“วันนี้ก็ครบสามวันตามที่มึงให้โอกาสไอ้คณินแล้วนี่หน่า ว่าแต่วันนี้มันจะพาน้องสาวมันมาได้ปะว่ะ”
“ได้ไม่ได้มึงก็น่าจะรู้ดีกว่ากูนะ เห็นมึงให้คนไปป้วนเปี้ยนที่บ้านไอ้คณินมันทุกวัน มันคงไม่กล้าเบี้ยวมึงหรอกมั้ง” ธณายุบอกกับชยพลออกไปอย่างรู้ทัน “จริงๆ ถ้ามึงสนใจน้องไอ้คณินมึงเอาไปเลยก็ได้นะ กูไม่ได้อะไรกับเด็กคนนั้นอยู่แล้ว”
“พูดแบบนี้ได้ไง มึงกำลัง้าทายาทนะ ไม่ใช่กูที่้า จะบอกว่าไม่้าไม่ได้” ธยพลที่เห็นว่าเพื่อนเขาไม่ได้สนใจเด็กคนนั้น ก็รีบเตือนสติเพื่อนเอาไว้ ก่อนที่จะเดินไปเทเหล้ามาส่งให้ธณายุได้ดื่ม “อะดื่มย้อมใจก่อนแล้วกัน อะไรๆ จะได้ง่ายขึ้น”
“กูไม่ชอบฝืนใจใคร”
“มีใครจะเชื่อมึงบ้างว่ะไอ้วายุ ว่าคนอย่างมึงที่โหดกับทุกคน แต่กับไม่กล้ารังแกผู้หญิงตัวเล็กๆ”
“กูไม่ทำคนที่อ่อนแอกว่า แต่กูก็ไม่ได้หมายความว่ากูจะใจดีกลับใครที่ไม่ใจดีกับกู”
“เออข้อนี้กูรู้ดี เพราะกูอยู่กับมึงมาั้แ่เด็กละ แต่กูบอกเลยว่ามึงไม่ต้องขืนใจหรอก เพราะพอน้องไอ้คณินขึ้นมาหามึง เธอก็พร้อมที่จะสยบแทบตีนมึงเลย”
“มึงหมายความว่ายังไง”
“กูก็แค่ให้ไอ้พลแอบใส่ยาให้นิดหน่อย พอให้ร้อนๆ หนาวๆ ตอนพาขึ้นเตียงจะได้ง่ายขึ้น” ธยพลยอมรับกับธณายุไปตามตรง ก่อนที่จะส่งรอยยิ้มด้วยความพึงพอใจ เมื่อเห็นว่าธณายุได้กระดกเหล้าที่เขาส่งให้เข้าปากรวดเดียวหมด
ธณายุที่ดื่มเหล้าเข้าไปไม่นาน ก็เริ่มมีอาการร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมา ซึ่งเขาก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่า นอกจากเพื่อนเขาจะวางยาหญิงสาวแล้ว ตัวเขาเองก็ถูกวางยาปลุกอารมณ์ด้วยเช่นเดียวกัน
“มึงใส่ให้กูด้วยใช่ไหม”
“เออ! อะไรๆ มันจะได้ง่ายขึ้นอย่างที่กูบอกไง เดี๋ยวถ้าเกิดว่าวางยาน้องไอ้คณินคนเดียว แล้วเกิดมึงเปลี่ยนใจ ไม่ทำอะไรผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาแล้วชาติไหนมึงจะได้มีลูกว่ะ อารมณ์ต่ออารมณ์ คลิกกันง่ายดีส่วนสติกลับมาแล้ว จะเอายังไงต่อก็ค่อยว่ากันอีกที” ธยพลบอกกับธณายุด้วยใบหน้ายิ้มๆ เพราะเขารู้นิสัยของเพื่อนตนเองดี ว่าถ้าหากผู้หญิงคนไหนที่ไม่ได้เต็มใจที่จะขึ้นเตียงด้วย เพื่อนเขาก็จะไม่บังคับแม้จะถูกใจมากก็ตาม ดังนั้นเขาจะไม่ปล่อยให้เพื่อนเขาพลาดโอกาสนี้เป็อันขาด
ก๊อก ก๊อก!
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ซึ่งพวกเขาก็พอจะเดาออกว่าใครอยู่หลังประตูนั่น ชยพลไม่รอช้ารีบเดินไปเปิดประตูให้อย่างรวดเร็วด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“เข้ามาข้างในก่อน” ชยพลเปิดประตูให้กองพลได้พาสองพี่น้องเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว “พาเข้าไปในห้องนอนได้เลย”
ทยากรที่ได้ยินคำสั่งจากชยพล เขาก็นำพาร่างน้องสาว ที่ตอนนี้มีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นเต็มตัวเต็มใบหน้าไปหมด เขาจ้องมองน้องสาวด้วยความสงสารจับใจ ความผิดชอบชั่วดีแผ่ซ่านอยู่ในใจ แต่ถึงอย่างงั้นเขาก็ไม่สามารถช่วยอะไรน้องสาวได้เลย
“คนิ้งพี่ขอโทษนะโว้ย” ทยากรเอ่ยกับปัณรสเบาๆ ก่อนที่ตัวเขาจะถูกกองพลลากออกไปจากห้อง
“พี่คณินจะไปไหน” ปัณรสที่ตอนนี้ไม่สามารถจะควบคุมร่างกายตัวเองได้ เอ่ยถามพี่ชายแ่เบา หลังจากที่เห็นว่าพนักงานโรงแรมลากตัวเขาออกไป ปัณรสพยายามที่จะพยุงร่างอันไร้เรี่ยวแรงตามพี่ชายของตนเองไป
แต่ยังไม่ทันจะได้ลุกไปไหนได้ไกล อยู่ๆ ร่างเธอก็ถูกกระชากกลับไปนอนราบบนเตียงอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงที่ทาบทับอยู่เหนือร่างกายของเธอ
“ข่ะ คุณเป็.....อืม” ปัณรสเอ่ยถามชายแปลกหน้าที่ทาบทับเธออยู่ด้วยความตื่นใ แต่พูดยังไม่ทันจบประโยค ปากหนาก็ประกบมายังปากของเธอเสียงก่อน ซึ่งเธอไม่สามารถที่จะเรียกร้อง หรือดิ้นรนอะไรได้เลย และที่น่าประหลาดใจที่สุดกับเป็ร่างกายของเธอ ที่ตอบสนองัันั้นได้เป็อย่างดี ทั้งที่เธอไม่เคยผ่านมือชายใดมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ธณายุที่พยายามข่มอารมณ์ ใช้น้ำเย็นช่วยบรรเทาความร้อนที่เกิดขึ้น หลังจากที่รู้ว่าชยพลได้ใส่ยาปลุกอารมณ์ให้เขากิน แต่ความร้อนที่เกิดขึ้นกับไม่ได้ทุเลาลงเลยแม้แต่นิด กับเพิ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และร่างกายที่้าการปลดปล่อยทำให้เขาไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป ดังนั้นหญิงสาวที่เพื่อนของเขาพามานอนที่เตียงเขา จึงเป็ตัวช่วยที่ดีที่สุด ทั้งที่ตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะไม่ทำอะไรเธอหากเธอนั้นไม่ยอม แต่เขากับฝืนฤทธิ์ยาที่กำลังแผ่ซ่านในร่างกายไม่ได้เลย เมื่อธนายุเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นร่างบางที่นอนทุรนทุรายไม่ต่างกัน เขาจึงไม่รอช้ากระโจนเข้าหาผู้หญิงตรงหน้าทันทีตามความ้าของตนเอง
ปากหนาก้มไปจูบปากบางอย่างเร่าร้อน สอดแทรกลิ้นหนาเข้าสำรวจโพรงปากทุกซอกทุกมุม ก่อนที่จะค่อยๆ ละริมฝีปากไล้ไปตามคอระหงขมเม้มอย่างเร่าร้อนตามแรงอารมณ์ที่มันก่อตัวขึ้น ก่อนที่เขาจะปลดเสื้อเชิ้ตตัวสวยออกจากร่างบาง พร้อมกับกระชากบราเซียร์ตัวจิ๋วออกจากกายสาวไปในรวดเดียว เหมือนว่าตอนนี้มันเกะกะเสียเต็มประดา สายตาจ้องมองอกอวบที่ชูชันอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะก้มลงยอดอกสวยด้วยความหื่นกระหาย มือหนึ่งก็เคล้นคลึงอกอีกข้างอย่างเพลิดเพลิน
ซึ่งการกระทำที่ชายหนุ่มได้กระทำนั้น กับสร้างความรู้สึกแปลกใหม่ให้กับคนใต้ร่างไม่ใช่น้อย ทุกการััเหมือนเปลวไฟที่กำลังแผดเผาไปตามร่างของเธอไปอย่างช้าๆ แต่เปลวไฟนั้นกับไม่ทำให้ร้อนจนทุรนทุราย แต่มันกับให้ความรู้สึกเสียวซ่านรัญจวนใจจนไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งที่เธอยากจะปฏิเสธการกระทำที่ได้เกิดขึ้นนี้ แต่ร่างกายของเธอกับตอบสนองทุกการััได้น่าประหลาดใจ อาการร้อนๆ หนาวๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้กลับเปลี่ยนเป็ความเร่าร้อนและเรียกร้องจากเขามากขึ้น
ธณายุที่เห็นหญิงสาวให้ความร่วมมืออย่างไม่เกี่ยงงอน มือหนาก็เริ่มไล้สำรวจร่างบางช้าๆ ก่อนที่จะหยุดที่กลางกายสาว สำรวจความพร้อมของร่างกาย แล้วทำการปลดกระโปรงและแพนตี้ลูกไม้ออกให้พ้นทาง
ลิ้นชื้นค่อยๆ ไล้เลียยอดอกสวยอย่างช้าๆ ไล้ลงมาตามหน้าท้องที่แบนราบ พร้อมกับปลายนิ้วที่ไล่สำรวจไปตามเรียวขาสวย ก่อนที่จะลูบไล้ไปตามกุหลาบงามเขาไล่ััแ่เบา ธณายุจ้องมองกุหลาบสวยด้วยความหลงใหลนิ้วเรียวก็ค่อยๆ สอดแทรกเข้าไปสำรวจกายสาวด้วยความสนใจ แต่เมื่อได้ัักับกายสาวกับต้องชะงักลงด้วยความประหลาดใจกับความคับแน่นที่เขาได้ัั แต่ด้วยความ้าที่มันเพิ่มสูงขึ้น เขาจึงไม่รอช้า รีบปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจากกายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสอดแทรกตัวตนของเขาเข้าไปในร่างกายของเธอรวดเดียว
จังหวะที่ธณายุสอดแทรกตัวตนเข้าไปเขาก็ััถึงความคับแน่น ของกายสาวถึงแม้ว่าเขาจะสงสัยในตัวของหญิงสาว ว่าเธออาจจะไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน แต่ด้วยอารมณ์ที่้าปลดปล่อย จึงไม่ได้สนใจสิ่งนั้นอีกต่อไป
ปัณรสที่ถูกรุกล้ำตัวตน กับสะดุ้งสุดตัวด้วยความเ็ป แต่ถึงอย่างนั้นเธอกับไม่ได้เรียกร้องหรือผลักไสเขาออกจากกายเธอแม้อย่างใด กับยอมให้เขาได้ทำตามใจทุกอย่างตามความปรารถนา สมองขาวโพลนไปหมด ไม่รับรู้ถึงสิ่งอื่นใด นอกเสียจากความเสียวซ่านรัญจวนใจ ที่ชายหนุ่มได้มอบให้
ธณายุขยับสะโพกช้าบ้างเร็วบ้างตามแรงอารมณ์ ก่อนที่ร่างกายจะกระตุกเกร็งเมื่อเขาพาร่างบางแตะวิมานฉิมพลีได้สำเร็จ แต่ด้วยฤทธิ์ยาที่เพื่อนของเขาได้แอบเอาให้ดื่มนั้นยังไม่หมดฤทธิ์ ทำให้เขาไม่ปล่อยให้หญิงสาวได้พัก กับยังคงปรนเปรอให้กับเธออย่างต่อเนื่อง
ซึ่งคนตัวเล็กก็ไม่มีท่าทีขัดขืนแต่อย่างใด กับยอมทำตามที่เขาได้นำพาด้วยความเต็มใจ
เมื่อไฟปรารถนาที่ยาวนานสิ้นสุดลง ปัณรสก็แทบจะหลับไปทันทีด้วยความอ่อนเพลีย ธณายุที่เห็นว่าหญิงสาวได้หลับไปแล้ว เขาก็รุกไปอาบน้ำอย่างใจเย็น ความร้อนที่เกิดขึ้นจากฤทธิ์ยาจางหายไปจนเกือบจะเป็ปกติ เมื่อร่างกายได้รับการปลดปล่อย ซึ่งเขาก็คิดว่าฤทธิ์ยาในตัวหญิงสาวก็คงจะหมดไปแล้วเช่นเดียวกัน เพราะไม่เช่นนั้นเธอก็คงจะไม่ยอมสงบลงง่ายๆ
ธณายุที่กำลังอาบน้ำอยู่ ก็คิดถึงความรู้สึกที่ผ่านมา ซึ่งเขาก็เคยผ่านผู้หญิงมาก็มากมาย แต่เขาไม่เคยรู้สึกดีเช่นนี้มาก่อน แม้ว่าการตอบสนองของหญิงสาวจะดูไม่ประสา ขาดประสบการณ์เื่บนเตียงโดยสิ้นเชิง แต่กับทำให้เขาสนุกและตื่นเต้นกับรสััได้ไม่มีเบื่อ ซึ่งเขาไม่แน่ใจว่าความรู้สึกนี้เป็เพราะฤทธิ์ยา หรือว่าเป็เพราะความ้าของตัวเขากันแน่
หลังจากที่ธณายุทำการอาบน้ำเสร็จ จัดการเช็ดตัวให้แห้ง พร้อมหยิบกางเกงบล็อกเซอร์ขึ้นมาใส่แล้วเดินตรงมายังเตียงกว้างเพื่อพักผ่อน
ระหว่างที่ธณายุกำลังจะเปิดผ้าห่ม เพื่อจะแทรกตัวเองเข้าไปนอน ก็เห็นรอยแดงที่ติดอยู่กับที่นอน จึงทำให้เขาเริ่มที่จะมั่นใจว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้เกิดเพราะฤทธิ์ยาเพียงอย่างเดียว แต่เป็เพราะความบริสุทธิ์ของหญิงสาวที่ไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน ที่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่สำหรับเขา
ธณายุจ้องมองรอยแดงอยู่ชั่วครู่ ใจหนึ่งก็รู้สึกสงสารที่ทำรุนแรงกับเธอจนเกินไป ทั้งที่เป็ครั้งแรกของเธอเขาควรจะทะนุถนอมเธอให้มากกว่านี้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้พรากความบริสุทธิ์ของหญิงสาวมา ซึ่งเขาไม่เคยรู้สึกภูมิใจกับเื่บนเตียงเช่นนี้มาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว
สายตาคมจ้องมองหน้ามนต์ด้วยความสนใจ ซึ่งเขาไม่ปฏิเสธเลยว่าผู้หญิงคนนี้ถูกใจเขาั้แ่ครั้งแรกที่เห็นในบ่อน ใบหน้าที่คมคลายดั่งหินสลักก็มิปาน ไม่ว่าจะคิ้วคมเข้มดังเช่นบุรุษ ดวงตากลมโตเป็ประกายกับขนตาที่เรียงตัวเป็แพรหนารับกับจมูกที่โด่งได้รูป ยิ่งทำให้ใบหน้าเนียนมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาดใจ ธณายุค่อยๆ ลูบหน้าเนียนเบาๆ ด้วยความสนใจ ก่อนที่ตัวตนเขาจะพร้อมออกศึกอีกครั้ง ซึ่งเขาไม่แน่ใจว่าจากฤทธิ์ยาที่ยังคงหลงเหลืออยู่ หรือเป็เพราะเขาเองที่มีความ้าที่มันสูงขึ้นกันแน่ ธณายุก้มลงจูบกลีบปากสวยอย่างเร่าร้อน แม้ร่างบางจะยังคงหลับ แต่เขาก็ไม่ปล่อยให้เธอได้หลับได้อย่างสบาย เพราะเขา้าจะเริ่มเกมพิศวาสอีกครั้ง แม้เธอจะปัดป้องไม่ให้เขาได้ทำตามความปรารถนา แต่มีหรือเขาจะยอมง่ายๆ กับยังคงดำเนินเกมรักอย่างเร่าร้อนต่ออย่างไม่คิดจะหยุดพัก ไม่นานเขาก็พาร่างบางััวิมานสวยอีกครั้ง
ปัณรสที่ลืมตาตื่นขึ้นมา ด้วยร่างกายที่เจ็บระบมไปทั้งตัว ภาพสุดท้ายที่เธอจำได้คือเธอกำลังมีความสัมพันธ์กับผู้ชายแปลกหน้าที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน ซึ่งเธอภาวนาว่าเื่ราวที่เกิดขึ้นนั้นเป็เพียงความฝัน และอาการเจ็บระบมไปทั่วทั้งร่างกายนั้นเป็เพียงเอฟเฟคของอาการแพ้ที่เกิดขึ้นเมื่อ่เย็นเท่านั้น แต่ความคิดนั้นก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อสายตาเหลือบไปเห็น ร่างหนาที่นอนเคียงข้างเธออยู่บนเตียง
ซึ่งปัณรสจำได้ทันทีว่าผู้ชายที่นอนอยู่นั้นเป็ใคร เขาคือเ้าของโรงแรม ศิริกิจวัชรา ที่รัตติยาให้ดูเมื่อวานนี้ และเขาก็เป็คนเดียวกันกับที่ไล่เธอออกจากโรงแรมนี้ตอนที่มาตามหาพี่ชาย เธอไม่เข้าใจว่าเธอมาอยู่กับเขาในห้องนี้ได้ยังไง
ปัณรสพยายามนึกถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่น และภาพความจำต่างๆ ก็ค่อยผุดออกมาช้าๆ เหมือนฉากหนังที่ฉายวนไปวนมา แต่ภาพที่สะท้อนมานั้นกับเป็เธอที่อยู่ในฉากนั้น เมื่อได้สติปัณรสก็รีบลุกออกจากเตียงนุ่มทันทีเพื่อหวังจะหนีไปให้พ้นจากผู้ชายที่นอนเคียงข้างก่อนที่เขาจะตื่นขึ้นมา แต่เพียงแค่เธอขยับก็ถูกร่างหนาดึงตัวเอาไว้เสียก่อน