หลินเหมยซีรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เข้าร่วมงานเลี้ยงของคนสมัยโบราณที่เคยอ่านเจอแต่ในหนังสือเวลามีคณะทูตจากต่างเมืองเข้ามา เ้าตัวไม่รู้เลยว่าต้องเตรียมตัวเช่นไร ต้องแสดงกิริยาอย่างไรยิ่งต่อหน้าฮ้องเต้ของแคว้น นางกลัวทำเื่ผิดพลาดยากให้อภัย จึงได้ให้ซือหยาเสาะหาคนที่เคยเป็นางข้าหลวงในวังมาเพื่อสอนมารยาท แต่ถึงกระนั้นเถอะนางจะรักษามารยาทไว้ได้นานเพียงใด แม้แต่ตัวเองก็หวั่นใจเนื่องด้วยอุปนิสัยใจคอเป็คนพูดตรง ไม่เกรงกลัวใครของนางที่ติดมากจากที่ที่นางจากมา แต่ประเพณีของที่นี้ย่อมแตกต่างและละเอียดอ่อน สตรีต้องเชื่อฟังสามี ห้ามเสนอความคิดเห็น
"โอ้ย....จะบ้าตายห้ามนู้นห้ามนี้ สตรียุคนี้ไม่เบื่อกันบ้างหรือไงน่า" นางได้แต่คิดในใจ
แต่มีสิ่งนึงที่นางชอบคือการออกนอกจวนไปดูสถานที่ต่างๆ ซึ่งได้รับอนุญาตจากอี้อ๋องให้เตรียมตัวเข้าวังหลวงได้ นางจึงดีใจจนลืมรักษากิริยา ะโโล้ดเต้นเหมือนเด็กน้อย
อีกฝั่งของสวน อี้อ๋องได้ยืนมองกิริยาท่าทางกระโดกกระเดกของนางพลั้นก็มีรอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก เผยหั่วองค์รักษ์ข้างกายคนสนิทอี้อ๋องกลับประหลาดใจที่ได้เห็นรอยยิ้มยามที่ได้มองพระชายาเอก ถ้าเป็เมื่อก่อนแม้แต่หางตาก็ไม่มอง แต่ยามนี้กลับรู้สึกถึงความเปลี่ยนไปในท่าทีของอี้อ๋องที่มีต่อพระชายาเอก
"เผยหั่ว...... เ้าว่านางเปลี่ยนไปหรือไม่ เมื่อก่อนข้ามิได้สังเกตุ แต่กลับรู้สึกว่านางเปลี่ยนไปมาก สดใส ร่าเริง มีแต่เสียงหัวเราะยามเมื่อเดินผ่าน" อี้อ๋องชวนองค์รักษ์สังเกตุพฤติกรรมของชายายามนี้ช่างแตกต่างเสียจริง จนทำให้เผยหั่วกลับประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม เพราะไม่นึกว่าท่านอ๋องของเขามีการเปลี่ยนแปลงไปขณะที่ทอดมองพระชายาเอก
ในขณะอีกฝากนึงกลับไม่ได้รู้สึกถึงสายตาบางอย่างกำลังจ้องมองนางอยู่ เพราะนางก็มั่วแต่สนใจวัตถุโบราณของที่นี้และวิธีการชงชาในยุคนี้ที่ช่างปราณีตและงดงาม
"เผยหั่ว............. เ้าจงไปบอกว่าคนไปเลือกเครื่องประดับและผ้าสำหรับให้พระชายาสวมใส่เข้าวังด้วย จำไว้ต้องสวยและดีที่สุดเท่านั้น ไปเตรียมมาข้าจะเป็คนนำไปให้นางเอกกับมือ" เผยหั่วถึงกลับอึ้งหนักกว่าเดิมเป็ร้อยเท่าทวีคูณถึงความใส่ใจของท่านอ๋องยามนี้
บ่าวรับใช้ต่างขนหีบผ้าและเครื่องประดับมากมายมายังจวนของพระชายาเอก จนนางถึงกลับงงว่าเกิดอันใดขึ้น ผีตนไหนเข้าสิงอี้อ๋องถึงได้นำของมาให้นางเองกับมือ แถมมีแต่ของสวยๆงามๆ แปลกตามากมาย
"อี้อ๋องเพคะ..... นี้คือสิ่งใดหรือใยท่านจึงให้บ่าวขนมาเสียมากมาย ใส่ทั้งชาติก็ไม่หมดเยี่ยนี้" เหมยซีได้เอ๋ยถามอี้อ๋องถึงเื่ประหลาดเหล่านี้และท่าทีอ่อนโยนของท่านอ๋องที่มีต่อนางเปลี่ยนแปลงไปจากวันแรกที่เจอเหมือนจะงับคอนางให้ตายจนถึงวันนี้เปลี่ยนไปราวกับถูกผีสิงมิปาน
"สิ่งของเหล่านี้ล้วนจำเป็ต่อเ้า ข้าได้ให้คนคัดสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อเอาไว้ให้เ้าใส่เข้างานเลี้ยงในวัง ข้ามิอยากขายหน้า เ้าอย่าได้คิดเป็อื่นไป" อี้อ๋องรีบแก้ตัวเป็พัลวันกลัวอีกฝ่ายจับได้ว่านี้เป็สิ่งที่เตรียมไว้สำหรับนางโดยเฉพาะ
อีกฝากของกำแพง หลินหลังผิงและสาวใช้ยืนกำหมัดตาเขียวปัดพยายามข่มอารมณ์ตัวเองไว้ไม่ให้ออกไปอาละวาด เนื่องด้วยคราวก่อนอี้อ๋องยังไม่หายโกรธ นางฟาดมือเขาที่ใบหน้าของสาวใช้คนสนิท "ไหนเ้าบอกข้าไงว่าอี้อ๋องมิได้สนใจใยดียัยเหมยซีถึงเพียงนี้ แล้วนี่คืออันใดประเคนของดีๆ มาให้นางมากมาย มันคืออะไรข้าจะไปตบสั่งสอนนาง" จินถังได้แต่กอดห้ามปรามผู้เป็นายไว้ พระชายาใจเย็นก่อนเพคะพวกเรายังมีเวลากำจัดนางอีกมากมายเพียงแต่ต้องรอเวลาเท่านั้น" จินถังทั้งกอดและรั้งผู้เป็นายไว้ไม่ให้ออกไปอาละวาด
หลินเหมยซียังคงอยู่ในห่วงอารมณ์ช็อคจากการเปลี่ยนไปของอี้อ๋อง สายตาของอี้อ๋องยามมองนางเหมือนอยากจะกลืนกินทั้งตัว "อึ๋ย!!!! ไม่ได้อย่ามองฉันด้วยสายตาอย่างนั้น เกลียดฉันไม่ชอบขี้หน้าฉันต่อไปเถอะพ่อคุณ ขอร้องละ" นางแอบหวั่นไหวกับสายตาและท่าทางที่เปลี่ยนไปของท่านอ๋องและหวังว่าคงไม่ใช้อย่างที่นางคิดเป็แน่