เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้นต้วนจื่อได้แจ้งข่าวการเดินทางไปยังป่าปีศาจมรณะแก่เยี่ยนชุยเสวี่ยและคนอื่นๆพร้อมทั้งกำชับให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับอย่าให้ต้วนเยว่เอ๋อร์และหญิงสาวอีกสองคนรู้ เพื่อหลีกเลี่ยงความกังวล
เยี่ยนชุยเสวี่ยตั้งใจจะติดตามต้วนจื่อไปด้วยเพื่อจะได้ดูแลซึ่งกันและกัน ทว่านางกลับถูกต้วนจื่อปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
ประการแรก การมีคนเยอะย่อมเป็นภาระสู้รบแต่เพียงผู้เดียวไม่ได้ อีกทั้งยังง่ายต่อการเปิดเผยการมีอยู่ของระบบ
ประการที่สอง นี่เป็นเรื่องของเขาเขาไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้เยี่ยนชุยเสวี่ยมากเกินไปจนถึงตอนนี้เขาก็สร้างความลำบากให้คนอื่นมามากพอแล้ว
เมื่อเห็นสีหน้าแน่วแน่ของต้วนจื่อเยี่ยนชุยเสวี่ยจึงมิได้รบเร้าหากแต่สั่งให้คนรับใช้เตรียมม้าพันลี้และเสบียงแห้งจำนวนหนึ่งให้พร้อมทั้งกำชับให้เขาระมัดระวังตัว และรักษาชีวิตให้ดีที่สุด
ต้วนจื่อตอบรับด้วยความยินดีพร้อมทั้งสัญญาว่าเมื่อกลับมาจะสอนวิชาผายปอดให้แก่เยี่ยนชุยเสวี่ย
ด้วยคำกำชับของทุกคนต้วนจื่อจึงมิได้อ้อยอิ่ง ขึ้นขี่ม้าพันลี้ออกจากหลังเขาตระกูลเยี่ยนมุ่งหน้าไปยังป่าปีศาจมรณะ
สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือทันทีที่ออกจากตระกูลเยี่ยนไปไม่ไกล ก็มีคนบังคับม้าตามไปในทิศทางเดียวกัน
ในช่วงสองวันที่ผ่านมาต้วนเอ้อร์ใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทนยิ่งนัก
สายตาจับจ้องไปยังผู้คนรอบข้างล้วนแต่เอ่ยขานชื่อต้วนจื่อด้วยความชื่นชม ทว่าเมื่อหันมาพิจารณาตนเองกลับพบว่าค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำเรื่องราวของตนที่ถูกต้วนจื่อกำราบจนสิ้นฤทธิ์ กลับกลายเป็นเรื่องตลกขบขัน
จากที่เคยได้รับการเทิดทูนราวเทพสู่การถูกทอดทิ้งอย่างไร้ค่า ต้องแบกรับความบอบช้ำเกินกว่าที่มนุษย์จะรับไหว
ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะต้วนจื่อ
อีกฝ่ายช่วงชิงรัศมีทั้งหมดของตนไปเหลือไว้เพียงความมืดมิดและความกดดัน
ต้วนเอ้อร์ถึงกับเสียสติ
หลังจากไตร่ตรองหลายครั้งเขาก็ตัดสินใจที่จะแก้แค้น จะกำจัดต้วนจื่อให้สิ้นซาก
ด้วยความบังเอิญเขามีคนของตนแฝงตัวอยู่ในตระกูลเยี่ยน เมื่อได้ยินว่าต้วนจื่อกำลังจะออกไปข้างนอกเขาก็แอบตามต้วนจื่อไป พร้อมทั้งว่าจ้างนักฆ่ากลุ่มหนึ่ง
เมื่อคิดถึงภาพต้วนจื่อคุกเข่าขอร้องตนเองในภายหลังต้วนเอ้อร์ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกฮึกเหิม เร่งความเร็วในการสะบัดแส้ม้ามุ่งไปทางเดียวกับต้วนจื่อ
ในทางกลับกัน ต้วนจื่อไม่ได้เร่งรีบอะไรหลังจากออกจากเมืองจื่อหราน ไปถึงนอกเมืองที่ผู้คนเบาบาง
หรือนี่จะเป็นเพียงแค่ความรู้สึกด้วยลางสังหรณ์ที่มี ดูเหมือนว่าจะมีใครสะกดรอยตาม
เพื่อพิสูจน์ความจริงต้วนจื่อจึงเลือกหยุดพักในบริเวณที่มีแมกไม้ ภายใต้ท่าทีผ่อนคลายเขากลับใช้ญาณหยั่งรู้สอดส่องไปทั่วบริเวณ
เป็นดังคาด ไม่นานก็มีคนขี่ม้าตามมา
เมื่อมองเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นเขาก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
คนผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นต้วนเอ้อร์ที่ถูกตนกำจัดในการประลองเชื่อมสัมพันธ์ของตระกูลดวงตาของอีกฝ่ายในขณะนี้ เต็มไปด้วยความมุ่งร้าย
"อยากฆ่าข้างั้นหรือ?" ต้วนจื่อหัวเราะเยาะ ทำทีเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไร แล้ววิ่งเข้าไปในป่า
ต้วนเอ้อร์ที่อยู่ด้านหลังเมื่อเห็นดังนั้นก็รีบลงจากม้า ตามเข้าไป
เมื่อตามลึกเข้าไปเรื่อยๆเขาก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ
ต้วนจื่อจงใจเดินไปยังที่ที่เปลี่ยว มืดมิดราวกับรับรู้ถึงการมีอยู่ของตน
"ระวังตัวหน่อยดีกว่าข้าถูกทำลายตันเถียนไปแล้ว ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของต้วนจื่อนักฆ่าที่จ้างมายังอยู่ระหว่างการเดินทาง ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะปะทะกับเขาตรงๆ"
เมื่อคิดถึงตรงนี้ต้วนเอ้อร์จึงตัดสินใจชะลอฝีเท้า รักษาระยะห่างที่แน่นอน
หารู้ไม่ ทันทีที่ชะลอฝีเท้าลงต้วนจื่อก็หันหลังกลับมาอย่างรวดเร็ว สองตาจับจ้องมาที่ตนเอง
"แย่แล้ว ถูกจับได้แล้ว!"ต้วนเอ้อร์ตกใจ
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ถอยหนีต้วนจื่อก็พุ่งตัวมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
"เร็วชะมัด" ต้วนเอ้อร์ขนลุกซู่ แต่กลับพยายามทำใจดีสู้เสือ "บังเอิญจังเลยนะ ต้วนจื่อ ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอเจ้าที่นี่"
ต้วนจื่อสีหน้าไร้อารมณ์"เจ้าไม่คิดว่าคำพูดนี้มันโง่เกินไปหน่อยเหรอ?"
"เจ้าพูดอะไรกัน? ข้าไม่เข้าใจ!" ต้วนเอ้อร์หลังเริ่มชื้นเหงื่อพยายามยิ้มสู้
"ข้าก็แค่ผ่านมาแถวนี้เท่านั้นแล้วบังเอิญเจอเจ้า ก็เลยมาทักทายน่ะ"
เมื่อกล่าวจบเขาก็เตรียมจะเดินจากไปอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อรักษาชีวิตของตนไว้ก่อน
ต้วนจื่อไม่สะทกสะท้านเขาหยิบกระบี่เทียนซิ่วออกมา "ในเมื่อเจ้าอยากจะปิดบังนักข้าก็จะสนองให้"
สิ้นเสียงกระบี่เทียนซิ่วก็หมุนคว้างฟาดฟันไปยังต้วนเอ้อร์
สีหน้าของต้วนเอ้อร์เปลี่ยนไปในทันที
เขาไม่คาดคิดเลยว่าต้วนจื่อจะเด็ดขาดถึงเพียงนี้ลงมือโดยไม่เสียเวลาพูดพร่ำ
เมื่อภัยมาถึงตัว เขาก็ไม่สนอะไรอีกต่อไปสอดมือเข้าไปในกระเป๋า แล้วหยิบยันต์ออกมา
ในทวีปเทพยุทธ์มีสายอาชีพที่หลากหลายหนึ่งในนั้นคือคนที่สร้างยันต์โดยเฉพาะ เรียกกันว่านักสร้างยันต์พวกเขาใช้พลังปราณวิเศษบรรจงวาดลวดลายสรรพสิ่งลงบนยันต์ แสดงฤทธิ์เดชอนันต์
นักสร้างยันต์ก็เหมือนกับนักปรุงยามีเก้าขั้น ยิ่งระดับสูง ยันต์ที่สร้างขึ้นก็ยิ่งมีราคาแพง และมีพลังมากขึ้น
ในทำนองเดียวกันการแบ่งระดับยันต์ก็ไม่ต่างจากโอสถ
ยันต์ที่อยู่ในมือของต้วนเอ้อร์สร้างโดยนักสร้างยันต์ระดับสอง จัดเป็นยันต์ระดับสองขั้นกลางมีราคาสูงถึงหลายแสนเหรียญทอง
"ยันต์อัคคีป้องกัน จงสำแดง!"
ต้วนเอ้อร์รีบร่ายคาถา เสียงแผ่วเบา
ในพริบตาร่างกายของเขาก็ถูกปกคลุมไปด้วยเปลวไฟ
เปลวไฟเหล่านี้เสมือนกำแพงที่ปิดล้อมเขาไว้ข้างใน
อุณหภูมิภายในไม่สูงนักแต่ภายนอกกลับร้อนระอุ ต้นไม้โดยรอบเริ่มติดไฟ หากคิดจะฝ่าเข้าไปจักต้องแลกมาด้วยราคาแสนแพง
"ต้วนจื่อ เจ้าอย่าเพิ่งย่ามใจไปอีกเดี๋ยว ข้าจะทำให้เจ้าตายอย่างไร้ที่ฝังศพ"
น่าเสียดาย ด้วยความทะนงในศักดิ์ศรีมั่นใจในเกราะกำบังของตนมากเกินไป
ต้วนจื่อใช้กระบี่ฟาดฟันพลังที่แผ่ออกมาจากกระบี่ทำให้เกิดกระแสลมหมุนวน เมื่อแขนเสื้อขยับกระบี่ก็สั่นสะเทือน ทั้งสี่ทิศทางถูกสะบัดด้วยลมราวกับกำลังยิงสุริยันทั้งเก้าให้ร่วงหล่น งามสง่าประดุจทวยเทพขี่มังกรทะยานรวดเร็วปานอสนีบาตที่กักเก็บความพิโรธ เมื่อหยุดนิ่งกลับงามสงบราวทะเลสาบต้องแสงจันทร์กระจ่างราวกับร่ายรำอยู่ท่ามกลางจักรวาลอันไพศาล เกียรติศักดิ์สะท้านสะเทือนปฐพี
เมื่อเคล็ดวิชากระบี่สายลมถูกปลดปล่อยกระแสกระบี่มากมายก็พัดผ่านในอากาศคมกระบี่สายลมจำนวนมากถูกส่งออกจากกระบี่เทียนซิ่ว ตัดเปลวไฟให้ดับลง
"ฉับ!"
ก่อนที่ต้วนเอ้อร์จะทันตั้งตัว...แสงเย็นเยียบวูบผ่านแขนของเขา ถึงกับตัดแขนของเขาขาดโดยฉับพลัน
"อ๊าก!"
เลือดพุ่งกระฉูด ความเจ็บปวดจากการเสียแขนทำให้สีหน้าของต้วนเอ้อร์บิดเบี้ยว ร่างของเขาแทบจะล้มทั้งยืน
คมกระบี่นี้ฉุดเขาลงสู่ความหวาดหวั่นในยมโลกโดยฉับพลัน
โดยไม่สนแขนที่ตกลงบนพื้นเขาหันกายอย่างรวดเร็ว ใช้มือกุมบาดแผลที่เลือดไหลอาบ และก้าวเท้าหนีพยายามถ่วงเวลาให้นักฆ่ามาช่วย
"คิดหนีงั้นหรือ?"
ทว่าต้วนจื่อไม่มีทางให้โอกาสเขา
พลันเห็นกระบี่เทียนซิ่วฟาดฟันลงมาบังเกิดปราณกระบี่อันน่าตระหนกราวกับลมที่พัดกระหน่ำพลังกระบี่พลันพุ่งทะยานดั่งสายรุ้ง ผ่าเมฆทะลวงตะวัน เปิดกว้างและปิดฉับดุจคลื่นพิโรธกลืนกินหิมะ รวดเร็วและรุนแรง
"ฉัวะ!"
ต้วนเอ้อร์ยังไม่ได้ก้าวไปไหนศีรษะก็ถูกแยกออกจากร่างกายตกลงบนพื้น เลือดสาดกระเซ็น
[ติ๊ง! ระบบปรับปรุงเสร็จสิ้นเพิ่มฟังก์ชันการคำนวณและสถิติโดยละเอียดสำหรับค่าเทียนซิ่ว]
[ติ๊ง! ท่านสังหารคนไร้ประโยชน์ได้สำเร็จทำภารกิจสังหารด้วยกระบี่สำเร็จ ค่าเทียนซิ่ว +5 ยอดคงเหลือ 18,000]
"ยังไม่มากเท่าค่าเทียนซิ่วที่ได้จากอสูรขอบเขตเนื้อหนังระดับหนึ่งช่างน่าขัน" ต้วนจื่อแค่นเสียงเดินไปยังร่างของต้วนเอ้อร์ ค้นหาในเสื้อผ้าก็พบกับตั๋วเหรียญทองคาดว่าน่าจะมีเงินอยู่พอสมควร
หลังจากเก็บกวาดเสร็จเขาก็เก็บกระบี่เทียนซิ่ว แล้วขี่ม้ามุ่งหน้าไปยังป่าปีศาจมรณะต่อไป
สามนาทีหลังจากต้วนจื่อจากไปก็มีเงาร่างหลายร่างปรากฏขึ้นช้าๆ
คนทั้งสามนี้มีกลิ่นอายที่แข็งแกร่งมากล้วนเป็นผู้ที่อยู่ในขอบเขตกึ่งเริ่มต้นยุทธ์
คนหนึ่งที่เห็นร่างของต้วนเอ้อร์ก็ขมวดคิ้ว"นายจ้างถูกฆ่าแล้ว ต้วนจื่อต้องรู้แล้วว่ามีคนตามเขาไป"
"แล้วยังไงเล่าอีกฝ่ายก็แค่ขอบเขตเนื้อหนัง พวกเราสามารถฆ่าเขาได้ง่ายๆ" อีกคนหัวเราะเยาะ ดวงตาเต็มไปด้วยความเย็นชา
"ตามไปเถอะต้วนเอ้อร์บอกว่าเงินว่าจ้างทั้งหมดอยู่ในตั๋วเหรียญทองคาดว่าคงถูกต้วนจื่อเอาไปแล้ว" คนสุดท้ายกล่าวเสียงเบาจากนั้นก็เริ่มเคลื่อนพลัง เร่งรีบตามไปข้างหน้า
คนอีกสองคนมองหน้ากัน แล้วไม่รีรอเช่นกันต่างก้าวเท้ามุ่งหน้าไป ร่างกายพลันอันตรธานหาย
หลังจากเดินทางมาระยะหนึ่งต้วนจื่อก็มาถึงทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง ชื่อว่าทุ่งหญ้าเวิ้งวิกฤต
ถึงแม้แสงอาทิตย์จะสาดส่องแต่ในทุ่งหญ้าเวิ้งวิกฤตนี้ก็ยังคงมีแต่ความมืดมิดมีเพียงบางพื้นที่เท่านั้นที่ถูกแสงสว่างส่องถึง
ในขณะนั้นเองสัตว์อสูรตนหนึ่งก็ขวางอยู่เบื้องหน้าต้วนจื่อ
มันคือพญางูเขี้ยวดาบขอบเขตเนื้อหนังระดับเก้า พลังของมันในทุ่งหญ้าเวิ้งวิกฤตนี้จัดได้ว่าเป็นระดับเจ้าพิภพ
มันมีความยาวกว่ายี่สิบเมตรขดตัวอยู่บนพื้นดิน คล้ายกับภูเขาลูกเล็กๆ
เกล็ดเขี้ยวดาบบนพื้นผิวของมันแหลมคมเป็นอย่างยิ่งคนทั่วไปหากถูกมันพันตัวเข้า อาจถูกบดขยี้จนตายในพริบตา
"ฟ่อ!"
หลังจากเผชิญหน้ากันราวๆ สามวินาทีพญางูเขี้ยวดาบก็แลบลิ้นออกมาอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าใส่ต้วนจื่อตั้งใจจะกินเขาเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย
ขนาดมหึมามิได้ส่งผลต่อความเร็วของมัน
ต้วนจื่อหรี่ตาลงเล็กน้อยชักกระบี่เทียนซิ่วออกมาฟาดฟันออกไปจากด้านบนลงด้านล่าง
พญางูเขี้ยวดาบสะบัดหางขนาดมหึมากวาดเข้าปะทะกับพลังกระบี่
"เปรี้ยง!"
พลังกระบี่ยังไม่ทันได้ออกแรงก็ถูกหางของพญางูเขี้ยวดาบปัดจนแตกออก
"หางของมันแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เชียว?"ต้วนจื่อรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย เขาเปิดใช้ทักษะ [สังหารไร้ปรานี]ร่างก็หายไปจากที่เดิม
เมื่อปรากฏตัวอีกครั้งกระบี่ก็ราวกับแม่น้ำที่ถูกแขวนลงมา โจมตีราวสายลมที่พัดพาน่าสะพรึงกลัว
"ฉัวะ!"
เมื่อใช้พลังสามเท่าที่มาพร้อมกับ[สังหารไร้ปรานี] กระบี่ที่ฟาดฟันไป สามารถตัดทุกสิ่งได้
พญางูเขี้ยวดาบก็เช่นกัน
ร่างกายมหึมาของมันถูกตัดออกเป็นแผลขนาดใหญ่เลือดไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง สาดกระเซ็นไปยังต้นไม้ใบหญ้าโดยรอบ
ความเจ็บปวดอันรุนแรงทำให้พญางูเขี้ยวดาบพลิกตัวไปมาอย่างบ้าคลั่งเลือดปนกับโคลนวุ่นวายไปหมด
"ฟ่อ ฟ่อ ฟ่อ!"
ด้วยความเจ็บปวดพญางูเขี้ยวดาบอ้าปากพ่นพิษออกมา
สิ่งใดก็ตามที่สัมผัสของเหลวนี้ทุกสิ่งล้วนถูกกัดกร่อนจนกลายเป็นไอ มิอาจเหลือสิ่งใด
ต้วนจื่อไม่สะทกสะท้านฟาดฟันกระบี่ไม่กี่ครั้ง ตัดกระแสพิษที่พุ่งเข้ามาให้สลายไปอย่างไร้ร่องรอย
จากนั้นเขาก็ก้าวเท้ากระโจนเข้าไปราวกับสายฟ้าฟาด ท่ามกลางความมืดมิดกระบี่ที่สว่างไสวดุจดวงดารา ก็ตัดศีรษะของพญางูเขี้ยวดาบออกจากร่าง
คาดว่าพญางูเขี้ยวดาบก็คงไม่เข้าใจว่าทำไมมนุษย์ที่พลังอยู่ในระดับเดียวกับตนถึงได้ปล่อยพลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ออกมา
[ติ๊ง! ท่านเสียค่าใช้จ่ายในการใช้ทักษะ[สังหารไร้ปรานี] 800 ค่าเทียนซิ่วสังหารพญางูเขี้ยวดาบอสูรขอบเขตเนื้อหนัง ระดับเก้าทำภารกิจสังหารด้วยกระบี่สำเร็จ ค่าเทียนซิ่ว +1,200 ยอดคงเหลือ18,400]
"หากเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเดียวกันคงพลาดท่าเสียทีให้เจ้าไปแล้ว เสียใจด้วยที่ต้องมาพบข้าถือว่าเป็นความซวยของเจ้าแล้วกัน" ต้วนจื่อชายตามพญางูเขี้ยวดาบที่สิ้นลมหายใจส่ายหน้าพลางเท้าแขนกับกระบี่เทียนซิ่ว รอคอยอย่างไม่เร่งร้อน
ระหว่างการปะทะพลังรับรู้ทางวิญญาณของเขาสัมผัสได้ถึงเงาของกลุ่มคนที่คืบคลานเข้ามาหากเขาเดาไม่ผิด คงเป็นคนที่ต้วนเอ้อร์จ้างมาสังหารเขา
เป็นดังคาด ไม่นานเกินรอ สามร่างก็ปรากฏตัว
มิผิดแน่...คนทั้งสามคือนักฆ่าที่กำลังตามล่าต้วนจื่อ!