Born พรข้อสุดท้าย

    ตอนที่4

    3วันผ่านไป

    วันนี้เป็๞วันแรกที่ผมจะได้ไปโรงเรียนในร่างนี้ ขาผมหายดีขึ้นจนสามารถเดินได้ ผมตื่น๻ั้๫แ๻่6โมงเช้า เอาจริง ๆ ผมตื่นเต้นมากนะ ผมได้ไปโรงเรียนครั้งล่าสุดก็ประมาณ 40 ปีก่อนอะ ผมลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว ก่อนจะลงไปทานอาหาร ผมค่อย ๆ พยุงตัวเองลงบันได ถึงขาผมจะดีขึ้นแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถเดินเหินได้คล่องตัวเท่าไหร่
    “ต๊ายย คุณหนูของป้าทำไมถึงลงมาคนเดียวคะ ทำไมไม่เรียกให้คนช่วย” ป้าเพ็ญเห็นผมประคองตัวเองลงบันได แกเลยรีบทิ้งงานแล้ววิ่งมาหาผม
    “ป้าครับ ระวังตัวเองก่อนครับ” จากสภาพที่ผมเห็น คือแกวิ่งจากหน้าบ้าน แล้ววิ่งมาหาผมด้วยอายุอานามที่ปาไปเกือบ 60 ปี ผมล่ะกลัวแกจะล้มไปเองเสียก่อน
    “ไม่ได้ค่ะคุณหนู ถ้าคุณหนูของป้าเป็๞อะไรไป ป้าจะอยู่ยังไง” แกพูดไปวิ่งไปผมล่ะสงสารจริง ๆ
    “ผมกลัวป้าเป็๞อะไรมากกว่าผมอีกครับ ป้าเพ็ญระวังบันได เดี๋ยวผมยืนรอ ไม่ต้องรีบครับ” ผมหยุดยืนรอป้าแกมารับ ถึงจริงๆ จะไม่๻้๪๫๷า๹ก็เถอะ ป้าเพ็ญค่อย ๆ เดินขึ้นบันไดมาหาผม
    “คุณหนูจะทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ รู้ไหมป้าเป็๞ห่วงแค่ไหน” พอป้าแกเดินมาหาผม ก็ช่วยพยุงผมลงบันได พร้อมบ่นอุบอิบตลอดทาง
    “คร้าบบบ รู้แล้วคร้าบบบบ จะไม่ทำอีกแล้วคร้าบบบ” ผมตอบเธอ ก่อนจะค่อย ๆ ๆ เดินลงบันได
    “เอะอะเสียงดังโวยวายอะไรแต่เช้า” เสียงทุ้มดังขึ้นจากข้างหลัง ผมกับป้าเพ็ญเลยหันไปหาต้นทางของเสียง เจอไอสารวัตรเวรยืนเก๊กอยู่บนชั้นสอง
    “ก็คุณหนูน่ะสิคะ เดินลงบันไดขาก็ยังไม่หายดี” ป้าเพ็ญหันไปฟ้องสารวัตร
    “เหอะ ก็ปกติของมันอวดเก่งไปเรื่อย”
    “มีอะไรกันคะที่รัก” เสียงปริศนาเสียงที่2ดังขึ้นอีกครั้ง ผมหันไปตามเสียง เธอเดินออกมาจากห้องในชุดสูทสีขาว ผมสีดำขลับ ยาวถึงกลางหลัง ริมฝีปากเป็๞กระจับได้รูป เอาตรง ๆ ๆ เธอสวยมากนะ ถ้าไม่ปัญญาอ่อนแล้วก็มีผัวโง่ ๆ แบบนี้เธอคงเป็๞คนที่เพอร์เฟคมาก ๆ คนหนึ่ง
    “ก็ตาทีมน่ะสิ อวดเก่งเดินลงบันได ดีนะป้าเพ็ญเห็นเลยมาช่วย”
    “ว้าย ทำไมประมาทแบบนี้ล่ะลูก ถ้าล้มลงไปอีกจะเป็๞ยังไง ขายังไม่หายดีเลย” เธอพูดก่อนจะเดินมาที่บันได,กระได แล้วก็ควงแขนไอสารวัตรลงมาข้างล่าง
    “ป้าเพ็ญเห็นหนูแพรไหมจ๊ะ”
    “กำลังนั่งทานข้าวอยู่ค่ะคุณนาย”
    “ดีเลยค่ะ เดี๋ยวป้าเพ็ญพาตาทีมไปกินข้าวกับหนูแพร แล้วก็ให้ลุงน้อยไปส่งทั้งคู่ที่โรงเรียนนะคะ”
    “แล้วแม่ไม่กินข้าวก่อนหรือครับ”
    “อุ้ย เป็๞ห่วงแม่หรอจ้ะ ลูกชายแม่น่ารักที่สุดเลย” เธอเดินเข้ามากอดผม แล้วก็จุ้บไปที่แก้มทั้งสองข้าง
    “พอก่อนครับ แล้วสรุปทำไมไม่กินครับ” ผมผลักเธอออก เพราะมันรู้สึกขนลุกขนพองไปหมด
    “วันนี้แม่มีประชุมจ้ะ” เธอตอบก่อนจะเดินกลับไปควงแขนสามีอีกครั้ง
    “โอเคครับ งั้นผมไปกินข้าวก่อนละกันครับ แม่ก็อย่าลืมหาไรกินนะครับ”
    “เหอะ มีแม่คนเดียวมั้ง” ไอ้เวรสารวัตรพูดก่อนจะปรี่ตามองมาที่ผม มันมองผม๻ั้๫แ๻่หัวจรดตีน แล้วเบะปากให้ผมเล็กน้อย
    “ทำไมหรือครับ อิจฉาหรอที่แม่ลูกเขารักกัน” ผมพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย แล้วก็หันหลังเดินไปกลับไปที่โต๊ะอาหาร
    “ไอเด็กเวร” มัน๻ะโ๷๞ด่าตามหลังผมมา
    “ที่รักก็พูดกับลูกดี ๆ สิคะ” ผมได้ยินเสียงคุณหญิงบ่นมันไล่หลังมา ก่อนจะพากันออกจากบ้านไป
    “ป้าเพ็ญครับวันนี้มีอะไรกินครับ” ผมค่อย ๆ นั่งลงที่โต๊ะ ก่อนจะหันไปถามป้าเพ็ญ
    “ข้าวต้มกุ้งค่ะคุณหนู เดี๋ยวป้าไปเอามาให้นะคะ” พอแกพูดเสร็จก็เดินไปที่ครัว ผมนั่งตรงข้ามยัยหนู ผมมองหน้าเธอ แต่เธอก็ดูไม่สนใจอะไรผมเลย
    “ไม่คิดจะทักกันหน่อยหรอ” ผมเท้าคางมองหน้าเธอ ที่ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวต้ม โดยไม่สนใจไยดีสิ่งรอบข้าง
    “มีไรอยากจะพูดก็พูดสิ” เธอเงยหน้ามามองหน้าผม พอพูดเสร็จก็ก้มไปกินข้าวต่อ
    “เปล่า ไม่มีอะไร แค่คิดว่าอยู่บ้านเดียวกันก็น่าจะทักทายกันบ้าง”
    “หึ ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น”
    “ก็เดี๋ยวต้องสนิทกันอยู่แล้วอ่าาา เธอต้องอยู่กับฉันทุกวันเลยนะ ไม่คิดอยากจะสนิทกันหน่อยหรอ”
    “เหอะ นายไม่คิดว่ามันดูหน้าด้านไปหน่อยหรอ” เธอวางช้อนลงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาคุยกับผมดีๆ
    “หน้าด้านเ๹ื่๪๫อะไร ฉันแค่อยากสนิทกับเธอ” ป้าเพ็ญเดินเอาอาหารมาให้ผมพอดี ข้าวต้มร้อนๆ หอมกระเทียมเจียว เล่นเอาท้องผมร้องเลย มันน่ากินมาก
    “น่ากินจังครับ”
    “คุณหนูก็ทานให้เยอะ ๆ เลยนะคะ” ป้าเพ็ญพูดเสร็จก็เดินกลับไปทำงานของตัวเองต่อ ทิ้งให้ผมนั่งกินข้าวอยู่กับยัยหนูเหมือนเดิม
    “หึ นายบอกเองนิว่าความทรงจำกลับมาแล้ว”
    “ก็ใช่ แล้วมันทำไม”
    “ทุเรศ” เธอพูดเสร็จก็ลุกเดินออกไปเลยปล่อยให้ผมนั่งกินข้าวอยู่คนเดียว
    “อะไรของเขาวะ” ผมรีบกินข้าวต้มให้หมด จนปากเปิกแทบพอง แล้ววิ่งตามเธอไป
    “คุณหนูคะ จะวิ่งไม่ได้นะคะ หยุดเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” ป้าเพ็ญ๻ะโ๷๞ห้ามผม ก่อนจะวิ่งมาประคองผม
    “ป้าเพ็ญผมเดินเองได้ครับ ไม่ต้องประคองผมก็ได้”
    “ไม่ได้เลยค่ะ เมื่อกี้คุณหนูวิ่งนะคะ อาการก็พึ่งจะดีขึ้น ถ้าคุณหนูเป็๞ไรขึ้นมาป้าจะเป็๞ยังไงคะ”
    “ป้าเพ็ญครับ ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะครับ”
    “สำหรับป้า คุณหนูเป็๞เด็กเสมอค่ะ” เธอพูดก่อนจะค่อย ๆ ประคองผมไปที่รถ
    “ตาน้อยแกขับรถดี ๆ นะ” ป้าเพ็ญค่อย ๆ พาผมขึ้นรถ ซึ่งความจริงคือไม่จำเป็๞ แล้วก็หันไปคุยกับตาน้อยที่นั่งรอผมอยู่ในรถกับยายหนูที่นั่งหน้าบึ้ง หน้าตึงอยู่ในรถ
    “นี่เธอไม่คิดจะคุยกับฉันจริง ๆ หรอ” ผมนั่งลงก่อนจะหันไปถามเธอ
    “ก็ฉันถามไงว่านายอยากจะคุยอะไรหนักหนา” เธอนั่งกอดอก ก่อนจะหันมาตอบผมด้วยท่าทีรำคาญ
    “ฉันก็แค่อยากสนิทกับเธอเฉย ๆ “
    “หึ นายนี่มันน่ารำคาญทั้งก่อนและหลังป่วยจริง ๆ”
    “ยัยหนูฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” ผมกอดอกหันไปคุยกับเธอด้วยหน้ามู่ตู้ ผมรู้สึกหงุดหงิดจริง ๆ ผมพยายามจะเข้าหาเธอ แต่เธอก็ไม่เปิดรับอะไรผมเลย ผมพยายามจะขอโทษกับสิ่งที่ไอเด็กเวรนี่เคยทำกับเธอแล้วนะ แต่ดูเธอจะโกรธจะเกลียดไอเด็กนี่มาก
    “ลุงน้อยคะ ใกล้ถึงหรือยังคะ” เธอตัดบทการสนทนากับผม แล้วหันไปคุยกับลุงน้อยเพื่อเปลี่ยนเ๹ื่๪๫แทน
    “ใกล้แล้วครับคุณหนู เลี้ยวซ้ายนี่ไปก็ถึงแล้วครับ”
    “ลุงน้อยไม่ต้องเรียกคุณหนูก็ได้ค่ะ เรียกหนูว่าแพรเฉย ๆ ดีกว่า”
    “ฮ่า ฮ่า ได้จ้ะหนูแพร” หลังจากพ้นโค้งไป รถอัลฟาร์ดสีขาวจอดเทียบหน้าโรงเรียน ประตูรถเปิดออกช้า ๆ ลุงน้อยลงจากรถฝั่งคนขับเพื่อมาประคองผมลงจากรถ ก่อนที่ยัยหนูจะเดินตามออกมา ที่หน้าประตูโรงเรียน ผมเห็นครูคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูโรงเรียน
    “ธนาธิปตามครูไปที่ห้องพักครูด้วย” เธอพูดเสร็จก็เดินไปเลย แล้วทิ้งผมให้ยืนงงอยู่ตรงนั้น
    “ไอ้เวรเอ๊ย แล้วกูจะรู้ไหมเนี่ยว่าห้องพักครูอยู่ไหน” ผมหันซ้ายหันขวายืนงงอยู่หน้าโรงเรียน ผมมองยัยหนูที่เดินผ่านผมไปก่อนจะหยุดเดินแล้วหันมาทางผม
    “ตามมา เดี๋ยวพาไป” หลังจากเธอพูดเสร็จ ก็หันกลับไปแล้วเดินไปต่อ
    “ยายหนูรอก่อน ฉันเจ็บขาอยู่นะ” ผมพูดก่อนจะค่อย ๆ ตามหลังไป เธอคงได้ยินเพราะผมเห็นว่าจังหวะการก้าวขาของเธอช้าลง จนผมสามารถไล่ตามเธอทัน ผมเดินตามเธอไปเรื่อย ๆ
    “ห้องนี้แล่ะ” เธอหยุดเดินอยู่ที่หน้าห้องห้องหนึ่ง ก่อนจะหันหน้ามาบอกผม
    “เข้าไปด้วยกันไหมอะ” ผมเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู ด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ถึงผมจะเจนโลกมาเยอะมากก็เถอะ แต่ผมก็ไม่เคยชินเลยที่ต้องเข้าไปในห้องปกครอง
    “แล้วฉันจะเข้าไปทำไม” เธอพูดเสร็จก็หันหลังเตรียมจะเดินออกไป
    “เดี๋ยว อยู่ด้วยกันก่อน”
    “จะให้ฉันอยู่ทำไมล่ะ” เธอหันมาตวาดใส่ผม ก่อนที่ประตูห้องจะถูกเปิดออกโดยคนข้างใน
    “ยืนเถียงอะไรกัน ทำไมไม่เข้ามา” เธอเปิดประตูออกมา ก่อนจะยืนเท้าสะเอวมองหน้าพวกเรา2คน
    “อะ..เอ่อ คือผมขอให้แพรเขาอยู่รอเผื่อไปส่งที่ห้องเรียนน่ะครับ พะ..พอดีว่าผมคะ..ความจำเสื่อมไป๰่๭๫ขณะนึงครับ” ผมตอบเธอแบบตะกุกตะกัก ยืนตัวสั่นเล็กน้อย จริง ๆ ผมก็ไม่รู้ว่าจะกลัวเธอไปทำไม มันคงเหมือนกับตอนที่ผมเป็๞อาชญากรแล้วกลัวตำรวจอะแหละ ตอนนี้เป็๞นักเรียนผมเลยต้องมากลัวคุณครูแทน
    “เข้าใจแล้ว แพรวาเธอกลับไปที่ห้องเรียนเถอะ ส่วนธนาธิปครูจะพาไปเอง”
    “ค่ะ คุณครู” สิ้นเสียงเธอ เธอก็เดินออกไปโดยไม่หันจะมามองผมเลยแม้แต่นิดเดียว เธอทิ้งให้ผมอยู่กับคุณครูที่ดูน่ากลัวเพียงลำพัง ผมจะร้อง
    “ธนาธิปตามครูเข้ามาในห้อง ครูจะคุยเ๹ื่๪๫อาการความจำเสื่อมของเธอ ไม่ต้องยืนเกร็งขนาดนั้น” เธอพูดเสร็จก็เปิดประตูเข้าไปในห้องพักครู
    “ครับ” ผมตอบเธอ ก่อนจะเดินตามเธอเข้าไปในห้อง
    เธอถามผมเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ รวมถึงความทรงจำของผมที่หายไป เธอทดสอบการเรียนของผม แต่ดีที่พื้นฐานผมไม่ใช่คนโง่ จะติดก็ตรงวิชาคณิตศาสตร์นี่แหละ ที่ผมไม่สามารถทำได้จริง ๆ

    “แปลกมาก ๆ ความทรงจำที่หายไป ควรจะเรียนได้แย่กว่าเดิม”
    “หมายความว่าไงหรอครับ” ผมถามเธอ หลังจากที่ผมเห็นเธอมองหน้าผมด้วยท่าทีสงสัย
    “ก็ เอ่อครูจะพูดยังไงดี เธอดูฉลาดขึ้น” เธอพูดก่อนจะมองไปที่บททดสอบที่เธอให้ผมทำอีกครั้งสลับกับการมองมาที่หน้าของผม
    “มันไม่มีทางเป็๲ไปได้เลยที่เธอจะฉลาดขึ้นจากการความจำเสื่อม เว้นแต่เสียว่าจะมีคนอื่นเข้ามาอยู่ในร่างแทน” เธอพูดก่อนจะมองมาที่หน้าของผมด้วยท่าทางสงสัยและแปลกใจอย่างมาก เธอมองผมสลับกับบททดสอบวนเป็๲ร้อย ๆ รอบ
    “แล้วถ้าผมสลับร่างมาจริง ๆ ล่ะครับ” ผมเงยมามองหน้าเธอ ก่อนจะตอบเธอด้วยท่าทางท้าทาย
    “มันเป็๲ไปไม่ได้ยิ่งกว่าการที่เธอฉลาดขึ้นมาอีก” เธอพูดเสร็จก็ลุกขึ้น ก่อนจะหยิบใบกระดาษปึกหนึ่งพร้อมกับกระเป๋าแล้วเดินออกไปทางหน้าประตู
    “ไม่ไปเรียนหรือไง ทำไมไม่ตามมา” เธอหันกลับมาพูดกับผม ก่อนจะเปิดประตูออกไป
    “ครูครับ รอด้วยครับ ขาผมเจ็บอยู่นะครับ” ผมพูดจบ เธอก็ยืนรอผมอยู่ที่หน้าห้อง พอผมเดินไปถึง เธอก็นำทางพาผมไปที่ห้องเรียน