พริบตาเดียวก็ผ่านไปห้าวัน
เวลานี้รอบๆเทือกเขาเฟิงหลงเต็มไปด้วยยอดฝีมือจากกองกำลังระดับหนึ่งและระดับสองเป็นจำนวนมาก ส่วนกองกำลังระดับสามไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะอยู่ตรงบริเวณนี้ พวกเขาทำได้เพียงแค่นั่งฟังข่าวอยู่ที่เมืองเฟิงหลงเท่านั้น
ในช่วงเวลาที่ผ่านมามีการปะทะกันรุนแรงหลายครั้งทำให้มียอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์บาดเจ็บหรือไม่ก็ล้มตายไปเป็นจำนวนมาก
เนื่องจากกองกำลังที่มาส่วนมากก็จะมีกองกำลังที่เป็นศัตรูกันมาด้วย เพราะแบบนี้ทันทีที่พวกเขาเจอกันก็ต้องมรการโต้เถียงกันอย่างรุนแรงจนท้ายที่สุดก็ถึงขั้นลงไม้ลงมือกันก็มี
บนท้องฟ้าเหนือเทือกเขาเฟิงหลงเต็มไปด้วยเรือบินจำนวนมากกว่าหนึ่งร้อยลำด้วยกัน แม้ว่าจะมีบางส่วนที่กลับไปแล้วก็ตาม
และในจุดที่ใกล้กับสถานที่ที่มีพลังวิญญาณหนาแน่นที่สุดหรือเรียกว่าเส้นเลือดหลักของเส้นเลือดมังกรมากที่สุด บนท้องฟ้ามีเรือบินห้าลำกระจายตัวกันอยู่
เรือบินทั้งห้าลำนี้เป็นเรือบินขนาดใหญ่และหรูหราเป็นอย่างมาก ซึ่งเรือบินแต่ละลำก็มีขนาดที่ยาวกว่าร้อยจั้งและมีความกว้างกว่าห้าสิบจั้ง เรือบินทั้งห้าลำนี้เป็นของกองกำลังระดับหนึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดากองกำลังระดับหนึ่งด้วยกัน ซึ่งถูกเรียกขานว่า ‘ ห้าสำนักใหญ่ ’
สาเหตุที่ห้าสำนักใหญ่ไม่กล้าที่จะรุกล้ำเข้าไปในเส้นเลือดหลักของเส้นเลือดมังกรก็เพราะว่าพวกเขากลัวว่าจะไปกระตุ้นความโกรธของพญาราชสีห์เพลิงโลกันต์เข้า
กองกำลังทั้งห้านี้ได้แก่สำนักหยกทมิฬ สำนักตะวันจรัส สำนักเหล่ยเทียน สำนักดารายุทธ์ สำนักเฉียนคุน
ทั้งห้าสำนักนี้มียอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ขั้นต้นอยู่กองกำลังละสามคนด้วยกัน ยกเว้นเพียงแค่สำนักดารายุทธ์ที่มีถึงสามคน ถือว่าเป็นกองกำลังแถวหน้าของอาณาจักรต้าโจวก็ว่าได้
ความจริงแล้วภายในอาณาจักรต้าโจวก็มีคลื่นใต้น้ำที่รุนแรงเกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นทางราชวงศ์ที่พยายามกดดันห้าสำนักใหญ่ หรือจะเป็นการที่ห้าสำนักใหญ่ต่อสู้กันเอง
สาเหตุก็เพราะในอดีตตอนที่ห้าสำนักใหญ่กำลังรุ่นโรจน์ ราชวงศ์โจวได้ทำทุกวิถีทางเพื่อตัดกำลังของห้ากำลังใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการสังหารรุ่นเยาว์อัจฉริยะของห้ากองกำลังใหญ่ หรือแม้กระทั้งการสังหารผู้อาวุโสของห้ากองกำลังใหญ่
เพราะทางราชวงศ์โจวกลัวว่าถ้าหากห้าสำนักใหญ่ได้ผลิตรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์ขึ้นมา พวกเขาจะเข้ามาแทนที่พวกเขาสักวัน
ทางฝั่งของห้าสำนักใหญ่เองก็มีความคิดที่จะเข้าไปแทนที่ราชวงศ์โจวจริงๆ เพียงแค่ความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่เพียงพอ และอีกอย่างหนึ่งก็คือห้าสำนักใหญ่ก็ยังต่อสู้กันเองอีกด้วย พวกเขาคงไม่ต้องการให้สำนักใหญ่แห่งอื่นขึ้นเป็นผู้นำตัวเอง เพราะแบบนี้ทำให้ราชวงศ์โจวและห้าสำนักใหญ่ต่อสู้กันมาตลอดหลายพันปี ทำให้ยังคงคานอำนาจกันอยู่ตลอดเวลา
ส่วนทางด้านของนิกายเทียนซู ไม่ว่าจะเป็นราชวงศ์โจวหรือห้าสำนักใหญ่ พวกเขาไม่มีความคิดที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับนิกายเทียนซูแม้แต่น้อย เพราะพวกเขารู้ดีว่านิกายเทียนซูนั้นยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งเกินไป และนี้ก็เป็นเพียงแค่นิกายสาขาเท่านั้น ถ้าหากพวกเขาทำให้นิกายเทียนซูโกรธจริงๆ เกรงว่าแม้แต่ราชวงศ์โจวหรือห้าสำนักใหญ่ก็คงถูกทำลายจนหมดสิ้น
เนื่องจากการปรากฏของเส้นเลือดมังกรถือว่าเป็นสิ่งที่จะทำให้ผู้ฝึกยุทธ์พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่พวกเขารู้ดีว่าพื้นที่หลักที่มีพลังวิญญาณหนาแน่นที่สุดคงจะหนีไม่พ้นที่จะกลายเป็นของนิกายเทียนซู เพราะต่อให้ราชวงศ์โจวหรือห้ากองกำลังใหญ่ร่วมมือกันก็ไม่สามารถเอาชนะนิกายเทียนซูได้
เพราะฉะนั้นราชวงศ์โจวและห้ากองกำลังใหญ่จึงไม่คิดที่จะยึดครองพื้นที่หลัก ขอเพียงแค่ได้พื้นที่ส่วนหนึ่งของเทือกเขาเฟิงหลงก็เพียงพอแล้ว
ด้วยเหตุนี้ทำให้แม้ว่าห้าสำนักใหญ่จะปรากฏตัว แต่พวกเขาก็เลือกที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกันและพยายามคิดที่จะจัดการอีกฝ่ายเสียด้วยซ้ำ
หานชิงลู่และสมาชิกของศาลาชุนหมิงได้ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่อยู่ภายนอก ราวกับว่าพวกเขามาที่นี้เพื่อรับชมเรื่องสนุกเท่านั้น
ทันใดนั้นในจุดที่ห่างไกล พลันปรากฏเรือบินสีดำขนาดใหญ่ ด้านบนสุดของเรือบินมีธงของราชวงศ์โจวโบกสะบัดตามสายลม หรือก็คือเรือบินสีดำนี้คือเรือบินของราชวงศ์โจว
เมื่อราชวงศ์โจวปรากฏตัว ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมดต่างก็แสดงสีหน้าเคารพออกมา เพราะถึงอย่างไรราชวงศ์โจวก็ปกครองอาณาจักรแห่งนี้มานานหลายหมื่นปี
จะมีก็แต่ห้าสำนักใหญ่ที่มองเรือบินของราชวงศ์โจวด้วยแววตาจริงจัง เพราะราชวงศ์โจวถือว่าเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ต้องกำจัดของห้าสำนักใหญ่
ทันใดนั้นกลิ่นอายของระดับเหนือยุทธ์ขั้นกลางก็แผ่กระจายมาจากเรือบินของราชวงศ์โจว
เมื่อห้าสำนักใหญ่สัมผัสได้ พวกเขาก็แสดงสีหน้าเรียบเฉย เพราะพวกเขารู้อยู่แล้วว่าสถานการณ์เช่นนี้ทางราชวงศ์จะต้องส่งยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ขั้นกลางมาอย่างแน่นอน
กลิ่นอายของเหนือยุทธ์ขั้นกลางทำให้ยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์ที่อยู่รอบๆต่างรู้สึกกดันอย่างรุนแรง
“ แหม่ๆมาถึงก็แสดงอำนาจเลยนะ สมกับเป็นพวกราชวงศ์จริงๆ ” บรรพชนของสำนักดารายุทธ์กล่าวด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
พั่วเจียง หนึ่งในสี่ยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ของสำนักดารายุทธ์ และเขาก็เป็นยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ที่อายุน้อยที่สุดของสำนัก ซึ่งปัจจุบันอายุเพียงแค่เจ็ดร้อยปีเท่านั้น และเขาก็ได้ทะลวงเข้าสู่ระดับเหนือยุทธ์เมื่อสองร้อยปีก่อน
ชื่อเสียงของพั่วเจียงนับว่าโด่งดังอย่างมากเพราะตั้งแต่ที่เขาอยู่ในระดับจักรพรรดิยุทธ์ เขาก็สามารถต่อสู้กับระดับเหนือยุทธ์ได้อย่างสูสีแถมมีบางครั้งยังสามารถกดดันยอดฝีมือเหนือยุทธ์ได้อีกด้วย
ทางด้านของยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์จากห้าสำนักใหญ่ก็พากันแสดงสีหน้าเย้ยหยันเช่นกัน เพราะสำหรับพวกเขาแล้วการที่ราชวงศ์โจวทำแบบนี้ก็เพื่อแสดงอำนาจให้ทุกๆคนได้เห็น
บนเรือบินของราชวงศ์โจว
โจวต้ายและโจวเทียนกังยืนอยู่บนหัวเรือ สายตาของทั้งสองจ้องมองไปยังเรือบินของห้าสำนักใหญ่ด้วยแววตาไม่แยแส
ในครั้งนี้นอกจากโจวต้ายและโจวเทียนกังแล้ว ยังมียอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์มาอีกสามคน ซึ่งทั้งสามก็คือโจวหั่วเหลิง โจวเหมิงอ้าย โจวมู่หง
ถือได้ว่าการมาครั้งนี้ของราชวงศ์โจวถือว่านำทัพมาอย่างยิ่งใหญ่จริงๆ
ตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่การมาถึงของนิกายเทียนซูเท่านั้น
กองกำลังที่อยู่รอบๆต่างก็เฝ้ารอการมาถึงของนิกายเทียนซูทั้งสิ้น เนื่องจากเมื่อนิกายเทียนซูมาถึง การแบ่งเส้นเลือดมังกรก็จึงจะเริ่มต้นขึ้นเช่นกัน เพราะถึงอย่างไรไม่ว่าจะเป็นราชวงศ์โจวหรือห้าสำนักใหญ่ พวกเขาก็ต้องให้นิกายเทียนซูเป็นผู้นำ
หนึ่งวันต่อมา
เนื่องจากนิกายเทียนซูอยู่ห่างจากเทือกเขาเฟิงหลงมากที่สุดทำให้ต้องใช้เวลาเดินทางนานที่สุดเช่นกัน
หานชิงลู่และคนอื่นๆก็ตั้งแคมป์อยู่ไม่ไกลจากเส้นเลือดหลักมากนัก
ทันใดนั้นยันต์ส่งสารของหานชิงลู่ก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหน้า จากนั้นเขาจึงหยิบเอายันต์มาอ่านข้อความทันที
“ ตอนนี้ท่านเฮยจวิน ท่านไป๋จวินและท่านเฉียนเทียนและคนอื่นๆได้เดินทางมาถึงเทือกเขาเฟิงหลงแล้ว คาดว่าอีกไม่นานก็จะมาถึงที่นี้ ” หานชิงลู่กล่าวจากนั้นเขาก็หยิบเอาหินสีแดงออกมาและบดขยี้เบาๆ
หินสีแดงนี้คือหินบอกพิกัด ซึ่งมันจะขึ้นในอุปกรณ์ชี้พิกัด
ซึ่งอุปกรณ์ชนิดนี้มีเอาไว้สำหรับสมาชิกศาลาชุนหมิงเท่านั้น เมื่อไหร่ที่หินสีแดงถูกทำลาย มันจะขึ้นแจ้งเตือนที่อุปกรณ์ชี้พิกัดทันที โดยระยะห่างที่หินบอกพิกัดจะส่งสัญญาณได้ก็คือสามหมื่นลี้
สมาชิกคนอื่นๆก็พยักหน้ารับเบาๆ
ไม่กี่ลมหายใจต่อมา
ไป๋จวิน เฮยจวินและเฉียนเทียนก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของกลุ่มหานชิงลู่
“ คาระวะท่านทั้งสาม ” หานชิงลู่และสมาชิกคนอื่นๆรีบลุกขึ้นยืนและกล่าวขึ้นด้วยความเคารพ
ต้องรู้ก่อนว่าทั้งสามคนนี้ถือว่าเป็นบุคคลระดับสูงของศาลาชุนหมิงและใช่ว่าจะสามารถพบเจอได้ง่ายๆ ไป๋จวินและเฮยจวินเป็นถึงรองหัวหน้าของสาขาหน่วยข่าวกรองและรองหัวหน้าสาขาสังหาร อีกทั้งเฉียนเทียนก็ได้รับตำแหน่งในการดูแลสัตว์อสูรทั้งหมดของศาลาชุนหมิง
เพราะฉะนั้นการที่ได้พบเจอกับทั้งสามก็เหมือนกับเจ้าหน้าที่ทั่วไปที่จู่ๆก็ได้ทำงานร่วมกับเสนาบดีที่มีชื่อเสียงของราชสำนัก
สำหรับหานชิงลู่และคนอื่นๆพวกเขาไม่ได้แปลกใจนักที่จู่ๆทั้งสามคนจะมาปรากฏตัวขึ้นที่นี้ ทั้งๆที่พวกเขาบอกว่าเพิ่งจะมาถึงเทือกเขาเฟิงหลงเมื่อไม่นานมานี้
เนื่องจากความเร็วของทั้งสามคนนี้นั้นเร็วมาก แม้ว่าระยะห่างจากอาณาจักรต้าเหยียนมายังอาณาจักรต้าโจวเป็นระยะห่างมากถึงหลักหมื่นล้านลี้ แต่สำหรับทั้งสามคนนี้พวกเขาใช้เวลาแค่ไม่ถึงหนึ่งชั่วยามก็มาถึงแล้ว อย่าลืมว่าทั้งสามเป็นถึงเซียนขั้นปฐพีและขั้นนภา เพราะฉะนั้นความเร็วของทั้งสามจึงเร็วกว่าระดับเทพยุทธ์หลายล้านเท่า ด้วยระยะห่างแค่นี้ก็เหมือนกับระยะห่างไม่กี่ลี้สำหรับคนธรรมดาเท่านั้น
ส่วนสาเหตุที่พวกเขามาช้าก็เพราะต้องเตรียมตัวเล็กน้อย รวมไปถึงการรวบรวมกำลังคนที่จะมาที่เทือกเขาเฟิงหลงด้วย ซึ่งด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขา สามารถใช้พลังห่อหุ่มร่างกายของสมาชิกศาลาชุนหมิงและพาพวกเขามาที่นี้ด้วยความเร็วสูงสุด
สำหรับสมาชิกศาลาชุนหมิงคนอื่นๆ พวกเขารออยู่ที่เมืองเฟิงหลงและรอคำสั่งต่อไป
“ อธิบายสถานการณ์ทั้งหมดให้พวกเราฟังหน่อย ” ไป๋จวินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ
หานชิงลู่จึงอธิบายข้อมูลทั้งหมดของอาณาจักรต้าโจวให้กับทั้งสามคนฟัง
เมื่อได้ยินชื่อของพญาราชสีห์เพลิงโลกันต์ เฉียนเทียนซึ่งเป็นถึงหมาป่าจันทราสวรรค์จึงรู้สึกสนใจขึ้นมา
“ เจ้าสิงโตน้อยตัวนั้นข้าจะไปจัดการเอง ที่เหลือก็ฝากให้พวกเจ้าจัดการด้วยแล้วกัน ” เฉียนเทียนกล่าวจบเขาก็มุ่งหน้าไปยังถ้ำของพญาราชสีห์เพลิงโลกันต์ทันที
สำหรับสิงโตน้อยตัวนี้ เฉียนเทียนต้องการที่จะฝึกฝนมันให้กลายเป็นผู้ติดตามของมันเอง แม้ว่ามันจะเป็นสัตว์อสูรระดับแปดก็ตาม แต่ถ้าหากฝึกฝนดีๆแล้วในอนาคตมันอาจจะกลายเป็นสัตว์อสูรเซียนก็ได้ เพราะสำหรับเฉียนเทียนแล้วเขาก็เป็นสัตว์อสูรเซียน เขาย่อมมีทักษะฝึกฝนสำหรับสัตว์อสูรโดยเฉพาะ
เมื่อเฉียนเทียนจากไปแล้ว ไป๋จวินและเฮยจวินก็พักผ่อนเพื่อฟื้นฟูพลังวิญญาณ แม้ว่าการเดินทางจากอาณาจักรต้าเหยียนมายังอาณารจักรต้าโจวจะใช้เวลาไม่นานแต่นั้นก็กินพลังวิญญาณของพวกเขาไปบ้าง เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงอยากฟื้นฟูพลังเล็กน้อย
ผ่านไปราวๆหนึ่งชั่วยามเศษ
ไป๋จวิน เฮยจวินและหานชิงลู่ก็มองไปยังทิศทางหนึ่ง
จากนั้นจ้าวสือหลงและชุยเหวินก็มองไปยังทิศทางที่ทั้งสามมองไปเช่นกัน เพราะทั้งสองก็สัมผัสได้ว่าเรือบินของนิกายเทียนซูมาถึงแล้ว
“ ดูเหมือนว่านิกายเทียนซูจะมาแล้วสินะ แบบนั้นก็ดีข้าก็ขี้เกียจรอแล้วเหมือนกัน ข้าจะกลับไปอ่านนิยายต่อแล้วแถมกำลังสนุกด้วย ” ไป๋จวินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ในมือของนางก็ถือนิยายเล่มหนึ่งเอาไว้
เนื่องเกมเกมเทพเซียนบรรพกาลเป็นเกมที่อ้างอิงจากยุคโบราณแต่ทว่าก็มีสินค้าต่างๆจากยุคปัจจุบันปะปนด้วยเช่นกัน ทำให้ในหอการค้าหมื่นสมุทรมีนิยายจำนวนมากที่ถูกเก็บเอาไว้
ในฐานะที่หยางผิงเป็นเจ้าของหอการค้าหมื่นสมุทร ทำให้เขาเก็บสะสมนิยายเอาไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งหลายปีก่อนตอนที่ไป๋จวินกำลังเบื่อๆไม่มีอะไรทำ นางได้ไปที่หอการค้าหมื่นสมุทรและเห็นนิยายวางขายอยู่ ด้วยความที่เบื่อนางจึงหยิบนิยายขึ้นมาอ่านเบื่อแก้เบื่อ
แต่ทว่าหลังจากนั้นไม่นานไป๋จวินก็กลายเป็นนักอ่านนิยายตัวยง โชคดีที่นิยายที่หยางผิงเก็บสะสมเอาไว้มีมากกว่าหลายพันเรื่อง แถมบางเรื่องก็มีมากกว่าสิบเล่ม ทำให้หยางผิงมีนิยายมากพอที่จะให้ไป๋จวินอ่านไปอีกหลายสิบปี และถ้าหากหนานหมิงโชคดีอัญเชิญผู้ฝึกยุทธ์ที่มีความสามารถในการแต่งนิยายมาได้ล่ะก็ ไป๋จวินก็จะมีนิยายให้อ่านอย่างต่อเนื่อง
สำหรับไป๋จวินและเฮยจวิน ทั้งสองมีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งและทรงพลัง เพียงแค่พลังวิญญาณของทั้งสองก็เพียงพอที่จะครอบคลุมทั่วดินแดนศักดิ์สิทธิ์เลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นการที่เรือบินของนิกายเทียนซูมาถึง ทั้งสองจึงสัมผัสได้ทันที
ส่วนทางด้านของหานชิงลู่ เขาเองก็เป็นถึงยอดฝีมือระดับเทพยุทธ์เพราะฉะนั้นพลังวิญญาณของเขาก็ทรงพลังมากเช่นกัน ซึ่งน่าจะครอบคลุมทั้งทวีปฮุยตวนเลยด้วยซ้ำ
ไม่นานนักเรือบินของนิกายเทียนซูก็ปรากฏสู่สายตาของทุกๆคน
ก่อนที่เรือบินของนิกายเทียนซูจะเข้ามายังใจกลางของเทือกเขาเฟิงหลงและมาจอดอยู่ในจุดที่ใกล้กับเส้นเลือดมังกรมากที่สุด