The SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 73 ราชาผู้โง่เขลา(2)

            มิเนอร์วานั่งพักฟื้นห้วงดวงจิตมองเห็นตนเองกำลังนั่งอยู่บนถาดตาชั่งสีทองอร่าม ซึ่งกำลังลอยตัวสูงเหนือพื้นดิน ทางด้านขวาเป็นเหล่าผู้เลวทรามที่กำลังดิ้นรนทำให้ถาดตาชั่งนั้นเบาขึ้น นี่คือพลังติดตัวของจักรพรรดิเทวะแห่งทิศตุลย์ ราวกับพรวิเศษติดตัวที่จะทำให้ทุกสิ่งที่อยู่ในสายตานั้นเท่าเทียมกัน กำเนิดมาจากไพร่ ก็เท่าเทียมกับราชา เป็นสามัญชนก็มีศักดิ์เท่าเหล่าขุนนาง ดังนั้นตาชั่งนี้จึงวัดหน่วยความชั่วออกมา และให้กฎเกณฑ์เป็นผู้ลงทัณฑ์ แต่อาจจะเป็นเพราะความชั่วร้ายที่อีกฝ่ายได้ทำไว้นั้นมีมากเกินไป จึงปรากฏออกในรูปเสียงด้วย ซึ่งต่างจากของมิเนอร์วาที่มีแค่ภาพ



            แมคไกวจ้องมองไปที่มุมหนึ่งของคลื่นเงามนุษย์เบื้องหน้า มันพบเจอเข้ากับใบหน้าหนึ่งที่มันเคยลงมือฆ่าปิดปาก ชายผู้นั้นตะเกียกตะกายวิ่งเข้ามาพร้อมก็ถามย้ำๆ ว่าฆ่าเขาทำไม ใบหน้าแล้วใบหน้าเล่าต่างก็วิ่งกรูกันเข้ามาโอบล้อม เกรเซียนั้นปรากฏขึ้นก่อนเป็นผู้แรกในมิตินี้แต่ก็เพียงไม่ถึงสามวินาทีเท่านั้น ก่อนที่จะถูกส่งกลับไปยังโลกปกติ ยามนี้จึงได้สติรีบมองไปยังมิเนอร์วาด้วยสายตาเป็นห่วงและเศร้าโศก ชายหนุ่มที่นั่งหลับตาอยู่หน้าลานกำแพงเมืองกำลังฟื้นฟูพลังคืนกลับมาอย่างช้าๆ แต่ทางฝั่งผู้คนรอบตัวนางนั้นกลับยืนนิ่งราวกับคนไม่ได้สติ



            เมื่อสบโอกาสหญิงสาวที่ศักดิ์ศรีทั้งหมดถูกย่ำยี เกียรติความเป็นคนถูกเหยียบย่ำ ด้วยความเศร้าเสียใจผสมรวมกับความเด็ดเดี่ยว จึงยกมีดที่เก็บซ่อนไว้ในแหวนมิติชูขึ้นสูง และพุ่งเข้าหาราชาแห่งแทนลายัสองค์ปัจจุบันที่ยืนเหม่อลอย จังหวะเดียวกันนั้นเองทุกผู้คนก็หลุดออกจากอำนาจพิพากษา ประกาศิตอันชอบธรรมได้สำเร็จผลแสดงพลัง บนตาชั่งทั้งสองฝั่งมิเนอร์วาและเหล่าครึ่งเทพมีสภาพต่างกันโดยสิ้นเชิง ผู้หนึ่งนั่งหลับตานิ่งสงบฟื้นฟูพลังอย่างช้าๆ ส่วนอีกฝั่งหนึ่งนั้นแต่ละคนต่างล้มลงพื้นด้วยอาการเหนื่อยล้าอ่อนแรง ปริมาณและคุณภาพของพลังวิญญาณบ้างถูกลดทอน บ้างก็เพิ่มขึ้นจนเทียบเท่าได้กับของชายหนุ่มเมื่อครั้งเอ่ยประกาศิตอันชอบธรรมในตอนแรก



            การจ้องมองของจักรพรรดิเทพนั้นเป็นเพียงการทำให้เท่าเทียม ไม่ได้เป็นการล้างสังหารแต่อย่างใด เพราะพวกท่านทั้ง 36 องค์นั้น หากไม่จำเป็นจริงๆ ล้วนไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องภายนอกเผ่าพันธุ์ แต่นั่นย่อมมีข้อยกเว้นอย่างเช่นในหนนี้ ด้วยมหาโชคลาภอำนวยพรที่เคยมอบให้ ท่านทำแค่เพียงจ้องมองมาเพื่อตอบแทนอายุขัยที่ชายหนุ่มเคยเต็มใจสังเวยให้เท่านั้น ดวงตาสีฟ้าภายในกระดองใหญ่หลับตาลงอีกครั้ง เสียงน้ำตกยังคงดังอย่างต่อเนื่องเช่นก่อนหน้าเป็นดนตรีกล่อมนิทราให้หลับตาสนิท



            เกรเซียเสือกส่งมีดออกไปอย่างเต็มแรง แต่น่าเสียดายราชาองค์ปัจจุบันนั้นเป็นถึงครึ่งเทพ ตัวมันที่พึ่งได้สติรับรู้ได้ว่ามีภัยกำลังมาจึงป้องกันตัวเองโดยสัญชาตญาณ ปืนสั้นที่ลอกเลียนแบบถูกจุดยิงตอบโต้ทันที กระสุนเหล็กลูกหนึ่งถูกยิงเข้าท้องของเกรเซียจนร่างกายหยุดชะงัก โลหิตแดงฉานค่อยๆ ซึมออกมาบนร่างที่พึ่งล้มลงไป รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นที่มุมปาก มือทั้งสองได้แทงลงไปยังชายโครงของราชาที่พึ่งได้สติ ถึงแม้จะแทงเข้าไปได้ไม่ลึก แต่ก็มากพอจะทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดพละกำลังถูกลดทอนไปส่วนหนึ่ง



            "นังแพศยา ให้เป็นราชินีดีๆ ไม่ชอบ ดันอยากเป็นเมียไพร่"



            ร่างของกษัตริย์เซเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวดมันมองไปที่เกรเซียและสบถอย่างหยาบคาย ไม่สนสายตารอบข้างที่มองมา ดีมัวร์ชะงักร่างเพียงเล็กน้อยแต่ก็เลือกที่จะไม่แยแส ตัวมันไหนเลยจะกล้าประณามการกระทำของราชา



            "หากต้องเป็นราชินีของกษัตริย์ชั่วร้ายเช่นท่าน ตัวข้ายอมตายเสียดีกว่าอยู่ เกียรติของข้าที่ถูกพรากไปก็ถือเสียว่าให้สุนัขมันโลมเลีย"



            เกรเซียน้ำตาไหลรินจ้องมองไปที่มิเนอร์วา เลือกที่จะสบตากันเป็นครั้งแรก ภายในใจเต็มไปด้วยอารมณ์อันหลากหลาย พูดไปด้วยอาการหายใจหอบ ลมหายใจขาดห้วงอยู่เป็นระยะ



            "ตัวข้าเป็นต้นเหตุที่ทำให้มารดาของท่านถูกจับ ข้ารักท่านอย่างจริงใจ ข้าขอโทษที่ไม่อาจใช้ชีวิตร่วมกับท่านได้จนแก่เฒ่า เวลาได้มาถึงแล้ว ข้ารักท่าน มิเนอร์...."



            ปัง!...



            ชายหนุ่มจิตใจแหลกสลายเป็นหนที่สอง กุสตาฟหันปากกระบอกปืนไปหาเกรเซียด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวไม่พอใจ กระสุนมรณะถูกยิงซ้ำออกมาอีกนัด พุ่งเข้าเต็มกะโหลกศีรษะของสตรีอันเป็นที่รักอย่างโหดเหี้ยม นางยังพูดไม่ทันจบประโยคอีกทั้งนี่ยังนับเป็นครั้งแรกที่เกรเซียได้บอกความรู้สึกในใจของตนเองให้ชายหนุ่มได้ล่วงรู้



            "ฮะ ฮือ ฮา ฮ่าๆๆ ฮือ"



            เสียงหัวเราะปนเสียงร้องไห้พิลึกพิลั่นดังก้องไปทั่วสนามรบ สร้างความขนลุกขนชันไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตใดที่ได้ยินเป็นอันต้องรู้สึกเสียววาบที่กลางหลัง สงครามครั้งใหญ่นี้มิเนอร์วาได้สูญเสียครอบครัว มารดา และสตรีผู้เป็นที่รัก ความเศร้าโศกานี้ยากเกินกว่าที่จิตใจจะรับไหวแล้ว สัตว์ร้ายที่เคยหลับตานอนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ ได้ถูกกระตุ้นปลุกให้ตื่นขึ้นจากการนิทรา ภายในเงาดำข้างลำตัวตอนนี้ ปรากฏเป็นร่างมังกรสวรรค์อนธการตัวใหญ่โผล่ออกมา



            ทันทีที่มันมองเห็นศัตรูก็ร้องคำรามอย่างเดือดดาล และพุ่งเข้าไปร่วมสังหารตะลุมบอน แต่อีกฝ่ายย่อมไม่ปล่อยให้ตนเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่ฝั่งเดียว แมคไกวเป็นผู้แรกที่ส่งฝ่ามือสายฝนเข้ามาหา ในมือชายหนุ่มปรากฏแผ่นยันต์จำนวนมากที่ถูกเผาไหม้และโยนขึ้นฟ้า อักขระมากมายรวมตัวกันก่อร่างเป็นรูปฉัตรเก้าชั้นครอบร่างปกป้องไว้ ทั้งสองสิ่งปะทะกันอย่างรุนแรง ฝ่ามือสายฝนแตกสลายฉัตรเก้าชั้นหลงเหลือเพียงห้าชั้น ชายหนุ่มโยนยันต์กระดาษขึ้นไปอีกครั้ง เติมเต็มให้ฉัตรทั้งเก้านั้นปรากฏครบสมบูรณ์ ไม่ว่าฟ้าจะถล่มดินจะทลายฉัตรทั้งเก้านี้จะถูกเติมเต็มอยู่ตลอดเวลา



            เดิมทีเหล่าครึ่งเทพทั้งหลายต่างก็พากันหมดแรงไปมากแล้ว ในตอนนี้ยังมาเจอแมลงสาบฆ่าไม่ตายอีก แม้แต่ครึ่งเทพบางคนที่เคยเคร่งขรึมนิ่งเงียบ ยังเริ่มเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวมันเขี้ยว พลังของพวกมันถูกลดทอนลงไปทีละน้อยไร้ซึ่งเวลาให้ได้พักหายใจ ทันทีที่หยุดโจมตีก็ต้องพบเจอกับความปั่นป่วนของคลื่นกองทัพฝูงห่าผี กลับกันหากเอาแต่โจมตีก็ดันตีอีกฝ่ายไม่ตายสักที ไม่อาจสร้างความเสียหายให้แก่มิเนอร์วาที่ถูกคนรอบไว้ด้วยฉัตรเก้าชั้นได้ แม้แต่อาวุธที่บางครั้งฝ่าทะลวงเข้ามาได้ ก็ฟันแทงสร้างบาดแผลได้เพียงแค่เล็กน้อยไม่อาจคมไปกว่าความเหนียวของผิวหนัง



            แต่กระสุนที่มิเนอร์วายิงสวนออกมานั้นมีทั้งความแม่นยำ พิษร้ายกัดกร่อนและความรุนแรง หากโดนเข้าไปสักหนึ่งนัดต่อให้มีกายาระดับครึ่งเทพก็ยังต้องทรมานสาหัส ยิ่งเวลาผ่านไปมิเนอร์วายิ่งกลายเป็นฝ่ายได้เปรียบ เบื้องหลังชายหนุ่มในตอนนี้ผู้คนจากสำนักแพทย์โลหิตพิษ และวังมรณะสาบสูญนั้นได้ตามมาทันแล้ว เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่หนึ่งคนโจมตีหนึ่งกองทัพนี้ จิตต่อสู้ของพวกมันก็ลุกโชนหนี้แค้นใดในอดีตล้วนถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเพื่อเอาคืน แต่ละคนต่างก็เฮโลเข้าร่วมสงครามเต็มเปี่ยมไปด้วยความฮึกเหิม แม้แต่เหล่าเหนือมนุษย์และครึ่งเทพที่บาดเจ็บก็เข้าร่วมโจมตีด้วยเช่นกัน



            กระแสสงครามเปลี่ยนไปทันทีที่ทุกคนได้มาถึง ภาระที่มิเนอร์วาต้องแบกรับนั้นลดน้อยลงเป็นอย่างมาก จึงเริ่มตอบโต้กลับด้วยการเข่นฆ่าล้างสังหารไปตลอดทาง ความเท่าเทียมจากประกาศิตอันชอบธรรมนั้นสำแดงผลได้ชัดเจนมากที่สุด มิเนอร์วาผนึกไปทั่วทั้งแปดทิศ โจมตีออกด้วยเก้าฝ่ามือ เดินท่องไปเยือนทั้งห้าภพภูมิ กระสุนถูกสาดออกไม่หยุดยั้ง พุ่งผ่านไปยังที่ใดก็จะหอบนำความตายเดินทางไปด้วย ดีมัวร์เองก็ลนลานถอยหลังอย่างต่อเนื่อง ไม่คิดไม่ฝันว่าเด็กหนุ่มในวันนั้น จะแข็งแกร่งมากเช่นชายหนุ่มในวันนี้



            ตัวมันที่หลุดออกจากพลังของกงล้อสังสารวัฏมาได้อย่างยากลำบาก รู้ตัวอีกทีบุตรสาวก็ตกตายแล้ว หนำซ้ำในยามนี้ตนเองยังได้ไปสังหารมารดาของปีศาจคลั่งตนนี้อีก แม้จะรู้สึกเสียใจกับการจากไปของบุตรีแต่มันก็ไม่ได้เศร้ามากนัก ในหัวจึงมีความคิดเดียวที่ปรากฏขึ้น ตัวมันต้องหนีนั่นเอง! หนีไปให้ไกลจากอาณาจักรนี้ และหลบซ่อนปิดบังตัวตน แต่กว่าจะคิดได้ก็สายไปเสียแล้ว ชายหนุ่มก้าวขามาปรากฏอยู่ด้านหลังดีมัวร์ และยิงเข้าที่ข้อพับด้านหลังหัวเข่าทั้งสองข้างอย่างไร้ปรานี ภายในใจเต็มไปด้วยความคั่งแค้น



            พิษที่ทำให้เกิดความรู้สึกชากระจายแล่นไปทั่วร่าง จนตัวมันไม่สามารถยืนได้ไหวอีกต่อไป แมคไกวปรากฏขึ้นที่ด้านขวาส่วนราชาองค์ปัจจุบันปรากฏขึ้นที่ด้านซ้าย พวกมันทั้งคู่โผล่มาขนาบข้างชายหนุ่ม ในมือทั้งคู่ต่างก็มีดาบยาวคนละเล่มที่ฟันลงมาพร้อมกันอย่างรุนแรง ราวกับเป็นเพลงดาบเดียวกัน มิเนอร์วายืนนิ่งประทับมือทำให้บงกชเพชรผลิบานออกมา



            ดอกบัวสีใสต้านรับคมดาบทั้งสองที่ฟันลงมา โลหะคมคู่นั้นกระแทกเข้าใส่ม่านป้องกันอันแข็งแกร่งนี้จนเด้งสะท้อนกลับไป ส่งเสียงอึงอลสะท้อนราวกับฟันกระทบเข้ากับศิลาแข็ง มิเนอร์วาก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวก็หายไปจากระยะโจมตีของทั้งคู่ และปรากฏตัวที่อีกแห่งไม่ไกลออกไป บุรุษร่างท้วมผู้นำกลุ่มการค้าจันทราทมิฬดวงตาหดลีบ มันถีบตัวถอยหลังหนีออกจากระยะโจมตีของชายหนุ่มและรีบเอ่ยขึ้นเสียงดัง



            "นายน้อยแห่งวังมรณะสาบสูญ! ข้าขอเจรจา ข้าและกลุ่มการค้าของข้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในแผนการสังหารคนของแทนลายัส หากท่านยินยอมให้ข้าและคนของข้าจากไป รับรองว่าหนี้ในหนนี้ข้าต้องจ่ายคืนให้ท่านจนพึงพอใจอย่างแน่นอน!"



            ผู้นำร่างอวบผู้นี้มีพื้นเพมาจากพ่อค้า ย่อมต้องมีนิสัยมุ่งเข้าหาฝ่ายที่มีผลประโยชน์มอบให้ เมื่อหมดประโยชน์ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อ แยกตัวจากไปปล่อยให้อีกฝ่ายจัดการปัญหาเอาเองย่อมดีที่สุด ชายหนุ่มหยุดเท้าลงมองหน้าพวกมันทั้งหลายอย่างเย็นชา เพียงครู่เดียวก็ก้าวเดินหน้าไปโผล่ในที่ไกลออกไปซึ่งเป็นที่อยู่ของครึ่งเทพฝั่งราชวงศ์ และลงมือปะทะประหัตประหารกันด้วยต้องการระบายโทสะ



            "หากมีเวลาเชิญท่านมาเที่ยวชมหอหมื่นบุปผาดูสักครา ข้าจะต้อนรับท่านเป็นอย่างดี ขอตัว!"



            ผู้นำกลุ่มการค้าจันทราทมิฬเอง เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ลงมือต่อตนก็โค้งตัวต่ำให้หนึ่งที และจากไปพร้อมกับคนของกลุ่มการค้าจันทราทมิฬทั้งหมด ฝั่งราชวงศ์เองตอนนี้หนึ่งในสองดยุกระดับครึ่งเทพที่ครองอาณาเขตแผ่นดินทิศเหนือ ก็ได้ตกตายลงพร้อมกับกองทัพทหารหลายหมื่นนาย กองทัพเงาจำนวนมากถูกปลุกขึ้นมาให้เป็นทาสทหารรับใช้ ทั่วทั้งสนามรบเจิ่งนองไปด้วยโลหิต ด้านหลังแมคไกวเองตอนนี้ก็ปรากฏยักษ์ตัวโตที่เหลือแขนเพียงข้างเดียวเช่นร่างจริง



            ก่อนหน้านี้ในการปะทะกันที่ชุลมุน แมคไกวที่ฝืนใช้ฝ่ามือรับลูกกระสุนพิษตรงๆ รับรู้ได้ทันทีว่าพิษกำลังลุกลามไปทั่วมือแล้ว แต่ก่อนที่พิษจะทันได้ลุกลามไปทั่วร่าง มันจึงชิงตัดแขนตัวเองทิ้งเสียก่อนอย่างโหดเหี้ยม ทางด้านราชาองค์ปัจจุบันนั้นดีหน่อยมันถูกกระสุนพิษถากบริเวณหางคิ้วใกล้ดวงตา ส่งผลให้ถูกพิษแพร่ซึมในปริมาณที่น้อยเป็นอย่างมาก แต่พิษร้ายย่อมเป็นพิษร้าย ดวงตาข้างนั้นพร่าเลือนก่อนจะมืดดับไปตลอดกาลในขณะที่มิเนอร์วากำลังจะลงมือฆ่าเพื่อจบสงครามนั้นเอง เสียงถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่ายก็ดังขึ้น สะท้อนไปทั่วอากาศ



            "เฮ้อ....! เลิกแล้วกันไปได้หรือไม่? แทนลายัสจะจ่ายค่าเสียหายให้กับทุกคนอย่างเหมาะสม"



            ปรากฏผู้เฒ่าในชุดผ้าธรรมดาราวกับสามัญชนคนหนึ่งกลางอากาศ ชายชราจ้องมองไปทั่วสนามรบยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเสียงร้องโหยหวนของผู้ถูกทรมาน ก่อนจะเลื่อนสายตามาหยุดลงที่มิเนอร์วา



            "เป็นข้าสั่งสอนบุตรไม่ดีเอง สหายน้อยเห็นแก่ข้าสักครั้งได้หรือไม่?"



            "ท่านบอกให้ข้าหยุดแล้วข้าจำเป็นต้องหยุดอย่างเชื่อฟังหรือยังไงกัน บุตรท่านสังหารผู้หญิงของข้า ลูกน้องของบุตรท่านยิ่งสังหารมารดาข้า หนี้เลือดฆ่าบิดามารดาท่านจะยอมจ่ายด้วยชีวิตท่านหรือยังไงกัน ให้ข้าสังหารท่านดังเช่นที่มันสังหารมารดาของข้าดีหรือไม่เล่า?"



            กลิ่นอายครึ่งเทพระดับสูงสุดของผู้ชรากระจายออกไปปกคลุมทั่วทุกสรรพสิ่งกดดันทุกชีวิต ด้วยหวังจะยุติสงครามไร้ประโยชน์นี้ลงเสียที บังเกิดเป็นกำแพงสายลมก่อตัวกักขังมิเนอร์วาเอาไว้ภายในด้วยมุ่งหมายไม่ให้ขยับ สายลมกรรโชกพยายามกรีดเลือดเฉือนเนื้อของชายหนุ่ม ก่อนที่สายลมบ้าคลั่งจะกลายเป็นทะเลเพลิงร้อนแผดเผา เมื่อเห็นว่าการกรีดเฉือนไม่สำเร็จ มันจึงเปลี่ยนเป็นหมายมั่นต้องการเผาให้ไหม้จนวอดวาย แต่มิเนอร์วาย่อมไม่ยืนรอดูตัวเองถูกเผาแน่ บงกชปัทมราชสยบมารผลิบานออก เหล่ามารเพลิงที่กำลังลุกไหม้ถูกไอพลังสีแดงสว่างขจัดออกไปสิ้น



            กลิ่นอายสยบกดดันกระจายตัวเข้าต่อต้านอาณาเขตพลังวิญญาณของครึ่งเทพชรา กระแสพลังของทั้งสองคนต่างก็ต้านกันไปมา วิถีที่หนึ่งถูกผนึกออกไป เบื้องหลังมิเนอร์วามวลเมฆแปรเปลี่ยนเป็นกายแห่งธรรม จำแลงร่างขนาดใหญ่ชี้นิ้วตวัดตามท่าร่างที่ร่างหลักพึ่งกระทำออกไป การตวัดนิ้วง่ายๆ ครั้งนี้ก่อให้เกิดหอกมายาหลายเล่มตกลงใส่ทุกผู้ที่เป็นศัตรู หอกแห่งการพิพากษาพุ่งแทงลงมาใส่พวกมัน หมายจะผนึกความเคลื่อนไหวให้สิ้นท่า



            อดีตราชาผู้ชรากำลังต่อต้านหอกเล่มยักษ์นั้นอย่างเต็มกำลัง และกำลังต้านดันกลุ่มหอกวิญญาณเหล่านั้นกลับไป มิเนอร์วาอาศัยโอกาสที่อีกฝ่ายกำลังทุ่มสมาธิอยู่กับผนึกสัญชีพนั้นชักปืนขึ้นมารัวยิง กระสุนพิษถูกจุดปะทุพุ่งออกไปจนลูกโม่หมุนครบจบหนึ่งรอบ กระสุน 5 ลูกนั้นถูกชายชราหลบและป้องกันได้ทั้งหมด มีเพียงนัดสุดท้ายที่เฉียดไหล่อีกฝ่ายไป แต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับการชกชิงความได้เปรียบ



            พิษจำพวกที่ใช้สำหรับสังหารนั้นโดยส่วนมากล้วนออกฤทธิ์ช้า ส่วนพิษจำพวกที่ออกอาการกับระบบประสาทเช่นเหน็บชา เจ็บปวด แสบร้อน พิษจำพวกนี้ใช้เวลาสั้นกว่าในการออกฤทธิ์ ยกเว้นพวกที่ทานพิษเข้าไปเอง เพราะไม่ว่าจะพิษชนิดไหนล้วนออกฤทธิ์รวดเร็วไม่ต่างกันหากเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ดังนั้นแผลที่ถูกพิษเล็กน้อยปนเปื้อนเข้าไปในตอนนี้ จึงค่อยๆ เริ่มที่จะออกอาการ ความเหน็บชาค่อยๆ แพร่กระจายจากหัวไหล่ลามลงแขน หลังจากรู้สึกตัว ชายชราจึงพยายามใช้พลังวิญญาณขับพิษที่แทรกซึมอยู่ภายในกายออกมา เมื่อเห็นทีท่าไม่สู้ดีเขาจึงตัดสินใจเด็ดเดี่ยว ไม่ยอมปล่อยให้เรื่องราวบานปลายชิงตัดแขนตัวเองทิ้ง และโยนไปทางชายหนุ่ม ก่อนที่จะควบคุมสั่งให้พลังวิญญาณภายในแขนของตนเองระเบิดขึ้น



            การระเบิดของพลังวิญญาณระดับครึ่งเทพ ย่อมรุนแรงพอจะทำลายล้างปราสาททั้งหลังให้หายไป แต่น่าเสียดายที่การระเบิดนี้ ทำได้เพียงแค่ทำลายบงกชวัชระลงเท่านั้น มีเพียงสายลมรุนแรงเป็นพลังที่เหลือตกค้างมาถึงมิเนอร์วา ถึงแม้จะรุนแรงแต่ก็ทำให้บาดเจ็บแค่เพียงภายนอกเท่านั้น ทายาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็คงจะหายดี สายลมนั้นพัดร่างชายหนุ่มถอยหลังไปสามก้าวเส้นผมที่เคยเสยเอาไว้ตกลงมาบดบังดวงตา มิเนอร์วาจึงยกมือขึ้นมาเสยผมที่ตกลงมานั้นกลับไปที่เดิมพร้อมกับรอยยิ้มเหยียดหยัน



            "หากจะโทษใครสักคนในเรื่องทั้งหมดนี้ ก็จงโทษบุตรผู้จองหอง และโลภมากของเจ้าเถิด แขนข้างนั้นของเจ้าก็ได้สูญเสียไปเพราะมันเป็นต้นเหตุ เชื่อข้าเถิด… มันไม่จบแค่แขนข้างเดียวอย่างแน่นอน"



            มิเนอร์วาถึงแม้จะบาดเจ็บภายนอกแต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงมาก ดังนั้นการปะทะต่อมาจึงเป็นการศึกยืดเยื้อ เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมให้เข้าใกล้ และก็ไม่ยอมเข้ามาใกล้เช่นกัน แม้แต่กำแพงเพลิงของผนึกวิถีที่สามก็ยังถูกอีกฝ่ายทุ่มสุดตัวทำลายออก ชายหนุ่มย่อมไม่สนใจอยู่แล้วว่าอดีตราชาผู้นี้จะเข้ามาตอนไหน ดังนั้นจึงก้าวขาเปลี่ยนทิศไล่เข่นฆ่าครึ่งเทพสองคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ ส่วนดีมัวร์นั้นในตอนนี้กำลังกระเสือกกระสนดิ้นรน มันคลานหนีโดยมีอลิซเดินทางพิทักษ์ไม่ห่างไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้



            หลังจากสู้รบกันมานานในที่สุดทั่วทั้งกำแพงเมืองจึงเหลือผู้รอดชีวิตแค่ 4 คนเท่านั้น ทั่วทุกที่ล้วนเต็มไปด้วยกายหยาบที่มีสภาพเหี่ยวแห้งซูบผอมจนหนังติดกระดูก ผู้ที่ยังมีชีวิตรอดอยู่ล้วนเป็นผู้คนที่ติดตามชายหนุ่มมา พวกเขาจับกลุ่มกันนั่งพักฟื้นพลัง พลางชมมองดูมิเนอร์วาที่กำลังก้าวเข้าไปหาราชาผู้ดวงตามืดบอด และหัตถ์ขวาที่เหลือแขนอยู่เพียงข้างเดียว พลังวิญญาณของชายหนุ่มเองก็ใกล้จะหมดลงแล้ว เขาจึงหยุดยืนอยู่กลางอากาศและกัดฟันด้วยความเจ็บใจ มองไปทางผู้คนที่ชมดูด้วยใบหน้าเศร้าหมอง