ตอนที่เก้า The Heavenly Host
เธอคือซาฮาริเอลหัวหน้าหน่วยโล่ที่สามของโล่แห่ง์ Shieldof Heaven
ที่หน้าที่ของพวกเธอคือการปกป้ององค์จักรพรรดิเทวะโซโลมอนผู้ศักดิ์สิทธิ์จักรพรรดิคนแรกและคนเดียวของจักรวรรดิเซเลสเทียล
แม้บางครั้งในตอนที่เรียนวิชาปรัชญาจากสถานศึกษาราชวงศ์นั้น
เธอเคยให้ความเห็นว่า
หน้าที่ขององครักษ์ของจักรพรรดินั้นที่แท้จริงนั้นนอกรีต Blasphemy อยู่ในตนเอง
การที่เราคิดว่าจะมีใครทำร้ายองค์จักรพรรดิผู้ศักดิ์สิทธิ์ของเราได้นั้นมันดูเป็คนที่ไม่ศรัทธาอย่างแท้จริง
เธอถูกลงโทษในห้องสำนึกตนและผ่านการสอบสวนจากหน่วยปราบมารInquisitor จากการนั้น
และได้ทำวิทยานิพนธ์แนวการวิจารณ์เื่นี้เอาไว้ว่าบางครั้งพวกเราก็ให้ความคิดรัฐฆราวาสนั้นมาปกครองพวกเรามากเกินไป
หน้าที่ของพวกเราคือควรจะรับใช้ท่านจักรพรรดิผู้ศักดิ์สิทธิ์อย่างเดียวเท่านั้น
ของอย่างอื่นอย่างการปกครองทางสภาขุนนางหรือสภาล่างเป็เพียงแค่ของประดับ
ไม่ใช่ของที่มีสาระอะไรหากทำให้ท่านจักรพรรดิจต้องเสี่ยงอันตรายแม้แต่น้อย
จักรวรรดินี้ก็สมควรที่จะล่มสลาย
แนวความคิดของเธอได้รับการสนับสนุนพอสมควร
แต่ตามระเบียบพิธีกรรม Traditionalism แล้วไม่ใช่สิ่งที่คนเป็ระดับโทรนThroneอย่างเธอจะเปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆ
บางครั้งเธอก็คิดว่าเธอต้องรักษาความสมดุลระหว่างความเชื่อทางศาสนากับความเชื่อในทางรัฐฆราวาส
ว่าหน้าที่ของเธอจะมากจะน้อยทางเทคนิคถือว่าเป็กลไกหนึ่งระหว่างสภาสูงกับราชวงศ์ที่ทำหน้าที่คุ้มครององค์จักรพรรดิ
หลายคนมักจะคิดว่ากองทัพ์ Heavenly Host นั้น
คนคนเดียวสามารถสู้กับทหารทั่วไปได้นับพันคนไม่ว่าจะเป็ทหารประเภทไหนก็ตาม
และมองว่าหนึ่งกองทัพ์เท่ากับหนึ่งกองทัพไม่แพ้ใครหน้าไหนในจักรวาลนี้
หรือคนที่เป็หน่วยนี้ได้ต้องมีพันธุกรรมและพลังจิตและความสามารถเก่งที่สุดของเก่งที่สุดจึงจะมีสิทธิมาเข้าคัดเลือกในหน่วยนี้ได้
จากคนนับล้านล้าน
เธอมีสิทธิที่จะภูมิใจที่มายืนอยู่จุดนี้
แต่เธอรู้สึกว่าพวกคนที่มีพลังจิตต่ำกว่าพวกเธอช่างโง่เขลายิ่งนัก
พวกเขาไม่รู้ว่ากำลังคิดผิดเกี่ยวกับอะไร
อย่างที่เธอมองพวกคนธรรมดาว่าอ่อนแอไม่ต่างกับมดปลวก
แม้จะเป็ทหารที่ฝึกมาในหน่วยพิเศษของจักรวรรดิ
หากไม่ใช่มนุษย์พลังจิต Psyker
เธอคิดว่าสามารถจัดการได้ทุกคน
ที่เธอมองไม่ไช่ภาพทางวัตถุ
แต่เป็เื่ของจิติญญาอย่างแท้จริงSpiritualism
โลกนี้ตั้งต้นมาจากจิติญญาแม้นักวิทยาศาสตร์จะคิดเป็อย่างอื่นก็ตาม
เธอมีพลังจิตทำให้สามารถมองเห็น จิติญญาพลังจิตของแต่ละคนได้
สามารถมองออกได้ว่าคนนั้นรู้สึกอย่างไรหรือจะทำอะไรต่อไปหากพลังด้อยกว่าและขาดการฝึกอย่างพลเรือนหรือนักวิทยาศาสตร์พลังจิตที่ไม่ได้ใช้พลังจิตสายต่อสู้
พวกนั้นเปรียบได้กับแค่เทียนริบหรี่หากเทียบกับเธอที่เป็กองไฟ
แต่สำหรับเธอก็เป็เพียงแค่เศษฝุ่นหากเทียบกับท่านจักรพรรดิ-
แว๊บ
คนธรรมดาอาจจะรู้สึกแค่เหมือนกับมีลมปะทะเข้ามาที่หน้าเมื่อได้ัักับ
Radiance แสงรัศมี
ของจักรพรรดิ
แต่สำหรับซาฮาริเอลที่เป็หนึ่งในแองเจิ้ลแล้วคำแค่นั้นไม่สามารถเปรียบเปรยได้
หากโลกทางจิติญญาเหมือนกับคลื่น
แสงรัศมีของจักรพรรดิคือะเิูเาไฟใต้ทะเล
ที่ไม่ได้มีเพียงแค่คลื่นแต่มีพื้นดินลาวาที่ร้อนแรงที่ทรงพลังยิ่งกว่ากระแสของโลกแห่งจิติญญา
มันแผ่กระจายไปจนทำให้หน่วยกองทัพ์ทุกคนคุกเข่าลงกับพื้นก้มหน้าลงไม่อาจจะเงยขึ้นได้
มันคือความอับอายที่สุดที่หน่วยกองทัพ์ละสายตาจากองค์จักรพรรดิไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตา
แต่นี่คือความเป็จริงของโลกนี้
พลังจิตคือเื่อันตรายไม่ใช่แค่เื่เล่นสนุกของที่ประชาชนคนธรรมดาจะเข้าใจกัน
เธอเคยเจอคนอัจฉริยะหรือนักวิจัยมากมายยพยายามทำความเข้าใจพลังแห่งโลกของจิติญญา
แต่องค์จักรพรรดิทำลายกฎทุกอย่างที่ทุกคนคิดว่าตนเองเข้าใจเกี่ยวกับโลกของจิติญญา
เสมือนเกาะขนาดใหญ่ที่มั่นคงกลางท้องทะเลที่บ้าคลั่ง
ทุกคนต้องพยายามปรับโลกจิตวิญยาณให้เข้ากับตนเองจึงจะใช้พลังที่คนที่ขาดความรู้จะเรียกโดยรวมว่า“พลังจิต” หรือ “เวทย์มนตร์”
แต่องค์จักรพรรดิทำลายกฎทุกข้อที่ว่ามาของการใช้พลังแห่งดลกของจิติญญา
โลกทางจิติญญาต่างหากที่ต้องฟังคำสั่งองค์จักรพรรดิ
และวันนี้ซาฮาริเอลที่พึ่งรู้ตัวอีกครั้งว่าที่เธอคิดมานั้นผิดทั้งหมด
องค์จักรพรรดินั้นต่างจากพวกเธอยิ่งกว่าวาฬนั้นขนาดใหญ่กว่าอะมีบา
แต่เป็สิ่งที่เหนือความเข้าใจของคนทั่วไป
เธอคิดเช่นนั้นขณะที่ก้มหน้าลงกับพื้นไม่สามารถมองแสงรัศมีที่กดทับเธอมาถึงจิติญญาได้
...
ฮืม ท่าทางจะได้ผลพอสมควรแฮะ
ประชาชนทั่วไปท่าทางจะชอบการแสดงแสงสีเสียง
ผมนึกในใจเมื่อเห็นท่าทางยินดีของใครหลายคนเหมือนกับการแสดงคอนเสิร์ต
มีพวกมนุษย์พลังจิตเท่านั้นที่ท่าทางจะแพ้แสงเลยก้มหน้าหนีอยู่
ผมนึกในใจ