ตอนที่ 94 คุณก็รู้ผมไม่เคยพลาด
“ชนะ? เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว คุณก็รู้ว่าผมไม่เคยพลาด…ถึงอีกฝั่งจะมีสยามโนวากรุปหนุนหลังอยู่ก็เถอะ แต่จากสายป่านแล้ว หากพวกเราลงสนามจริงๆ พวกเขาไม่มีทางสู้พวกเราได้” นักธุรกิจหนุ่มหรือเจมส์ กระดิกเท้าจิบไวน์ในมือ ด้วยความสบายใจ
เจมส์มองเห็นโอกาสในธุรกิจแอปส่งอาหารแล้วจากข่าวที่กำลังร้อนระอุในช่วงเวลานี้ เขาเองก็แอบนับถือเด็กน้อยอย่างพีทอยู่ไม่น้อย ที่คิดอะไรแบบนี้ขึ้นมาได้ อีกทั้งยังแอบชื่นชมถึงความสามารถที่สามารถทำแอปพลิเคชันดีๆ จนกลายเป็นที่นิยมในวงกว้าง
ซึ่งเจมส์และพาร์ตเนอร์ของเขาอย่างบริษัท วินเนอร์กรุป ที่มีประธานร่วมอย่าง เจมส์และคุณเอเดน ก็พร้อมที่จะลงสู่สนามแอปส่งอาหารนี้แล้วเช่นกัน
อีกทั้งเจมส์ยังมีความมั่นใจว่า ด้วยฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดที่มีมือดีอย่าง ‘คลาร่า กู’ ที่ดำรงตำแหน่ง CFO ของบริษัท จะสามารถช่วยควบคุมกระแสเงินสดของบริษัทให้อยู่ในกรอบที่พวกเขาจะได้กำไร
“ฉันประเมินแล้ว จากหลักทรัพย์ที่อีกฝ่ายมี พวกเราสามารถบดขยี้ Easy Food ได้ภายใน 1-2 ปี แต่เราก็จะขาดสภาพคล่องทางการเงินไปมากเช่นเดียวกัน เจมส์คุณคิดว่าจะเสี่ยงไหม?” เป็นเสียงของหญิงสาวที่มีอายุเท่ากับรดา เธอแต่งกายด้วยชุดทำงานที่ดูสง่างาม เหมือนกับนางพญา เฉกเช่นเดียวกับรดาไม่มีผิด ราวกับว่าทั้งสองคนถอดแบบกันมาแบบเป๊ะๆ
เพียงแต่ คลาร่า กู ผู้นี้เจมส์ไม่อาจที่จะไม่เชื่อฟังได้ เพราะนอกจากความเก่งกาจทางด้านการเงินของเธอแล้ว เธอยังมีฐานะเป็นถึงหลานสาวของเอเดน เหลียง ผู้เป็นประธานร่วมของบริษัท Winner เช่นเดียวกัน และที่สำคัญ เจมส์กับคลาร่า กู ก็กำลังหมั้นหมายกันอยู่ด้วย
“1-2 ปีอย่างนั้นเหรอ ดูจะนานไปหน่อยแต่ก็เข้าใจได้ เพราะเรานั้นเริ่มต้นช้ากว่าพวกเขา แต่ถึงอย่างนั้น พวกเราต้องเชือดพวกมันทิ้งไปให้ได้โดยเร็ว เพื่อที่จะครองตลาดประเทศไทยให้ได้เร็วที่สุด เข้าใจไหม” เจมส์วางแก้วไวน์ในมือ ก่อนจะมองออกไปทางนอกหน้าต่างเพื่อเฝ้ามองกรุงเทพในยามราตรี ที่ถึงแม้ว่าจะดึกแค่ไหนบนท้องถนนก็ยังคงมีรถวิ่งแน่นขนัด ราวกับเป็นเมืองที่ไม่มีวันหลับ
“เราจะครองตลาดประเทศไทยให้ได้และจะไม่หยุดเพียงแค่นั้น เพราะพวกเขาจะครองตลาด SEA ทั้งหมด” Co-CEO อย่างประธานเอเดน ผู้เป็นนักธุรกิจจากสิงคโปร์ ยิ้มกว้างและเดินตามเข้าไปสมทบกับเจมส์ ถึงอายุของทั้งสองฝ่ายจะห่างราวรุ่นพ่อและรุ่นลูก แต่ถึงอย่างนั้น เอเดนก็มองเจมส์เป็นดั่งคู่หูที่รู้ใจของตัวเอง ไม่ใช่แค่ในฐานะหลานเขยที่กำลังจะแต่งงานกับหลานสาวของตนเองเพียงอย่างเดียว
หลังจากผลการตัดสินของศาลจะตัดสินแล้ว แต่กระนั้นสำนักข่าวก็ยังคงรายงานเรื่องนี้กันอย่างสนุกปาก ไม่ว่าจะเป็นในโลกอินเตอร์เน็ตหรือพูดกันปากต่อปาก
มันเป็นเหมือนวันที่ประธานวรชัยและอาจารย์อมรเหมือนกับตกนรก ไม่ว่าพวกเขาจะไปที่ไหน ก็มีคนจดจำพวกเขาได้ จนแทบจะไม่สามารถก้าวเท้าออกจากบ้านได้เลย
อย่างไรก็ตามประธานวรชัยอาจจะดีหน่อย เพราะอย่างน้อยก็พอจะมีเงินและเคยเป็นถึงนักธุรกิจที่มีอิทธิพลในจังหวัดธาราบุรี เลยสามารถที่ให้คนขับรถช่วยพาตัวเองฝ่าฝูงนักข่าวออกไปได้
แต่กลับกันอาจารย์อมรไม่ได้ร่ำรวยจนมีคนขับรถแบบนั้น รถของมันถูกบรรดานักข่าวห้อมล้อมอยู่เต็มไปหมด อีกทั้งยังมีมือดีมาพ้นสเปรย์ ถ้อยคำหยาบคายใส่รถของตัวมันเองอีก
อาจารย์อมรได้เห็นดังนั้น จึงได้แต่เดินแบบแอบๆ ใส่หมวกและผ้าปิดปากราวกับคนไม่สบาย เดินหลบผู้คนเพื่อที่จะใช้ขนส่งสาธารณะเพื่อที่จะกลับบ้านของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกัน เอี้ยด~!
ในขณะที่อาจารย์อมรกำลังรอรถโดยสารอยู่ จู่ๆ ก็มีรถเบนซ์สีดำขับเข้าจอดที่ด้านหน้าของตน ก่อนที่ด้านเบาะหลังของรถจะมีคนเลื่อนกระจกลงมา พลางชำเลืองมันเล็กน้อย
“คุณคืออาจารย์อมร คนดังสินะ…ขึ้นรถมาสิ ผมจะไปส่งเอง” เป็นน้ำเสียงที่ดูเย่อหยิ่งและหยิ่งผยองในตัวเองอยู่มากพอสมควร ซึ่งคนที่เปิดกระจกด้านหลังก็มีสิทธิ์ที่จะเย่อหยิ่งและอวดดีได้อยู่พอตัว เพราะคนผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น คือ เจมส์ CEO จากบริษัท วินเนอร์กรุป นั่นเอง
“อะไรนะ?!” อาจารย์อมรตอบกลับด้วยท่าทางที่ดูตกใจ เพราะฉากตรงหน้ามันเหมือนหนังในภาพยนตร์ที่กำลังจะลักพาตัวใครสักคนเลย
“ฉันจะไม่พูดอีกเป็นครั้งที่สอง ขึ้นรถมาซะ ก่อนที่ฉันจะไม่สนใจขยะอย่างแกอีก” น้ำเสียงเย็นๆ ของเจมส์ ทำเอาอาจารย์อมรถึงกับขนลุก แต่ด้วยการกระทำของพวกเขาเริ่มดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้าง
อาจารย์อมรจึงไม่มีทางเลือก จึงได้แต่เอื้อมมือเปิดประตูรถของอีกฝ่าย ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งด้วยท่าทางสั่นกลัวเล็กน้อย พร้อมรถที่แล่นโฉบออกไปจากถนนเส้นนั้น
“ฉันคือ CEO จากบริษัท วินเนอร์กรุป อยากจะถามแกสักข้อ แกเพียงแค่ตอบฉันมาว่าแกมีความสามารถที่จะทำได้หรือไม่ได้เท่านั้น” นักธุรกิจหนุ่มหันมามองอาจารย์อมร ด้วยสายตาที่ดุร้าย แม้อายุของเจมส์จะอยู่ในวัย 30 ปีเท่านั้น แต่จากสายตาที่ดูเย่อหยิ่ง มันก็ทำให้อาจารย์อมรที่แก่กว่า แอบหวาดหวั่นไม่ได้ ประหนึ่งว่าสายตาที่กำลังจ้องมองมันอยู่ กำลังอ่านใจมันอยู่ก็มิปาน
“ถ้าฉันอยากให้แกสร้างแอปส่งอาหารขึ้นมาอีกครั้งจาก 0 โดยไม่ต้องขโมยผลงานของใคร แต่อาจจะใช่แอป Easy Food อะไรนั้นเป็นแรงบันดาลใจ แกสามารถทำมันได้หรือไม่?” เจมส์ยิงคำถามออกมาและเมื่อถามเสร็จ บรรยากาศภายในรถก็เงียบเชียบลงอีกครั้ง
“สร้างแอปส่งอาหาร? นี้ฉันพึ่งถูกศาลตัดสินและยังต้องหาเงินชดใช้อีกฝ่ายอยู่เลย…แล้วนี้ยังจะให้ฉันไปสร้างแอปบ้าๆ นี้อีก ฉันไม่รู้แกเป็นใครหรอกนะ แต่ฉันไม่เอาด้วยหรอก” อาจารย์อมรจะบอกว่าเข็ดขยาดก็ได้ จึงได้พูดได้ตอบกลับอีกฝ่ายไปแบบนี้
“ตอบให้มันตรงคำถาม ฉันถามว่าได้หรือไม่ได้” คราวนี้ไม่ใช่แค่น้ำเสียงเย็นๆ จากอีกฝ่ายเท่านั้น เพราะคราวนี้ด้านหน้ารถที่มีคนขับและบอดี้การ์ดอีกหนึ่งคนที่นั่งอยู่ด้านข้างคนขับ ได้เอี้ยวตัวมาหาอาจารย์อมร พร้อมกับมือของเขาได้ยื่นปลายกระบอกปืนจ่อมาที่อาจารย์อมร ที่กำลังสั่นกลัวเมื่อได้เห็นความน่ากลัวของอีกฝ่าย
“ทำได้ ทำได้ครับ!” อาจารย์อมรกลัวจนแทบจะฉี่ราด ก่อนจะตอบไปว่าเขาสามารถทำได้ ซึ่งเรื่องนี้อาจารย์อมรก็ไม่ได้พูดไปส่งๆ เพื่อเอาหน้ารอด
แต่หลังจากที่มันได้คลุกคลีกับแอปพลิเคชัน Easy Food ของพีทที่ส่งเป็นโปรเจกต์และได้แก้บัคทั้งหมดที่ฝั่งมาเกือบทั้งหมดด้วยตัวเอง เพื่อเปิดเป็นแอป Victory Food มันก็มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะสร้างแอปส่งอาหารขึ้นจากศูนย์ได้ โดยไม่ต้องคัดลอกผลงานของใครอีก
“งั้นเราจะมาพิสูจน์กัน” พูดจบ เจมส์ก็พยักหน้าเบาๆ บอดี้การ์ดที่เอี่ยวตัวมาก็ลดปืนในมือลง ก่อนจะกลับไปนั่งอยู่ข้างคนขับ ประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น
โดยตลอดระยะทางที่รถขับอยู่บนถนน ตัวของอาจารย์อมรก็อกสั่นขวัญแขวนมาตลอดทาง ก่อนที่ไม่นานนัก รถเบนซ์สีดำจะขับเข้ามาจอดในอาคารสุดหรูที่มีป้ายอักษรติดเด่นอยู่หน้าตึก Winner Group.
‘เชี่ย ของจริง!’
ในหัวของอาจารย์อมรเริ่มตกเบิกโพลง ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศจริงๆ
อาจารย์อมรเดินตามนักธุรกิจหนุ่มอยู่ด้านหลังด้วยท่าทางสงบเสงี่ยม ทั้งสองได้ขึ้นลิฟต์ตรงขึ้นไปบนฉันที่ 16 และเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกมา อาจารย์อมรก็พบกับชั้นสำนักงานที่ว่างเปล่า มีเพียงแค่คอมพิวเตอร์ไม่กี่เครื่องตั้งเตรียมเอาไว้ที่ใจกลางห้อง
“แสดงให้ฉันเห็นว่าแกสามารถทำได้แล้วเมื่อนั้นฉันคนนี้จะบันดาลทุกสิ่งที่แกอยากจะได้ให้เอง รวมถึงเงินที่แกต้องจ่ายค่าที่แพ้คดีให้ด้วย” นี้เป็นข้อเสนอที่ยั่วยวนใจอาจารย์อมรมากกว่าประธานวรชัยเสียอีก
ซึ่งอาจารย์อมรก็พยักหน้า เขารีบเดินตรงไปที่สเตชันทำงานและได้เริ่มลงมือเขียนโค้ดด้วยความว่องไว โดยมีเจมส์ เอเดนและคลาร่า สามเสาหลักแห่งวินเนอร์กรุป นั่งจิบไวน์และมองดูการทำงานอาจารย์อมรอยู่ข้างๆ
“อันที่จริงคุณน่าจะรวมทีมโปรแกรมเมอร์ที่เก่งกว่านี้มาก็ได้…ทำไมถึงต้องไปจ้างอาจารย์คนหนึ่งที่แพ้ให้กับเด็กมหาลัยด้วย ดูยังไงเขามันก็ไม่เอาไหนและน่าจะสู้ทีมไอทีของเราไม่ได้เลย?” เอเดนสื่อสารด้วยภาษาจีนกับเจมส์ ซึ่งถ้าเป็นภาษาอังกฤษตัวของอาจารย์อมรก็น่าจะพอฟังออกอยู่บ้าง
“ที่คุณพูดมาก็ถูก ในบริษัทของเรามีโปรแกรมเมอร์เก่งๆ มากมายและจากศักยภาพของบริษัทเราสามารถจ้างคนที่เก่งกว่านี้มาก็ได้ แต่ผู้คนเหล่านั้นจะสร้างแอปพลิเคชันให้กับพวกเราได้สำเร็จเมื่อไร 6-12 เดือน? นั้นมันนานไป” เจมส์แสยะยิ้มเล็กน้อย พลางอธิบายความคิดของตัวเองให้กับเอเดน ที่เป็นประธานร่วมได้รับรู้
“จริงอยู่ที่อาจารย์คนนี้ เคยพ่ายแพ้ให้กับเด็กนักศึกษาที่เป็นเจ้าของแอป Easy Food แต่คนคนนี้แหละ ที่คุ้นเคยกับแอปส่งอาหารมากที่สุดในประเทศไทย ฉะนั้นผมเชื่อว่าอาจารย์คนนี้สามารถร่นระยะเวลาแอปของเราได้เร็วกว่า 6-12 เดือนอย่างแน่นอน” เจมส์เชื่อแบบนั้น เขาเชื่อว่าอาจารย์อมรถึงจะไม่ได้เก่งอะไร แต่โปรแกรมเมอร์ที่รู้จักแอปพลิเคชันส่งอาหารในเวลานี้ ถ้าไม่นับพีทที่เป็นคนสร้าง คงจะมีก็แต่อาจารย์อมรคนเดียวเท่านั้นที่คลุกคลีกับแอปนี้มากที่สุด
ดังนั้นเจมส์จึงพาอาจารย์อมรเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมงาน พลางทุ่มงบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรคนและอุปกรณ์ให้กับอาจารย์อมร เพื่อที่จะสร้างแอปส่งอาหาร Winner Food ให้ได้ภายใน 3-6 เดือน
และเจมส์ก็ยังเชื่ออีกว่า ถึงอาจารย์อมรจะมีศักยภาพที่ไม่ดีพอ ถ้าเทียบกับทีมโปรแกรมเมอร์ของบริษัทตนเอง แต่กระนั้นเขาสามารถกำหนดอาจารย์อมรให้เป็นผู้กำหนดแนวทางของแอปได้ ดั่งเช่นอาชีพก่อนหน้านี้ของอาจารย์อมรที่เป็นอาจารย์นั่นเอง
เมื่อกำหนดให้อาจารย์อมรคือผู้กำหนดแนวทางแอป หลังจากนั้นโปรแกรมเมอร์ที่มีฝีมือของบริษัทก็จะรับช่วงต่อให้เอง
“ความคิดของคุณยอดเยี่ยมมาก…งั้นก็มาดูกันว่าอาจารย์คนนั้นจะคว้าโอกาสของคุณเอาไว้ได้ไหม” เอเดนและคลาร่า จ้องมองไปที่อาจารย์อมรที่กำลังเหงื่อแตกพลั่ก แม้ห้องทำงานในชั้นนี้จะมีอุณหภูมิที่เย็นมากก็ตาม
เวลา 2 ชั่วโมงได้ผ่านไป หลังจากนั่งเขียนโค้ดและทุ่มพลังสมาธิทั้งหมดกับการแสดงฝีมือ ในที่สุด อาจารย์อมรก็ผ่อนคลายตัวเองลง ทิ้งแผ่นหลังที่หนักอึ้ง พิงลงไปที่เก้าอี้ที่นุ่มสบาย ที่ก่อนหน้านี้มันเป็นเหมือนเก้าอี้ที่มีดาบและหนามคอยทิ่มตำตัวเองอยู่ก็ตาม
“ผมจำลองแอปเบื้องต้นตามที่ตกลงกันไว้แล้ว…พวกคุณเข้ามาตรวจสอบได้” อาจารย์อมรกดให้แอปของเขาเริ่มต้นทำงาน
ซึ่งเจมส์ เอเดนและคลาร่า รวมไปถึงโปรแกรมเมอร์ที่มีดีกรีระดับดอกเตอร์จากทั้งในไทยและต่างประเทศ ก็ต่างเข้ามาช่วยกันตรวจสอบด้วยเช่นกัน
ผ่านไปอีก 1 ชั่วโมง หลังจากได้ทำการตรวจสอบแอปขั้นต้นของอาจารย์อมร ทางด้านของโปรแกรมเมอร์ก็พยักหน้าให้กับเจมส์ เอเดนและคลาร่าที่เป็นประธานบริษัทของพวกเขา
“แอปสามารถทำงานได้จริงครับ แม้โค้ดที่ใช้จะค่อนข้างหยาบอยู่บ้างในสายตาของพวกผม ถึงอย่างนั้นพวกผมสามารถปรับโค้ดเหล่านั้นให้ดีกว่านี้ได้ครับ” โปรแกรมเมอร์ของวินเนอร์กรุป ไม่จำเป็นต้องถ่อมตัว เพราะการถ่อมตัวคือการถูกผู้อื่นเหยียบย้ำตัวเองขึ้นไป นี้คือวัฏจักรของวินเนอร์กรุป
หากคุณไม่เก่งพอหรือคุณคิดว่าตัวเองไม่เก่ง งั้นคุณก็ไม่เหมาะสมที่จะทำงานที่บริษัทนี้ บริษัทที่จะเป็นผู้ชนะทุกสมรภูมิที่พวกเขาลงชิงชัย เพราะที่นี่จะมีแต่คนเก่งเท่านั้น
“งั้นก็เป็นอันตกลง อาจารย์อมรเราขอจ้างคุณในฐานะที่ปรึกษาแอปพลิเคชันส่งอาหารโดยมีกำหนดการ 6 เดือน คุณต้องสร้างและพัฒนาแอปนี้ให้เสร็จ หากเสร็จเร็วกว่ากำหนดคุณจะได้โบนัสและได้สิทธิ์ในการทำงานที่นี่ต่อไป แต่ถ้าไม่ตรงตามกำหนดหลังจากแอปนี้เสร็จแล้ว คุณก็จะได้โบนัสก้อนสุดท้ายแต่จะไม่ได้ร่วมงานกับเราอีกต่อไป ตกลงไหม” เจมส์และเอเดน ที่เป็นประธานร่วม ได้เดินเข้ามาจับมือกับอาจารย์อมร
ส่วนทางด้านของคลาร่าที่เป็น CFO ก็ได้ร่างสัญญาเงินเดือนและข้อตกลงต่างๆ ให้กับอาจารย์อมร แน่นอนหนึ่งในสัญญานั้นมีเงินที่อาจารย์อมรต้องจ่ายเป็นค่าปรับรวมอยู่ด้วย
อาจารย์อมรได้เห็นหนังสือสัญญาก็ตาลุกวาว ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนหรือเงินโบนัส ล้วนสูงเป็นสามเท่าจากที่เคยได้จากประธานวรชัย อีกทั้งการที่อีกฝ่ายยอมชดใช้ค่าเสียหายที่แพ้คดีแทนตนเอง มันก็ไม่มากพอที่จะทำให้อาจารย์อมร ที่หมดอนาคตเริ่มกลับมามีความหวังขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง
อาจารย์อมรหลังจากได้เข้าทำงานกับ วินเนอร์กรุป ทุกอย่างก็เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทีมงานที่เข้ามาพัฒนาแอปพลิเคชันล้วนเก่งกันทุกคน เก่งจนอาจารย์อมรแค่สั่ง ไม่นานทุกคนก็ทำเสร็จแล้ว แถมยังไม่ถามให้ยุ่งยากปวดหัว แค่อาจารย์อมรกำหนดว่าตัวแปรนี้ทำงานแบบนี้ โปรแกรมเมอร์ก็จัดเต็มให้จนไม่มีจุดที่ต้องแก้ไขเลย
อีกทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ของบริษัท วินเนอร์กรุปก็ไม่ธรรมดา เซิร์ฟเวอร์เป็นเครื่องใหม่จัดเต็ม คอมพิวเตอร์ก็เป็นคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ตัวท็อปที่เสถียรสำหรับการเขียนโปรแกรมที่เป็นของบริษัท Pineapple อีกด้วย
ลั้ลลา~! อาจารย์อมรรู้สึกว่าตัวเองโชคดี เขานั่งฮัมเพลงไปในขณะที่กำลังตรวจสอบแอปที่ทีมของเขาได้ส่งเข้ามาตามที่สั่ง…มันเป็นความรู้สึกที่สบายยิ่งนัก ช่างเหมือนกับเป็นการตายแล้วเกิดใหม่จริงๆ
แต่กลับกันอดีตเจ้านายเก่าอย่างประธานวรชัย ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนกับอาจารย์อมรเลยสักนิด เรียกได้ว่าทั้งสองคนมีชีวิตอยู่คนละด้าน จากหน้ามือเป็นหลังเท้าเลยทีเดียว
“ท่านประธานเงินที่ผมเสนอขอซื้อที่ดินของคุณ นี้คือจำนวนสูงที่สุดแล้ว เราเองก็รู้จักกันมานาน ที่ผมเสนอตัวมาซื้อที่ดินของท่านก็เพราะอยากจะช่วยท่านจริงๆ” นักธุรกิจเฒ่าคนหนึ่งได้เดินเข้าเสนอซื้อที่ดินจากประธานวรชัย ที่ผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ ผมที่เคยดกดำ มันก็กลายเป็นผมขาว หงอกเต็มหัวไปหมดแล้ว…หมดสภาพเสือเฒ่าแห่งจังหวัดธาราบุรีไปจนหมดสิ้น
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy