คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    ปรับทีมใหม่กับสหายที่เหลือ

    ติ๊ง!

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]

    [ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 12 เมษายน]

     

    วูบ...

    ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากจากก้นบึ้งของมหาสมุทรอันหนาวเหน็บเข้าปะทะร่างอย่างรุนแรง

    อคินสะดุ้งเฮือก ลมหายใจแรกของวันอัดแน่นเข้าปอดจนเจ็บหน้าอก 

    เสียงนกหวีดเรียกรวมพลของทหารเรือดังแว่วมาจากลานฝึก 

    อคินกวาดสายตาไปรอบเต็นท์ ความทรงจำเรื่องการปะทะกับเสือดาวเมื่อคืนยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อนาทีที่แล้ว

    "ตื่นแล้วเหรอคะ... อคิน"

    เสียงหวานใสแต่เรียบนิ่งดังขึ้นในหัวของเขาโดยตรง

    บัวลอย แมวสามสีนั่งอยู่บนลังกระสุน จ้องมองเขาด้วยดวงตาสีมรกต 

    ขณะที่เจ้าโบ้ สุนัขหลังอานลุกขึ้นนั่ง ลิ้นห้อยด้วยความดีใจ หางของมันกวาดพื้นไปมาจนฝุ่นฟุ้ง

    "ส้มซ่า กับปลาเผาล่ะ?" 

    อคินถามขึ้นเมื่อไม่เห็นเงาของสมาชิกตัวป่วนอีกสองตัว

    "พวกเขายังไม่กลับมาเลยค่ะ"

    บัวลอยตอบ สีหน้าของแมวสาวดูมีความกังวลเจือปน

    "เห็นว่าออกไปทำธุระในตัวเมืองหัวใจพฤกษาตั้งแต่เช้า ตั้งใจว่าจะกลับมาให้ทันรถเสบียงรอบห้าโมงเย็นเพื่อบอกลาอคิน... แต่นี่ทุ่มกว่าแล้วก็ยังไม่เห็นวี่แวว"

    "รถรอบห้าโมงเย็นกลับมาแล้วเหรอ?" 

    อคินถามย้ำ

    "ค่ะ... รถกลับมาแล้วแต่พวกเขาไม่ได้มาด้วย" 

    บัวลอยพยักหน้า 

    "อ้อ...มีทหารมาแจ้งไว้ว่า ถ้าอคินตื่นแล้วให้ไปที่เต็นท์บัญชาการด่วน เรื่องพื้นที่เขตอันตราย"

    "โอเค งั้นเดี๋ยวฉันรีบไป เดี๋ยวพวกนั้นกลับมาไม่เจอ"

    เขาคว้าดาบที่วางพิงเสาเต็นท์มาคาดเอว เดินแหวกผ้าใบออกไปสู่โลกภายนอก 

    บรรยากาศยามค่ำคืนของฐานทัพเรือสัตหีบเต็มไปด้วยความตึงเครียด

     แสงไฟจากสปอตไลต์สาดส่องไปทั่ว ทหารเวรเดินตรวจการณ์กันขวักไขว่ แต่ละคนมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ราวกับกำลังรอรับมือพายุใหญ่

    อคินเดินตรงไปยังเต็นท์บัญชาการทันที ภายในสว่างไสวด้วยแสงตะเกียงน้ำมัน ตรงกลางห้องมีโต๊ะวางแผนที่ยุทธศาสตร์ขนาดมหึมา

    นายทหารยศนาวาเอกยืนหน้าเครียด คิ้วขมวดมุ่นจนแทบชนกัน เขาเงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นอคิน

    "อ้าว คุณอคิน... ตื่นแล้วเหรอครับ" 

    นายทหารทักทาย น้ำเสียงเจือความกังวล 

    "เรื่องที่คุณแจ้งยามไว้เมื่อคืน... หน่วยลาดตระเวนภาคเช้าของเรายืนยันแล้วครับ ข้อมูลของคุณแม่นยำมากจนน่าตกใจ"

    นายทหารชี้ไปที่พื้นที่วงกลมสีแดงฉานบนแผนที่ ซึ่งครอบคลุมบริเวณ 'สวนสัตว์เปิดเขาเขียว'

    "มีกลุ่มสัตว์ปลุกพลังอาศัยที่นั่นจริงๆ ครับ ไม่ใช่แค่เสือดาวตัวเดียว แต่มีการจัดตั้งกองกำลังย่อยๆ ท่านผู้บัญชาการอาทิตย์สั่งประกาศให้พื้นที่นั้นเป็น 'เขตอันตรายระดับสีแดง' ห้ามใครเข้าใกล้เด็ดขาด"

    อคินมองพื้นที่สีแดงบนแผนที่แล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านกระดูกสันหลัง

    "รับทราบครับ... ผมเองก็ยังไม่อยากไปยุ่งกับเรื่องอะไรที่อันตรายระดับนั้นตอนนี้หรอก ขืนเข้าไปคงได้กลายเป็นอาหารมื้อดึกแน่ของเสือแน่ๆ ผมขอเก็บเลเวลรอบๆ ค่ายไปก่อนดีกว่าครับ"

    ...

    เมื่ออคินเดินกลับมาที่บริเวณหน้าเต็นท์พัก ความกังวลเรื่องเพื่อนร่วมปาร์ตี้ก็กลับมาเกาะกุมจิตใจ

    แต่แล้ว สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับร่างที่คุ้นเคยยืนรออยู่ข้างรถบรรทุกทหารคันใหญ่ที่กำลังสตาร์ทเครื่องรอ

    อัศวินมามาเลดในชุดเกราะหนัง ยืนยืดอกสง่าผ่าเผย ขนสีส้มฟูฟ่องต้องลมทะเล 

    แววตาของเจ้าแมวดูเหนื่อยล้าเล็กน้อยแต่ยังคงความมุ่งมั่นดุจแม่ทัพผู้ผ่านศึก 

    ข้างๆ กันนั้น ปลาเผา แมวลายสลิดตัวอ้วนกลมนั่งหอบแฮกๆ เหมือนเพิ่งผ่านการวิ่งมาราธอน

    "มากันแล้ว!" อคินตะโกนเรียก รีบวิ่งเข้าไปหา

    มามาเลดหันมาสบตา ดวงตาสีอำพันวาวโรจน์

    "ขออภัยที่มาช้า อคิน... พวกข้ากะเวลาผิดไปหน่อย"

    เสียงของมามาเลดดังผ่านระบบแปลภาษาของปลอกคอ ฟังดูสุขุมนุ่มลึก

    "ข้ากับปลาเผาเข้าไปจัดการธุระและร่ำลาพรรคพวกในเมืองสัตหีบ กะว่าจะกลับมาให้ทันรถรอบห้าโมงเย็น แต่ดันติดพันภารกิจ... กว่าจะเดินเท้ากลับมาถึงที่นี่ก็เล่นเอาลิ้นห้อย"

    "เดินเท้ากลับมาเนี่ยนะ?" 

    อคินมองปลาเผาด้วยความทึ่ง

    ปลาเผาเดินตุ้ยนุ้ยเข้ามาเอาหัวถูที่ขาของอคินเบาๆ สัมผัสอุ่นวาบจากร่างเล็กๆ นั้นทำให้อคินต้องย่อตัวลง

    "เหนื่อย... ชะมัด... หัวหน้า..."

    เสียงแหบๆ ของปลาเผาดังขึ้นในหัวสั้นๆ แต่มันกลับมีความหมายลึกซึ้ง มันคือคำอำลาจากเพื่อนร่วมตาย

    "โลกใบนี้กว้างใหญ่ไพศาลนัก และภารกิจกอบกู้เผ่าพันธุ์ของข้ารอช้าไม่ได้"

    มามาเลดเอ่ยต่อพลางมองขึ้นไปบนรถบรรทุก

    "โชคดีที่ยังมีรถรอบสองทุ่มที่จะเข้าเมืองหลวง 'เมืองหัวใจพฤกษา' ข้าจะไปตั้งศูนย์ฝึกที่นั่น เพื่อเตรียมกองทัพแมวผู้พิทักษ์!"

    อคินยิ้มบางๆ มือหนาลูบหัวทั้งสองตัวอย่างแผ่วเบา ซึมซับสัมผัสนุ่มนิ่มนั้นไว้เป็นครั้งสุดท้าย 

    ความรู้สึกโหวงเหวงเหมือนเด็กที่กำลังจะถูกทิ้งให้เฝ้าบ้านคนเดียวก่อตัวขึ้นในอกลึกๆ

    "โชคดีนะพวกนาย... ปั้นสมาชิกแคลนให้เทพๆ ล่ะ เดี๋ยวฉันจะตามไปดูผลงาน... อย่าให้ใครมารังแกได้นะ"

    เสียงเครื่องยนต์รถบรรทุกทหารดังกระหึ่ม ขบวนรถเริ่มเคลื่อนตัว

    มามาเลดกระโดดขึ้นท้ายรถบรรทุกอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้อคินหนึ่งครั้งในท่าวันทยหัตถ์ 

    ปลาเผาปีนตามขึ้นไปอย่างทุลักทุเลเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองอคินตาละห้อยจนลับสายตา

    ติ๊ง! ติ๊ง!

     

    [สมาชิกปาร์ตี้ 'มามาเลด (เลเวล 46) ' ออกจากปาร์ตี้]

    [สมาชิกปาร์ตี้ 'ปลาเผา (เลเวล 43) ' ออกจากปาร์ตี้]

    [สถานะปาร์ตี้ปัจจุบัน: 3/7 สมาชิก]

    [อคิน เลเวล 49]

    [โบ้ เลเวล 46]

    [บัวลอย เลเวล 43]

     

    อคินมองหน้าต่างปาร์ตี้ที่รายชื่อเพื่อนหายไปสองบรรทัดด้วยความรู้สึกว่างเปล่า

    ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ลมทะเลพัดกระโชกแรงขึ้น หอบเอากลิ่นความเหงามาปะทะหน้า

    "เอาล่ะ..." 

    อคินสูดหายใจลึก ตบแก้มตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติ หันมามองสมาชิกที่เหลือ

    โบ้ สุนัขหลังอานสีน้ำตาลแดง นั่งยืดอกมองเขาด้วยแววตาซื่อสัตย์ 

    และบัวลอย แมวสามสีที่นั่งนิ่งอยู่บนลังกระสุน ดวงตาของเธอเรืองแสงวาบในความมืด

    "เหลือเราสามคนแล้ว... แผนการรบต้องเปลี่ยน ดีนะที่บัวลอยยังอยู่ ไม่งั้นไม่มีคนคอยระวังหลังแน่ๆ" 

    อคินพยายามพูดติดตลกเพื่อกลบเกลื่อนความกังวล

    บัวลอยจ้องมองอคินนิ่ง เงาของเธอที่ทอดลงบนพื้นดูเหมือนจะไหววูบผิดธรรมชาติราวกับมีชีวิต

    "ถึงฉันจะไม่ใช่ฮีลเลอร์ แต่ฉันจะดูแลหลังให้เองค่ะ"

    น้ำเสียงของเธอเรียบเย็นแต่มั่นคง

    "โฮ่ง!"

    โบ้เห่ารับเสียงหนักแน่น พร้อมส่งโทรจิตเข้ามาในหัวของอคินโดยตรง

    (โบ้... ชนให้! รับความเสียหายเจ้านายเอง! โบ้หนังเหนียว!)

    อคินยิ้มออกมาได้ในที่สุด ความเชื่อมั่นของลูกทีมส่งผ่านมาถึงเขา

     

    [เห็นไหม... นายไม่ได้ตัวคนเดียวสักหน่อย]

     

    ข้อความระบบเด้งขึ้นมาสั้นๆ ราวกับรู้ใจ

    "นั่นสินะ... งั้นไปกันเถอะ! คืนนี้เราจะไปเคลียร์โซนชายฝั่ง... ไกลจากเขาเขียวหน่อย น่าจะปลอดภัยสำหรับปาร์ตี้ไซส์เล็กแบบเรา"

    ...

    ณ ชายหาดดงตาล เสียงคลื่นซัดสาดชายฝั่งดังเป็นจังหวะ 

    ครืน... ซ่า... 

    ผสมกับเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านโครงเหล็กของอาคารรีสอร์ตที่พังถล่มลงมาบางส่วน บรรยากาศวังเวงจนน่าขนลุก

    หาดทรายที่เคยสวยงามบัดนี้เต็มไปด้วยขยะทะเล ท่อนไม้ และซากปรักหักพัง 

    แสงจันทร์สะท้อนผิวน้ำทะเลสีดำทะมึนที่ดูเหมือนน้ำหมึก

    "ระวังตัวด้วย..." 

    อคินกระชับดาบในมือแน่น สายตากวาดมองไปรอบๆ อินเทอร์เฟซระบบของเขาเริ่มจับสัญญาณชีพจรบางอย่างได้ 

    "มอนสเตอร์แถวนี้อาจจะไม่เหมือนในเมือง..."

    ทันใดนั้น พื้นทรายเบื้องหน้าก็เริ่มขยับไหว ราวกับมีบางสิ่งกำลังดิ้นรนอยู่ข้างใต้

    ครืด... แกรก...

    มือซีดเซียวที่บวมอืดและเต็มไปด้วยเพรียงทะเลเกาะกรัง โผล่พ้นผืนทรายขึ้นมา 

    ตามด้วยร่างที่เน่าเปื่อยของมนุษย์... ไม่สิ ร่างที่เคยเป็นมนุษย์ 

    เสื้อผ้าขาดวิ่นเผยให้เห็นเนื้อสีเขียวคล้ำที่มีปะการังและตะไคร่น้ำเกาะเต็มไปหมด

    ซอมบี้นับสิบตัวเดินโซซัดโซเซขึ้นมาจากทะเล เสียงครางต่ำๆ ในลำคอของพวกมันฟังเหมือนเสียงน้ำเดือด

    "มากันเพียบเลยแฮะ... โบ้! ล่อมันไปรวมกัน!" 

    อคินตะโกนสั่งการ เสียงของเขากลายเป็นจุดสนใจทันที

    "โฮ่ง!"

    เจ้าโบ้พุ่งกระโจนออกไป ร่างกายกำยำของสุนัขหลังอานเปล่งแสงสีโลหะจางๆ ของสกิล [กำแพงเหล็กกล้า]

    มันเห่าเสียงดังสนั่น โฮ่ง! โฮ่ง! ใช้สกิล [ยั่วยุ]  ก่อนวิ่งวนเป็นวงกลม ล่อให้ซอมบี้ที่เชื่องช้าหันมาสนใจ

    ตึก! ตึก!

    ซอมบี้พยายามตบใส่โบ้ด้วยมือที่หนักอึ้ง 

    แต่เจ้าโบ้อาศัยความคล่องตัวกระโดดหลบฉากไปมาอย่างชำนาญ 

    เสียงฝ่ามือซอมบี้ฟาดถูกซากกำแพงปูนจนแตกกระจาย บ่งบอกถึงพละกำลังมหาศาล

    "บัวลอย!" อคินตะโกนให้สัญญาณ

    บัวลอยที่เกาะอยู่บนบ่าของอคินกระโดดวูบขึ้นไปบนเสาไฟฟ้าที่หักโค่น 

    เธอกลับจ้องมองลงมาด้วยสายตาของนักล่า

    " [เงาพันธนาการ] !"

    ทันใดนั้น เงาสีดำของซากตึกก็ยืดขยายออกราวกับงูเลื้อย 

    เข้าพันธนาการขาของกลุ่มซอมบี้ที่กระจุกตัวอยู่ พวกมันชะงักงัน พยายามดึงขาแต่ไม่อาจหลุดพ้นจากพันธะแห่งความมืด

    "เสร็จฉัน!"

    อคินพุ่งตัวเข้าใส่กลุ่มซอมบี้ที่ถูกตรึง ดาบในมือตวัดวูบเป็นประกายแสงจันทร์

    เคร้ง! ฉัวะ!

    เสียงดาบกระทบเปลือกหอยและเพรียงแข็งดังสนั่น แรงสะท้อนทำเอามือของอคินชาหนึบ

    "แข็งชะมัด! อย่างกับฟันหิน!"

    เขาบ่นอุบ แต่สมองประมวลผลคำแนะนำจากระบบอย่างรวดเร็ว 

    เขาเปลี่ยนวิถีดาบ หมุนตัวเตะตัดขาซอมบี้ตัวหนึ่งจนเสียหลัก แล้วแทงซ้ำเข้าที่เบ้าตาซึ่งเป็นจุดอ่อน

    ฉึก!

    ในขณะที่อคินกำลังดึงดาบออก 

    ซอมบี้อีกตัวที่หลุดจากเงาพันธนาการก็พุ่งขึ้นมาจากทรายด้านหลัง 

    กางกรงเล็บแหลมคมหมายจะตะปบหลังคอของเขา

    "ระวังค่ะ!" 

    เสียงใสของบัวลอยดังขึ้น

    ร่างสีแมวตัวเล็กพุ่งลงมาจากเสาไฟฟ้ากลางอากาศ เธอไม่ได้ใช้เล็บข่วนธรรมดา 

    แต่เงาสีดำก่อตัวขึ้นรอบกรงเล็บของเธอจนดูเหมือนใบมีดขนาดใหญ่

    " [กรงเล็บฉีกกระชาก] !"

    แคว่ก!

    บัวลอยตบเข้าที่ใบหน้าของซอมบี้อย่างจัง แม้ดาเมจทางกายภาพจะไม่รุนแรงจนปลิดชีพ 

    แต่มันทำให้ซอมบี้หน้าหันและเสียจังหวะอย่างรุนแรง เปิดโอกาสให้อคินหันกลับมาตวัดดาบฟันคอขาดกระเด็น

    "ขอบใจนะบัวลอย!" อคินตะโกนชม

    การต่อสู้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและรัดกุม อคินเริ่มจับจังหวะได้ เขาเรียนรู้ที่จะโจมตีจุดอ่อนตามข้อต่อที่ไม่มีเพรียงเกาะ 

    ในขณะที่โบ้ทำหน้าที่เป็น 'ตัวชน' คอยรับแรงกระแทกและขัดขวางจังหวะศัตรูได้อย่างยอดเยี่ยม 

    ส่วนบัวลอยทำหน้าที่ 'ตัวควบคุม' และลอบโจมตีจุดตายจากมุมมืด

    แม้จะขาดตัวทำดาเมจจัดจ้านอย่างมามาเลดและปลาเผา แต่ทีมชุดเล็กนี้กลับมีความ 'เสถียร' ในแบบที่อคินไม่เคยคาดคิด

    ...

    เวลาผ่านไป ซากซอมบี้นอนเกลื่อนกลาดบนหาดทราย กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นทะเลคลุ้งไปทั่ว

    อคินปักดาบลงพื้น หอบหายใจแฮกๆ เหงื่อไหลโทรมกายจนเสื้อเปียกชุ่ม 

    เขาและทีมช่วยกันลากซากทั้งหมดมากองรวมกันแล้วจุดไฟเผาเพื่อป้องกันโรคระบาด

    เปลวไฟสีส้มลุกโชติช่วงตัดกับแสงสีน้ำเงินของพระจันทร์

    "ก็ไม่เลวนะ..." 

    อคินปาดเหงื่อที่หน้าผาก หันไปยิ้มให้โบ้ที่นอนลิ้นห้อยอยู่ข้างกองไฟ และบัวลอยที่กำลังเลียทำความสะอาดขนอย่างประณีต

    "ถึงคนจะน้อยลง แต่พวกเราก็ยังเจ๋งเป้งเหมือนเดิม... ทีมเวิร์กดีกว่าที่คิดแฮะ"

    ในขณะที่พวกเขากำลังเดินกลับค่าย บัวลอยก็กระโดดขึ้นมาเกาะไหล่อคิน

    "อคิน..." 

    เธอกระซิบข้างหู 

    "ฉันมีเรื่องจะปรึกษา"

    "หือ? ว่าไงบัวลอย"

    "ฉันคิดว่า... ถ้าเลเวลอัปครั้งหน้า ฉันอยากจะแลกสกิล [สื่อสารทางจิต] แบบที่เจ้าโบ้มี"

    อคินเลิกคิ้ว 

    "ทำไมล่ะ? พูดแบบนี้ก็น่ารักดีออก เสียงเธอใสจะตาย"

    บัวลอยส่ายหน้าเบาๆ ดวงตาจับจ้องไปที่เงาไม้ข้างทางอย่างระแวดระวัง 

    "ฉัน... ไม่ค่อยชอบส่งเสียงดังค่ะ การเป็นนักล่าในความมืด เสียงคือศัตรูตัวฉกาจ อีกอย่าง..." 

    เธอเว้นจังหวะ สายตาเป็นประกายขึ้นมาเล็กน้อย 

    "ฉันอยากพัฒนาไปสาย 'ลอบสังหาร' เต็มตัว การเหลือแบบเงียบๆ น่าจะมีประโยชน์กว่า"

    "โห..." 

    อคินร้องอุทาน มองแมวตัวน้อยบนไหล่ด้วยสายตาใหม่ 

    "ลอบสังหารเลยเหรอ? มิน่าล่ะ เมื่อกี้เห็นเงาเธอเฟี้ยวฟ้าวมาก"

    "ฉันชอบท่านศรีนิล... เอ้ย! ชอบสไตล์การต่อสู้แบบท่านศรีนิลน่ะค่ะ" 

    บัวลอยรีบแก้ตัว น้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อยเมื่อเผลอหลุดปากถึงไอดอลในดวงใจ 

    "เสียดายที่คลาสหลักฉันเป็น 'ทหารพราน' ไม่ใช่นักเวท ซึ่งตอนนี้ฉันเลือกพัฒนาเป็นนักลอบสังหาร แต่สำหรับคลาสรองฉันเลือกเป็น 'ผู้เรียกเงา' ที่เป็นสายเวท ซึ่งต้องใช้ค่าความฉลาดสูง พออัปค่านี้เยอะๆ ก็เลยปลดล็อกเงื่อนไขสกิลจิตสื่อสารได้พอดี"

    "สุดยอดเลยบัวลอย!" 

    อคินหัวเราะร่า เอื้อมมือไปเกาเกาที่คางของเธอ 

    "เธอนี่มีการวางแผนตัวละครลึกซึ้งกว่าฉันอีกนะเนี่ย ดูฉันสิ... ระบบยัดเยียดอะไรมาก็เล่นอันนั้น คลาสหลักอัศวิน คลาสรองเป็น... ร่างทรง?"

    เขาพูดพลางเปิดหน้าต่างสถานะตัวเองขึ้นมาดูด้วยความขบขัน 

    "ฉันเป็นทั้งนักสู้แล้วก็... อะไรนะ หมอผีเหรอ? แต่เธอกลับเลือกคลาสที่เกื้อหนุนกัน อย่างเท่เลย"

     

    [อย่าบ่นมากน่า 'ร่างทรง' เป็นคลาสที่ทรงพลังนะ รู้ไว้ซะด้วย]

     

    ข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาขัดจังหวะ อคินชะงักกึก

    ติ๊ง

     

    [ใกล้จะหมดเวลาเชื่อมต่อแล้วนะ]

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:29:59] 

     

    ข้อความถัดมากลับคืนสู่โหมดทางการทันที ราวกับเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    "ได้เวลากลับแล้วสิ..." 

    อคินส่ายหน้า

    เขาหันไปถามสุนัขคู่ใจบ้าง 

    "แล้วแกล่ะโบ้ ในข้อมูลปาร์ตี้มันบอกแค่คลาสหลักแกเป็นนักล่า"

    โบ้ที่เดินนำหน้าหันกลับมา กระดิกหางรัวๆ

    (โบ้... เป็นนักล่า... คลาสรองโบ้เป็น 'อัศวินเกราะหนัก' ... โบ้จะรับตีนให้เจ้านายเอง!) 

    เสียงในหัวของอคินดังชัดเจน เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

    "ดีมาก เด็กดี!" 

    อคินหัวเราะร่า ลูบหัวเจ้าโบ้ด้วยความเอ็นดู 

    "งั้นฉันฝากตัวด้วยนะ เจ้ารถถังแรมโบ้!"

    เมื่อกลับมาถึงเต็นท์ที่ค่ายสัตหีบ แสงตะวันเริ่มจับขอบฟ้า 

    ร่างกายของอคินหนักอึ้งเหมือนถูกถ่วงด้วยตะกั่ว ความง่วงงุนที่ไม่อาจต้านทานเริ่มเข้าครอบงำ

    เขาเดินโซเซไปที่เปลสนาม ทิ้งตัวลงนอน

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:05] 

     

    "เจอกันคืนพรุ่งนี้นะทุกคน..." 

    อคินพึมพำ ขณะที่ตาปรือลงเรื่อยๆ มองดูโบ้และบัวลอยที่เข้ามานอนเบียดข้างๆเขาบนฟูกเตียงสนาม

     

    [ราตรีสวัสดิ์]

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01] 

    [สิ้นสุดการเชื่อมต่อ] 

    คล้ายกับเรื่องคลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน