกดเซียนออกมา เตรียมอ่านเนื้อหาข้างในอีกสักรอบ
คัมภีร์เล่มนี้มีอำนาจในการสะกดจิตใจ แม้แต่ผู้แข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวอย่างจิ่งเต้าเซียน ก็ยากจะอ่านมันจบโดยที่ไม่เสียสมาธิ
แต่โจวเหวินแตกต่างออกไป อดีตครูใหญ่ของโรงเรียนมัธยมกุยเต๋อเคยบอกว่า ไม่ว่าโจวเหวินจะทำอะไร ขอแค่เขาตั้งใจจะทำก็จะจดจ่อกับสิ่งนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ นี่เองคือเหตุผลที่เขาเรียนรู้ได้ดีและฝึกฝนได้เร็วกว่าใคร
ตอนนี้โจวเหวินตั้งสมาธิเต็มที่ อ่านคัมภีร์สะกดเซียนอย่างแน่วแน่ ตัวอักษรในคัมภีร์สะกดเซียนที่มีพลังชักนำจิตใจให้ไขว้เขวกลับไม่มีผลต่อเขาแม้แต่น้อย
โจวเหวินมีแค่เป้าหมายเดียวคืออ่านเนื้อหาของคัมภีร์สะกดเซียนให้จบ สมองของเขาไม่เหลือพื้นที่สำหรับให้ความคิดอื่นแทรกเข้ามาเพิ่ม ถึงแม้ตัวอักษรในคัมภีร์สะกดเซียนจะมีพลังล่อลวงแม้กระทั่งเทพเซียน แต่ก็ยังไม่สามารถสั่นคลอนจิตใจของโจวเหวิน
คัมภีร์สะกดเซียนที่ไม่เคยมีใครอ่านครบตั้งแต่ต้นจนจบ ถูกโจวเหวินอ่านทีละคำทีละบรรทัด โดยที่ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น เขาจดจ่ออยู่กับการอ่านอย่างสมบูรณ์ พลิกไปทีละหน้าจนอ่านคัมภีร์สะกดเซียนจบทั้งเล่ม
มนุษย์ทุกคนล้วนมีอารมณ์และแรงปรารถนา จึงได้ถูกสิ่งต่าง ๆ ล่อลวง แม้แต่พุทธองค์ยังยากจะทำจิตให้คงมั่น ไม่ใช่ว่าโลกนี้ไม่มีคนที่สามารถอ่านคัมภีร์สะกดเซียนจนจบ เพียงแต่มีจำนวนน้อยจนนับได้
คนที่ตั้งใจทำสิ่งหนึ่งอย่างแน่วแน่ไม่ว่อกแว่กได้เหมือนโจวเหวิน พูดได้ว่าหาจากทั้งสหพันธ์โลกไม่ได้อีกแล้ว แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับมหากาพย์ที่พลังเหนือกว่าโจวเหวิน ก็ไม่สามารถทำให้จิตใจไร้สิ่งรบกวนอย่างสมบูรณ์
แม้แต่เทพเซียนบนสวรรค์ยังถูกล่อลวงได้ นี่จึงเป็นหนึ่งในที่มาของชื่อคัมภีร์สะกดเซียน
ครั้งนี้โจวเหวินอ่านตั้งแต่ต้นจนจบโดยที่ไม่ถูกพลังของตัวอักษรครอบงำ คัมภีร์สะกดเซียนที่ไม่เคยมีใครอ่านจบ ในที่สุดก็ปรากฏต่อสายตาของโจวเหวินอย่างสมบูรณ์
เมื่อโจวเหวินอ่านจนถึงอักษรตัวสุดท้ายก็ตัวสั่นทันที ลมปราณในตัวเขาเริ่มโคจรขึ้นมาเองตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้
ฌานวิบากที่โจวเหวินฝึกมานานหลายปี โดยปกติถ้ามันโคจรขึ้นมาเอง ก็ควรจะไหลเวียนตามเส้นทางของฌานวิบาก แต่การโคจรลมปราณในครั้งนี้ กลับไหลเวียนไปตามเส้นทางที่โจวเหวินไม่เคยพบเจออย่างน่าประหลาด มันแทบจะไหลเวียนไปทั่วร่างกายของเขา และโคจรอยู่ข้างในอย่างต่อเนื่อง
ตามที่โจวเหวินรับรู้ พลังลมปราณทุกชนิดควรต้องมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดเสมอ
ตัวอย่างเช่นฌานวิบาก จุดเริ่มต้นของฌานวิบากอยู่ที่จุดชี่ไห่บริเวณตันเถียนล่าง เมื่อลมปราณออกจากจุดชี่ไห่ หลังจากไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณทั่วร่างกายแล้ว สุดท้ายก็จะกลับไปยังจุดชี่ไห่ ซึ่งจุดชี่ไห่ก็คือตำแหน่งเก็บลมปราณ
พลังลมปราณส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ ถึงแม้พลังลมปราณพิเศษบางชนิดจะเปิดจุดชี่ไห้ในตำแหน่งที่แปลกประหลาด หรือมีจุดชี่ไห่มากกว่าหนึ่งจุด แต่สุดท้ายก็ต้องมีจุดรวมลมปราณ
แต่สภาวะร่างกายของโจวเหวินในตอนนี้กลับค่อนข้างแปลกประหลาด ลมปราณในตัวเขาไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง วนเวียนไม่สิ้นสุดโดยที่รวบรวมกันไม่ได้ ทำให้จุดที่ลมปราณคงอยู่นั้นราวกับรถไฟที่แล่นอยู่บนรางวงกลม โดยที่ไม่มีวันหยุดลง
โจวเหวินตกใจเล็กน้อย เขาลองโคจรฌานวิบาก เพื่อดึงลมปราณที่เสียการควบคุมกลับสู่เส้นทางที่ควรจะเป็น แต่ไม่นานเขาก็พบว่า ฌานวิบากที่เขาฝึกมานานหลายปีกลับไม่ทำงานเลย ลมปราณเหล่านั้นไม่ยอมตอบสนองต่อการควบคุมของเขา
ถึงอย่างนั้นโจวเหวินก็ไม่ได้ตื่นตระหนก เขาสังเกตเส้นทางโคจรของลมปราณในร่างกายอย่างละเอียด ไม่นานก็พบว่ามันตรงกับเส้นทางการโคจรของคัมภีร์สะกดเซียน
“เอ๋ ฉันยังจำคัมภีร์สะกดเซียนได้อยู่เหรอ” เมื่อโจวเหวินนึกถึงคัมภีร์สะกดเซียนก็ตกใจทันที เพราะเขาเลิกจดจ่อกับมันแล้ว แต่ตอนนี้กลับยังจำเนื้อหาได้อย่างชัดเจน สามารถนึกอักษรทุกตัวในคัมภีร์สะกดเซียนโดยที่ไม่ได้ลืมเหมือนก่อนหน้านี้
ถ้าจิ่งเต้าเซียนที่จิตใจคับแคบรู้ว่าโจวเหวินไม่เพียงอ่านคัมภีร์สะกดเซียนจบได้โดยที่ไม่ตาย แต่ยังเข้าใจเบื้องต้นของคัมภีร์สะกดเซียนแล้ว เขาคงโกรธจนกระอักเลือด
ในเมื่อทำให้ลมปราณหยุดโคจรไม่ได้ โจวเหวินก็ทำได้แค่เสี่ยงฝึกฝนคัมภีร์สะกดเซียน ทันทีที่เขาเริ่มฝึกฝนคัมภีร์สะกดเซียน ลมปราณในร่างกายก็ไหลเวียนอย่างรุนแรง ราวกับตอบสนองต่อคัมภีร์สะกดเซียน
เดิมทีโจวเหวินแค่อยากอ่านคัมภีร์สะกดเซียนให้จบสักครั้ง ใครจะคิดว่าหลังจากอ่านจบ กลับฝึกคัมภีร์สะกดเซียนสำเร็จโดยไม่ตั้งใจ ไม่รู้ว่านี่เป็นความโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่
ขณะที่โจวเหวินเข้าสู่สภาวะการฝึก ก็ไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่า แผ่นโลหะสีม่วงทั้งสิบสามแผ่นนั้น ค่อย ๆ สลายกลายเป็นฝุ่น และเลือนหายไปในอากาศหลังจากเขาเริ่มโคจรคัมภีร์สะกดเซียน
หลังจากโจวเหวินฝึกคัมภีร์สะกดเซียน ก็พบจุดแปลกประหลาดมากมาย คัมภีร์สะกดเซียนไม่มีแนวคิดเรื่องจุดชี่ไห่ ลมปราณไหลเวียนอยู่ในร่างกายไม่หยุดหย่อน ราวกับเลือดที่ไหลเวียนทั่วร่างกายอย่างไม่มีวันหยุดนิ่ง
ตอนที่โจวเหวินโคจรคัมภีร์สะกดเซียน ก็ทำได้แค่ควบคุมความเร็วในการไหลเวียนลมปราณ แต่ยังไม่สามารถทำให้ลมปราณหยุดลง
ต่อให้โจวเหวินไม่โคจรคัมภีร์สะกดเซียน ลมปราณก็ยังคงไหลเวียนไปตามเส้นทางของคัมภีร์สะกดเซียนอย่างช้า ๆ
ด้วยการโคจรของคัมภีร์สะกดเซียน โจวเหวินก็รู้สึกร่างกายเบาหวิวขึ้นทันที คล้ายว่าพันธนาการที่เคยจองจำตัวเขาถูกปลดออก ทำให้รู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูก
แต่นอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรผิดแปลกแล้ว เขาไม่ได้เลื่อนสู่ระดับตำนาน คัมภีร์สะกดเซียนยังคงโคจรไปเองอย่างช้า ๆ
โจวเหวินพบว่าตัวเองฝึกฝนคัมภีร์สะกดเซียนโดยที่ไม่ได้ตั้งใจเลย เมื่อลืมตาขยับร่างกาย ลมปราณก็ยังคงไหลเวียนด้วยตัวเอง โดยที่การเคลื่อนไหวของโจวเหวินไม่ได้ส่งผลกระทบต่อมันแม้แต่น้อย
“ดูท่าครั้งนี้ต่อให้ไม่อยากฝึกก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วสินะ” โจวเหวินถอนหายใจ ไม่รู้ว่าการฝึกคัมภีร์สะกดเซียนเป็นพรหรือเป็นภัยกันแน่
คัมภีร์สะกดเซียนไม่จำเป็นต้องฝึกฝนโดยตั้งใจ และเมื่อไม่มีเรื่องอื่นให้ทำ โจวเหวินจึงหยิบโทรศัพท์ปริศนาออกมา ใช้เข็มที่ซ่อนอยู่ในแขวนเจาะปลายนิ้ว แล้วหยดเลือดลงบนหน้าจอ
ครั้งนี้โจวเหวินไม่ได้รีบเข้าสู่ดันเจี้ยนในเกมทันที แต่ไปดูข้อมูลภายในเกมก่อน
โจวเหวิน อายุ 16 ปี
ระดับชีวิต : ธรรมดา
พลัง : 10
ความเร็ว : 10
ร่างกาย : 10
ลมปราณ : 10
พลังลมปราณ : ‘ฌานวิบาก’
สกิล : หมัดเฮอร์คิวลิส ฝ่ามือโครงกระดูก
สัตว์เลี้ยงคู่หู : มดแกร่งกลายพันธุ์ ระดับธรรมดา