ทางกระบี่ทัณฑ์วารีนั้นวิญญาณปลามังกรมัจจุราชแผ่ปราณสำรวจและบังคับกระบี่พุ่งผ่านท้องนภาไปอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดทั้งมวลหลินหลงใช้จิตส่วนหนึ่งของเขาสำรวจด้วยจึงพบเห็นทุกสิ่งมิต่างจากได้มาสำรวจด้วยตนเอง
ด้านหลินหลงนั้นเขาก็แผ่ปราณและพุ่งผ่านท้องนภา ข้ามผ่านภูเขา ป่าไม้ แม่น้ำและดินแดนยิบย่อยอย่างรวดเร็วมิแพ้กระบี่ทัณฑ์วารี ทุกที่ๆผ่านไปสัมผัสปราณที่ถูกปลดปล่อยสำรวจทุกซอกทุกมุมอย่างละเอียด มิว่าจะเป็นแผ่นป้ายประจำเมืองหรือแผ่นป้ายต่างๆที่มีอักษรโบราณขีดเขียนเอาไว้อย่างปราณีต
ทำให้หลินหลงรู้ว่าจักวรรดิเอ่ย เมืองเอย ตระกูลต่างๆเอยมีอาณาเขตมากเพียงใด แล้วยังรู้อีกว่าป่าใหญ่ในหลายพื้นที่นั้นมีความอันตรายหรือเรื่องเล่าอะไรบ้าง กระนั้นแล้วในบางพื้นที่หรือป่าเล็กๆเขาก้มิรู้ว่ามันเรียกว่าอะไร รู้แค่ว่ามีหมู่บ้านอยู่ใกล้ๆเท่านั้น
'น่าแปลก เหตุใดอาณาเขตของจักวรรดิหยวนถึงกว้างใหญ่เพียงนี้ ตระกูลจิงเองยังอยู่ใกล้เมืองหลวง เห็นทีต้องให้กระบี่ทัณฑ์วารีล่มงานใกล้ๆเสียแล้ว'
หลินหลงคิดในใจและออกคำสั่งให้กระบี่ทัณฑ์วารีลงไปยังสถานที่ๆประมุขตระกูลจิวกำลังรับยศตำแหน่ง เลื่อนจากรองแม่ทัพกลายเป็นแม่ทัพ ยกระดับตระกูลชั้นกลางเป็นตระกูลชั้นสูง และสถานที่แห่งนี้ผู้มีอำนาจมากที่สุดอย่างจักรพรรดิก็ได้มามอบยศด้วยตนเอง งานจึงยิ่งใหญ่เต็มไปด้วยผู้คนมีอำนาจในจักรวรรดิ มิว่าจะผู้สูงศักดิ์ ผู้แข็งแกร่ง จอมทัพและแม่ทัพกับทหารหลายพัน มารวมกัน ณ งานนี้ทั้งสิ้น
"จักรพรรดิเสด็จ แล้ว!"
ตึง ตึง ตึง ตึ่ง
เสียงแหลมคนผู้หนึ่งดังขึ้นมา ก่อนกลองจะถูกตีรัวสนั่นเป็นจังหวะ ไม่นานนักคนสวมชุดดุจองค์ฮ่องเต้ก็เดินขึ้นมา ณ ที่นั่งบนสุด ส่วนด้านล่างนั้นไล่เรียงลงไปตามชั้นยศและความสำคัญของบุคคล ถึงจะไม่มีการเสด็จที่ตื่นตามากนักทกคนก็ก้มหัวเคารพกันทั้งสิ้น
ผ่านไปไม่กี่นาทีก็มีคนเดินถือสาสน์คล้ายม้วนตำราออกมายืนกล่าวต่อหน้าผู้คน
"ฤกษ์งามยามดี งานพิธีเลื่อนตำแหน่งท่าน จิวฟงเทียน เป็นแม่ทัพคนใหม่ เปลี่ยนตระกูลจิวเป็นตระกูลชั้นสูงแห่งจักรวรรดิหยวน ฉลองความยินดีตลอดคืน เชิญจักรพรรดิเสด็จมอบตำแหน่ง!"
แปร๊ะ แปร๊ะ แปร๊ะ
เสียงตบมือดังสนั่นเป็นจังหวะอันไพรเราะแล้วหยุดลงในเวลาเสี้ยววิ ให้จักรพรรดิเดินมายังบัลลังค์สีคราม เมื่อจักรพรรดินั่งลงบัลลังค์เสียงขับขานเชื้อเชิญจิวฟงเทียนก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"ท่านรองแม่ทัพ จิวฟงเทียนขึ้นรับตำแหน่งและเอ่ยสัตย์สาบาน"
ชายมีอาุยสวมใส่ชุดเกราะมีสง่าราศีร่างกายมิสูงใหญ่และกำยำ แต่กลับสมสวนและดูมีพลังเดินขึ้นบันไดไปจนถึงเบื้องหน้าจักรพรรดิ หลังจากนั้นก็คุกเข่าลง
"ถวายบังคมองค์จักรพรรดิ"
พอจิงฟงเทียงคุกเข่าก็มีคนหลายคนเดินออกมาพร้อมส่วนต่างๆของชุดเกราะ ทุกชิ้นเสมือนอยู่บนหิ้งอันสูงศักดิ์ ตราประจำตัวแม่ทัพและตราตระกูลชั้นสูงก็อยู่บนนั่นเหมือนกัน
ทว่า! กลับมีเสียงแหลมคมพุ่งลงมาจากฟ้าก่อนจะเกิดการมอบยศถาบรรดาศักดิ์ขึ้น
ฟิ้ว!
เสียงแหลมคมนี้เป็นเสียงปราณกระบี่ มันยังพุ่งไปหาจักรรรดิอีกด้วย จิวฟงเทียน เห็นเช่นนี้จึงไม่รอช้ารีบนำตัวเข้ามาบังจักรพรรดิ เพียงแต่ปราณก็บี่พลันสลายไป ทำให้มันดูเหมือนว่ากลายเป็นการปลงพระชนม์ เพราะท่าทางคิดจะคว้าจับปราณกระบี่เอาไว้นั้นมันบอกในตัวของมันเอง
มิหนำซ้ำจักรพรรดิยังมิเก่งกล้าถึงขั้นรับรู้อันตรายได้ กอปรกับความไม่ค่อยได้พบเจอหรืออ่านรายงานเกี่ยวกับจิวฟงเทียน จึงกลายเป็นเรื่องวุ่นวาย
"ปกป้ององค์จักรพรรดิ"
"จิวฟงเทียนเจ้าไม่รักชีวิตแล้วรึ"
แม่ทัพ ทหารและองครักษ์พลันเข้ามาล้อมจิงฟงเทียนเอาไว้อย่างเร็วชนิดที่ผู้ฝึกยุทธจะเร็วได้ จิงฟงเทียนเห้นท่าไม่ดีจึงกล่าวแก้ตัวไปตามจริง น่าเสียดายที่ไม่มีใครเชื่อมัน
"มีคนลอบปวงพระชนม์องค์จักรพรรดิ ข้าสัมผัสได้ถึงอาวุธและความอันตราย"
"จิงฟงเทียน แม่ทัพเหยียนตายเพราะคนขององค์จักรพรรดิ ความผูกพันธ์นั้นพวกเราเหล่าแม่ทัพรู้ดี เจ้าจะปวงพระชนม์เพราะเรื่องมิอาจเห้นความจริงนี่ได้อย่างไร"
"เอาตัวมันไปขังรอวันประหาร ลดยศหนึ่งขั้น ให้ตระกูลมันกลายเป็นตระกูลชั้นต่ำ"
"ไม่ๆ องค์จักรพรรดิข้ากล่าวไปเป้นความจริงโปรดพิจารณา"
จิวฟงเทียนพยายามแก้ตาก อนิจจาที่เหล่าองครักษ์มาลากตัวมันไปก่อน ความตกต่ำของมันจึงยังเกิดขึ้นด้วยเหตุเช่นนี้
. . . .
'ฮ่าๆๆ องค์จักรพรรดิไร้เหตุผลหรือว่าจงใจฆ่ามันอยู่แล้ว........
ชั่งมันก็แล้วกันถือว่ามันได้รับโทษแล้ว'
หลินหลงผู้เฝ้ามองผ่านกระบี่ทัณฑ์วารีเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพียงจุดประกายไฟลงไปบนฟางแห้งก็กลายเป็นเพลิงป่าผลาญไปหลายชีวิตแล้ว
'ธุระของข้าหมดสิ้นเจ้าออกสำรวจดินแดนต่อไปตามที่ข้าสั่งก่อนหน้านี้ได้'
หลินหลงสั่งกระบี่อีกครั้งก่อนตัวเขาจะร่อนลงไปยังหน้าผาสูงแห่งหนึ่ง ซึ่งหน้าผาแห่งนั้นมีหุบเหวลึกยากแท้หยั่งถึงอยู่ด้านล่างคล้ายเก็บซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้ ทั้งยังสะดุดตาหลินหลง
พรึบ!
"กลิ่นอายปฐพีหนาแน่นอบอวลจากเบื้องล่าง ลึกเกินกว่าจะคาดเดา หากจำไม่ผิด ข้าตกลงมาในหลุมลึกที่จีหรงเป็นผู้สร้างขึ้นและได้มาสู่ดินแดนแรกแห่งโลกหล้า จึงได้มาพบกับหน้าผานี้..นี่คงเป็นโชคชะตาชี้นำ"
หลินหลงพึมพำกับตนเองพลางปลดปล่อยพลังปราณถึงขีดสุดและสัมผัสรอบบริเวณ ว่ามีผู้คนหรือสิ่งมีชีวิตน่าสงสัยอยู่หรือไม่เพราะความลัแวดระวังกลายเป็นสันดานติดตัวของหลินหลงไปแล้ว ต่อให้ยืนอยู่นิ่งๆเขาก็มีสัมผัสที่หกและลมปราณรับรู้ทุกสิ่งในระยะหนึ่งร้อยเมตรตลอดเวลา มิต้องกล่าวถึงเวลานี้ที่ลมปราณไปไกลถึงหนึ่งในสี่ของดินแดนแรกแห่งโลกหล้า เพียงแต่ว่ามิอาจสัมผัสได้ถึงก้นบึ้นของหุบเหวด้านล่างหน้าผา น่าแปลกยิ่งไปกว่านั้นือผู้คนหรือสัตว์ร้ายนั้นไม่มีอยู่..ไม่สิ..ต้องเรียกว่าใกล้หน้าผานี้ในระยะยี่สิบลี้นับหน้าผาเป็นศูนย์กลางไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ ยกเว้นหลินหลง
หมู่พรรณพฤกษาในระยะสิบลี้ก็มิได้พริ้วไหวตามแรงลมราวกับว่ารมันเป็นรูปปั้นที่มีสีสัน
"น่าสนใจ"
รอยยิ้มเย็บแฝงไปด้วยความพิศวงของหลินหลงเผยขึ้นมาก่อนเขาจะก้าวลงไปจากหน้าผา ปล่อยให้ร่างดิ่งลงสู่หุบเหวอย่างไร้สุ่มเสียง แสงสว่างค่อยๆจางหายไปทุกขณะที่ลงไปในหุบเหว
เพียงสิบลมหายใจแสงก็หายไปเหลือเพียงความมืดมิด ร่างของหลินหลงยิ่งลงไปด้านร่างล่างเร็วขึ้นจนเกิดเสียงแหวกอากาศ สัมผัสปราณของหลินหลงยังไม่จากหาย แต่ตอนนี้มิอาจสัมผัสได้ถึงด้านบนได้อีกต่อไป มิหนำซ้ำยังสัมผัสถึงด้านล่างไม่ได้ มีเพียงรอบข้างเท่านั้นสามารถรับรู้
-----โปรดติดามชมตอนต่อไป-----
ไรท์:คอมเม้นต์กันบ้างก็ได้ ไรท์เหงานะ
ติชมได้นะ