และด้วยความตั้งใจของกิ่งแก้วที่ต้องการจะตอบแทนบุญคุณของกานต์และอนงค์ เธอถึงกับจัดตารางการทำงานด้วยตัวเอง โดยหลังเลิกเรียน เธอจะคอยเวียนช่วยงานแต่ละฝ่าย ฝ่ายละวัน แม้จะช่วยได้ไม่มาก แค่ช่วยหยิบจับเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังดีเธอเวียนไปตั้งแต่ร้านไก่ทอด ร้านขายของชำ ร้านซักรีด แผนกบัญชี งานต้อนรับด้านหน้า แม้แต่งานสวนและงานทำความสะอาดเธอก็เข้ามาช่วยอยู่ทุกสัปดาห์
หากวันไหนเธอติดทำงานที่โรงเรียน เธอก็จะวิ่งไปบอกพนักงานแผนกนั้นทันทีว่าวันนี้ไม่สามารถมาช่วยได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นก็ได้ จนเธอเป็นที่รักของพนักงานทุกคนในหอ ทุกคนเมื่อเห็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวน่ารัก ๆ ด้านนอก หรือเห็นขนมอะไรอร่อยก็มักจะนึกถึงและซื้อติดมือมาฝากเป็นประจำ และหากถึงหกโมงเย็นเมื่อใด กิ่งแก้วก็จะโดนบรรดาพนักงานไล่กลับห้องอย่างไม่ปรานี เพื่อให้เธอไปทำการบ้านและทบทวนหนังสือ ซึ่งตรงนี้กิ่งแก้วและกุลรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก
หลังจากกิ่งแก้วย้ายมาอยู่ในความดูแลของกานต์ การเรียนของเธอก็ต่างจากครั้งแรกดั่งเหวกับฟ้าอีกครั้ง เพียงแค่เดือนเดียว เธอก็ติดอันดับสิบคนแรกที่ได้คะแนนสูงสุดในการสอบย่อย ในการสอบภาคเรียนที่หนึ่งเธอได้เกรดเฉลี่ยถึงสามกว่า ครูประจำชั้นดีใจมากที่เห็นกิ่งแก้วมีผลการเรียนดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา เพราะผลการเรียนนี้มีส่วนสำคัญในการพิจารณาทุนการศึกษาสำหรับเทอมต่อไป
ในขณะที่ผลการเรียนของกิ่งแก้วดีวันดีคืนนั้น เมื่อหันมาดูผลการเรียนของเจ้าของผลงานชิ้นโบว์แดงแล้ว....ก็ได้ตามปกติเหมือนที่เคยเป็นมา กานต์ อนงค์ และชากร ต่างพากันมองตาเขียวปั้ดเมื่อเห็นผลการเรียนของเธอ อย่างน้อยก็ไม่เป็นที่โหล่แหละน่า อนงค์กานต์คิดอย่างภูมิใจ
“เอกรู้จักกันไว้สิ นี่พี่โต หลานคุณจิตรี”
ช่วงนี้ ตึกแถวที่สมพงษ์และยุวดีลงทุนร่วมกันได้เริ่มก่อสร้างแล้ว สมพงษ์เลยตั้งใจมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ครึ่งปี วัตถุประสงค์แรกคือมาคุมการก่อสร้าง อีกวัตถุประสงค์คือต้องการอยู่ใกล้ชิดกับชากรให้มากขึ้น ซึ่งครั้งนี้นอกจากจิตรีแล้ว เขายังพาคณินหรือโต หลานชายของจิตรีมาด้วย
คณินเป็นหลานชายแท้ ๆ ของจิตรี เป็นลูกของพี่สาวซึ่งโดนพ่อตัดออกจากกองมรดกเนื่องจากแอบหนีไปอยู่กับชายคนรักที่มีฐานะยากจน ต่อมาชายคนนั้นเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต และพี่สาวเธอไม่สามารถส่งเสียเลี้ยงดูลูกได้ ประจวบกับช่วงนั้น อรศรีพาชากรหนีมาอยู่ทางเหนือ จิตรีเห็นเป็นโอกาสดีจึงรับคณินมาเลี้ยงดูและตั้งใจให้สมพงษ์รับเป็นลูกบุญธรรม ซึ่งคณินก็หวังลึก ๆ ในใจมาโดยตลอด แต่จนแล้วจนรอด เวลาล่วงผ่านไปหลายปี สมพงษ์ก็ยังไม่ยอมจดทะเบียนรับคณินเป็นลูกบุญธรรม
จวบจนสมพงษ์ได้มาเจอชากรอีกครั้ง ความหวังของจิตรีและคณินดูเหมือนจะริบหรี่ลงไปอีก ทำให้ทั้งสองแอบไม่พอใจอยู่ลึก ๆ เมื่อสมพงษ์ตั้งใจจะอยู่ที่นี่ถึงครึ่งปี จิตรีจึงค่อนข้างกังวลหากสมพงษ์ได้พบปะกับชากรบ่อยขึ้น ความหวังของคณินและเธอก็จะยิ่งเป็นไปไม่ได้ ว่ากันตามจริง เธอย่อมต้องการให้คณินมาเป็นทายาทของเธอมากกว่าชากรลูกเมียเก่านายสมพงษ์คนนั้น
เมื่อเป็นเช่นนี้ เธอจึงเสนอให้พาคณินขึ้นมาช่วยงานด้วย โดยอ้างว่าเพื่อให้ได้เรียนรู้งานจะได้แบ่งเบาภาระของสมพงษ์ในอนาคต ซึ่งสมพงษ์ก็ไม่ขัด
ชากรมองคณินและผงกหัวให้เล็กน้อยเป็นการทักทาย ก่อนจะก้มหน้าทานอาหารที่อยู่ในจานอย่างไม่สนใจพูดคุยอะไรเพิ่มเติมอีก จิตรีและคณินเห็นท่าทางนี้ต่างรู้สึกหงุดหงิดเหลือจะกล่าว
“พี่โตมาช่วยดูแลงานก่อสร้างตึกแถว ตึกแถวของบ้านเราไงลูก”
คณินลอบกลอกตาเมื่อนายสมพงษ์พูดจบ
“เอกสนใจมาเรียนรู้งานกับพ่อมั้ย ช่วงนี้ปิดเทอมพอดี เอกก็ชอบงานด้านนี้อยู่แล้วพ่อจำได้ เอกนิสัยเหมือนพ่อ ชอบงานก่อสร้างตกแต่งแบบนี้เหมือนกัน” นายสมพงษ์ภูมิใจเล็ก ๆ เมื่อนึกถึงความชอบที่เหมือนกันระหว่างเขากับลูกชาย
ดี จะได้เปรียบเทียบกันให้เห็นไปเลย ว่าใครดีกว่ากัน จิตรีเห็นโอกาสเธอรีบกล่าวเสริม “ดีสิคะคุณ” พร้อมกับหันมาพูดกับชากรยิ้ม ๆ “มาตักตวงประสบการณ์เยอะ ๆ หลังเรียนจบรับรองอนาคตเอกรุ่งแน่นอนจ้ะ ยิ่งช่วงนี้มีพี่โตอยู่ด้วย วัยใกล้เคียงกันพูดคุยกันเข้าใจง่ายกว่า พี่โตเค้ามีประสบการณ์ด้านนี้เยอะจ้ะ ช่วยงานน้า ช่วยงานพ่อของเรามาหลายปี ลองงานถึงมือเขาแล้วไม่มีคำว่าผิดหวัง น้าและพ่อของเอกไว้ใจพี่โตมากนะ”
“เดี๋ยวน้าจ่ายค่าฝึกงานพิเศษรายวันให้ด้วย น้าให้คูณสามเลยสำหรับคนพิเศษของครอบครัวเราแบบนี้ดีมั้ยจ๊ะ”
“ไม่เป็นไรครับ ไม่อยากทำงาน อยู่บ้านเฉย ๆ สบายกว่าไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน” ชากรบอกปัดเสียงทื่อ แล้วก็ก้มหน้าตักข้าวในจานทานต่อ
คณินถึงกับรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงกัดฟันกรอดของจิตรีที่นั่งอยู่ด้านข้าง สมพงษ์รีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“แล้วกับหนูเจเป็นไงลูก ได้ไปมาหาสู่กันบ้างมั้ย”
“ก็เจอกันที่โรงเรียนตามปกติ”
“ไม่นัดออกมาดูหนัง ทานขนมกันข้างนอกบ้างล่ะลูก หนูเจเค้าน่ารักดีนะ”
“ไม่ครับ ไม่ชอบ”
สมพงษ์ถึงกับยิ้มเจื่อน ไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหน เขาก็ยังไม่สามารถเจาะทะลุกำแพงของลูกชายคนนี้ได้เสียที และวันนี้ก็เป็นวันนัดทานข้าวที่ยุติเร็วเป็นพิเศษอีกหนึ่งวัน
เย็นวันเดียวกัน
“ตรงนี้ต้องถอดสแควรูทก่อนแล้วนำไปแก้สมการ พี่สอนกี่ทีทำไมไม่จำ......%$^;%$@##$)_+_”
“พี่บอกกี่ทีแล้วว่าอยู่คนเดียวให้ล็อกประตู ถึงแม้พี่สมจะอยู่ด้วยก็เถอะ......*%()_)+*^%^#$@”
“อย่าทานเยอะ แป้งกับน้ำตาลทั้งนั้น เรายิ่งไม่ชอบออกกำลังกาย เดี๋ยวไขมัน......$*&$#&*+;*”
“%%^$^%(*_)_+^%$#..............”
........................................
..........................
...........
อนงค์กานต์ “...”
แล้ววันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ชากรมีหลายบุคลิก