ชีเยวี่ยหลุดเข้าไปในมิติโดยไม่รู้ตัว
หลังจากที่แน่ใจว่าตัวเองได้กลับชาติมาเกิดใหม่แล้วจริงๆ ชีเยวี่ยที่เพิ่งออกมาจากมิติจึงนั่งบนเตียงคิดวางแผนชีวิตให้ตัวเอง
ได้เกิดใหม่ทั้งที เธอต้องเปลี่ยนโชคชะตาและทำตามความฝันที่ไม่ได้ทำในชาติที่แล้วให้สำเร็จนั่นคือการเข้ามหาวิทยาลัย!
ตอนนี้ต้นเดือนเก้า เดือนสิบสองจะเป็่สอบเข้ามหาวิทยาลัยมีเวลาเตรียมตัวสั้นๆ เพียงแค่สามเดือนเท่านั้น
ชาติที่แล้วหลังจากที่เธอตายไปก็กลายเป็ิญญาเร่ร่อนมานานหลายสิบปีประสบการณ์ชีวิตเพิ่มขึ้น แต่ความรู้ล้วนส่งคืนอาจารย์ไปหมดสิ้น
การสอบเข้ามหาวิทยาลัยจึงเป็เื่ยาก จำเป็ต้องทบทวนบทเรียนล่วงหน้า
ในมิติของเธอมีหนังสือชุด 《เรียนรู้คณิตศาสตร์ฟิสิกส์ เคมีด้วยตัวเอง》อยู่หนึ่งชุด
นี่เป็ปีที่สองหลังจากการสอบเข้ามหาวิทยาลัยกลับมาเปิดอีกครั้งพวกพี่ชายของเธอต่อแถวกันทั้งคืนเพื่อแย่งซื้อหนังสือชุดนี้จากร้านหนังสือมาให้
แต่คนบ้านจวงไม่ให้เธอเรียนหนังสือ บอกว่าเธอทำตัวไม่สมกับที่เป็กุลสตรี
เธอจึงได้แต่แอบร้องไห้และเก็บหนังสือไว้อย่างระมัดระวัง
ทว่าหนังสือชุดนี้ยังไม่ถึงเวลาตีพิมพ์ จึงยังนำออกมาให้ใครเห็นไม่ได้
ชาติที่แล้วเคยได้ยินว่ามีคนเจอหนังสือชุด《เรียนรู้คณิตศาสตร์ฟิสิกส์ เคมีด้วยตัวเอง》นี้ที่ร้านรับซื้อของเก่าในเมือง พรุ่งนี้ต้องเข้าเมืองไปดูหน่อยเสียแล้ว…
ขณะกำลังคิดเพลินๆ ชีเยวี่ยก็ได้ยินเสียงย่าเฒ่าหานเรียกกินข้าวเธอจึงรีบลุกจากเตียงรีบสวมรองเท้าแล้วออกไป
ในลานบ้าน เมื่อคนในบ้านเห็นชีเยวี่ย ต่างก็แสดงสีหน้าเป็ห่วง
ชีเยวี่ยรับรู้ถึงความห่วงใยของคนในครอบครัว น้ำตาก็คลอหน่วยขึ้นมา
เมื่อเห็นชีเยวี่ยเสียใจ ซย่าซิ่วเหอและหยางชุนจือพี่สะใภ้ทั้งสองก็รู้สึกเสียดายที่วันนี้ตบหน้าตู้ฉาเบาไป
“ดูสิ ชีเยวี่ยเสียใจขนาดนี้ วันนี้พวกเราน่าจะตบมันให้หนักกว่าเดิม!”หยางชุนจือพูดกับน้องสะใภ้ด้วยเสียงเบา
“ชีเยวี่ยเอ๋ย ทำไมถึงช่างอาภัพขนาดนี้กันนะ!” ซย่าซิ่วเหอเอ่ยขึ้น
“อาเยวี่ย เป็อะไรไป? ไม่สบายหรือ?” ลูกชายคนรองบ้านหานหานจิ่งเซี่ยว พ่อของชีเยวี่ยถามลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน
“ไม่เป็ไรค่ะพ่อ หนูสบายดี! หนูแค่คิดถึงทุกคนก็เท่านั้นค่ะ”
เธอคิดถึงครอบครัวจริงๆ!
“เจอกันอยู่ทุกวี่วัน จะคิดถึงอะไรอีกล่ะ!” หานจิ่งเซี่ยวพูดด้วยท่าทีซื่อๆว่าา “ลูกขี้อ้อนขึ้นทุกวันแล้ว!”
“บ้านเรามีเด็กผู้หญิงแค่คนเดียว ก็ต้องตามใจเสียหน่อย”ลุงใหญ่หานจิ่งจง พูดพลางรินน้ำยกขึ้นดื่มอึกใหญ่
ย่าเฒ่าหานถือชามและตะเกียบออกมา พลางกล่าวว่า“มากินข้าวกันเร็ว!”
อาหารเย็นได้ถูกจัดวางไว้ใต้ต้นสาลี่เก่าแก่ ต้นสาลี่เก่าแก่ของบ้านหานต้นนี้มีลำต้นสูงใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาหนาแน่นลูกสาลี่เนื้อละเอียด หวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย เป็ผลไม้ที่ชีเยวี่ยชอบที่สุด ตอนนี้ลูกสาลี่ไม่สุกดีต้องรอ่เทศกาลไหว้พระจันทร์ถึงจะสุกเต็มที่
ใต้ต้นสาลี่เก่า บนโต๊ะไม้เก่าที่ผุกร่อน มีชามดินเผาใบใหญ่บรรจุโจ๊กผักป่าอยู่นั่นคืออาหารเย็นในวันนี้
ผักป่าที่สับละเอียด ผสมกับธัญพืชที่ทำให้ข้นขึ้นมาเล็กน้อยดูแล้วช่างไม่มีสารอาหารเอาเสียเลย
บ้านสกุลหานมีฐานะยากจนข้นแค้น ลูกชายหกคนกำลังรอแต่งงานจึงต้องประหยัดทุกอย่างจนแทบจะแคะขี้ฟันกิน
หนึ่งวันกินโจ๊กผักป่าสามมื้อแค่พอประทังชีพ และการขาดสารอาหารเรื้อรังนี่เองที่ทำให้ทุกคนผอมแห้งแรงน้อย
หานชีเยวี่ยแอบคิดในใจ ต้องทำให้ทุกคนในบ้านกินอิ่มกินดีให้ได้
ย่าหานเป็ผู้าุโจึงตักโจ๊กก่อน จากนั้นคนอื่นๆค่อยตักโจ๊กใส่ชามของตัวเอง
ทุกคนล้วนทำงานใช้แรงงานหนักมาทั้งวัน ท้องร้องโครกครากไปหมด
โจ๊กผักป่ารสชาติไม่ได้ดีนัก แต่กินแล้วทำให้อุ่นสบายท้องตอนนอน
หยางชุนจือยิ้มหวาน ตักโจ๊กผักป่าเต็มชามส่งให้ชีเยวี่ย
หานชีเยวี่ยกินซาลาเปาในมิติมาแล้ว เธอจึงอิ่มมาก
เธอได้แบ่งโจ๊กในชามของตัวเองให้แม่และป้าสะใภ้เหลือไว้ในชามตัวเองเล็กน้อย แสร้งกินพอเป็พิธี
“ชีเยวี่ย หนูกินเถอะ ไม่ต้องสนใจฉันกับแม่ของเธอหรอก”หยางชุนจือรีบปฏิเสธ
“อาเยวี่ย พ่อแบ่งให้แม่แล้ว ลูกกินเองเถอะ” หานจิ่งเซี่ยวพูดย้ำกับลูกสาว
“ป้าคะ แม่คะ พวกท่านกินเยอะๆ เถอะค่ะ วันนี้หนูไม่ค่อยหิว”
ย่าเฒ่าหานมองชีเยวี่ยด้วยความสงสาร
“ย่าต้มไข่ไว้สองฟอง เดี๋ยวย่าค่อยเอามาให้หนูกินนะส่วนโจ๊กพวกเธอแบ่งกันกินเถอะ!”
ชีเยวี่ยได้ยินว่าคุณย่าต้มไข่ให้ ในใจก็ยิ่งรู้สึกไม่ดี
ฐานะทางบ้านเป็ยังไงทำไมเธอจะไม่รู้?
ชีเยวี่ยนึกบางอย่างขึ้นได้จึงรีบวิ่งเข้าห้อง จากนั้นก็รีบร้อนวิ่งออกไปนอกบ้านอย่างรวดเร็ว
คนในบ้านยังไม่ทันตั้งตัว พอรู้สึกตัวจะวิ่งตามชีเยวี่ยก็กลับเข้ามาในลานบ้านเสียแล้ว
ในมือเธอถือตะกร้าใบใหญ่ ้าปิดด้วยหญ้ากองหนึ่ง
“นี่อะไรเหรอ?” ซย่าซิ่วเหอถามด้วยสงสัยความอยากรู้
“แม่คะ เมื่อเช้านี้้หนูไปเก็บเห็ดกับไข่นกกระทามาจากบนเขาค่ะตอนกลับเจอคนงานเยอะ หนูเลยเอาซ่อนไว้ก่อน”
ชีเยวี่ยดึงหญ้าที่ปิดตะกร้าออก ก็เห็นเห็ดกับไข่นกกระทาเต็มตะกร้าจริงๆ
คนในบ้านถึงกับมองหน้ากัน
บนเขามีของดีแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่?
ฝนก็ไม่ตกมาหลายวันแล้ว เห็ดยังขึ้นเยอะขนาดนี้ได้อีกเหรอ?
“ชีเยวี่ย นี่เธอไปขโมยรังนกมาหรือเปล่า?” หานลู่หยางมองไข่นกกระทาแล้วกลับมามองหน้าชีเยวี่ยถามด้วยความตื่นเต้น
หานชีเยวี่ยได้ยินคำพูดของพี่หกก็ะเิเสียงหัวเราะออกมา
“โชคดีน่ะ บังเอิญไปเจอมาพอดีค่ะ!”
ของพวกนี้เธอนำออกมาจากภายในมิติ บนชั้นวางสินค้ามีทั้งเห็ดป่าและไข่นกกระทาอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
คนในบ้านไม่ได้สงสัยอะไรมาก เพียงแค่คิดว่าชีเยวี่ยโชคดีจริงๆ
“นี่มันของดี เดี๋ยวพรุ่งนี้ย่าจะต้มให้หลานกินนะ”ย่าหานมองไข่นกกระทาด้วยความดีอกดีใจ
ตอนนี้การควบคุมปริมาณอาหารจากรัฐเข้มงวดมาก คนสามคนต่อไก่หนึ่งตัวบ้านสกุลหานเลี้ยงไก่สี่ตัว น้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู ล้วนต้องพึ่งพาไก่ทั้งสิ้น
พวกเขาจึงทำใจกินไข่ไก่ไม่ลงเลย
“ย่าคะ ทำเป็น้ำแกงไข่น้ำให้ทุกคนได้กินด้วยกันเถอะค่ะ”ชีเยวี่ยได้เสนอความเห็นขึ้นมา
ย่าเฒ่าหานทำหน้าเสียดาย
ถ้าทำเป็น้ำแกงไข่น้ำ แค่คนละคำก็หมดแล้ว
ชีเยวี่ยเข้าใจความคิดของย่าหานดี
“คุณย่าคะ อีกสองวันหนูจะไปบนเขากับพี่ๆ หานกกระทามาเลี้ยงเพิ่มเราจะได้มีไข่นกกระทากินไม่อั้นดีไหมคะ”
เลี้ยงนกกระทาหรือ?
ย่าเฒ่าหานใ
แบบนั้นจะโดนแจ้งหรือเปล่า?
“ชีเยวี่ย ทำแบบนั้นไม่ได้นะ ถ้าคนอื่นรู้เข้า บ้านเราจะแย่เอา”
“คุณย่าคะ ถ้ามีคนเห็น เราก็บอกไปว่ามันบินเข้ามาในบ้านเองเราก็เลยจะจับมาย่างกินค่ะ”
การจับนกมาย่างกินไม่ใช่เื่แปลก เด็กผู้ชายในหมู่บ้านก็เคยทำกัน
“ดีเลย!”
“คุณย่าคะ พอเลี้ยงจนโตแล้ว ไปบอกผู้นำชุมชน ให้ทุกคนมาเลี้ยงด้วยกันเป็อย่างไรคะ”
เื่ร่ำรวยมั่งคั่งแบบนี้ ถึงจะพยายามปิดเงียบแต่ถ้ารวยอยู่บ้านเดียว คนอื่นต้องไม่พอใจแน่ๆ
ไม่สู้พาทุกคนรวยไปด้วยกันเลย
ปีนี้กับสองปีก่อน บรรยากาศต่างกันลิบลับ เพียงแต่ที่นี่ห่างไกลและล้าหลังมากข้อมูลข่าวสารมาไม่ค่อยถึง
แต่ถ้าผู้นำชุมชนไปสืบข่าวสอบถามมา ก็น่าจะตอบตกลง
หลังจากมื้ออาหารเย็นชีเยวี่ยได้กลับเข้าห้อง ปิดประตูเรียบร้อยแล้วจึงเข้าไปในมิติ
พรุ่งนี้เธอต้องเข้าเมืองหาหนังสือและหาเงิน
เนื้อ พร้อมแล้ว!
ไปตลาดมืดหรือตลาดเนื้อดีกว่า ภายในมิติมีเนื้อเยอะมากแค่เนื้อหมูอย่างเดียวก็เต็มตู้ไปหลายตู้แล้ว
เนื้อแกะ เนื้อไก่ เนื้อวัว ก็มีเก็บไว้ไม่น้อยส่วนใหญ่ขายออกไปแล้ว ส่วนที่ยังเหลืออยู่ต่อให้คนในบ้านกินเท่าไรก็ไม่หมด
ไข่ไก่ ก็พร้อมแล้วเหมือนกัน!
ในตู้มีไข่ไก่วางอยู่เต็ม กะปริมาณด้วยสายคาคร่าวๆแล้ว คาดว่าไม่ถึงหมื่น อย่างต่ำก็แปดพันฟอง
ผลไม้สด เตรียมไว้สักหน่อยแล้วกัน
ผลไม้มีราคาแพงแต่เอาออกมาได้ไม่มาก และต้องเป็ผลไม้ที่ปลูกในท้องถิ่นเท่านั้นด้วย
ชีเยวี่ยคัดแยกสินค้าที่จะขายในวันพรุ่งนี้ออกมาทีละอย่าง
จากนั้นเธอก็เตรียมน้ำตาลทรายแดงสามเหลี่ยง [1]แป้งธัญพืชสิบจิน [2] ข้าวฟ่างสิบจิน ข้าวสารสิบจิน แป้งสาลีสิบจิน เนื้อหมูหกจิน และกระดูกใหญ่สองชิ้นเพื่อเอาไปเติมให้ที่บ้าน
หลังจากเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ชีเยวี่ยก็ปวดเมื่อยไปทั้งตัวหลังจากอาบน้ำภายในมิติเรียบร้อยแล้วจึงกลับมาที่ห้องของตัวเองแล้วเข้านอน
[1] เหลี่ยง (两 liǎng) เป็หน่วยวัดน้ำหนักแบบดั้งเดิมของจีนโดยจะแตกต่างกันไปในแต่ละยุคสมัย ในประเทศจีนสมัยใหม่ 1 เหลี่ยงเท่ากับ 50 กรัม ชีเยวี่ยเตรียมน้ำตาลทรายไว้แดงสามเหลี่ยง เตรียมน้ำตาลทราแดงไว้ประมาณ 150 กรัม
[2] จิน (斤) เป็หน่วยสำหรับวัดน้ำหนักอย่างหนึ่งของจีน1 จินจะมีน้ำหนักประมาณ 500 กรัม