ข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้าย

    เงื่อนไขมีข้อเดียวคือเจ้าต้องแต่งให้ข้า


    “อย่า!”


    ได้ยินว่าเรื่องนี้จะให้ทางการตัดสิน ไม่แค่จางเต๋อไห่ที่หน้าเปลี่ยนสี หลี่กุ้ยเหม่ยกับจางไฉก็ร้อนใจพุ่งเข้าขวางฟู่เหลียงเฉิง ไม่อาจปล่อยให้เขาพาจางซวงโซ่วไปแจ้งทางการจนเรื่องแดงขึ้นมา


    ฝ่ายภรรยาของหลี่ตาเดียวที่พาหลานสาวมารอรับคนอยู่เงียบๆ เห็นเรื่องราวเริ่มบานปลายจนเกี่ยวข้องถึงทางการ นางก็ตัดสินใจพาหลานสาวสองคนสะบัดแขนเสื้อเตรียมจากไป


    ตั้งแต่ฟู่เหลียงเฉิงเอ่ยถึงคดีฝังสะใภ้รองของอดีตเจ้ากรมกลาโหมที่เลื่องลือไปทั้งแคว้น นางก็ล้มเลิกความคิดที่จะซื้อจางซวงโซ่วกลับไปแต่งให้บุตรชายตนแล้ว


    ล้อเล่นหรือไง เนรเทศไปไกลตั้งสามพันกว่าลี้เชียวนะ


    ต่อให้รักบุตรชายคนเล็กเพียงใด คนก็ตายไป


    นางกัดฟันเสี่ยงทนทรมานในตอนแก่เฒ่า เพื่อเห็นแก่คนตายไม่ลงจริงๆ


    “รอก่อน พวกท่านยังไปไหนไม่ได้ รอรับตัว...”


    จางไฉเห็นคนกำลังจะจากไปก็ลืมความหวาดกลัว ถลาไปขวางทางร้องห้ามเสียงหลง


    ชาวบ้านได้ยินเสียงเอะอะของเขากับคนแปลกหน้าก็เหลียวมองเป็นตาเดียว


    “ข้าจำนางได้ นางเป็นภรรยาของหลี่ตาเดียว”


    คนที่มีญาติในหมู่บ้านหลี่ซานบางคนเห็นภรรยาหลี่ตาเดียวก็จำได้ทันที


    ภรรยาคนขายหมูก็เหมือนกับภรรยาชาวบ้านทั่วไป ต้องช่วยสามีทำงานนอกบ้าน พบปะผู้คน


    ยิ่งคนขายหมูที่มีหน้าร้านอยู่ในเมืองอย่างหลี่ตาเดียวด้วยแล้ว ภรรยาเขามักติดตามไปช่วยที่หน้าร้าน เปิดเผยหน้าตาให้คนเห็นทั่วทั้งอำเภอ จดจำได้ไม่ยาก


    “อย่าได้เข้าใจผิด บุตรสาวบ้านรองจางยังเด็ก ข้าปฏิเสธพวกเขาหาเจ้าสาวบ้านอื่นตบแต่งให้บุตรชายคนโตของข้าได้ตั้งนานแล้ว


    ที่มาวันนี้เพราะ...เพราะหมูในหมู่บ้านข้าไม่พอขาย สามีข้าไม่ว่างเลยใช้ข้ามาหาซื้อหมูนอกหมู่บ้านนำกลับไปเชือดแทน อย่าได้ดึงข้าไปข้องเกี่ยวเรื่องของหมู่บ้านพวกเจ้า”


    ก่อนจางไฉจะปากมากเอ่ยความจริงออกมา ภรรยาของหลี่ตาเดียวก็รีบยัดเงินหนึ่งตำลึงใส่มือเขา แล้วเร่งพาหลานสาวจากไปรวดเร็วราวกับถูกไล่ตามทวงหนี้


    ซวยจริงๆ ยังไม่ทันรับตัวเจ้าสาวกลับไปร่วมฝังกับบุตรชายก็ต้องมาเสียเงินหนึ่งตำลึงเป็นค่าปิดปากแล้ว


    ขืนให้บุตรสาวบ้านนี้แต่งกับบุตรชายตน น่ากลัวว่าเขาจะจากไปไม่สงบ ลุกจากหลุมมาร่ำไห้ขอเปลี่ยนภรรยาทุกค่ำคืนเป็นแน่


    สะใภ้เช่นนี้ ให้เปล่านางยังต้องรีบส่งคืน!


    “ไฉเอ๋อร์ นางให้เจ้ามาเท่าใด?”


    หลี่กุ้ยเหม่ยเห็นเงินก็ตาลุกวาว ลืมตัวพุ่งจากหลังจางเต๋อไห่เข้าไปคว้าเงินในมือบุตรชายมานับดูแล้วยิ้มร่า

    ไอหยา หนึ่งตำลึง!


    ได้เปล่าโดยไม่ต้องขายนังตัวดีออกไปด้วยซ้ำ วันนี้โชคเข้าข้างครอบครัวนางจริงๆ


    “หลี่กุ้ยเหม่ย!” หน้าแก่ๆ ของปู่จางเขียวสลับแดง ยกไม้เท้าฟาดใส่สะใภ้รองด้วยโทสะ


    พฤติกรรมของหลี่กุ้ยเหม่ยเท่ากับเป็นการยอมรับกลายๆ ว่าคิดขายบุตรสาวไปเป็นเจ้าสาวผีแลกเงิน


    ไม่ฟาดนางระบายโทสะ เขาคงคับแค้นใจจนตายเป็นแน่


    “ท่านพ่ออย่าตีข้า!”


    หลี่กุ้ยเหม่ยตาไวคว้าตัวสามีมารับไม้เท้าแทนทำจนเขาถูกฟาดหัวปูดบวม ปู่จางยิ่งเดือดดาลลงแรงฟาดบุตรชายคนรองไม่ยั้ง


    จางต้าไห่กับจางตงไห่ต้องรีบเข้าห้าม แต่ไม่กล้าออกแรง ปู่จางจึงได้อ้อมซ้ายวนขวา เอาไม้เท้าไล่ตีคนกลายเป็นที่ขบขันของคนในหมู่บ้านที่มาล้อมวงชมดู


    คนบ้านจางแต่ละคน สีหน้าดำคล้ำยิ่งกว่าตับหมู ถูกบ้านของจางเต๋อไห่ทำจนไม่มีหน้าจะสู้คน


    “พี่ชายผู้มีคุณ ท่านช่วยแกล้งซื้อตัวข้าได้ไหม ข้าอยากได้หนังสือตัดขาดความสัมพันธ์จากพวกเขา ข้าไม่อยากถูกพาตัวไปเร่ขายเป็นเจ้าสาวผีของคนบ้านไหนอีกแล้ว”


    จางซวงโซ่วฉวยโอกาสที่ชาวบ้านขยับเข้าล้อมวงชมดูเรื่องชวนหัวของคนบ้านจาง ทำใจกล้าก้าวเข้าใกล้เขย่งขา กระซิบกระซาบข้างหูฟู่เหลียงเฉิงเสียงเบา


    ในเมื่อเนื้อหาซีรี่ส์เปลี่ยนไปแล้ว…


    ครั้งนี้นางไม่ได้ผูกความแค้นขึ้นกับเขา เขาก็น่าจะพอมีจิตคิดเมตตานางอยู่บ้าง?


    “ข้าจะได้สิ่งใดเป็นการตอบแทน?”


    ฟู่เหลียงเฉิงเลิกคิ้วมองจ้องถั่วงอกน้อยข้างตัวอย่างคาดไม่ถึง


    สมองเล็กๆ ของนางดูท่าจะโตล้ำหน้าร่างกายแคระแกร็นไปมากทีเดียว ถึงได้คิดอ่านรอบคอบวางแผนขอหนังสือตัดความสัมพันธ์กับบ้านรองจางออกมาได้


    “นอกจากเงินที่จะมอบให้ท่านซื้อตัวข้าห้าตำลึงแล้ว ข้าจะให้เงินท่านเพิ่มอีกหนึ่งตำลึง”


    เพื่อจะหลุดพ้นจากคนบ้านจาง จางซวงโซ่วเสนอเงินให้เขาอย่างใจกว้าง


    ยุคนี้ที่ค่าแรงคนงานในเมืองมากสุดเดือนละสามสิบอีแปะ


    เงินหนึ่งตำลึงสำหรับชาวบ้านธรรมดา เพียงพอให้กินใช้อย่างหรูหราไปได้ทั้งปี


    นางมอบให้เขาตั้งหนึ่งตำลึง เขาก็น่าจะยอมช่วยนาง?


    “…” ฟู่เหลียงเฉิงนิ่งเงียบมองนางไม่ตอบคำ


    จางซวงโซ่วเห็นแล้วร้อนใจ นึกว่าเขาไม่เชื่อว่าตนมีเงิน ลนลานกระซิบกระซาบอธิบายแทบไม่พักหายใจ


    “ข้ามีเงินจริงๆ นะ เมื่อปีก่อนข้าช่วยนายหญิงครอบครัวพ่อค้าผ้าที่พลัดหลงอยู่ในป่า พานางไปตามหาบ่าวรับใช้จนพบ นางจึงตบรางวัลให้ข้าเป็นเงินสิบตำลึง ท่านสามารถตามข้าไปขุดเงินเหล่านั้นมาจ่ายให้จางไฉได้”


    ตามความทรงจำเดิม นางพบว่าตนมีเงินที่ขุดหลุมเก็บซ่อนไว้ตรงชายป่าหลังบ้านจางอยู่สิบตำลึง


    เงินนี้นางได้มาเมื่อปีก่อน ตอนหลี่กุ้ยเหม่ยพานางกับจางเป่าโหยวกลับไปเยี่ยมครอบครัวหลี่ที่หมู่บ้านหลี่ซาน


    เรื่องเกิดระหว่างที่หลี่กุ้ยเหม่ยสนทนาติดพันกับป้าสะใภ้ใหญ่


    จางเป่าโหยวโวยวายอยากกินเซาปิ่งไส้เผือกบ้านย่ารองหลี่บนเขาเซิงซาน หลี่กุ้ยเหม่ยจึงให้นางพาเขาเดินล่วงหน้าไปก่อน


    ระหว่างทางนางบังเอิญไปพบฮูหยินพ่อค้าผ้าที่ผลัดหลงกับสาวใช้ระหว่างเดินเท้าขึ้นเข้าไปถวายธูปหอมไหว้พระยังวัดบนยอดเขาเซิงซาน


    อีกฝ่ายเดิมวนเวียนอยู่ในป่าใกล้กับถนนผ่านไปทางบ้านยายรองหลี่ จางซวงโซ่วเห็นเข้าจึงอาสาวิ่งขึ้นเขาไปช่วยตามบ่าวรับใช้โดยให้เป่าโหยวล่วงหน้าไปบ้านย่ารองหลี่ก่อน


    ใช้เวลาไม่นานก็พบเข้ากับบ่าวรับใช้ที่กำลังตามหาคนเป็นนายอยู่เช่นกัน


    เมื่อกลับลงเขามา ฮูหยินท่านนั้นก็ใจดีตกรางวัลให้นางเป็นเงินสิบตำลึงกับขนมเปี๊ยะไส้ผักกล่องใหญ่


    นับตั้งแต่เติบใหญ่ จางซวงโซ่วไม่เคยจับเงิน เงินมากถึงสิบตำลึงทำให้นางตกใจกลัวจะทำหล่นหายระหว่างทางจึงแอบซ่อนไว้ในรองเท้า ถือเพียงกล่องขนมเปี๊ยะกลับไปบ้านย่ารองหลี่


    จางเป่าโหยวจอมตะกละเห็นเข้าก็แย่งขนมเปี๊ยะไปกินคนเดียวครึ่งกล่อง นางได้แต่ยืนน้ำลายหกมองเขากินตาละห้อย


    ยังไม่ทันจะแอบชิมแม้แต่ชิ้นเดียว หลี่กุ้ยเหม่ยที่ตามมาถึงก็คว้ากล่องขนมเก็บกลับบ้านไปแอบกินกับคนอื่นในครอบครัว

    นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ว่าไยเจ้าของร่างเดิมที่หัวอ่อน ไม่มีปากมีเสียงจึงไม่ได้มอบเงินที่ซ่อนไว้ให้หลี่กุ้ยเหม่ย


    เด็กหญิงวัยสิบเอ็ดหนาว คงแค่อยากมีเงินซื้อขนมอร่อยๆ กินอย่างพี่ใหญ่กับน้องเล็กบ้างสักครั้ง


    เสียดายที่จนตาย นางก็ไม่มีโอกาสใช้เงินที่ซ่อนไว้ซื้อขนมอร่อยๆ ให้ตนเองลิ้มลอง


    “เจ้าไม่กลัวข้าจะโลภฮุบเงินที่เหลือของเจ้า?”


    ฟู่เหลียงเฉิงหรี่ตาถาม มองนางราวกับจะมองให้ทะลุไปถึงความนึกคิดจริงแท้ในใจ


    “ข้าเชื่อใจท่าน” กับผีนะสิ!


    ข้ากำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากจุดจบเลวร้ายในตอนท้ายซีรีส์อยู่ ท่านเข้าใจไหมพี่ชาย?


    จางซวงโซ่วพบว่าการพยายามทำหน้าซื่อตาใส กล่าววาจาโกหกพกลมให้ตัวร้ายเชื่อนั้น ช่างยากเย็นแสนเข็ญ


    แต่นางก็ยังพยายามแข็งใจเบิกตากลมโตจ้องมองเขาไม่กะพริบ


    จ้องจนดวงตาแห้งผาก น้ำตาเอ่อคลอ คนกลับยังคงท่าทีเย็นชาไม่เปลี่ยน จางซวงโซ่วเกือบถอดใจคิดหาหนทางเอาตัวรอดด้วยวิธีอื่น นัยน์ตาเย็นชาของฟู่เหลียงเฉิงจึงเพิ่งจะอ่อนแสงลง


    “ได้ เงื่อนไขมีข้อเดียวคือเจ้าต้องแต่งให้ข้า”


    “หา!” นางต้องเบิกตาจ้องเขานานไปแน่ๆ ถึงได้เกิดอาการหูแว่ว ฟังวาจาเขาผิดเพี้ยน


    “สิ่งตอบแทนคือเจ้าต้องแต่งเป็นภรรยาข้า”


    ฟู่เหลียงเฉิงค้นพบว่าหน้าตายามตกตะลึงของนางช่างน่าขัน


    เขาอดใจไม่ไหว ยื่นมือไปหยิกแก้มซูบตอบของนางทีหนึ่งแล้วรีบชักกลับ กระแอมในคอบอกนางซ้ำ


    จางซวงโซ่ว “...”


    ­­­เมื่อครู่เขาหลอกกินเต้าหู้นาง!


    แม่จ๋า ตัวร้ายในซี่รี่ส์เป็นโลลิคอน [1] ล่ะ o_O!!!


    …

    [1] โลลิคอน เป็นคำที่ใช้เรียกกลุ่มคนที่มีอาการที่มีความรู้สึกสเน่หาและรักใคร่เด็กสาวที่มีอายุน้อย

    คนเขียนมีอะไรจะบอก : น้องเพิ่งข้ามมา น้องยังปรับตัวไม่ได้ก็เลยแอบติดใช้คำในชาติก่อนบ้างเป็นบางครั้ง เข้าใจน้องหน่อยน๊า