“ใช่แล้ว หัวหน้าเหอ ตอนนี้อีกสองเดือนก็สอบเข้ามหาลัยแล้ว ทำไมต้องเอาเรื่องหยุมหยิมมาคิดด้วยล่ะคะ มันก็ไม่ได้มีอะไรมากนี่ ฉันว่าให้ ครูเหยา ไปตักเตือนก็น่าจะพอแล้วล่ะค่ะ ตอนนี้ที่สำคัญคือการมุ่งเป้าในการสอบ ” ครูประจำชั้นห้อง 4 พูดขึ้นมา
เห็นว่าทุกคนต่างพูดถึงเรื่องเจ้าหนุ่มนั้น เหอเจี้ยน ก็รู้สึกอับอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี ครูทั้งสองท่านเป็นครูที่อาวุโสกว่าทั้งคู่ ในโรงเรียนก็มีชื่อเสียง แม้ว่าเขาจะเป็นหัวหน้าระดับ แต่วัยวุฒิก็ไม่ได้สูงอะไรขนาดนั้น ถ้ายังดื้อดึงต่อไป คนอื่นจะพูดเอาได้ ตัวเองเป็นพวกจิตใจคับแคบ คิดเล็กคิดเล็กน้อย
------------------
เฉิงหยู่ กลับไปนั่งที่ของตัวเอง เจ้าอ้วนก็รีบปรี่เข้ามาหา “ ลูกพี่ๆ ครูประจำชั้นเรียกไปทำอะไรเหรอครับ? ”
“ ไปไกลๆ ไม่ใช่เรื่องที่เด็กอย่างนายจะมายุ่ง?” เฉิงหยู่ ทำท่าปัดๆมือเพื่อไล่เจ้าอ้วนไป ระหว่างนั้นก็สังเกตเห็นว่า หลินยวี่ฮั่น ใช้สายตาแปลกๆมองเขาอยู่
เฉิงหยู่สะบัดมือ “ไม่มีอะไรจริงๆ เธออาจคิดว่าฉันเป็นอัจฉริยะ เลยเรียกไปคุยเรื่องหัวข้อการวิจัยต่างๆ เท่านั้นเอง ”
“หัวข้อวิจัย? วิจัยอะไร?” หลินยวี่ฮั่น ถามอย่างไม่เข้าใจ
“ความสัมพันธ์ระหว่างหน้าอกของผู้หญิงกับแรงโน้มถ่วง” เฉิงหยู่ มองหน้าอก หลินยวี่ฮั่น พร้อมพูดขึ้นอย่างทะเล้น
“เดี๋ยวเถอะ ยังจะมาพูดเล่นอีก นายควรตั้งใจอ่านหนังสือมากๆ ความจำนายดีขนาดนี้ ถ้าตั้งใจเรียนขึ้นมาคงเก่งมาก ฉันเชื่อว่านายจะต้องสอบเข้ามหาลัยได้แน่นอน” หลินยวี่ฮั่น พูดด้วยน้ำเสียงแง่งอน จากนั้นก็พูดอย่างจริงจังกับเฉิงหยู่
“เธออยากให้ฉันตั้งใจเรียนเหรอ?” เฉิงหยู่ มองหน้า หลินยวี่ฮั่น แล้วพูดออกมา
“ก็ใช่นะสิ นายไม่อยากเข้ามหาลัยหรือไง? จริงอยู่ที่ว่าบ้านนายรวย และสามารถฝากเข้าได้ แต่นายไม่อยากสอบเข้ามหาลัยด้วยความสามารถตัวเองงั้นเหรอ? มันน่าภูมิใจกว่าไม่ใช่หรือไง?”
“แล้วเธออยากเรียนที่ไหนล่ะ? อย่างเธอคงสอบเข้ามหาลัยเกียวโตได้สบายๆ ”
“อืม… ตอบยากนะ แต่ฉันไม่คิดจะไปเรียนที่มหาลัยต่างประเทศหรอก ฉันอยากอยู่ที่ หยุนไห่ เพราะฉะนั้นฉันจะเข้า มหาลัยหยุนไห่” หลินยวี่ฮั่น ตอบง่ายๆ
“เป็นห่วงแม่ใช่ไหมล่ะ?”เฉิงหยู่ รู้ว่าเธอเป็นลูกที่กตัญญูมาก สาเหตุที่อยากไปเรียนต่างประเทศ ก็คงมีแค่เหตุผลนี้เหตุผลเดียวเท่านั้น
“อืม ฉันไม่อยากห่างจากแม่น่ะ ฉันใช้ชีวิตร่วมกับแม่ตั้งแต่เด็ก ถ้าฉันไป แม่ก็ต้องอยู่ตัวคนเดียว ท่านต้องลำบากมากแน่ๆ แถมยังต้องหาเงินส่งฉันเรียนอีก ฉันอยากจะอยู่เพื่อดูแลท่าน ได้ทำงานหาเงินไปกับแม่ด้วย ” หลินยวี่ฮั่น พูดด้วยอารมณ์ความรู้สึกซับซ้อน
“เอาจริงๆ ถ้าไม่มีทุนทรัพย์ ฉันช่วยเธอได้นะ ”เฉิงหยู่ รู้สึกประทับใจมาก เธอคือเด็กสาวที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาอย่างแท้จริง เป็นผู้หญิงที่ควรค่าแก่การปกป้องดูแล
“ฉันรู้ว่านายช่วยได้ แต่ฉันไม่กล้าใช้เงินของนายหรอก ฉันกับแม่หาเองได้” หลินยวี่ฮั่น ปฏิเสธความหวังดีของเฉิงหยู่
พูดตามตรง ตอนนี้เธอไม่เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับเขาเลยจริงๆ เฉิงหยู่ คอยดูแลห่วงใยเหมือนเป็นแฟนอย่างไรอย่างนั้น แต่เขาก็ไม่เคยหยิบยกเรื่องแฟนขึ้นมาพูดเลยสักครั้ง นอกจากนี้ เฉิงหยู่ ยังไม่เคยเรียกร้องอะไรจากตัวเธอเลย
เธอเองก็รู้สึกสงสัยเช่นกัน ว่าเฉิงหยู่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่วว่าเป็นเสือผู้หญิง ถึงแม้จะไม่มีใครเห็นด้วยตาตัวเอง แต่ทุกคนก็รู้เรื่องนี้ดี เวลาที่อยู่กับเขา เธอไม่รู้สึกว่าเขาเป็นเช่นนั้น หรือเธอไม่น่าดึงดูดพอ เขาถึงไม่เคยทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงกับตัวเองเลยสักครั้ง อย่างมากก็แค่ชอบพูดเล่นทะลึ่งตึงตัง แต่ก็ไม่เคยล่วงเกินเธอ
บางครั้งผู้หญิงก็แปลกๆ ถ้าหากออกตัวแรงมากเกินไป เธอก็จะรู้สึกว่าเขาชื่นชอบเพียงร่างกาย แต่ถ้าอยู่เฉยๆไม่ได้รุกอะไรมากมาย เธอก็จะรู้สึกว่าตัวเองอาจจะมีเสน่ห์ไม่พอ
เป็นแบบนี้มาเป็นพันปีแล้ว แล้วยังเป็นสิ่งที่นักวิจัย และนักวิชาการนั้นไม่สามารถอธิบายได้
“ฉันรู้ว่าเธอเข้มแข็ง เลยไม่อยากรบกวนอะไรฉัน ฉันแค่หวังว่าถ้าหากเธอมีอะไรเดือดร้อนจริงๆ ก็เอ่ยปากบอกฉัน ฉันจะหาทางแก้ปัญหาเธอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ”เฉิงหยู่ จ้องมอง หลินยวี่ฮั่น และพูดอย่างจริงจัง
พอเห็นสายตาเอาจริงเอาจังของเฉิงหยู่ แล้ว หลินหวี่ฮั่น ก็พยักหน้ารับ
“ดีแล้ว ในเมื่อเธออยากสอบเข้า มหาลัยหยุนไห่ งั้นฉันก็จะตั้งใจอ่านหนังสือ แล้วสอบเข้ามหาลัยหยุนไห่ด้วย ได้ยินว่าการสอบเข้ามหาลัยนั้นไม่ง่ายเลย ” เฉิงหยู่ พูดด้วยยิ้ม
“นายก็จะสอบเข้ามหาลัยหยุนไห่? บ้านนายอยู่เกียวโตไม่ใช่หรือ? ทำไมไม่คิดจะกลับไปล่ะ?” หลินยวี่ฮั่น พูดด้วยความประหลาดใจ
“แน่นอนว่าเป็นเพราะเธอ ถ้าฉันไป แล้วเธอโดนไอ้หนุ่มที่ไหนคาบไปแล้วฉันจะทำยังไง ต่อให้กลับหรือไม่กลับก็เหมือนกัน เพราะแค่มีเธออยู่ด้วยก็เหมือนได้อยู่บ้านแล้ว เพราะฉะนั้น หยุนไห่ ก็คือบ้านของฉันเหมือนกัน ” เฉิงหยู่ พูดกับ หลินยวี่ฮั่น ด้วยถ้อยคำลึกซึ้ง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับพลันของ เฉิงหยู่ หลินยวี่ฮั่น ก็พลอยทำตัวไม่ถูก ยิ่งเขาพูดแบบนี้แล้วใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ก็แดงก่ำราวกับก็เชอร์รี่ เธอรีบเบนหน้านี้ แล้วก็แสร้งยกหนังสือขึ้นมาอ่าน พร้อมกับพูดด้วยเสียงเหมือนกระซิบว่า “ ฉันรู้ว่าคำพูดหวานหูเหล่านี้เป็นแค่เรื่องหลอกลวง ฉันไม่เชื่อนายหรอก”
เฉิงหยู่ลอบขำเล็กน้อย จากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปอีก เมื่อหลินยวี่ฮั่นเห็น เฉิงหยู่ เงียบไป เธอก็รู้สึกหวั่นไหวอย่างช่วยไม่ได้
เฉิงหยู่หยิบหนังสือประวัติศาสตร์ขึ้นมาเล่มหนึ่ง แล้วก็อ่านมันอย่างตั้งใจ ถึงแม้ก่อนหน้านั้นเขาได้ท่องจำมันทั้งหมดแล้ว แต่ก็เป็นแค่คำถาม-ตอบสั้นๆเท่านั้น ไม่ได้เจาะลึกอะไรมากมาย ดังนั้นจึงตั้งใจอ่านอีกรอบอย่างละเอียด
เฉิงหยู่ ใช้เวลาหนึ่งวันในการจดจำหนังสือประวัติศาสตร์ทั้งเล่ม เขาเพ่งจิตห่อหุ้มหนังสือไว้ จากนั้นก็ถอดบทความต่างๆในหนังสือ อย่างไรก็ตามการเพ่งจิตไปที่การหาคำตอบเหล่านี้ ทำให้ เฉิงหยู่ เข้าใจว่ามันเป็นเช่นเสมือนดั่งการฝึกตน ไม่ใช่ว่าจะสำเร็จวิชาได้แบบงูๆปลาๆ แต่คุณต้องเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ มิฉะนั้นแล้วผู้คนคงกลายเป็นเซียนอมตะกันเต็มบ้านเต็มเมือง
เวลาเลิกเรียน เหยานา ก็มายืนรออยู่หน้าห้องเรียน จากนั้นก็เฉิงหยู่ ไปที่ห้องพักครูอีกรอบหนึ่ง ซึ่งในเวลานี้เหลือพวกเขาแค่สองคนเท่านั้น
“เรื่องตอนบ่ายอย่าเก็บมาใส่ใจเลยนะ เขาบอกจะไม่เอาเรื่องเธอแล้วล่ะ” เหยานา ออกปากพูดก่อน
เฉิงหยู่เบ้ปาก ไม่เอาเรื่องงั้นเหรอ? ต้องบอกว่าเป็นฉันเองต่างหาก ที่ไม่จับมันยัดหลุมศพ
พอเห็นท่าทีของเฉิงหยู่ เหยานาก็คิดว่าเขาคงยังไม่รู้ถึงอำนาจของเหอเจี้ยน และความแตกต่างระหว่างคนทั้งสอง แต่ก็นะเขายังเป็นวัยรุ่นอยู่ ดังนั้นเธอจึงพูดขึ้นมา “หัวหน้าเหอ มีบทบาทมากในโรงเรียนนี้ แล้วลุงของเขาก็เป็น รองผอ. ของโรงเรียนนี้ด้วย พูดง่ายๆว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลของโรงเรียนนี้เลยก็ว่าได้ ถ้าหากเขาจิตใจคับแคบตั้งใจจะเอาความเรื่องนี้ขึ้นมาจริงๆ จนคิดสร้างปัญหาให้กับเธอ มันจะมีผลกระทบต่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเธอได้ ”
เห็น เหยานา เป็นห่วงตัวเองแบบนี้ เขาก็รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าไหร่ก็ตาม เธอถูกเขาแหย่เล่นอยู่บ่อยๆ แต่ก็ยังคิดถึงตนเอง นี่แสดงให้เห็นว่า เหยานา เป็นครูที่ดีมากคนหนึ่ง
“งั้นเหรอครับ? ถ้างั้นก็ต้องขอบคุณครูเหยามาก แล้วครูเหยามีเรื่องอะไรอีกไหมครับ?”
“เพราะว่าเธอมีเรื่องกับเขา ฉันก็เลยคุยเรื่องตอนเช้าไม่จบสักที ในเมื่อเธอมีความจำดีขนาดนี้ แล้วทำไมถึงไม่ตั้งใจเรียน แม้ว่าเธอจะรักสนุก แต่อย่าลืมว่าอีกสองเดือนต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เหลือเวลาไม่มาก ฉันหวังว่าในช่วง 2 เดือนนี้เธอจะคิดได้ แล้วตั้งใจเรียนอย่างจริงจัง ฉันเชื่อว่าด้วยความจำของเธอบวกกับความขยันหมั่นเพียรเธอต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆได้อย่างแน่นอน ” เหยานา ตั้งใจที่จะพูดเรื่องนี้กับเฉิงหยู่อย่างจริงจัง
“พูดได้ดีครับ แล้วยังมีอะไรอีกไหมครับ?” เฉิงหยู่ พูดแบบเบื่อๆ
“ถ้าเธอคิดจะตั้งใจเรียนจริงๆ ฉันจะพยายามสนับสนุนเธอเท่าที่ทำได้ แต่ตอนนี้อยากรู้ว่าเธอติดปัญหาอะไรมากที่สุด?”
“ภาษาอังกฤษผมไม่รู้เรื่องเลย ” เฉิงหยู่ พูดกับ เหยานา
“ถ้าเป็นภาษาอังกฤษฉันช่วยติวพิเศษให้เธอได้ แล้ววิชาอื่นๆ เธอไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?” เท่าที่ดู วิชาภาษาจีน คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษของ เฉิงหยู่ นั้นย่ำแย่มาก เป็นอย่างน้อยๆเขาก็มีปัญหากับวิชาทั้ง 3
“ไม่มีหรอกครับ”
“เธอแน่ใจนะว่าภาษาจีน กับ วิชาคณิตศาสตร์เธอไม่ต้องการให้ใครมาติวพิเศษ? ถ้าต้องการ ฉันสามารถหาคุณครูพิเศษมาสอนเธอได้นะ”
“ไม่ต้องหรอกครับ ถ้าหากว่าคุณครูสองท่านนั้นทั้งสาวทั้งสวยเหมือนคุณ ผมก็อาจจะคิดดูอีกที ”
เหยานา สีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่า เฉิงหยู่ จะตอบแบบนี้ออกมาก ดังนั้นจึงพูดขึ้นด้วยเสียงแข็งเล็กน้อยว่า “คราวหน้าต่อหน้าคุณครูอย่าใช้คำพูดแบบนี้อีกนะ ทำแบบนี้เหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติกัน รู้ไหม?”
พอเห็นว่าเฉิงหยู่ เงียบไป เธอก็ไม่รู้จะทำอะไรต่อ “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกวันหลังเลิกเรียนเธอจะต้องมาหาฉันเพื่อเรียนเสริมอีกสามชั่วโมง”
“ไปกับครูเหรอครับ?”เฉิงหยู่ พูดซ้ำ ในใจก็นึกคึกขึ้นมา โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ อยู่กับคุณครูสุดสวยกันสองต่อสอง ชายหญิงขี้เหงา กลัวว่าเธอจะทำอะไรตัวเองขึ้นมาจริงๆ
“ใช่ ไปกับฉัน แต่อย่าคิดอะไรเลอะเทอะเชียว ฉันเรียกเธอมาเรียน ไม่ได้เรียกไปทำอย่างอื่น เจอเด็กแก่แดด เอาคิดแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง” พอเห็นการแสดงออกของเฉิงหยู่ เธอก็รู้ว่าเด็กคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่
เหยานา ยืนขึ้นเก็บข้าวของๆตัวเอง หลังจากนั้นก็พาเฉิงหยู่ กลับบ้าน เหยานา พักอยู่ที่บ้านพักครูของโรงเรียน ซึ่งอยู่ห่างจากตึกเรียนไม่ไกลเท่าไหร่ ก็ยังอยู่ในบริเวณโรงเรียน ทั้งสองเดินเข้าไป ภายในประกอบด้วยห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องครัว และห้องน้ำ แต่เพราะขนาดไม่ใหญ่นัก ดังนั้นจึงดูค่อนข้างแออัด
“ภาษาอังกฤษของเธอในตอนนี้ยังเป็นศูนย์ หรือจะเรียกว่าไม่รู้อะไรเลย เพราะฉะนั้นฉันเริ่มตั้งแต่ต้นใหม่ ก่อนอื่นฉันจะให้เธอฝึกออกเสียงก่อน” พูดไปก็พลางเปิดโน๊ตบุ๊คของตัวเอง หลังจากนั้นก็นำแนวทางการเรียนภาษาอังกฤษที่รวบรวมไว้ออกมา แล้วเลือกไฟล์สำหรับฝึกออกเสียง “เธอลองฟังดูก่อนนะ ฉันขอตัวไปทำอาหารก่อน พอทานข้าวเสร็จฉันจะอธิบายพื้นฐานให้เธอฟัง”
เฉิงหยู่ก็หยิบหูฟังขึ้นมา ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ เมื่อ เหยานา เห็นแบบนั้นก็เดินเข้าห้องครัวทันที
ส่วนด้าน หลินยวี่ฮั่น หลังเลิกเรียนตามปกติ เธอจะเดินไปที่ตลาดกลางคืน ซึ่งแม่ของเธอตั้งแผงขายของอยู่ ด้วยถนนเส้นหลักนั้นอ้อมเกินไป ดังนั้นทุกๆวัน หลินยวี่ฮั่น จะเดินเข้าไปในตรอกซอยเล็กๆ ซึ่งเป็นทางลัดผ่านถนนหลักสองสายไปสู่ตลาดกลางคืน แต่มันก็ค่อนข้างเปลี่ยวน่าดู
ในขณะที่ หลินยวี่ฮั่น เดินผ่านซอยแรกนั้น ก็มีรถตู้สีขาวไม่ได้สวมป้ายทะเบียนรถตามมาจากด้านหลัง ขับมาจอดขวางหน้า หลินยวี่ฮั่น เอาไว้ เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นดู ก็เห็นว่ามีถุงผ้าสีดำคลุมหัว แล้วก็ดึงเธอเข้าไปในรถ
เพียงไม่กี่วินาที รถคันนั้นก็หายไปจากถนนสายนี้ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีคนอยู่สองสามคนที่ถูกรถตู้ขวางไว้ ดังนั้นจึงยังไม่ทันได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
จบตอน